wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Set 1

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

รถยนต์รุ่นใดถือเป็น Commercial manufactured vehicle รุ่นแรกๆ

a)

Ford Model T

b)

Ford TMX

c)

American Verbeist

d)

Karl Benz

2.

Semi finished work คือสิ่งใด

a)

ชิ้นงานที่ยังดำเนินการประกอบไม่เสร็จของสถานีนั้นๆ และไม่พร้อมส่งออกจากสถานี

b)

ชิ้นงานที่เสร็จสิ้นการประกอบออกจากสถานีหนึ่งและถูกส่งไปดำเนินการในอีกสถานีหนึ่ง จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการประกอบ

c)

ชิ้นงานที่เสร็จการประกอบ ถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์และพร้อมเตรียมจำหน่าย

d)

ชิ้นงานที่เป็นของเสีย

3.

ข้อใดไม่จัดว่าเป็นหลักการสำคัญของสายพานการผลิตที่ Henry Ford นำมาประยุกต์ใช้

a)

วางกำลังคนไว้เป็นสถานี เพื่อที่จะให้พนักงานแต่ละคนทำหน้าที่ของตนเองและให้เกิดการเคลื่อนที่ของคนหรืออุปกรณ์น้อยที่สุด

b)

ใช้อุปกรณ์หรือพาหนะใดๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้สินค้าสามารถเคลื่อนที่ไปได้ตลอดแนวสายพานการประกอบ

c)

ใช้หลักการให้คน อุปกรณ์และชิ้นนส่วนอยู่กับที่ให้ได้มากที่สุด และให้สินค้าเป็นฝ่ายเคลื่อนที่เข้าและออกจากสถานีประกอบต่างๆ

d)

วางอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่จำเป็นให้เคลื่อนที่มาพร้อมกับตัวรถหรือสินค้าตลอดสายพานการประกอบ

4.

ข้อใดไม่จัดเป็น Interior Part

a)

Audio/ entertainment player

b)

GPS monitor

c)

Side mirror

d)

Glove compartment

5.

การประกอบรถยนต์แบบที่ใช้โครงรถและห้องโดยสารเป็นจุดจับยึดและติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ ถือเป็นการประกอบรถสำหรับโครงสร้างประเภทใด

a)

Ladder on frame

b)

Wire frame

c)

Space frame

d)

Monocoque

6.

ข้อใดเป็นสมบัติของเหล็กหล่อ

a)

เป็นแร่เดี่ยวที่สามารถพบได้ทั่วไปบนโลก สามารถนำมาแปรรูปได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการผสมกับแร่อื่นๆ

b)

มีคุณสมบัติทางกายภาพที่หลากหลาย

c)

สามารถทนต่อการกัดกร่อนได้ดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

d)

มีความแข็งผิวและทนความร้อนสูง ในบางครั้งถูกนำไปทำเป็นเหล็กกล้าเครื่องมือ

7.

เพราะเหตุใดอลูมิเนียมจึงได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมยานยนต์

a)

เพราะเหตุใดอลูมิเนียมจึงได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมยานยนต์

b)

มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับเหล็กกล้า

c)

มีน้ำหนักที่เบากว่าวัสดุอื่นๆ เมื่อเทียบกับความแข็งแรงที่ได้รับ

d)

มนุษย์รู้จักกรรมวิธีการขึ้นรูปอลูมิเนียมมานานกว่าวัสดุประเภทอื่น

8.

วัสดุใดนิยมใช้ในการผลิตยานยนต์โดยทั่วไปมากที่สุด

a)

อลูมิเนียม

b)

พลาสติก

c)

อัลลอยประเภทต่างๆ

d)

เหล็กหล่อและเหล็กกล้า

9.

ข้อใดสมบัติที่วัสดุพึงมีสำหรับใช้ในยานยนต์

a)

Sophisticated shape, cost, safety, light weight

b)

Formability, high thermal conductivity, cost, light weigh

c)

Formability, cost, safety, light weight

d)

Corrosion sensitivity, formability, safety, cost

10.

ข้อใดคือความแตกต่างของ Low/ medium/ high carbon steel

a)

Medium carbon steel has about 1.5%C by weight

b)

High carbon steel has about 0.8%C by weight

c)

Low carbon steel has about 0.6%C by weight

d)

Medium carbon steel has about 0.6%C by weight

11.

การเติมแร่ธาตุอื่นๆ เพิ่มเติมลงไปใน alloy steel ทำไปเพื่อสิ่งใด

a)

เพื่อความสวยงามของผิวชิ้นงาน

b)

ปรับปรุงสมบัติทางภายภาพและสมบัติเชิงกล

c)

เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงาน

d)

ปรับปรุ่งความสะดวกในการประกอบ

12.

Stainless steel เป็นเหล็กกล้าที่ผสมสิ่งใดเข้าไป

a)

Aluminium

b)

Copper

c)

High carbon content

d)

Chromium

13.

ยางสังเคราะห์และยางธรรมชาติต่างกันอย่างไร

a)

ยางธรรมชาติเป็นอินทรียสารที่สามารถพบได้ทั่วไปในลักษณะของน้ำยยาง

b)

ยางธรรมชาติเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียม

c)

ยางสังเคราะห์เกิดขึ้นในรูปแบบของลาเท็กซ์

d)

ยางสังเคราะห์ทั้งหมดเป็นผลผลิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตปิโตรเลียม

14.

ข้อใดเป็นสมบัติของเทอร์โมพลาสติก

a)

สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

b)

เมื่อโดนความร้อนจะละลายเป็นขี้เถ้า

c)

สามารถทนความร้อนและปฏิกิริยาเคมีได้ดี

d)

มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีเมื่อได้รับความร้อน

15.

เพราะเหตุใดพลาสติกจึงนิยมใช้เป็นวัสดุตกแต่งในยานยนต์

a)

มีการกัดกร่อนน้อย

b)

ออกแบบยาก

c)

มีความแข็งตัวค่อนข้างสูง

d)

มักจะสามารถใช้ได้แค่เพียงครั้งเดียว

16.

โคมไฟหน้ารถยนต์ทนิยมทำมาจาก Polycarbonate เพราะเหตุใด

a)

ทนแรงกระแทกได้ดี

b)

เนื้อวัสดุมีลักษณะใส และสามารถให้แสงส่องผ่านได้

c)

มีน้ำหนักเบาและมีรูพรุนในเนื้อวัสดุมาก

d)

นำไฟฟ้าได้ดี

17.

จุด A คือข้อใด

a)

UTS

b)

Fracture

c)

Yield strength

d)

Young Modulus

18.

จุด C คือข้อใด

a)

UTS

b)

Young modulus

c)

Yield strength

d)

Fracture

19.

Hardness ไม่สามาถวัดได้จากการทดสอบแบบใด

a)

Vicker test

b)

Charpy test

c)

Brinell test

d)

Rockwell test

20.

Charpy test ใช้วัดอะไร

a)

ปริมาณพลังงานที่วัสดุสามารถดูดซับได้เมื่อเกิดการกระแทกจนแตกหัก

b)

ความแข็งผิวของวัสดุ

c)

ความเหนี่ยวและความอ่อนตัวของวัสดุ

d)

ความสามารถในการขึ้นรูปของวัสดุ

21.

Stiffness เป็นคุณสมบัติเชิงกลที่ใช้บอกถึงสิ่งใด

a)

ความสามารในการต่อต้านการเปลี่ยนรูปถาวร

b)

ความสามารถในการต่อต้านการเปลี่ยนรูปของวัสดุในช่วง elastic limit

c)

ความสามารถในการขึ้นรูปของวัสดุ

d)

ความสามารถในการทนต่อแรงภายนอกที่มากระทาต่อวัสดุซ้าๆ เป็นระยะเวลานาน

22.

จากข้อมูลที่กำหนดให้ กระบวนการใดจัดเป็น Cold Working Process

a)

Closed die forming ที่ 120 W/m-K

b)

Forging ที่ 400 °C

c)

Stamping ที่ 160 °C

d)

Deep drawing ที่ 140 MPa

23.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ Hot working process

a)

ส่วนใหญ่มักเป็น secondary process มักทำในอุณหภูมิที่เป็นจุด melting point เพื่อให้เกิด Recrystallization

b)

ส่วนใหญ่มักเป็น Secondary Process ที่ทำในช่วงอุหภูมิประมาณ 60%-80% ของจุดหลอมเหลว ซึ่งเป็นอุณห๓มิที่ยังไม่เกิด Recrystallization

c)

มักทำในช่วงที่เกิด Recrystallization ซึ่งก็คือที่อุณภูมิประมาณ 30% ของจุดหลอมเหลว จะเป็น secondary หรือ Primary process ก็ได้

d)

มักทำในช่วงที่เกิด Recrystallization ซึ่งก็คือที่อุณภูมิประมาณ 60%-80% ของจุดหลอมเหลว มักจะเป็น primary Process หรือขั้นตอนในการเตรียมชิ้นงาน

24.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ชิ้นงานที่เกิด Recrystallization จะได้มีความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น และมีความเหนียวที่เพิ่มขึ้น

b)

ชิ้นงาน Cold work มักจะมี pore หรือรูพรุนที่ผิวและมีขนาดเกรนที่ใหญ่กว่างาน hot work

c)

ชิ้นงานที่เกิด recrystallization มีโอกาสเกิด oxidation ได้น้อย และมี dimension control ที่ดี

d)

ชิ้นงาน Hot work มักจะมีความเหนียวสูงและมี Surface finishing ที่ดี

25.

ข้อใดจัดเป็น Impression (closed) die forming

a)

A และ D

b)

B และ C

c)

B และ D

d)

A และ C

26.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับ flash

a)

ไม่ใช่ส่วนของชิ้นงานที่ต้องการ โดยใช้ช่องว่างเพื่อให้เนื้อโลหะส่วนเกินไหลเข้าไปในช่องดังกล่าวขณะ forging

b)

ไม่ใช่ส่วนของชิ้นงานที่ต้องการ ช่วยในการทำให้เนื้อโลหะถูกขึ้นรูปได้เต็มแบบ ด้วยวิธีการลดแรงดัน

c)

เป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงานที่ต้องการ เกิดจากการที่เนื้อโลหะล้นทะลักออกมาจากแบบ

d)

เป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงานที่ต้องการ มีประโยชน์ในการกระบวน forge ชิ้นงานให้เต็มแบบ

27.

ข้อใดสามารถจับคู่ลักษณะของ grain flow และกระบวนการผลิตชิ้นงานได้ถูกต้อง

a)

A ได้จาก Casting

b)

A ได้จาก Forging

c)

B ได้จาก Forging

d)

C ได้จาก Machining

28.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

เนื้อโลหะจะไหลออกจาก neutral axis ในทิศทางตั้งฉากกับ neutral axis

b)

เนื้อโลหะจะไหลออกจา neutral axis ในทิศทางขนานกับ neutral axis

c)

เนื้อโลหะจะไหลเข้าหา neutral axis ในทิศทางตั้งฉากกับ neutral axis

d)

Option 4เนื้อโลหะจะไหลเข้าหา neutral axis ในทิศทางขนานกับ neutral axis

29.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ metal sheet forming

a)

แรงที่ใช้ในการขึ้นรูปมักอยู่ในย่าน elastic deformation

b)

เป็นกระบวนการที่ขึ้นถูกโดยใช้ compressive force เพียงอย่างเดียว

c)

มักเป็นกระบวนขึ้นรูปชิ้นส่วนที่มีความกว้างต่อความหนาน้อย (h/t)

d)

สิ่งที่ถูกกดออกจาก metal sheet ด้วยกรรมวิธี punching คือ scrap

30.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ Punch และ Die

a)

Punch มีลักษณะเป็น concave ใช้สำหรับการกดชิ้นงาน ส่วน die มีลักษณะเป็น convex เป็นแม่แบบที่มีรูปร่างเหมือนชิ้นงานที่ต้องการ

b)

Compound die มีอีกชื่อเรียกว่า progressive die สามารถกดชิ้นงานหลายแบบได้ภายในการกดเพียงหนึ่งครั้ง

c)

Transfer die มักจะมีการเคลื่อนที่ของชิ้นงานแบบ station to station ในระหว่างการกด

d)

Progressive die มีความสามารถในการกดชิ้นงานที่มีรูปร่างซับซ้อนได้ในการกดเพียงหนึ่งครั้ง