wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบเก็บคะแนนครั้งที่ 2

Total questions: 24

Worksheet time: 12mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของรหัสเทียม

a)

เป็นแนวทางการพัฒนาโปรแกรมที่เหมือนภาษาซี

b)

เป็นคำสั่งที่นำมาใช้เขียนเลียนแบบชุดคำสั่งแบบย่อ ๆ

c)

เป็นภาษาที่มีความใกล้เคียงกับภาษาระดับสูง

d)

เป็นคำสั่งที่ไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง

2.

ข้อใดต่อไปนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับรหัสเทียม

a)

นำมาใช้เป็นเอกสารประกอบโปรแกรม

b)

นำมาใช้ทบทวนความถูกต้อง กับสิ่งที่ได้ออกแบบไป

c)

นำมาใช้เป็นแนวทางในการเขียนโปรแกรม

d)

นำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้โปรแกรมทำงานเร็วขึ้น

3.

ข้อใดอธิบายหลักการเขียนรหัสเทียม ไม่ถูกต้อง

a)

แต่ละคำสั่ง ให้เขียนอยู่ในแต่ละบรรทัด

b)

เขียนประโยคคำสั่งเรียงลำดับ มีทางเข้าและออกหลายทาง

c)

ถ้อยคำต่าง ๆ ให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษอย่างง่าย

d)

เขียนประโยคคำสั่งเรียงลำดับแบบบนลงล่าง

4.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับรหัสเทียม

a)

ควรตั้งชื่อตัวแปรไม่ให้ซ้ำกัน

b)

ควรตั้งชื่อตัวแปรให้สื่อความหมาย

c)

ควรเขียนชื่อตัวแปรให้ติดกันกรณีมากกว่าหนึ่งคำ

d)

ควรใช้เครื่องหมาย _(Underscore) ช่วยแยกคำ

5.

คำสั่งรหัสเทียมตามข้อใด นำมาใช้รับข้อมูลจากแฟ้มข้อมูล

a)

INPUT

b)

READ

c)

RECEIVE

d)

GET

6.

คำสั่งรหัสเทียมตามข้อใด ส่งข้อมูลออกไปยังเครื่องพิมพ์

a)

DISPLAY

b)

OUTPUT

c)

PRINT

d)

WRITE

7.

คำสั่งรหัสเทียมใดใช้เพื่อเปรียบเทียบค่า และกำหนดทางเลือกตามเงื่อนไขได้

a)

IF…THEN…ELSE

b)

WHILE…ENDWHILE

c)

REPEAT…UNTIL

d)

FOR…NEXT

8.

คำสั่งรหัสเทียมตามข้อใด เป็นการวนซ้ำที่มีการกำหนดจำนวนรอบการทำงานที่แน่นอน

a)

IF…THEN…ELSE

b)

WHILE…ENDWHILE

c)

REPEAT…UNTIL

d)

FOR…NEXT

9.

จากขั้นตอนการประมวลผล ลำดับที่ 4 เขียนรหัสเทียมอย่างไรถูกต้อง

1. เริ่มต้น

2. ประกาศตัวเลขที่ต้องการใช้งาน

3. รอรับค่าตัวเลข num1 และ num2

4. คำนวณค่า sum = num1+num2

5. คำนวณค่า avg = sum/2

6. พิมพ์ค่า sum และ avg ทางจอภาพ

7. จบการทำงาน

a)

COMPUTE = num1+num2

b)

sum = num1+num2

c)

COMPUTE sum = num1+num2

d)

CALCULATE = num1+num2

10.

จากขั้นตอนการประมวลผล ลำดับที่ 6 เขียนรหัสเทียมอย่างไรถูกต้อง

1. เริ่มต้น

2. ประกาศตัวเลขที่ต้องการใช้งาน

3. รอรับค่าตัวเลข num1 และ num2

4. คำนวณค่า sum = num1+num2

5. คำนวณค่า avg = sum/2

6. พิมพ์ค่า sum และ avg ทางจอภาพ

7. จบการทำงาน

a)

GET sum , avg

b)

PRINT sum , avg

c)

WRITE sum , avg

d)

DISPLAY sum , avg

11.

โปรแกรมในลักษณะใดไม่เป็นการทำงานแบบตามลำดับ

a)

โปรแกรมตัดเกรดนักศึกษา

b)

โปรแกรมคำนวณพื้นที่วงกลม

c)

โปรแกรมหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขสามจำนวน

d)

โปรแกรมหาค่าผลบวกของตัวเลขสองจำนวน

12.

ข้อใดกล่าวถึง การทำงานแบบตามลำดับ ได้ถูกต้อง

a)

ฉันจะอ่านหนังสือสอบจนกระทั้ง 3 ทุ่ม

b)

หากปีนี้ยังคงมีน้ำท่วมอีก ฉันจะย้ายบ้าน

c)

เกิดแผ่นดินไหวกลางทะเล ทำให้เกิดสินามิได้

d)

ตื่นนอน แปรงฟัน อาบน้ำ ทานข้าว ไปโรงเรียน

13.

ให้เขียนสิ่งที่โจทย์ต้องการ จากการวิเคราะห์ปัญหาทางคอมพิวเตอร์ ในการคำนวณ ชุดตัวเลข 5 จำนวน เพื่อหาผลรวมและผลเฉลี่ย

a)

ตัวเลข 5 จำนวน

b)

ผลเฉลี่ย

c)

ผลรวมและเฉลี่ย

d)

ผลรวม

14.

จากการวิเคราะห์ปัญหาทางคอมพิวเตอร์ ในการคำนวณ ชุดตัวเลข 5 จำนวน เพื่อหาผลรวมและผลเฉลี่ย ข้อมูลนำเข้าคือข้อใด

a)

ตัวเลข 5 จำนวน

b)

ผลเฉลี่ย

c)

ผลรวมและเฉลี่ย

d)

ผลรวม

15.

จากขั้นตอนการประมวลผล ในการคำนวณหาปริมาตรทรงกระบอก

= pi x รัศมี2 x ความสูง ใช้ตอบคำถาม ข้อ.15

1. เริ่มต้น

2. ประกาศตัวแปรที่ต้องการใช้งาน

2.1 รัศมี แทนด้วย radius

2.2 ความสูง แทนด้วย height

2.3 ค่าคงที่พาย แทนด้วย pi

3. กำหนดค่า ให้กับตัวแปร pi = 3.14

4. รับค่า height , radius

5. กำหนดให้ cylindrical = pi * radius2 * height

6. แสดงค่า cylindrical

7. จบการทำงาน

จงเขียนรหัสเทียมการคำนวณหาปริมาตรทรงกระบอก ในขั้นตอนการประมวล ลำดับที่ 4

a)

OPEN height , radius

b)

READ height , radius

c)

GET height , radius

d)

INPUT height , radius

16.

จากขั้นตอนการประมวลผล ในการคำนวณหาปริมาตรทรงกระบอก

= pi x รัศมี2 x ความสูง ใช้ตอบคำถาม ข้อ.16

1. เริ่มต้น

2. ประกาศตัวแปรที่ต้องการใช้งาน

2.1 รัศมี แทนด้วย radius

2.2 ความสูง แทนด้วย height

2.3 ค่าคงที่พาย แทนด้วย pi

3. กำหนดค่า ให้กับตัวแปร pi = 3.14

4. รับค่า height , radius

5. กำหนดให้ cylindrical = pi * radius2 * height

6. แสดงค่า cylindrical

7. จบการทำงาน

จงเขียนรหัสเทียมการคำนวณหาปริมาตรทรงกระบอก ในขั้นตอนการประมวล ลำดับที่ 5

a)

GET cylindrical = pi * radius2 * height

b)

COMPUTE cylindrical = pi * radius2 * height

c)

INITIALISE cylindrical = pi * radius2 * height

d)

SET cylindrical = pi * radius2 * height

17.

ประโยคเงื่อนไข if ตามข้อใดที่ผิด

a)

if member != ‘z’ discount = 0.0;

b)

if payment >= 5000 discount = 0.5;

c)

if payment = 15000 discount = 1.0;

d)

if payment < 5000 discount = 0.0;

18.

ประโยคเงื่อนไข if ตามข้อใดถูกต้อง ถ้ายอดขายตั้งแต่ 25,000 บาท ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50,000 บาท จะได้คอมมิชชันเท่ากับ 2.5%

a)

if (sale >= 25,000 || sale <=50,000) rate = 0.025;

b)

if (sale >= 25,000 && sale <=50,000) rate = 0.025;

c)

if (sale between 25,000 to 50,000) rate = 0.025;

d)

if (sale > 25,000 and sale <=50,000) rate = 2.5%;

19.

การอธิบายการทำงานของโปรแกรมที่มีเงื่อนไขจะใช้คำอธิบายว่าอะไร

a)

เมื่อ…จะ

b)

ถ้า...ดังนั้น

c)

ทำ…ถ้า

d)

ถ้า…แล้ว

20.

ประโยคเงื่อนไข if ซ้อน if เรียกว่าอะไร

a)

if-then-else

b)

Group if

c)

Nested if

d)

if-else

21.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการทำงานของ switch…case

a)

ไม่สามารถใช้ตัวเชื่อม AND, OR มาตรวจสอบเงื่อนไขภายในนิพจน์เดียวกันได้

b)

ไม่สามารถตรวจเงื่อนไขด้วยนิพจน์ที่เป็นเลขจำนวนจริงและมีจุดทศนิยม

c)

ชนิดข้อมูลที่นำมาตรวจสอบเงื่อนไข จะต้องเป็น int หรือ char เท่านั้น

d)

สามารถนำตัวแปรมาประกอบการสร้างเงื่อนไข เช่น case a+1;

22.

กรณีเงื่อนไขที่ตรวจสอบด้วย switch ไม่ตรงกับ case ใดๆ เลย จะทำงานในส่วนใด

a)

case

b)

default

c)

continue

d)

break

23.

ถ้าต้องการตรวจสอบคะแนนนักศึกษา ถ้าคะแนนตั้งแต่ 50 ขึ้นไป แสดงคำว่า “Passed” ถ้าต่ำกว่า 50 แสดงคำว่า “Failed” ขั้นตอนการประมวลผลควรเขียนอย่างไร

a)

ถ้า (score >= 50) ถ้าใช่ print “Passed”;

b)

ถ้า (score >= 50) ถ้าใช่ print “Passed”; ถ้าไม่ใช่ print “Failed”;

c)

ถ้า (score >50 ) ถ้าใช่ print “Passed”; ถ้าไม่ใช่ print “Failed”;

d)

ถ้า (score > 50) ถ้าใช่ print “Passed”;

24.

ถ้าต้องการตรวจสอบคะแนนนักศึกษา ถ้าคะแนนตั้งแต่ 50 ขึ้นไป แสดงคำว่า “Passed” ถ้าต่ำกว่า 50 แสดงคำว่า “Failed” รหัสเทียมคือข้อใด

a)

IF score >50 THEN PRINT “Passed”

b)

IF score >= 50 THEN PRINT “Passed”

c)

IF score >= 50 THEN PRINT “Passed” ELSE PRINT “Failed”

d)

IF score >50 THEN PRINT “Passed” ELSE PRINT “Failed”