wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โครงสร้างข้อมูลและอัลกอริทึม

Total questions: 80

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

โครงสร้างข้อมูลหมายถึงอะไร

a)

ข้อมูลแบบพอยน์เตอร์

b)

กระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์

c)

การสร้างฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

d)

การทำงานของข้อมูลชนิดพื้นฐานและข้อมูลที่ซับซ้อนประกอบเข้าด้วยกัน

2.

โดรงสร้างข้อมูลแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ ๆ ได้กี่ชนิด

a)

2 ชนิด

b)

3 ชนิด

c)

4 ชนิด

d)

5 ชนิด

3.

ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลแบบมาตรฐาน

a)

เลขจำนวนเต็มบวก

b)

ค่าตรรกะ

c)

เลขจำนวนทศนิยมบวก

d)

ข้อมูลนามธรรม

4.

ข้อใดเป็นข้อมูลมาตรฐานแบบ Integer

a)

“4”

b)

11

c)

11.00

d)

false

5.

ข้อใดเป็นข้อมูลมาตรฐานแบบ Character

a)

AA

b)

c)

“ก”

d)

ถูกทุกข้อ

6.

ข้อใดเป็นข้อมูลมาตรฐานแบบ Boolean

a)

Integer

b)

mod div

c)

True

d)

Float

7.

ข้อใดเป็นข้อมูลมาตรฐานแบบ real

a)

False

b)

mod div

c)

88

d)

88.88

8.

กรรมวิธีทางข้อมูลแบบข้อมูล Integer โดยกำหนดข้อมูลคือ 10 ตัวดำเนินการคือ add กับข้อมูล 5 ผลลัพธ์เป็นเท่าใด

a)

5

b)

10

c)

15

d)

50

9.

กรรมวิธีทางข้อมูลแบบข้อมูล real โดยกำหนดข้อมูลคือ 4.5 ตัวดำเนินการคือ more than กับข้อมูล 5.0 ผลลัพธ์เป็นเท่าใด

a)

- 0.5

b)

9.5

c)

True

d)

False

10.

กรรมวิธีทางข้อมูล Boolean โดยกำหนดข้อมูลคือ False ตัวดำเนินการคือ and กับข้อมูล True ผลลัพธ์เป็นเท่าใด

a)

False

b)

True

c)

15

d)

50

11.

อัลกอริทึมคืออะไร

a)

คือลักษณะข้อมูลแบบพอยน์เตอร์

b)

คือกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์

c)

คือขั้นตอนการทำงานและการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน

d)

คือการสร้างฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

12.

อัลกอริทึมแบบแตกย่อยคืออะไร

a)

การทำงานอย่างมีทางเลือก

b)

การนำปัญหาต่าง ๆ มาแตกย่อย

c)

การแบ่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์

d)

ไม่มีข้อใดถูก

13.

เหตุผลที่ต้องใช้ผังงานในโครงสร้างข้อมูลเพื่ออะไร

a)

ผังงานบ่งบอกถึงการทำงานในโครงสร้างชัดเจน

b)

ผังงานช่วยให้ผู้เขียนโปรแกรมเขียนง่ายขึ้น

c)

ผังงานสามารถหสาผลลัพธ์ออกมาได้ว่าคืออะไร

d)

ถูกทุกข้อ

14.

ขั้นตอนใดของการจัดทำอัลกอริทึม ที่ต้องทราบถึงสิ่งที่โจทย์ต้องการ

a)

Analysis

b)

Design

c)

Coding/Programming

d)

Testing and Debugging

15.

ขั้นตอนใดของการจัดทำอัลกอริทึมที่ต้องการเขียนผังงานโปรแกรม

a)

Analysis

b)

Design

c)

Coding/Programming

d)

Testing and Debugging

16.

ข้อใดกล่าวถึงขั้นตอน Coding/Programming ได้ถูกต้อง

a)

เป็นการนำผลที่ได้จากการออกแบบ มาเขียนคำสั่งของโปรแกรมเพื่อนำไปประมวลผลข้อมูลและได้ผลลัพธ์ของโปรแกรมต่อไป

b)

เป็นการออกแบบคำสั่งโปรแกรมเพื่อการเขียนผังงานโปรแกรมที่ถูกต้อง

c)

เป็นการออกแบบโปรแกรมอย่างเป็นขั้นตอนและมีเหตุมีผล โดยการเขียนเป็นประโยคภาษาอังกฤษแบบง่าย อธิบายการประมวลผลในแต่ละขั้นตอน

d)

เป็นการตรวจสอบว่าผังงานโปรแกรมที่เขียนมานั้นข้อผิดพลาดของโปรแกรมหรือไม่เพื่อทำการแก้ไขต่อไป

17.

ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของเอกสารอธิบายโปรแกรม

a)

คำบรรยายลักษณะโปรแกรม

b)

คำอธิบายพร้อมผังงานหรือรหัสเทียม

c)

ขั้นตอนการเขียนคำสั่งโปรแกรม

d)

ผลการทดสอบโปรแกรม

18.

จากแผนผังนี้เป็นโครงสร้างแบบใด

a)

โครงสร้างแบบคำสั่งตามลำดับ

b)

โครงสร้างโปรแกรมแบบมีการตัดสินใจ

c)

โครงสร้างโปรแกรมแบบเป็นวงจรปิด

d)

โครงสร้างโปรแกรมแบบเป็นวงจรเปิด

19.

โครงสร้างโปรแกรมแบบใดที่ลักษณะการทำงานแบบซ้ำซ้อน

a)

โครงสร้างแบบคำสั่งตามลำดับ

b)

โครงสร้างโปรแกรมแบบมีการตัดสินใจ

c)

โครงสร้างโปรแกรมแบบเป็นวงจรปิด

d)

โครงสร้างโปรแกรมแบบเป็นวงจรเปิด

20.

โปรแกรมในข้อใดต่อไปนี้ที่จัดได้ว่ามีอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด

a)

โปรแกรมที่มีโครงสร้างการทำงานซับซ้อนมาก ใช้เวลานานในการทำงาน

b)

โปรแกรมที่ใช้เวลาในการทำงานนาน และใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำน้อย

c)

โปรแกรมที่มีความเร็วในการทำงานสูง และใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำมาก

d)

โปรแกรมที่มีความเร็วในการทำงานสูง และใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำน้อย

21.

โปรแกรมใดที่จำเป็นต้องใช้ตัวแปรอาร์เรย์

a)

โปรแกรมคำนวนหาพื้นที่รูปวงกลม

b)

โปรแกรมคำนวนหาพื้นที่รูปวงกลม 20 วง

c)

โปรแกรมหาคำนวนหาพื้นที่และเส้นรอบวงของวงกลม

d)

โปรแกรมหาพื้นที่วงกลมใดที่มีค่ามากที่สุดจาก 20 วง

22.

ตัวแปร A เป็นตัวแปรแบบอาร์เรย์แล้ว กลุ่มข้อมูลใดสามารถจัดเก็บที่ตัวแปร A ได้

a)

25,60,boy,T

b)

A,B,C,D

c)

Dog ,cat 2.50

d)

True ,Somsri ,10.25

23.

จากโปรแกรมต่อไปนี้ Data มีผลลัพธ์เป็นเท่าไร

Program Test 1;

Var Data : integer

Begin

Data : =60 ;

Data : =20;

Writeln (Data);

End.

a)

60

b)

20

c)

80

d)

40

24.

ข้อใดต่อไปนี้ที่ผู้เขียนโปรแกรมควรกำหนดเป็นตัวแปรอาร์เรย์

a)

I เก็บค่าการนับรอบของลูป

b)

Score เก็บค่าคะแนนนักศึกษา 20 คน

c)

Mean เก็บค่าคะแนนเฉลี่ยนักศึกษา 20 คน

d)

Max เก็บค่าคะแนนนักศึกษาที่มีคะแนนสูงสุดจาก 20 คน

25.

ตัวแปรอาร์เรย์ต่างกับตัวแปรเดี่ยวอย่างไร

a)

ตัวแปรอาร์เรย์เก็บค่าในฮาร์ดดิสก์ตัวแปรเดี่ยวเก็บค่าใน RAM

b)

ตัวแปรอาร์เรย์เก็บค่าแบบ Numeric ตัวแปรเดี่ยวเก็บค่าแบบ String

c)

ตัวแปรอาร์เรย์เก็บค่าคงที่ ตัวแปรเดี่ยวเก็บค่าเปลี่ยนแปลงได้

d)

ตัวแปรอาร์เรย์เก็บค่าได้หลายค่า ตัวแปรข้อมูลเดี่ยวเก็บค่าได้เพียงค่าเดียว

26.

ประกาศตัวแปร A:array[1..20] of integer; ตัวแปรอาร์เรย์ชุดที่ประกาศนี้สามารถเก็บค่าได้ทั้งหมดกี่ค่า

a)

1 ค่า

b)

19 ค่า

c)

20 ค่า

d)

21 ค่า

27.

J : Array [1..100,1..5] of Integer; ตัวแปรอาร์เรย์ J ประกอบด้วยสมาชิกกี่ค่า

a)

5

b)

100

c)

50

d)

500

28.

ข้อใดคือความหมายของโครงสร้างข้อมูลแบบอาร์เรย์

a)

กลุ่มข้อมูลที่มีค่าชนิดเดียวกัน

b)

กลุ่มข้อมูลที่เป็นตัวเลขเท่านั้น

c)

กลุ่มข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน

d)

กลุ่มข้อมูลที่มีการลดความซ้ำซ้อน

29.

ถ้าประกาศตัวแปรอาร์เรย์ดังนี้ Data :array [1…5] of integer ;

ข้อมูลใดไม่สามารถเก็บในอาร์เรย์ชุดนี้ได้

a)

500 20 40 25 2.5

b)

601 2 0 13 100

c)

1 0 0 0 1

d)

0 0 0 0 0

30.

การประกาศตัวแปรอาร์เรย์เพื่อใช้งานต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

ชื่ออาร์เรย์ ชนิดข้อมูล

b)

ชื่ออาร์เรย์ ค่าสูงสุดและค่าต่ำสุด ชนิดข้อมูล

c)

ชื่ออาร์เรย์ ค่าสูงสุดและค่าต่ำสุด มิติของอาร์เรย์ ชนิดข้อมูล

d)

ชื่ออาร์เรย์ ค่าสูงสุดและค่าต่ำสุด มิติของอาร์เรย์ ชนิดข้อมูล จำนวนสมาชิก

31.

การนำข้อมูลเข้าสแต็กเรียกว่าอะไร

a)

Push

b)

Pop

c)

Stack

d)

Top

32.

คุณสมบัติของสแต็กที่เรียกว่า LIFO เนื่องมาจากสาเหตุใด

a)

มีบัฟเฟอร์สำหรับสำรองและจัดสรรการเข้าออกของข้อมูล

b)

ข้อมูลเข้าก่อนออกก่อนข้อมูลเข้าทีหลัง ออกทีหลัง

c)

ข้อมูลเข้าก่อนออกทีหลัง ข้อมูลเข้าที่หลังออกก่อน

d)

ข้อมูลเข้าก่อนมีสิทธิออกก่อน หรือออกทีหลังได้

33.

ข้อใดที่กล่าวถึง Operations เกี่ยวกับสแต็กไม่ถูกต้อง

a)

Push A

b)

Push 20

c)

Pop A

d)

Pop

34.

ขณะที่สแต็กว่าง ถ้ามีการดำเนิน Push W, Push D, Push X, Push Q หลังจากนั้นทำการ Pop ค่าที่ออกจากสแต็กคือค่าใดบ้าง

a)

W D X Q

b)

W D Q X

c)

Q X D W

d)

Q X W D

35.

ข้อใดที่เป็นนิพจน์อินฟิกซ์

a)

A+B-C

b)

+AB-C

c)

+-ABC

d)

AB+C-

36.

ข้อใดเป็นนิพจน์โพสต์ฟิกซ์

a)

A+B-C

b)

+AB-C

c)

+-ABC

d)

AB+C-

37.

ข้อใดเป็น Operators ทั้งหมด

a)

+ - * / ^

b)

+ ( ) = >

c)

A Z % ( ) ^

d)

+ % ( ) ^

38.

นิพจน์ AB+ เรียนว่านิพจน์อะไร

a)

นิพจน์อินฟิกซ์

b)

นิพจน์โพสต์ฟิกซ์

c)

นิพจน์พรีฟิกซ์

d)

ไม่มีข้อใดถูก

39.

แปลงนีพจน์ A+B/C*D-E เป็นนิพจน์โพสต์ฟิกซ์ได้คำตอบตามข้อใด

a)

ABC/D*+E-

b)

ABC/D*E+-

c)

ABC/D+E*-

d)

ABC/D*E+-

40.

แปลงนิพจน์พรีฟิกซ์ – 5 + 9 * 3 -1 2 เป็นนิพจน์โพสต์ฟิกซ์ได้คำตอบตามข้อใด

a)

5 9 3 1 2- * + -

b)

5 - 9 + 3 * 1 - 2

c)

5 9 – 3 * 1 + 2 -

d)

- + * -5 9 3 1 2

41.

โครงสร้างข้อมูลแบบคิวมีลักษณะการทำงานแบบใด

a)

Last In First Out

b)

Last In Last Out

c)

First In Last Out

d)

First In First Out

42.

ข้อใดกล่าวถึงการสร้างคิวได้ถูกต้อง

a)

ใช้อาร์เรย์ 1 มิติเป็นตัวคิวและมีพอยน์เตอร์ 1ตัว เป็นตัวชี้

b)

ใช้อาร์เรย์ 1 มิติเป็นตัวคิวและมีพอยน์เตอร์ 2ตัว เป็นตัวชี้

c)

ใช้อาร์เรย์ 2 มิติเป็นตัวคิวและมีพอยน์เตอร์ 1ตัว เป็นตัวชี้

d)

ใช้อาร์เรย์ 2 มิติเป็นตัวคิวและมีพอยน์เตอร์ 2ตัว เป็นตัวชี้

43.

การนิยามโครงสร้างแบบคิวว่า

Const Max = 100; บรรทัดที่ 1

Type QueueItem = integer; บรรทัดที่ 2

Queue =record; บรรทัดที่ 3

Item : Array[1..Max] of QueueItme; บรรทัดที่ 4

Front,Rear : integer บรรทัดที่ 5

End; บรรทัดที่ 6

Var q: Queue; บรรทัดที่ 7

จากนิยามนี้ บรรทัดใดเป็นการกำหนดชนิดตัวเก็บข้อมูลของคิว

a)

บรรทัดที่ 1

b)

บรรทัดที่ 2

c)

บรรทัดที่ 3

d)

บรรทัดที่ 4

44.

การนิยามโครงสร้างแบบคิวว่า

Const Max = 100; บรรทัดที่ 1

Type QueueItem = integer; บรรทัดที่ 2

Queue =record; บรรทัดที่ 3

Item : Array[1..Max] of QueueItme; บรรทัดที่ 4

Front,Rear : integer บรรทัดที่ 5

End; บรรทัดที่ 6

Var q: Queue; บรรทัดที่ 7

a)

จากนิยามนี้ โครงสร้างคิวมีจำนวนช่องเก็บข้อมูลเท่าใด

จำนวน 10

b)

จำนวน 100

c)

ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ เพราะไม่มีการกำหนดจำนวน

d)

เก็บข้อมูลได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

45.

เมื่อมีข้อมูลเพิ่มจะเข้าเพิ่มที่ตำแหน่งใดของคิว

a)

Front

b)

First

c)

Rear

d)

Last

46.

คำสั่ง DeQ คืออะไร

a)

มีการเพิ่มข้อมูลเข้าในขณะข้อมูลในคิวเต็ม

b)

เมื่อเพิ่มข้อมูลเข้าในคิวแล้วคิวเต็มพอดี

c)

นำข้อมูลเข้าอยู่คิวแรกสุด

d)

การนำข้อมูลออกจากคิว

47.

คำสั่ง EnQ คืออะไร

a)

เมื่อเพิ่มข้อมูลเข้าในคิวแล้วคิวเต็มพอดี

b)

นำข้อมูลออกในขณะที่ในคิวมีข้อมูลอยู่ 1 คิว

c)

นำข้อมูลอออในขณที่ในคิวไม่มีข้อมูลอยู่เลย

d)

การนำข้อมูลเข้าไปเพิ่มในคิว ตรวจสอบก่อนถ้าคิวเต็มไม่เพิ่ม ถ้าคิวไม่เต็มเพิ่มคิวได้

48.

คิววงกลม มีลักษณะอย่างไร

a)

ส่วนหัวคิวไล่ตามหางคิวไปเป็นวงกลมเหมือนงูเลื้อย

b)

การสร้างคิวเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด จำนวนช่องเก็บข้อมูลคิวมาก

c)

ส่วนหัวคิวและปลายคิวจะมีพอยน์เตอร์คอยชี้

d)

การทำงานแบบเข้าก่อนออกทีหลัง

49.

ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับคิววงกลมได้ถูกต้อง

a)

เพื่อให้สามารถนำที่ว่างในส่วนหัวคิวมาใช้ได้อีกเป็นคิววงกลม

b)

เพื่อให้โปรแกรมสามารถถวนซ้ำได้จึงใช้คิววงกลม

c)

เพื่อป้องกันสถานการณ์ Under Flow จึงเป็นคิววงกลม

d)

เพื่อป้องกันสถานการณ์ Over Flow จึงเป็นคิววงกลม

50.

กำหนดคิววงกลมมีขนาด 4 ช่อง มีสถานะว่าง ถ้ามีการดำเนินการ

insert A, insert B, insert C, remove A, remove B, insert D,

insert E, insert F, remove C ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร

a)

ข้อมูลเก็บดังนี้ A B C D E F

b)

ข้อมูลเก็บดังนี้ D E F

c)

ข้อมูลเก็บดังนี้ E F D

d)

ไม่สามารถ remove C ได้ เพราะการ Remove จะต้องทำกับข้อมูลตัวที่อยู่หัวคิวก่อน

51.

ตัวแปรชนิดค่าพอยน์เตอร์คืออะไร

a)

ตัวแปรชนิดค่าของมันจะชี้หรืออ้างถึงตำแหน่ง

b)

ตัวแปรชนิดบูลีน

c)

ตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม

d)

ตัวแปรชนิดอักขระ

52.

นิยามของลิงค์ลิสต์คืออะไร

a)

เข้าก่อนออกก่อน

b)

เข้าก่อนออกทีหลัง

c)

เข้าทีหลังออกก่อน

d)

เข้าออพร้อมกัน

53.

ควรใช้โครงสร้างลิงค์ลิสต์เมื่อใด

a)

เมื่อเก็บข้อมูลที่มีมาก

b)

เมื่อเก็บข้อมูลที่มีน้อย

c)

เมื่อต้องการเก็บข้อมูลที่ไม่รู้ว่ามีมากหรือน้อย

d)

เมี่อต้องการเก็บข้อมูลที่มีมากและซับซ้อน

54.

Node (P) มีความหมายว่าอย่างไร

a)

ส่วนข่าวสารของโหนดที่ถูกชี้โดย P

b)

ส่วนแอดเดรสของโหนดที่ถูกชี้โดย P

c)

โหนดที่ระบุ (ถูกชี้) โดยพอยน์เตอร์ P

d)

ข่าวสารที่ระบุตรงโหนด P

55.

Info (P) มีความหมายว่าอย่างไร

a)

โหนดที่ระบุ (ถูกชี้) โดยพอยน์เตอร์ P

b)

ส่วนข่าวสารของโหนดที่ถูกชี้โดย P

c)

ส่วนแอดเดรสของโหนดที่ถูกชี้โดย P

d)

แอดเดรสของพอยน์เตอร์ P

56.

Link (P) มีความหมายว่าอย่างไร

a)

โหนดที่ระบุ (ถูกชี้) โดยพอยน์เตอร์ P

b)

ส่วนข่าวสารของโหนดที่ถูกชี้โดย P

c)

ส่วนแอดเดรสของโหนดที่ถูกชี้โดย P

d)

ส่วนของตัวข่าวสาร

57.

Singly Linked List หมายถึงอะไร

a)

Link List คู่

b)

Link List ผสม

c)

Link List เดี่ยว

d)

Link List เดี่ยวและคู่

58.

ลิงค์ลิสต์เดี่ยวมีโครงสร้างสำคัญ 2 ส่วนคืออะไร

a)

ส่วนอันโฟ (Info) กับส่วนพอยน์เตอร์ (Pointer)

b)

ส่วนโหนด (Node) กับส่วนอินโฟ (Info)

c)

ส่วนพอยน์เตอร์ (Pointer) กับส่วนโหนด (Node)

d)

ส่วน Link และ Rlink

59.

ระหว่าง Single Link List กับ Doubly Link List ข้อใดไม่ถูก

a)

Single Link List ไม่สามารถเก็บค่าได้

b)

Doubly Link List ใช้เนื้อที่มากกว่า

c)

Single Link List มีเนื้อที่มากกว่า

d)

Doubly Link List ไม่สามารถเก็บค่าได้มาก

60.

การเก็บข้อมูลของลิงค์ลิสต์เก็บข้อมูลอะไรบ้าง

a)

เก็บข่างสารและตำแหน่งของโหนดถัดไป

b)

เก็บคำสั่งของตัวชี้พอยน์เตอร์

c)

เก็บค่าของโหนดสุดท้ายของชุดข้อมูล

d)

เก็บเฉพาะค่าที่เป็นลบ

61.

โครงสร้างข้อมูลแบบกราฟเปรียบได้กับอะไร

a)

เซ็ตของจุด

b)

เซ็ตของเส้น

c)

เส้นการเชื่อมต่อ

d)

ถูกทุกข้อ

62.

กราฟรูปนี้เป็นกราฟชนิดใด

a)

กราฟระบุทิศทาง

b)

กราฟไม่ระบุทิศทาง

c)

กราฟระบุน้ำหนัก

d)

ผิดทุกข้อ

63.

รูปแบบโครงสร้างที่กำหนดการเชื่อมต่อแบบเส้นมีความสัมพันธ์แบบใด

a)

One to One

b)

One to many

c)

Many to One

d)

Many to Many

64.

การท่องเข้าไปในกราฟแบบ Breadth First Traversal ท่องอย่างไร

a)

เข้าจากโหนดล่างสุดจากซ้ายไปขวา

b)

เข้าจากโหนดล่างสุดจากขวาไปซ้าย

c)

เข้าจากตัวโหนดแรกแล้วลงซ้ายไปขวา

d)

เข้าจากตัวโหนดแรกแล้วลงขวาไปซ้าย

65.

การท่องเข้าไปในกราฟแบบ Depth First (BFS) ท่องอย่างไร

a)

เข้าจากโหนดล่างสุดจากซ้ายไปขวา

b)

เข้าจากโหนดล่างสุดจากขวาไปซ้าย

c)

ท่องเข้าไปยังโครงสร้างทรีแบบอินออเดอร์

d)

ท่องเข้าไปยังโครงสร้างทรีแบบพรีออเดอร์

66.

Node of Graph มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

การเชื่อม

b)

เซ็ตของจุดบนกราฟ

c)

เซ็ตของเส้นบนกราฟ

d)

โหนดของกราฟหรือโหนด

67.

Critical path analysis มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

เส้นทางการเชี่อมต่อ

b)

เซ็ตของจุดบนกราฟ

c)

เส้นทางเดินบนกราฟ

d)

การวิเคราะห์เส้นทางวิกฤต

68.

Shortest path analysis มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

เส้นทางสั้น

b)

เส้นทางเดินบนกราฟ

c)

การวิเคราะห์เส้นทางที่สั้นที่สุด

d)

การออกแบบเส้นทางเดินที่สั้นที่สุด

69.

รูปแบบข้อมูลของกราฟเป็นอย่างไร

a)

เป็นข้อมูลเชิงเส้น

b)

มีเส้นทางเดินบนกราฟไปทางเดียวกัน

c)

ข้อมูลที่จัดเก็บต้องกำหนดเป็นชนิดเดียวกัน

d)

มีความสัมพันธ์ระหว่างโหนดในลักษณะ many to many

70.

กราฟระบุน้ำหนักเป็นอย่างไร

a)

เป็นกราฟที่ไม่ระบุทิศทาง

b)

เป็นกราฟที่ระบุทิศทางและบอกน้ำหนักได้

c)

เป็นกราฟที่ใช้ชั่งน้ำหนักของสินค้าที่ใช้ในการซื้อขาย

d)

ไม่มีข้อใดถูก

71.

โครงสร้างข้อมูลแบบต้นไม้เป็นโครงสร้างชนิดใด

a)

ชนิดเชิงเส้น

b)

ชนิดไม่เชิงเส้น

c)

ชนิดตัดสินใจเลือก

d)

ชนิดทำงานซ้ำ

72.

โหนดพิเศษโหนดหนึ่งที่อยู่บนสุดเรียกว่าอะไร

a)

Father

b)

Subtree

c)

Leat Node

d)

Root Node

73.

Level มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

รูท

b)

ดีกรีของโหนด

c)

โหนดที่เป็นใบ

d)

ระดับของโหนด

74.

ดีกรีของโหนดคืออะไร

a)

รูทโหนด

b)

จำนวนต้นไม้ 1 ต้น

c)

ต้นไม้แบบพรีออเดอร์

d)

จำนวนต้นไม้ย่อยของโหนดนั้น

75.

ป่าไม้ในโครงสร้างข้อมูลแบบต้นไม้ หมายถึงสิ่งใด

a)

กลุ่มของต้นไม้

b)

ต้นไม้ย่อยซ้าย

c)

ต้นไม้ย่อยขวา

d)

การดูแลต้นไม้

76.

โครงสร้างข้อมูลแบบต้นไม้ มีลักษณะคล้ายสิ่งใด

a)

ใบไม้

b)

รากของต้นไม้

c)

ลำต้นของต้นไม้

d)

กิ่งก้านของต้นไม้

77.

ต้นไม้ตามธรรมชาติจะงอกจากล่างขึ้นบน ส่วนโครงสร้างข้อมูลแบบต้นไม้นั้นจะเจริญเติบโตอย่างไร

a)

จากล่างไปบน

b)

จากบนลงล่าง

c)

จากซ้ายไปขวา

d)

จากขวาไปซ้าย

78.

ต้นไม้ Binary ที่แต่ละโหนดภายในจะมีโหนดย่อยซ้ายโหนดย่อยขวาและโหนดใบหมายถึงต้นไม้แบบใด

a)

ต้นไม้ไบนารีคู่

b)

ต้นไม้ไบนารีเดี่ยว

c)

ต้นไม้ไบนารีแบบสมบูรณ์

d)

ต้นไม้ไบนารีแบบไม่สมบูรณ์

79.

ข้อใดไม่ใช่การแทนต้นไม้ไบนารีในหน่วยความจำ

a)

การแทนโดยอาศัยพอยน์เตอร์

b)

การแทนโดยอาศัยแอดเดรสของโหนด

c)

การแทนแบบซีแควนเชียล

d)

การแทนแบบลำดับขั้น

80.

LVR คือวิธีการเดินเข้าแบบใด

a)

แบบพรีออร์เดอร์

b)

แบบอินออร์เดอร์

c)

แบบโพสต์ออร์เดอร์

d)

ไม่มีข้อใดถูก