wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทเสภาสามัคคีเสวก

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

คำว่า “เสวก” อ่านว่าอย่างไร

a)

สะ-เหวก

b)

สะ-เวก

c)

เส-วก

d)

เส-วะ-กะ

2.

เทพเจ้าแห่งการก่อสร้างคือข้อใด

a)

พระพรหม

b)

พระอินทร์

c)

พระวิศวกรรม

d)

พระวิษณุ

3.

ผู้ประพันธ์เปรียบเทียบคนที่ดูถูกงานศิลปะเป็นคนประเภทใด

a)

คนป่าคนไพรที่ไม่มีความเจริญ

b)

คนที่ไม่น่าไว้ใจ

c)

คนที่ไม่ทันสมัย

d)

คนจิตใจดีมีเมตตา

4.

ผู้ประพันธ์เปรียบประเทศที่ไม่มีช่างผู้ชำนาญเหมือนกับอะไร

a)

ประเทศที่ไม่เจริญ

b)

ผู้หญิงที่ไม่สวย

c)

คนป่า

d)

ประเทศที่เป็นเมืองขึ้น

5.

รัชกาลที่ ๖ มีพระราชประสงค์อย่างไรในการทรงพระราชนิพนธ์บทเสภาสามัคคีเสวกตอน วิศวกรรมา

a)

ให้ข้าราชการมีความรักความสามัคคี

b)

ให้ประชาชนคลายความกังวลจากการสงคราม

c)

ให้รู้ประวัติของพระวิศวกรรม

d)

ให้เห็นความสำคัญของศิลปะที่มีต่อชาติ

6.

ทั้งช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ ช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ หมายถึงข้อใด

a)

ช่างเงิน

b)

ช่างทอง

c)

ช่างเพชร

d)

ช่างพลอย

7.

อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่

ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ ในกิจศิลปะวิไลละวาดงาม

คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงข้อใด

a)

ประเทศที่มีศิลปะที่งดงาม

b)

ประเทศที่มีความสงบสุข

c)

ประเทศที่เจริญ

d)

ประเทศที่มีสงคราม

8.

คำว่า ช่าง ในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

ช่วยบำรุงช่างไทยให้ถาวร

b)

อีกช่างสถาปนาถูกทำนอง

c)

อันของชาติไพรัชช่างจัดสรร

d)

ใครดูถูกผู้ชำนาญในการช่าง

9.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการแสดงความคิดเห็น

a)

ควรไทยเราช่วยบำรุงวิชาช่าง เครื่องสำอางแบบไทยสโมสร

b)

อันของชาติไพรัชช่างจัดสรร มีหลายอย่างต่างพรรณเข้ามาขาย

c)

จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ

d)

แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอริพลอันล้นหลาม

10.

อันของชาติไพรัชช่างจัดสรร มีหลายอย่างต่างพรรณเข้ามาขาย

เราต้องซื้อหลากหลากและมากมาย ต้องใช้ทรัพย์สุรั่ยสุร่ายเป็นก่ายกอง

ผู้ประพันธ์ใช้น้ำเสียงอย่างไร

a)

ตำหนิ

b)

ชื่นชม

c)

ผิดหวัง

d)

เบื่อหน่าย

11.

ข้อใดต่อไปนี้ใช้อุปมาโวหาร

a)

อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่

b)

อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า

c)

ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย

d)

จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ

12.

ทั้งช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ ช่างประดิษฐ์รัชดาสง่าผ่อง

อีกช่างถมลายลักษณะจำลอง อีกช่ำชองเชิงรัตนประกร

คำประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงศิลปะกี่สาขา

a)

๑ สาขา

b)

๒ สาขา

c)

๓ สาขา

d)

๔ สาขา

13.

ศิลปะต่างๆให้คุณค่าต่อมนุษย์อย่างไร

a)

อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า

b)

ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย

c)

จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ

d)

อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่

14.

ข้อใดมีการกล่าวโน้มน้าวใจผู้อ่าน

a)

เราต้องซื้อหลากหลากและมากมาย ต้องใช้ทรัพย์สุรุ่ยสุร่ายเป็น

ก่ายกอง

b)

แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร

c)

ควรไทยเราช่วยบำรุงวิชาช่าง เครื่องสำอางแบบไทยสโมสร

d)

เราช่วยช่างเหมือนอย่างช่วยบ้านเมือง ให้ประเทืองเทศไทยอัน

ไพศาล

15.

เธอฉลาดชำนิชำนาญในการช่าง ล้วนทุกอย่างเอื้อเฟื้อเพื่ออุปถัมภ์

คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงใคร

a)

พระวิศวกรรม

b)

พระพิฆเนศ

c)

พระอิศวร

d)

นางวิจิตรเลขา

16.

ข้อใดคือบทสรุปของตอนสามัคคีเสวก

a)

เหล่าเสวกตกที่กะลาสี ควรคิดถึงหน้าที่นั้นเป็นใหญ่

b)

ควรปรองดองในหมู่ราชเสวี ให้สมที่ร่วมพระเจ้าเราองค์เดียว

c)

ควรนึกว่าบรรดาข้าพระบาท ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี

d)

ควรเคารพยำเยงและเกรงกลัว ประโยชน์ตัวนึกน้อยหน่อยจะดี

17.

ข้อใดไม่ได้กล่าวไว้ในตอนสามัคคีเสวก

a)

ข้าราชการต้องจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

b)

ข้าราชการต้องคิดถึงส่วนรวมมากกว่าคิดเรื่องส่วนตัว

c)

ข้าราชการต้องมีความสมัครสมานสามัคคี

d)

ข้าราชการต้องศึกษาหาความรู้มาพัฒนาประเทศ

18.

ข้อใดมีน้ำเสียงเชิงตำหนิ

a)

แม้ลูกเรือเชื่อถือผู้เป็นนาย ต้องมุ่งหมายช่วยแรงโดยแข็งขัน

b)

แม้คลื่นลมแรงจัดซัดโซเซ เรือจะเห่ล่มระยำคว่ำไป

c)

แม้ต่างคนต่างเถียงเกี่ยงแก่งแย่ง นายเรือจะเอาแรงมาแต่ไหน

d)

ในพระราชสำนักพระภูธร เหมือนเรือแล่นสาครสมุทรไทย

19.

คำที่ขีดเส้นใต้ต่อไปนี้ข้อใดมีความหมายต่างจากข้ออื่น

a)

ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบังเกิดหัว

b)

สมานใจจงรักพระจักรี

c)

ในพระราชสำนักพระภูธร

d)

ควรปรองดองในหมู่ราชเสวี

20.

ในพระราชสำนักพระภูธร เหมือนเรือแล่นสาครสมุทรไทย

คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงข้อใด

a)

พระมหากษัตริย์

b)

ข้าราชการ

c)

ประเทศ

d)

ประชาชน

21.

คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน นาวานั้นจึ่งจะรอดตลอดทะเล

คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงข้อใด

a)

ประเทศชาติ - เรือ

b)

เรือ – ข้าราชการ

c)

พระมหากษัตริย์ – กัปตัน

d)

พระมหากษัตริย์ – ประเทศ

22.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่มีการเปรียบเทียบ

a)

ให้สมที่ร่วมพระเจ้าเราองค์เดียว

b)

ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบังเกิดหัว

c)

เหมือนลูกเรืออยู้ในกลางหว่าวารี

d)

เหมือนเรือแล่นสาครสมุทรไทย

23.

ให้สมที่ร่วมพระเจ้าเราองค์เดียว คำว่าพระเจ้าหมายถึงข้อใด

a)

กัปตัน

b)

พระมหากษัตริย์

c)

ข้าราชการ

d)

ลูกเรือ

24.

แม้ไม่ถือเคร่งคงตรงวินัย เมื่อถึงคราวพายุใหญ่จะครวญคราง

พายุใหญ่มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

เรือล่ม

b)

ไม่สามัคคีกัน

c)

ภัยพิบัติ

d)

ทะเลาะ

25.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีของข้าราชการ

a)

ซื่อสัตย์

b)

มีระเบียบวินัย

c)

จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

d)

เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม

26.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่จุดประสงค์ในการแต่งตอนสามัคคีเสวก

a)

ประการหนึ่งพึงคิดในจิตมั่น ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบังเกิดหัว

b)

เหมือนลูกเรืออยู่ในกลางหว่างวารี จำต้องมีมิตรจิตสนิทกัน

c)

นายจะสั่งสิ่งใดไม่เข้าจิต จะต้องติดตันใจให้ขัดขวาง

d)

เหล่าเสวกตกที่กะลาสี ควรคิดถึงหน้าที่นั้นเป็นใหญ่

27.

บทเสภาสามัคคีเสวกแต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด

a)

กลอนสุภาพ

b)

กลอนแปด

c)

กลอนเสมา

d)

กลอนเสภา

28.

บทเสภาสามัคคีเสวกมีลักษณะอย่างไร

a)

การเล่าเรื่องขนาดยาว

b)

การเล่าเรื่องขนาดสั้น

c)

เป็นคำสอน ขนาดยาว

d)

มุ่งเสนอแนวคิดขนาดสั้น

29.

ผู้แต่งบทเสภาสามัคคีเสวกมีความประสงค์อย่างไร

a)

ใช้สำหรับขับอธิบายนำเรื่องการฟ้อนรำต่างๆ

b)

เล่าเรื่องราวต่างๆในอดีต

c)

ใช้ประกอบการเล่นละคร

d)

ใช้สั่งสอนประชาชน

30.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

บทเสภาสามัคคีเสวกแต่งขึ้นในปี ๒๔๕๗

b)

บทเสภาสามัคคีเสวกแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกลอนสี่

c)

บทเสภาสามัคคีเสวกมี ๔ ตอน

d)

บทเสภาสามัคคีตอนสามัคคีเสวกกล่าวถึงความสามัคคีในหมู่ข้าราชการ