NEW
Font size
Worksheetsสมบัติของสารประกอบอินทรีย์
Total questions: 10
Worksheet time: 5mins
ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
จุดเดือดของแอลคีนลดลงตามจำนวนอะตอมคาร์บอนที่ลดลง
อนุพันธ์ที่เล็กที่สุดของแอลไคน์มีจำนวนอะตอมคาร์บอนตั้งแต่ 2 อะตอม
แอลคีนและแอลไคน์มีความว่องไวทางเคมี มากกว่าแอลเคน
จุดเดือดของสารไฮโดรคาร์บอนที่เป็นโซ่ตรงเมื่อมีคาร์บอนอะตอมเท่ากันเรียงจากมากไปน้อย คือ แอลเคน > แอลคีน > แอลไคน์
พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้
A. ฟอร์มัลดีไฮด์มีหมู่คาร์บอกซาลดีไฮด์เป็นหมู่ฟังก์ชัน
B. สภาพการละลายได้ในน้ำของคีโตนจะลดลงเมื่อ
โมเลกุลมีขนาดใหญ่ขึ้น
C. จุดเดือดของแอลดีไฮด์เพิ่มขึ้นตามจำนวนคาร์บอน
อะตอมที่เพิ่มขึ้น
ข้อใดสรุปถูกต้อง
A และ B
B และ C
A และ C
A, B และ C
พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้
A. CH3COOCH3
B. CH3CH2CH2OH
C.CH3CH2CH2COOH
ข้อใดเรียงลำดับจุดเดือดของสารจากน้อยไปหามากได้ถูกต้อง
A < B < C
B < C < A
C < B < A
B < A < C
ข้อสรุปใดไม่ถูกต้อง
กรดบิวทาโนอิกละลายน้ำได้ดีกว่าบิวทานอล
กรดบิวทาโนอิกมีจุดเดือดสูงกว่ากับบิวทานอล
กรดบิวทาโนอิกกับบิวทานอลมีจุดเดือดเท่ากัน
แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของบิวทาโนอิกเป็นพันธะไฮโดรเจน แรงระหว่างขั้วและแรงลอนดอนเช่นเดียวกับบิวทานอล
A B และ C เป็นสารประกอบแอโรแมติกไฮโดรคาร์บอน และมีโครงสร้างดังนี้
จงเรียงลำดับจุดเดือดของสารจากมากไปน้อย ข้อใดถูกต้อง
A > B > C
C > B > A
B > A > C
C > A > B
A B และ C เป็นสารประกอบแอโรแมติกไฮโดรคาร์บอน และมีโครงสร้างดังต่อไปนี้ สารใดมีจุดเดือดสูงที่สุด เพราะเหตุใด
A เพราะจุดเดือดจะเพิ่มขึ้นเมื่อจำนวนอะตอมของคาร์บอนลดลง
A เพราะจุดเดือดจะเพิ่มขึ้นเมื่อจำนวนอะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้น
C เพราะจุดเดือดจะเพิ่มขึ้นเมื่อจำนวนอะตอมของคาร์บอนลดลง
C เพราะจุดเดือดจะเพิ่มขึ้นเมื่อจำนวนอะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้น
ในการทดลองเติมผงแนฟทาลีนหรือลูกเหม็น (C10H8) ปริมาณ 0.1 กรัม ลงในหลอดทดลองที่มีสารผสมระหว่างน้ำกลั่นและเฮกเซนอย่างละ 5 มิลลิลิตร จากนั้นเขย่าแรงๆ และตั้งทิ้งไว้ 3 นาที นักเรียนคิดว่าผลการทดลองข้อใดไม่ถูกต้อง
แนฟทาลีนจะละลายได้ในเฮกเซน
แนฟทาลีนไม่ละลายน้ำ
สารละลายแนฟทาลีนในเฮกเซนจะอยู่ชั้นบน ส่วนน้ำจะอยู่ชั้นล่าง
แนฟทาลีนจะละลายได้ในน้ำ
สาร A B และ C มีสูตรโครงสร้างและจุดเดือดดังนี้
เพราะเหตุใดจุดเดือดของสาร A จึงสูงกว่า B และ C ตามลำดับ
สาร A เป็นสารประกอบแอลเคนจึงมีแรงยึดเหนี่ยวเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอนที่มีโครงสร้างแบบกิ่ง จึงทำให้มีจุดเดือดสูงกว่า B และ C
สาร A มีโครงสร้างแบบโซ่ตรง จึงสามารถอยู่ชิดกันได้มากกว่าสาร B ซึ่งโครงสร้างมี 1 กิ่ง และ สาร C ซึ่งโครงสร้างมี 2 กิ่ง จึงทำให้มีจุดเดือดสูงกว่า B และ C
สาร B มีโครงสร้างแบบโซ่ตรงจึงสามารถอยู่ชิดกันได้มากกว่าสาร A ซึ่งโครงสร้างมี 1 กิ่ง และ สาร C ซึ่งโครงสร้างมี 2 กิ่ง จึงทำให้มีจุดเดือดสูงกว่า B และ C
สาร C มีโครงสร้างแบบโซ่ตรงจึงสามารถอยู่ชิดกันได้มากกว่าสาร A ซึ่งโครงสร้างมี 1 กิ่ง และ สาร B ซึ่งโครงสร้างมี 2 กิ่ง จึงทำให้มีจุดเดือดสูงกว่า B และ C
เอทานอล (CH3CH2OH) และเมทอกซีมีเทน (CH3OCH3) เป็นไอโซเมอร์กัน แตเอทานอล มีสถานะเป็นของเหลว ในขณะที่เมทอกซีมีเทนมีสถานะเป็นแก๊สที่อุณหภูมิห้อง เพราะเหตุใด
เอทานอลสามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลของสารได้ ในขณะที่เมทอกซีมีเทนไม่เกิดจึงทำ ให้เอทานอล มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าเมทอกซีมีเทน
เมทอกซีมีเทนสามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลของสารได้ ในขณะที่เอทานอลไม่เกิดจึงทำ ให้เมทอกซีมีเทน มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าเอทานอล
เอทานอลสามารถเกิดแรงระหว่างขั้วระหว่างโมเลกุลของสารได้ ในขณะที่เมทอกซีมีเทนไม่เกิดจึงทำ ให้เอทานอล มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าเมทอกซีมีเทน
มทอกซีมีเทนสามารถเกิดแรงระหว่างขั้วระหว่างโมเลกุลของสารได้ ในขณะที่เอทานอลไม่เกิดจึงทำ ให้เมทอกซีมีเทน มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าเอทานอล
ข้อใดไม่ถูกต้อง
hexane มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอน
butanoic acid มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอน
1- methoxybutane มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอน แรงระหว่างขั้ว
pentan-1-ol มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอน แรงระหว่างขั้ว และพันธะไฮโดรเจน
