NEW
Font size
Worksheetsจลนศาสตร์เคมี
Total questions: 15
Worksheet time: 8mins
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาของสารแต่ละปฏิกิริยา
มีการดูดพลังงานเข้าไปเพื่อสลายพันธะในสารตั้งต้น
มีการคายพลังงานออกมาเพื่อสลายพันธะในสารตั้งต้น
มีการดูดพลังงานเข้าไปเพื่อสร้างพันธะในสารผลิตภัณฑ
มีการคายพลังงานออกมาเพื่อสลายพันธะในสารผลิตภัณฑ์
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่ออนุภาคของสารตั้งต้นจะต้องมีการเคลื่อนที่ชนกันก่อน จากคำกล่าวข้างต้น เป็นคำกล่าวที่เกี่ยวข้องกับข้อใด
ทฤษฎีสารเชิงซ้อนที่ถูกกระตุ้น หรือทฤษฎีสภาวะแทรนซิชัน
ทฤษฎีการชน
พลังงานก่อกัมมันต์
กฎอัตรา
ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการชนกันของอนุภาค
ในการชนกันของอนุภาคจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทุกครั้ง
ในการชนกันของอนุภาคมีโอกาสน้อยครั้งมากที่จะไม่เกิดปฏิกิริยา
ในการชนกันของอนุภาคบางครั้งก็เกิดปฏิกิริยา บางครั้งก็ไม่เกิดปฏิกิริยา
ข้อมูลไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถสรุปได้
การชนกันของอนุภาคของสารตั้งต้นจะเกิดปฏิกิริยาได้หรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยใด
พลังงานจลน์ของอนุภาคที่เคลื่อนที่ชนกันและทิศทางการชนของอนุภาค
พลังงานศักย์ของอนุภาคที่เคลื่อนที่ชนกันและทิศทางการชนของอนุภาค
พลังงานจลน์ของอนุภาคที่เคลื่อนที่ชนกันและพลังงานก่อกัมมันต์
พลังงานศักย์ของอนุภาคที่เคลื่อนที่ชนกันและพลังงานก่อกัมมันต์
ในขณะที่เกิดสารผลิตภัณฑ์ พลังงานศักย์จะมีค่าเป็นอย่างไร
มีค่าเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการสร้างพันธะใหม่
มีค่าคงที่เพราะในขณะที่เกิดสารผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่มีผลเกี่ยวข้องกับพลังงาน
มีค่าลดลงแล้วจะเปลี่ยนไปเป็นพลังงานจลน์เพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ต่อไป
มีค่าเพิ่มขึ้นและลดลงสลับกันอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่อนุภาคเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กันพลังงานจลน์และพลังงานศักย์ มีค่าเป็นอย่างไร
พลังงานจลน์จะลดลง แต่พลังงานศักย์จะเพิ่มขึ้น
พลังงานจลน์จะเพิ่มขึ้น แต่พลังงานศักย์จะลดลง
พลังงานจลน์และพลังงานศักย์มีค่าลดลง
พลังงานจลน์และพลังงานศักย์มีค่าเพิ่มขึ้น
จากกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยาข้อสรุปใดถูกต้อง
ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาดูดพลังงานและพลังงานที่ดูดเข้าไปมีค่าเท่ากับ E2 – E3
ปฏิกิริยานี้เกิดได้เร็วเพราะ E1 ต่ำกว่า E3 มาก
ปฏิกิริยานี้เกิดได้เร็วเพราะ E3 ต่ำกว่า E2 มาก
ปฏิกิริยามีพลังงานกระตุ้นเท่ากับ E2 – E1
การเตรียมสาร E โดยเริ่มจากสาร A มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานดังนี้ปฏิกิริยานี้มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานอย่างไร
ดูดพลังงาน = w – y
คายพลังงาน = z
คายพลังงาน = z – y
คายพลังงาน = x
ปฏิกิริยาของสาร A →C มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานอย่างไร
ดูดพลังงาน = w-x
คายพลังงาน = w+x
ดูดพลังงาน = w-y
คายพลังงาน = w+y
ค่าพลังงานก่อกัมมันต์ มี 2 ค่า คือค่าใด
w , x
w , y
w , z
x , z
ถ้า A → B เป็นปฏิกิริยาคายพลังงานและเป็นปฏิกิริยาผันกลับได้
สารตั้งต้นจะมีระดับพลังงานต่ำกว่าระดับพลังงานของผลิตภัณฑ์
เมื่อลดอุณหภูมิลงจะทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ ( Ea) เพิ่มขึ้น
พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาจะมีค่าเท่ากับพลังงานก่อกัมมันต์ของปกิกิริยา B→ A
พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาจะมีค่าน้อยกว่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปกิกิริยา B→ A
ค่าพลังงานก่อกัมมันต์ ของทั้ง 3 ปฏิกิริยานำมารวมกัน มีค่าเท่าใด
145 kJ/mol
150 kJ/mol
155 kJ/mol
160 kJ/mol
จงเปรียบเทียบอัตราเร็วของปฏิกิริยา A B และ C
A มีอัตราเร็วสูงกว่า C
C มีอัตราเร็วกว่า B
อัตราเร็วของ A และ B เท่ากัน
B มีอัตราเร็วสูงกว่า A
ข้อความใดถูกต้อง
ปฏิกิริยา A และ B คายความร้อน
ปฏิกิริยา B และ C ดูดความร้อน
ปฏิกิริยา A คายความร้อน ส่วน B ดูดความร้อน
ปฏิกิริยา B คายความร้อนส่วน C ดูดความร้อน
เมื่อให้โลหะแคลเซียม อยู่ในอากาศจะไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นจนกว่าจะจุดด้วยไม้ขีดไฟ ข้อใดถูก
ปฏิกิริยาระหว่างแคลเซียมกับออกซิเจนเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
เมื่อจุดด้วยไม้ขีดไฟ แคลเซียมจึงสัมผัสกับก๊าซออกซิจน
สภาพปกติแคลเซียมและก๊าซออกซิเจนมีพลังงานสูงไม่พอ
พลังงานความร้อนจากไม้ขีดไฟไปลดพลังงานกระตุ้นลง
