NEW
Font size
Worksheetsการค้นคว้าเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ครั้งที่ 2
Total questions: 15
Worksheet time: 8mins
1.ทดลองปลูกต้นหลิวน้ำหนัก 5 ปอนด์ ใช้น้ำฝนรดทุก ๆ วัน อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ปรากฏว่า ต้นหลิวหนัก 169 ปอนด์ 3 ออนซ์ สรุปได้ว่า น้ำหนักต้นหลิวที่เพิ่มขึ้นมาจากน้ำเท่านั้น
A. ฌอง แบบติสท์ แวน เฮลมองท์
(Jean Baptiste Van Helmont)
E. จูเลียส ซาซ (Julius Sachs)
B. เองเกลมัน (T.W.Engelmann)
I. ฌอง ซีนีบิเยร์ (Jean Senebier)
2. อากาศที่หนูหายใจออกมาหรืออากาศที่ทำให้เทียนไขดับเป็นอากาศเสีย
B. เองเกลมัน (T.W.Engelmann)
C. โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill)
K. โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley)
D. นิโคลาส ธีโอดอร์ โซซูร์ (Nicolas Theodore de Saussure)
3. พืชได้รับแสงสว่างสามารถเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารอาหารและแก๊สออกซิเจนได้
H. แวนนีล (Van Niel)
F. แจน อินเก็น ฮูซ (Jan Ingen Housz)
K. โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley)
G. แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon)
4. แก๊สออกซิเจนที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงมาจากโมเลกุลของน้ำ
H. แวนนีล (Van Niel)
F. แจน อินเก็น ฮูซ (Jan Ingen Housz)
I. ฌอง ซีนีบิเยร์ (Jean Senebier)
G. แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon)
5. สารตั้งต้น (Substrate) ที่ใช้ในช่วงปฏิกิริยาตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับ NADPH และ ATP ส่วนผลผลิต (Product) คือ น้ำตาล กับ ADP+Pi และ NADP+
C. โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill)
G. แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon)
F. แจน อินเก็น ฮูซ (Jan Ingen Housz)
D. นิโคลาส ธีโอดอร์ โซซูร์ (Nicolas Theodore de Saussure)
6. พืชสีเขียวสามารถเปลี่ยนอากาศที่ไร้ค่า หรืออากาศเสียให้เป็นอากาศดี
C. โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill)
B. เองเกลมัน (T.W.Engelmann)
K. โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley)
J. แซม รูเบน และมาร์ติน คาเมน (Sam Ruben and Martin Kamen)
7. น้ำหนักพืชที่เพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำหนักของน้ำที่พืชได้รับ จึงสรุปการทดลองว่า น้ำหนักที่เกินไปเป็นน้ำหนักแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่พืชได้รับ
E. จูเลียส ซาซ (Julius Sachs)
F. แจน อินเก็น ฮูซ (Jan Ingen Housz)
G. แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon)
D. นิโคลาส ธีโอดอร์ โซซูร์ (Nicolas Theodore de Saussure)
8. แสงสว่างทำให้โมเลกุลของน้ำแตกตัวได้ออกซิเจนอิสระ
H. แวนนีล (Van Niel)
I. ฌอง ซีนีบิเยร์ (Jean Senebier)
A. ฌอง แบบติสท์ แวน เฮลมองท์ (Jean Baptiste Van Helmont)
J. แซม รูเบน และมาร์ติน คาเมน (Sam Ruben and Martin Kamen)
9. แสงทำให้นํ้าเกิดการแตกตัว ซึ่งเรียกว่า Hill reaction โดยมีสารมารับอิเล็กตรอน และไฮโดรเจนไอออน ทำให้ออกซิเจนแยกตัวออกมาเป็นแก๊สออกซิเจน
E. จูเลียส ซาซ (Julius Sachs)
C. โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill)
B. เองเกลมัน (T.W.Engelmann)
G. แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon)
10. คาร์โบไฮเดรตที่พืชสร้างขึ้นคือ น้ำตาล สามารถนำไปสร้างเป็นสารประกอบตัวอื่นได้ คือ สารประกอบไขมัน และโปรตีน เรียกกระบวนการนี้ว่า การสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis)
E. จูเลียส ซาซ (Julius Sachs)
F. แจน อินเก็น ฮูซ (Jan Ingen Housz)
A. ฌอง แบบติสท์ แวน เฮลมองท์ (Jean Baptiste Van Helmont)
J. แซม รูเบน และมาร์ติน คาเมน (Sam Ruben and Martin Kamen)
11. แก๊สที่หนูใช้ในการหายใจหรือแก๊สที่ช่วยในการลุกไหม้ คือ แก๊สออกซิเจน และแก๊สที่ทำให้หนูตายหรือแก๊สที่เกิดจากการลุกไหม้ คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
C. โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill)
I. ฌอง ซีนีบิเยร์ (Jean Senebier)
G. แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon)
D. นิโคลาส ธีโอดอร์ โซซูร์ (Nicolas Theodore de Saussure)
12. แสงสีแดงเป็นแสงที่พืชใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสงได้ดี ทำให้เกิดแก๊สออกซิเจนได้มาก แบคทีเรียที่ใช้ออกซิเจนในการหายใจจึงมารวมกลุ่มกันบริเวณนี้มาก
B. เองเกลมัน (T.W.Engelmann)
F. แจน อินเก็น ฮูซ (Jan Ingen Housz)
K. โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley)
D. นิโคลาส ธีโอดอร์ โซซูร์ (Nicolas Theodore de Saussure)
13. แบคทีเรียบางชนิดสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้โดยไม่ใช้น้ำ แต่ใช้ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) แทน แล้วได้ซัลเฟอร์แทนที่ออกซิเจน
H. แวนนีล (Van Niel)
E. จูเลียส ซาซ (Julius Sachs)
I. ฌอง ซีนีบิเยร์ (Jean Senebier)
A. ฌอง แบบติสท์ แวน เฮลมองท์ (Jean Baptiste Van Helmont)
14. สารตั้งต้น (Substrate) ที่ใช้ในช่วงปฏิกิริยาแสง (Ligth reaction) คือ H2O กับ NADP+ และ ADP+Pi ส่วนผลผลิต (Product) คือ แก๊สออกซิเจน กับ NADPH และ ATP
C. โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill)
B. เองเกลมัน (T.W.Engelmann)
G. แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon)
J. แซม รูเบน และมาร์ติน คาเมน (Sam Ruben and Martin Kamen)
15. ทำการทดลองผ่านแสงเข้าไปในของผสมซึ่งมีเกลือเฟอริกและคลอโรพลาสต์ที่สกัดออกมาจากผักโขม ปรากฏว่า เกลือเฟอริกเปลี่ยนเป็นเกลือเฟอรัสและมีแก๊สออกซิเจนเกิดขึ้น
C. โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill)
E. จูเลียส ซาซ (Julius Sachs)
B. เองเกลมัน (T.W.Engelmann)
G. แดเนียล อาร์นอน (Daniel Arnon)
