wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Final 925-221

Total questions: 100

Worksheet time: 2hrs 40mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่สำคัญของการวางแผน

a)

ช่วยลดความไม่แน่นอน

b)

ช่วยลดภาระสมาชิกในองค์การ

c)

ช่วยกำหนดทิศทาง

d)

ช่วยลดความสิ้นเปลืองในการทำงาน

2.

ในการวางแผนอย่างมีประสิทธิผลภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ผู้บริหารควรดำเนินการในข้อต่ไปนี้ แต่ข้อใดไม่ใช่

a)

ต้องคิดไว้เสมอว่าแผนเชิงรุกก็ต้องเป็นแผนเชิงรุก และแผนเชิงรับก็ต้องเป็นแผนเชิงรับ

b)

แผนจะต้องมีลักษณะเฉพาะเจาะจงในรายละเอียดหรือเป้าประสงค์แต่มีความยืดหยุ่นและปรับได้หากจำเป็น

c)

ต้องระลึกว่าการดำเนินการตามแผนเป็นกระบวนการต่อเนื่องและต้องคอยติดตามไปโดยตลอด

d)

ต้องปรับทิศทางองค์การเมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป

3.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดแผน

a)

ระดับของผู้บริหาร

b)

ความไม่แน่นอนของสิ่งแวดล้อม

c)

เนื้อหาของแผน

d)

ระยะเวลาของแผน

4.

บทบาทของผู้บริหารเหมาะสมสำหรับการวางแผนประเภทใด

a)

การวางแผนเชิงปฏิบัติ

b)

การวางแผนกำหนดรายละเอียด/ขั้นตอน

c)

การวางแผนปฏิบัติการ

d)

การวางแผนกลยุทธ์

5.

ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของการกำหนดเป้าหมาย

a)

ประเมินทรัพยากรที่องค์การมีอยู่

b)

ทบทวนพันธกิจขององค์การ

c)

กำหนดเป้าหมายขององค์การโดยให้สอดคล้องกับพันธกิจ

d)

ประเมินผลและปรับแก้ตามความเหมาะสม

6.

ลักษณะของเป้าหมายที่ดีมีหลายประการ แต่ข้อใดไม่ใช่

a)

ควรระบุผลลัพธ์ที่ต้องการมากกว่าการปฏิบัติ

b)

ไม่จำต้องสมเหตุสมผล แต่ให้ท้าทาย

c)

ควรเป็นตัวเลขและวัดผลได้

d)

ควรกำหนดช่วงระยะเวลาให้ชัดเจน

7.

MBO ย่อมาจากอะไร

a)

Management by Object

b)

Management before Obey

c)

Man before Obey

d)

Management by Objectives

8.

ข้อใดเป็นการแบ่งแผนตามหลักเกณฑ์เรื่องความครอบคลุม

a)

แผนกลยุทธ์และแผนดำเนินการ

b)

แผนระยะสั้นและแผนระยะยาว

c)

แผนเฉพาะเจาะจงและแผนยืดหยุ่น

d)

แผนที่ใช้ครั้งเดียวและแผนที่ใช้ตลอดไป

9.

คำนิยามต่อไปนี้ตรงกับข้อใด “ผลลัพธ์ที่ต้องการของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์การโดยรวม เป็นเสมือนวัตถุประสงค์ที่ให้แนวทางสำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจและให้แนวทางปฏิบัติแก่ผู้ปฏิบัติงานขององค์การ”

a)

วิสัยทัศน์

b)

พันธกิจ

c)

เป้าหมาย

d)

หน้าที่

10.

เหตุใดการวางแผนจึงช่วยกำหนดมาตรฐานในการควบคุม

a)

เพราะการวางแผนจะมีการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้บริหารเปรียบเทียบกับการปฏิบัติงานจริง

b)

เพราะการวางแผนเสมือนเครื่องมือคอยตรวจงานและติดตามงาน

c)

เพราะการวางแผนเป็นแนวทางในการกำหนดรายละเอียดในการควบคุม

d)

เพราะมาตรฐานในการควบคุมกับการวางแผนเป็นเรื่องเดียวกัน

11.

กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์มีกี่ขั้นตอน

a)

6 ขั้นตอน

b)

5 ขั้นตอน

c)

4 ขั้นตอน

d)

3 ขั้นตอน

12.

ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์

a)

การระบุพันธกิจ วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ขององค์การ

b)

การวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายนอก

c)

การกำหนดกลยุทธ์

d)

การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ

13.

ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์

a)

การวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายใน

b)

การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ

c)

การประเมินผลงาน

d)

การตรวจสอบกลยุทธ์

14.

ความสำคัญของการจัดการเชิงกลยุทธ์มีหลายประการ แต่ข้อใดไม่ใช่

a)

องค์การที่ใช้การจัดการเชิงกลยุทธ์จะมีผลการดำเนินงานดีขึ้น

b)

ช่วยทำให้จินตนาการที่เป็นภาพฝันปรากฏเป็นจริงในทางรูปธรรม

c)

ช่วยให้กระบวนการตัดสินใจของผู้บริหารชัดเจนถูกต้องมากขึ้น

d)

ผู้บริหารมีการติดตาม วิเคราะห์ ประเมิน และพยากรณ์สิ่งแวดล้อมได้ตลอดเวลา

15.

สรุปแล้วการจัดการเชิงกลยุทธ์คืออะไร

a)

การตัดสินใจและลงมือปฏิบัติเพื่อกำหนดการดำเนินงานระยะยาวขององค์การ

b)

การวางแผนที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากแผนทั่ว ๆ ไป

c)

การจัดการที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงเพื่อสร้างความทันสมัยให้องค์กร

d)

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ผู้บริหารกระทำเพื่อให้ได้กลยุทธ์ขององค์การ

16.

ประเด็นต่อไปนี้ควรนำไปใช้ในการวิเคราะห์เรื่องใด “ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง/กฎหมาย สังคมวัฒนธรรม ประชากรศาสตร์ เทคโนโลยี ผู้รับบริการ คู่แข่ง และกลุ่มผลประโยชน์”

a)

การวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายใน

b)

การวิเคราะห์จุดแข็ง

c)

การวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายนอก

d)

การวิเคราะห์โอกาส

17.

คำว่า Threats ตรงกับข้อใด

a)

อุปสรรค

b)

จุดแข็ง

c)

จุดอ่อน

d)

โอกาส

18.

ควรเต็มคำใดต่อไปนี้ลงไปในวงเล็บ “แม้ผู้บริหารจะวางแผนกลยุทธ์ไว้ดีเลิศเพียงใด หากไม่มี (________) อย่างเหมาะสมก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อองค์กร”

a)

การประเมินกลยุทธ์

b)

การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ

c)

การวิเคราะห์กลยุทธ์

d)

การบริหารจัดการกลยุทธ์

19.

ในบางองค์การยังคงใช้กลยุทธ์แบบนี้อยู่ แม้ว่าจะมีโอกาสเจริญเติบโต ซึ่งอาจเป็นเพราะมีความพอใจที่จะดำเนินงานเท่าที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการขยายงานหรือขยายกิจการต่อไป ตรงกับกลยุทธ์ในข้อใด

a)

กลยุทธ์เจริญเติบโต

b)

กลยุทธ์ปรับปรุงแก้ไขใหม่

c)

กลยุทธ์คงที่

d)

กลยุทธ์ตั้งรับ

20.

ข้อใดคือกลยุทธ์การขยายการดำเนินงาน

a)

กลยุทธ์ Concentration Growth

b)

กลยุทธ์ Retrenchment Strategy

c)

กลยุทธ์ Turnaround Strategy

d)

กลยุทธ์ Diversification Growth

21.

เครื่องมือที่เรียกว่า “BCG Matrix” ประกอบด้วยสัญลักษณ์ต่อไปนี้ แต่ข้อใดไม่ใช่

a)

กวาง

b)

เครื่องหมายคำถาม

c)

ดวงดาว

d)

สุนัข

22.

เทคนิคสำคัญที่ช่วยผู้บริหารในการประเมินสิ่งแวดล้อมมี 3 เทคนิค ข้อใดไม่ใช่

a)

การตรวจสอบสิ่งแวดล้อม

b)

การวิเคราะห์ SWOT

c)

การพยากรณ์

d)

การเปรียบประยุกต์เพื่อความเป็นเลิศ

23.

Forecasting มีอยู่ด้วยกัน 2 เทคนิคอะไรบ้าง

a)

เทคนิคระยะสั้นและระยะยาว

b)

เทคนิคเชิงรับและเชิงรุก

c)

เทคนิคเชิงปริมาณและคุณภาพ

d)

เทคนิคคงที่และหยืดหยุ่น

24.

Benchmarking มีกี่ขั้นตอน

a)

7 ขั้นตอน

b)

6 ขั้นตอน

c)

5 ขั้นตอน

d)

4 ขั้นตอน

25.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของ Benchmarking

a)

ตั้งทีมงานวางแผนการเปรียบประยุกต์เพื่อความเป็นเลิศ

b)

ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลภายในขององค์การเองและองค์การอื่นๆ

c)

วิเคราะห์ข้อมูลทั้งสองส่วนเพื่อให้เห็นช่องว่างของความแตกต่าง

d)

กำหนดกลยุทธ์เพื่อเอาชนะคู่แข่งในสนามการแข่งขัน

26.

ผู้ที่พัฒนา Gantt Chart คือใคร

a)

Robert Gantt

b)

Thomas Gantt

c)

Henry Gantt

d)

David Gantt

27.

Project Planning Process ประกอบด้วยกี่ขั้นตอน

a)

8 ขั้นตอน

b)

7 ขั้นตอน

c)

6 ขั้นตอน

d)

5 ขั้นตอน

28.

Scenario Planning คืออะไร

a)

การวางแผนโดยสร้างภาพไว้ล่วงหน้า

b)

การวางแผนโดยกำหนดสมมติ

c)

การวางแผนโดยการจำลองสถานการณ์

d)

การวางแผนระยะยาวอย่างมีวิสัยทัศน์

29.

เมื่อพูดถึงอนาคตมักจะมีสถานการณ์ต่อไปนี้คือ

a)

สิ่งที่ยังมาไม่ถึงและกำลังจะมาถึง

b)

การทำนายและคาดเดา

c)

การวางแผนเพื่อขจัดปัญหา

d)

ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน

30.

การวิเคราะห์อนุกรมเวลา (Time series analysis) จัดอยู่ในเทคนิคใดของการพยากรณ์ (Forecasting)

a)

เทคนิคเชิงคุณภาพ

b)

เทคนิคเชิงปริมาณ

c)

เทคนิคแบบผสานวิธี

d)

เทคนิคเชิงวิเคราะห์

31.

คำกล่าวต่อไปนี้คือนิยามในเรื่องใด “กระบวนการในการจัดโครงสร้างขององค์การ ซึ่งครอบคลุมเรื่องการแบ่งงาน การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้ผู้ปฏิบัติงาน การกำหนดกลุ่มงาน การกำหนดความสัมพันธ์ในสายการบังคับบัญชาและการประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ”

a)

การจัดองค์การ

b)

การนำ

c)

การวางแผน

d)

การจัดสายการบังคับบัญชา

32.

การออกแบบองค์การ (Organizational Design) เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบที่สำคัญกี่ประการ

a)

8 ประการ

b)

7 ประการ

c)

6 ประการ

d)

5 ประการ

33.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบที่สำคัญของการออกแบบองค์การ

a)

การวิเคราะห์งาน

b)

ความชำนาญงาน

c)

การจัดช่วงการบังคับบัญชา

d)

การจัดระเบียบงาน

34.

คำกล่าวต่อไปนี้ตรงกับแนวคิดใด “กรอบโครงงานขององค์การที่กำหนดงาน กลุ่มงาน และความสัมพันธ์ของงานไว้เมื่อมีการปรับโครงสร้างองค์การก็ต้องมีการออกแบบองค์การใหม่”

a)

สายการบังคับบัญชา

b)

การมอบหมายงาน

c)

ผังการดำเนินงาน

d)

โครงสร้างองค์การ

35.

ในการจัดสายการบังคับบัญชาจะเกี่ยวข้องกับเรื่องต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่

a)

ระบบพรรคพวก

b)

อำนาจหน้าที่

c)

ความรับผิดชอบ

d)

เอกภาพในการบังคับบัญชา

36.

ภาพต่อไปนี้ตรงกับเรื่องใด

a)

Chain of Command

b)

Unity of Command

c)

Span of Control

d)

Work Specialization

37.

องค์การโดยทั่วไปนิยมที่จะแบ่งฝ่ายและแผนกงานโดยใช้หลักเกณฑ์ทั้งหมดกี่แบบ

a)

5 แบบ

b)

4 แบบ

c)

3 แบบ

d)

2 แบบ

38.

การแบ่งกลุ่มงานตามอาณาเขต เช่น ภายในประเทศเดียวกัน แบ่งตามภาค เป็นลักษณะการแบ่งฝ่ายและแผนกงานแบบใดของการจัดองค์กร

a)

แบ่งตามผลิตภัณฑ์

b)

แบ่งตามพื้นที่

c)

แบ่งตามกระบวนการผลิต

d)

แบ่งตามหน้าที่

39.

การออกแบบองค์การในยุคศตวรรษที่ 21 ควรมีลักษณะการออกแบบเช่นใดจึงจะสอดคล้องกับความเป็นจริง

a)

การรวมอำนาจให้มากขึ้น

b)

การกระจายอำนาจให้มากขึ้น

c)

สร้างความเป็นทางการให้มากขึ้น

d)

เน้นสายการบังคับบัญชาให้มากขึ้น

40.

ข้อใดต่อไปนี้ตรงกับข้อใด “การออกแบบองค์การที่แน่นอนตายตัว มีการควบคุมอย่างเข้มงวด มีกฎระเบียบมากมายทุกขั้นตอนปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติงานไม่มีโอกาสใช้ดุลยพินิจ องค์การขนาดใหญ่และหน่วยราชการเป็นตัวอย่างหลักฐานที่ดี”

a)

การจัดองค์การแบบมีชีวิต

b)

การจัดองค์การแบบนวัตกรรม

c)

การจัดองค์การแบบจักรกล

d)

การจัดองค์การแห่งการเรียนรู้

41.

ข้อใดไม่ใช่รูปแบบองค์การแบบใหม่ ๆ

a)

องค์การแบบจักรกล

b)

องค์การเสมือนจริง

c)

องค์การที่ไม่มีขอบเขต

d)

องค์การแห่งการเรียนรู้

42.

องค์การทั้งหลายจะมีโครงสร้างต่างกัน ผู้บริหารจะต้องออกแบบโครงสร้างองค์การให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งต้องคำนึงถึงปัจจัยตามสถานการณ์ (Contingency Factors) หลาย ๆ ด้าน ข้อใดไม่ใช่

a)

กลยุทธ์ขององค์การและโครงสร้างขององค์การ

b)

ขนาดองค์การ

c)

เทคนิค/วิธีการ/สไตล์การบริหารจัดการองค์กร

d)

ระดับความไม่แน่นอนของสภาวะแวดล้อม

43.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของการติดต่อสื่อสาร

a)

ควบคุมพฤติกรรมของพนักงาน

b)

จูงใจพนักงาน

c)

การทำงานร่วมกันของพนักงาน

d)

ประชาสัมพันธ์ด้านดีขององค์การ

44.

องค์ประกอบของกระบวนการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลประกอบด้วยกี่ส่วน

a)

8 ส่วน

b)

7 ส่วน

c)

6 ส่วน

d)

5 ส่วน

45.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของกระบวนการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล

a)

ข่าวสารที่ต้องการส่ง

b)

การให้สัญญานด้านกลับของข่าวสาร

c)

การย้อนกลับ

d)

การแปลงข่าวสาร

46.

ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลนั้น

Encode หมายความว่าอะไร

a)

ความสามารถในการแปลงข่าวสาร

b)

ช่องทางในการส่งข่าวสาร

c)

ช่องทางในการรับข่าวสาร

d)

รหัสของสารที่ต้องการส่ง

47.

ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลนั้น Decode หมายความว่าอะไร

a)

การแปลงข่าวสาร

b)

ช่องทางในการส่งข่าวสาร

c)

ช่องทางในการรับข่าวสาร

d)

การตีความข่าวสารของผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสาร

48.

ข้อใดคือวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่สำคัญ

a)

Nonverbal Communication

b)

Selective Perception

c)

Memos

d)

Traditional Mail

49.

การกรองข้อมูลให้บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงตรงกับศัพท์ข้อใด

a)

Emotions

b)

Information Overload

c)

Filtering

d)

Selective Perception

50.

ข้อใดไม่ใช่อุปสรรคของการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ

a)

การเลือกรับรู้ข่าวสาร

b)

การได้รับข้อมูลข่าวสารมากเกินไป

c)

ข้อเท็จจริงที่อยู่ในสารที่ส่ง

d)

การกรองข้อมูลให้บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง

51.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการแก้ไขอุปสรรคของการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ

a)

การใช้ภาษาง่าย ๆ

b)

การให้โอกาสผู้รับข่าวสารโต้ตอบ

c)

การหยุดการติดต่อสื่อสารสักระยะ

d)

การสังเกตอากัปกิริยาของคู่สนทนา

52.

Constrain Emotions คืออะไร

a)

การระงับการมีอารมณ์ความรู้สึก

b)

การใช้ภาษาง่าย ๆ

c)

การสังเกตอากัปกิริยาของคู่สนทนา

d)

การตั้งใจรับฟัง

53.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Active Listening

a)

Don’t overtalk

b)

Be empathetic

c)

Make eye contact

d)

Talkative

54.

Downward Communication คือรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ตรองกับข้อไหน

a)

การติดต่อสื่อสารจากพนักงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาไปยังผู้บริหาร

b)

การติดต่อสื่อสารระหว่างพนักงานในระดับเดียวกันขององค์การเดียวกัน

c)

การติดต่อสื่อสารจากผู้บริหารมายังพนักงาน

d)

การติดต่อสื่อสารภายในองค์การเดียวกันและข้ามแผนกงาน

55.

รูปแบบทิศทางของการติดต่อสื่อสารมีกี่ประเภท

a)

3 ประเภท

b)

4 ประเภท

c)

5 ประเภท

d)

6 ประเภท

56.

ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของเครือข่ายการติดต่อสื่อสาร

a)

Directed Network

b)

Chain Network

c)

Wheel Network

d)

All Channel Network

57.

การติดต่อสื่อสารในลักษณะเครือข่ายเกิดจากการประสานกันของการติดต่อสื่อสารแบบไหน

a)

แบบเชิงรุกกับแบบเชิงรับ

b)

แบบแนวดิ่งกับแบบแนวราบ

c)

แบบจักรกลกับแบบสิ่งมีชีวิต

d)

แบบเรียบง่ายกับแบบซับซ้อน

58.

คำนิยามต่อไปนี้ตรงกับแนวคิดใด “เครือข่ายของการติดต่อสื่อสารในองค์การที่ไม่เป็นทางการซึ่งมีปรากฏอยู่ในทุกองค์การและเป็นแหล่งสำคัญของข่าวลือทั้งหลายในองค์การที่เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์โดยไม่สามารถห้ามได้”

a)

Emergence of Leader

b)

Wheel Network

c)

The Grapevine

d)

Chain Network

59.

ข้อใดไม่ใช่ประเด็นสำคัญของการติดต่อสื่อสารในองค์การปัจจุบัน

a)

การจัดการทรัพยากรความรู้ขององค์การ

b)

การติดต่อสื่อสารแบบรวมศูนย์การติดต่อ

c)

บทบาทของการติดต่อสื่อสารในการให้บริการแก่ลูกค้า

d)

การเลือกใช้คำอย่างมีศิลป์ในการติดต่อสื่อสาร

60.

คำใดเป็นคำที่เหมาะสมที่จะใช้ในการติดต่อสื่อสาร

a)

คนพิการ

b)

คนตาบอด

c)

ผู้มีปัญหาทางกายภาพ

d)

ผู้สูงวัย

61.

ข้อใดไม่ใช่ตัวอย่างของการปฏิบัติงานเพื่อให้ได้ผลงานสูง

a)

Self-managed teams

b)

Decentralized decision making

c)

Open communication

d)

Fixed job assignments

62.

กระบวนการจัดการทรัพยากรมนุษย์มีกี่ขั้นตอน

a)

10 ขั้นตอน

b)

9 ขั้นตอน

c)

8 ขั้นตอน

d)

7 ขั้นตอน

63.

ข้อใดคือขั้นตอนแรกของกระบวนการจัดการทรัพยากรมนุษย์

a)

การปฐมนิเทศ

b)

การวางแผนทรัพยากรมนุษย์

c)

การคัดเลือก

d)

การสรรหา

64.

ข้อใดไม่ได้อยู่ในเรื่องการรักษาพนักงานที่ดีให้อยู่กับองค์กร

a)

การฝึกอบรม

b)

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

c)

การจ่ายค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์

d)

การพัฒนาอาชีพ

65.

ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการจัดการทรัพยากรมนุษย์

a)

การฝึกอบรม

b)

การพัฒนาอาชีพ

c)

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

d)

การจ่ายค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์

66.

การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่

a)

การประเมินผลทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

b)

การประเมินผลความต้องการทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

c)

การสะท้อนกลับ

d)

การวิเคราะห์งาน

67.

เอกสารบรรยายลักษณะงานตรงกับข้อใด

a)

Job Specification

b)

Overstaffed

c)

Human Document

d)

Job Description

68.

หากองค์การมีความต้องการบุคลากรเพิ่มควรใช้วิธีใด

a)

Development

b)

Evaluation

c)

Recruitment

d)

Orientation

69.

หากปริมาณบุคลากรหรือพนักงานมีอยู่มากเกินความจำเป็น องค์การอาจต้องลดกำลังคนลงหรือปรับลดขนาดองค์การลง (Downsizing) ด้วยวิธีการต่อไปนี้ แต่ข้อใดไม่ใช่

a)

Selection

b)

Firing

c)

Layoffs

d)

Early retirements

70.

กรณีใดจึงจะเรียกว่าเข้าข่ายกรณีที่ผู้สมัครที่จะทำงานได้อย่างดีหากมีโอกาสเข้ามาทำงานในองค์กร แต่คณะกรรมการคัดเลือกกลับปฏิเสธไม่รับเขาผู้นั้น

a)

Accept Errors

b)

Reject Errors

c)

Double Errors

d)

Unsuccessful Accept

71.

รูปแบบใดเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมใช้ในการคัดเลือกมากที่สุด

a)

แบบทดสอบ

b)

การตรวจสอบภูมิหลัง/ประวัติ

c)

การสัมภาษณ์

d)

การทดสอบข้อเขียน

72.

ข้อใดเป็นเรื่องของการปฐมนิเทศบุคลากรที่เข้ามาใหม่

a)

Employee Training

b)

Employee Development

c)

Work Unit Orientation

d)

Congratulations

73.

นักวิชาการคนใดเป็นผู้เสนอคำอธิบาเรื่องการเปลี่ยนแปลงว่าเปรียบเสมือนคลื่น

a)

Max Weber

b)

Peter Drucker

c)

Federick Taylor

d)

Kurt Lewin

74.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของอุปมาของกระบวนการเปลี่ยนแปลง “เมื่อคลื่นสงบ” (Calm Waters Metaphor)

a)

Freezing

b)

Unfreezing

c)

Changing

d)

Refreezing

75.

รูปแบบของการเปลี่ยนแปลงขององค์การที่สำคัญมี 3 ส่วน ข้อใดไม่ใช่

a)

การติดต่อสื่อสาร

b)

โครงสร้างองค์การ

c)

เทคโนโลยี

d)

คน

76.

เรื่องใดต่อไปนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ

a)

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดฝ่ายและแผนกงาน

b)

การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขกระบวนการทำงาน

c)

การจัดสายบังคับบัญชา

d)

ช่วงการบังคับบัญชา

77.

การเปลี่ยนแปลงใดไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องบุคลากรในองค์การ

a)

ทัศนคติ (Attitude)

b)

ความคาดหวัง (Expectation)

c)

ระดับการรวมอำนาจ (Centralization)

d)

การรับรู้ (Perception)

78.

เทคนิคหรือวิธีการที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ของพนักงานในการทำงานให้มีประสิทธิผลมีอยู่ด้วยกัน 5 วิธี ข้อใดไม่ใช่

a)

วิธีการฝึกอบรมเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม

b)

การสร้างทีมงานให้เกิดประสิทธิผล

c)

การประชุมกลุ่มพนักงานเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติ

d)

การตั้งสหภาพเพื่อการเจรจาในเรื่องต่างๆ

79.

เทคนิคที่ผู้บริหารใช้เพื่อการลดการต่อต้านมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ข้อใดไม่ใช่

a)

เพิกเฉยไม่สนใจผู้ที่ต่อต้านเพื่อลดทอนและไม่ให้ความสำคัญ

b)

ให้ความรู้ความเข้าใจและสื่อสารให้พนักงานทราบ

c)

ให้พนักงานที่ต่อต้านมีส่วนร่วมในการพิจารณาและตัดสินใจ

d)

บังคับขู่เข็ญพวกที่ต่อต้าน

80.

ข้อใดคือองค์ประกอบที่สำคัญของนวัตกรรม (Innovation)

a)

ความท้าทาย

b)

การรับมือกับปัญหา

c)

ความแตกต่าง

d)

ความคิดสร้างสรรค์

81.

ปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมที่สำคัญมี 3 อย่าง ข้อใดไม่ใช่

a)

มีโครงสร้างองค์การที่ดี

b)

มีการประสานงานที่ดี

c)

มีวัฒนธรรมองค์การที่ดี

d)

มีการปฏิบัติในด้านทรัพยากรมนุษย์ที่ดี

82.

ข้อความต่อไปนี้คือคำอธิบายในเรื่องใด “เป็นโครงสร้างองค์การแบบมีชีวิต มีความสามารถในการปรับตัวสูง มีพนักงานที่มีการพัฒนาความรู้ความสามารถ มีทักษะในการปฏิบัติงานสูง”

a)

Abundant Resources

b)

High Interunit Communication

c)

Organic Structure

d)

Minimal Time Pressure

83.

ข้อใดเป็นการอธิบายการศึกษาพฤติกรรมองค์การ (Organizational Behavior) ได้ถูกต้อง

a)

การศึกษาพฤติกรรมของบุคคลและกลุ่มในองค์การ

b)

การศึกษาพฤติกรรมพนักงานในองค์การ

c)

การศึกษาผู้บริหารในองค์การ

d)

การศึกษาพฤติกรรมความขัดแย้งและความร่วมมือในองค์การ

84.

ความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมขององค์การทั้งหลายนั้นมักจะไม่ชัดเจนเหมือนก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเล (Iceberg) ข้อใดต่อไปนี้เป็นส่วนที่จมอยู่ในทะเลด้านล่างสุด

a)

ทัศนคติ (Attitudes)

b)

การรับรู้ (Perceptions)

c)

ปทัสถานของกลุ่ม (Group Norms)

d)

ปฏิสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการ (Informal Interactions)

85.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องของบุคลิกภาพ

a)

เงียบขรึม (Quiet)

b)

อ่อนข้อ (Passive)

c)

มีประสบการณ์ (Experience)

d)

เปิดเผย (Extroverted)

86.

ในทางหลักวิชา กลุ่มสามารถแบ่งออกอย่างกว้างๆ ได้กี่แบบ

a)

2 แบบ กลุ่มเปิดเผยกับกลุ่มลับ

b)

2 แบบ กลุ่มที่เป็นทางการกับไม่เป็นทางการ

c)

2 แบบ กลุ่มที่ขัดแย้งกับกลุ่มที่ร่วมมือ

d)

2 แบบ กลุ่มที่สนับสนุนกับกลุ่มที่ต่อต้าน

87.

ขั้นตอนในการพัฒนาของกลุ่ม (Stages of Group Development) มีกี่ขั้นตอน

a)

6 ขั้นตอน

b)

5 ขั้นตอน

c)

4 ขั้นตอน

d)

3 ขั้นตอน

88.

ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนากลุ่ม

a)

Adjourning

b)

Forming

c)

Storming

d)

Norming

89.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่โครงสร้างของกลุ่ม

a)

กำหนดบทบาทของสมาชิก

b)

การปฏิบัติตามบรรทัดฐาน

c)

กำหนดทักษะของสมาชิกของกลุ่ม

d)

กำหนดระบบสถานภาพ

90.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประเภทของทัศนะเกี่ยวกับความขัดแย้ง

a)

ทัศนะแบบดั้งเดิม (Traditional View)

b)

ทัศนะแบบทันสมัย (Modern View)

c)

ทัศนะแบบมนุษยสัมพันธ์ (Human Relations View)

d)

ทัศนะแบบปฏิสัมพันธ์ (Interaction View)

91.

ข้อใดไม่ใช่ความแตกต่างระหว่างกลุ่มกับทีม

a)

กลุ่มเน้นผู้นำชัดเจน ทีมแชร์บทความความเป็นผู้นำ

b)

กลุ่มต่างคนต่างรับผิดชอบ ทีมทุกคนรับผิดชอบของตนเองและของทีม

c)

กลุ่มผลผลิตนั้นมาจากของแต่ละคน ทีมนั้นผลผลิตมาจากทุกคนร่วมกัน

d)

กลุ่มอาจมีความขัดแย้ง ขณะที่ทีมไม่มีความขัดแย้ง

92.

ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของทีมในองค์การสมัยใหม่

a)

Problem Solving Team

b)

Self-Managed Team

c)

Cross-functional Team

d)

Hidden Team

93.

ข้อใดเป็นข้อแรกสุดของการพัฒนาและบริหารทีมให้มีประสิทธิผล

a)

ต้องมีเป้าหมายชัดเจน (Clear Goals)

b)

สมาชิกภายในทีมทุกคนต้องกมีความสามารถเฉพาะตัว (Relevant Skills)

c)

ความสามารถในการเจรจาต่อรอง (Negotiating Skills)

d)

สมาชิกของทีมต้องมีความภักดีและอุทิศตัวเองให้กับทีม (Unified Commitment)

94.

ทฤษฎีการจูงใจแบ่งได้เป็นกี่ประเภท

a)

2 ประเภท แบบเชิงบวกกับแบบเชิงลบ

b)

2 ประเภท แบบดั้งเดิมกับแบบร่วมสมัย

c)

3 ประเภท แบบเก่า แบบใหม่ แบบกลางเก่ากลางใหม่

d)

3 ประเภท แบบตะวันตก แบบยุโรป แบบเอเชีย

95.

ข้อใดไม่ได้จัดอยู่ใน Early Theories of Motivation

a)

Maslow’s Hierarchy of Needs Theory

b)

MaGregor’s Theory X และ Theory Y

c)

Expectancy Theory

d)

Herzberg’s Motivation-Hygiene Theory

96.

ข้อใดไม่จัดอยู่ใน Contemporary Theories of Motivation

a)

Three-Needs Theory

b)

Goal Setting Theory

c)

Equity Theory

d)

Man Power Theory

97.

ทฤษฎีแรงจูงใจใดที่จัดให้หลักการบริหารแบบ MBO ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของทฤษฎีนี้

a)

Goal Setting Theory

b)

Expectancy Theory

c)

Maslow’s Hierarchy of Needs Theory

d)

Reinforcement Theory

98.

คำอธิบายต่อไปนี้ตรงกับทฤษฎีแรงจูงใจใด “หากอัตราส่วนของเงินเดือนของพนักงานคนนั้นเท่ากับอัตราส่วนของเงินเดือนของพนักงานคนอื่น ๆ เขาจะมีความรู้สึกว่าเกิดความเท่าเทียม หรือความยุติธรรม แต่หากอัตราส่วนไม่เท่ากัน ความไม่ยุติธรรมในความรู้สึกของพนักงานคนนั้นก็จะเกิดขึ้น”

a)

Expectancy Theory

b)

Equity Theory

c)

Reinforcement Theory

d)

Three-Needs Theory

99.

นักศึกษาคิดว่า Mr. J เป็นผู้บริหารใน Grid ช่องไหน ตามทฤษฎี Managerial Grid

a)

Impoverished Management (1, 1)

b)

Middle of the Road Management (5, 5)

c)

Task Management (9, 1)

d)

Team Management (9, 9)

100.

งานวิจัยของ Kirkpatrick และ Locke ได้สรุปคุณลักษณะของผู้นำไว้ 7 ประการ ข้อใดไม่ใช่

a)

มีพลังความพยายามและความปรารถนาอันแรงกล้า (Drive)

b)

มีความซื่อสัตย์และความมั่นคงในความคิดและการกระทำ (Honesty and Integrity)

c)

มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง (Self-Confident)

d)

พร้อมจะเป็นผู้ตามได้เมื่อจำเป็น (Desire to Follower)