wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบแก้ตัวปลายภาคเรียนที่ 1 ชีววิทยา ม.5

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ปัจจัยใดที่มีความสัมพันธ์กับการคายน้ำของพืชน้อยที่สุด

a)

แรงดันราก

b)

การดูดซึมน้ำ

c)

การเปิดปากใบ

d)

การลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ

2.

ปัจจัยใดที่ส่งผลให้ปากใบของพืชเปิดกว้าง

a)

แรงดันภายในรากสูงมาก

b)

มีลมแรงและอากาศร้อนจัด

c)

เซลล์คุมมีแรงดันออสโมติกสูงกว่าเซลล์ข้างเคียง

d)

มีการแพร่ของน้ำออกจากเซลล์คุมไปสู่เซลล์ข้างเคียง

3.

เพราะเหตุใดใบไม้จึงอาจเหี่ยวในตอนกลางวันที่มีแสงแดดจัด

a)

พืชดูดน้ำได้น้อยลง

b)

พืชคายน้ำได้มากขึ้น

c)

ดินมีปริมาณน้ำน้อย

d)

พืชคายน้ำได้เร็วกว่าดูดน้ำ

4.

เพราะเหตุใดต้นกระบองเพชรจึงมีน้ำอยู่ภายในต้นปริมาณมาก

a)

ต้นกระบองเพชรสามารถดูดน้ำไว้ได้มาก

b)

ต้นกระบองเพชรไม่มีการคายน้ำเลยเพราะไม่มีใบ

c)

ต้นกระบองเพชรมีการคายน้ำน้อยและสะสมน้ำไว้มาก

d)

ต้นกระบองเพชรมีลำต้นใหญ่และอ่อนนุ่มซึ่งอุ้มน้ำไว้ได้มาก

5.

การปรับตัวของพืชต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งแบบทะเลทรายไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างใด

a)

มีชั้นคอร์ก

b)

ลำต้นอวบน้ำ

c)

มีปากใบแบบจม

d)

มีใบลดรูปเป็นหนาม

6.

ส่วนใดของรากที่เป็นอุปสรรคมากที่สุดต่อการลำเลียงน้ำ

a)

เพริไซเคิล

b)

คอร์เทกซ์

c)

เอพิเดอร์มิส

d)

เอนโดเดอร์มิส

7.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

อุณหภูมิมีผลต่อการคายน้ำของพืช

b)

ผนังเซลล์มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงน้ำในพืช

c)

อโพพลาสต์คือการลำเลียงน้ำไปตามผนังเซลล์หรือช่องว่างระหว่างเซลล์

d)

การสูญเสียน้ำทางไฮดาโทดที่ใบและเลนติเซลที่ลำต้นมีกลไกเหมือนกัน

8.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

กระบวนการคายน้ำช่วยลดอุณหภูมิของพืชในขณะที่พืชได้รับแสง

b)

กระบวนการลำเลียงน้ำ และแร่ธาตุอาศัยระบบท่อลำเลียงที่ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่ตายแล้ว

c)

การลำเลียงน้ำจากรากขึ้นสู่ยอดพืชที่มีความสูงหลายสิบเมตร เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนสถานะของน้ำไปเป็นแก๊ส

d)

กระบวนการกัตเตชัน (Guttation) ของพืชบางชนิด จะเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นในบรรยากาศสูงและปากใบเปิด

9.

ข้อใดเกี่ยวข้องกับการดูดและลำเลียงน้ำจากรากไปสู่ใบมากที่สุด

1. การคายน้ำ

2. การสังเคราะห์ด้วยแสง

3. ความเข้มข้นของสารภายในราก

a)

1

b)

2

c)

1,2

d)

2,3

10.

กลไกใดที่พืชใช้ลำเลียงแร่ธาตุจากรากไปสู่ใบได้เร็วที่สุด

a)

แรงดันราก

b)

แรงแคพิลลารี

c)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

d)

แรงดึงจากการคายน้ำ

11.

2H2S + CO2 ---> (CH2) + H2O + 2S จากสมการข้างต้น พบในสิ่งมีชีวิตชนิดใด

a)

Moss

b)

Iichens

c)

Eubacteria

d)

Green sulfur bacteria

12.

จากการทดลองของแวน นีล (Van Niel) เป็นการสนับสนุนคำกล่าวในข้อใด

a)

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง สามารถสร้างธาตุซัลเฟอร์

b)

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง น้ำเป็นตัวที่ทำให้เกิดแก๊สออกซิเจน

c)

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง แก๊สคาร์บอนไดออกไซต์เป็นตัวทำให้เกิดแก๊สออกซิเจน

d)

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ไฮโดรเจนจากโมเลกุลของน้ำจะถูกเปลี่ยนไปเป็นคาร์โบไฮเดรต

13.

ภายในสโตรมา (Stroma) ของคลอโรพลาสต์บรรจุสารชนิดใด

a)

เอนไซม์ในวัฏจักรคัลวิน

b)

เอนไซม์ ไรโบโซม DNA

c)

เอนไซม์ คลอโรฟิลล์ ATP

d)

คลอโรฟิลล์ ไรโบโซม RNA

14.

ในพืชสีเขียวโดยทั่วไป จะพบคลอโรฟิลล์ชนิดใด

a)

คลอโรฟิลล์บี และซี

b)

คลอโรฟิลล์บี และดี

c)

คลอโรฟิลล์เอ และบี

d)

คลอโรฟิลล์เอ และซี

15.

แสงสีที่พืชดูดกลืนไว้ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุด คือแสงสีใด

a)

สีแดง

b)

สีม่วง

c)

สีเขียว

d)

สีเหลือง

16.

Antenna ที่ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงคือข้อใด

a)

PEP RuBP

b)

ATP NADPH

c)

รงควัตถุใน PSI และ PSII

d)

ศูนย์กลางปฏิกิริยาของ PSI และ PSII

17.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบแสง I และระบบแสง II

a)

ระบบแสง I พลังงานแสงที่ได้จะถูกเปลี่ยนเป็น ATP

b)

ระบบแสง II รับพลังงานแสงขั้นต่ำที่สุดที่ความยาวคลื่น 680 nm

c)

ระบบแสง I รับพลังงานแสงขั้นต่ำที่สุดที่ความยาวคลื่น 700 nm

d)

ระบบแสง II มีรงควัตถุอื่นๆมาประกอบ เช่น Bacterio Chlorophyll

18.

พืชใช้คาร์บอนไดออกไซต์กับน้ำเป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์ด้วยแสง แต่สำหรับแบคทีเรียใช้สิ่งใดเป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

กลูโคส กับ ออกซิเจน

b)

คาร์บอนไดออกไซต์ กับ น้ำ

c)

คาร์บอนไดออกไซต์ กับ ไฮโดรเจนซัลไฟต์

d)

คาร์บอนไดออกไซต์ กับ ซัลเฟอร์ไดออกไซต์

19.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

เป็นกระบวนการที่ผู้ผลิตสร้างพลังงานเคมีได้

b)

โดยทั่วไปแล้วเกิดขึ้นในผู้ผลิตที่เป็นยูแคริโอตเท่านั้น

c)

เป็นกระบวนการที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้แก่ชั้นบรรยากาศ

d)

ในสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินจะใช้ไฮโดรเจนซัลไฟต์ แทนน้ำ

20.

H2O ---> 2H+ + 2e- + ½ O2 จากสมการข้างต้น เกิดขึ้นที่บริเวณใด

a)

Stroma

b)

Thylakoid

c)

Inner membrane

d)

Outer membrane

21.

สิ่งใดต่อไปนี้ที่ไม่มีความสำคัญต่อปฏิกิริยาแสง

a)

O2

b)

CO2

c)

H2O

d)

NADP

22.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

1. เป็นกระบวนการช่วยลด CO2 ซึ่งเป็นการช่วยลดปัญหาปรากฏการณ์เรือนกระจก

2.เป็นกระบวนการเปลี่ยนรูปพลังงานเคมีในบรรยากาศ

3.เป็นกระบวนการสร้างสารอินทรีย์ได้มากที่สุดในระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิต

a)

1

b)

2

c)

1 และ 3

d)

2 และ 3

23.

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช “วัฏจักรคัลวิน” มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ปฏิกิริยาที่มีการสังเคราะห์ ATP

b)

ปฏิกิริยาที่ทำให้โมเลกุลของสารแตกตัว

c)

ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีแสงเท่านั้น

d)

ปฏิกิริยาที่ใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซต์ไปสร้างเป็นคาร์โบไฮเดรต

24.

ในปฏิกิริยาแสง พลังงานแสงจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานเคมีแล้วเก็บไว้ในสารชนิดใด

1. ATP

2. O2 และ FADH2

3. NADPH + H+

a)

1 และ 2

b)

1 และ 3

c)

2 และ 3

d)

1 2 และ 3

25.

ปฏิกิริยาใดเป็นปฏิกิริยาแรกที่เกิดขึ้นในปฏิกิริยาใช้แสง

a)

Photooxidation จากพลังงานเคมี กระตุ้นให้อิเล็กตรอนในระบบแสง I เกิดภาวะตื่นตัว

b)

Photooxidation จากพลังงานแสง กระตุ้นให้อิเล็กตรอนในระบบแสง II เกิดภาวะตื่นตัว

c)

Photolysis จากพลังงานแสง กระตุ้นให้เกิดการสลายโมเลกุลของน้ำ ซึ่งให้อิเล็กตรอนแก่ระบบแสง II

d)

Photolysis จากพลังงานแสง กระตุ้นให้เกิดการสลายโมเลกุลของน้ำ ซึ่งให้อิเล็กตรอนแก่ระบบแสง I

26.

ข้อใดต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักร

a)

H2O ,PSI , PSII

b)

H2O , PSI, ATP

c)

PSI ,ATP ,NADP+

d)

PSI ,ATP ,Cc

27.

แสงสว่างมีความสำคัญต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงอย่างไร

a)

ทำให้เกิดการสร้างสารอินทรีย์

b)

ช่วยให้เกิดกระบวนการโฟโตไลซิส

c)

ช่วยในกระบวนการรีดิวซ์ PGA ให้กลายเป็น G3P

d)

ช่วยทำให้เกิดการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในวัฏจักรคัลวิน

28.

“ในวัฏจักรคัลวิน ใช้เอนไซม์ A ในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ให้รวมตัวกับสาร B และเปลี่ยนเป็นสาร C ในที่สุด” จากข้อความดังกล่าว A B และ C คือสารใดตามลำดับ

a)

Rubisco RuBP PGA

b)

RuBP Rubisco PGA

c)

RuBP Rubisco G3P

d)

Rubisco RuBP G3P

29.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโฟโตเรสไพเรชัน

a)

RuBP จับกับออกซิเจนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์

b)

เกิดขึ้นเมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเซลล์ไม่เพียงพอในการสร้างน้ำตาล

c)

เกิดขึ้นจากการที่เซลล์พืชต้องการออกซิเจนมาสลายสารอาหารในตอนกลางวัน

d)

เอนไซม์รูบิสโก เร่งปฏิกิริยาในการตรึงกับออกซิเจน ซึ่งทำให้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงลดลง

30.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพืช CAM

a)

มีการเปิดปากใบในเวลากลางคืน

b)

การตรึง CO2 เกิดขึ้นในทุกเซลล์ที่มีคลอโรพลาสต์

c)

ผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่เกิดจากการตรึงCO2 ครั้งแรกคือ OAA

d)

มีการตรึง CO2 ครั้งแรกในมีโซฟิลล์ โดย PEP และครั้งที่ 2 ที่บันเดิลชีทโดย RuBP

31.

ข้อใด คือน้ำตาลตัวแรกที่เป็นผลผลิตจากวัฏจักรคัลวิน

1. Phosphoglycerate

2. Glyceraldehyde-3-phosphate

3. Phosphoglyceraldehyde

a)

1

b)

2

c)

1 และ 2

d)

2 และ 3

32.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโฟโตเรสไพเรชัน

a)

ไม่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C4

b)

มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 มากกว่าพืช C4

c)

ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงน้อยลง

d)

เอนไซม์รูบิสโกเร่งปฏิกิริยาในการตรึงกับออกซิเจน ซึ่งทำให้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงลดลง

33.

กระบวนการใดเกิดขึ้นทั้งในพืช C3 C4 และ CAM

a)

Calvin cycle

b)

Photorespiration

c)

Hatch – Slack pathway

d)

Crassulacean acid metabolism

34.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตรึง CO2 ของพืช C4 และพืช CAM

a)

เกิดวัฏจักรคัลวิน

b)

การตรึง CO2 ครั้งแรกให้ PEP

c)

การตรึง CO2 ครั้งที่ 2 ใช้ RuBP

d)

ผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ได้ คือ มาเลต

35.

การเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้สูงขึ้น จะมีผลต่ออัตราการสังเคราะห์แสงของพืชใดต่อไปนี้

a)

มะม่วง ขนุน ตำลึง

b)

ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง

c)

มะม่วง สับปะรด หญ้าแพรก

d)

ข้าวโพด กุหลาบ ผักโขมจีน

36.

ธาตุชนิดใดที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์

a)

เหล็ก

b)

สังกะสี

c)

ทองแดง

d)

โมลิบดินัม

37.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการปรับตัวของพืชเพื่อรับแสง

a)

พืชที่อยู่ใต้ร่มเงาของพืชอื่นมักจะมีใบหนา เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการรับแสง

b)

ผนังด้านนอกของเซลล์ชั้น Epidermis มีลักษณะโค้งนูนและหนา เพื่อช่วยรวมแสง

c)

ช่องว่างใต้ปากใบ ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สได้ดี ซึ่งส่งผลให้เกิดอัตาการสังเคราะห์ด้วยแสงมากขึ้น

d)

อากาศที่อยู่ในช่องว่างระหว่างเซลล์เนื้อใบ และน้ำที่เคลือบผนังเซลล์ ทำให้แสงส่องผ่านและสะท้อนไปยังทุกเซลล์ได้

38.

ถ้านำคลอโรพลาสต์ที่สกัดจากพืชใส่ลงในหลอดทดลอง ให้แสงสว่างแก่หลอดทดลองทุกหลอด แล้วเติม ADP Pi และ NADP+ แต่ไม่ให้ CO2 ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นคือข้อใด

a)

น้ำตาลกลูโคส ออกซิเจน

b)

น้ำตาลกลูโคส ATP ออกซิเจน

c)

ATP NADPH ออกซิเจน

d)

น้ำตาลกลูโคส ออกซิเจน ATP NADPH

39.

ในสภาพที่ไม่มีแสง วัฏจักรคัลวินอาจเกิดขึ้นต่อไปได้ หากมีสารในข้อใด

a)

NADPH

b)

NADPH และ ATP

c)

ATP และ Rubisco

d)

NADPH และ ATP

40.

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักร ตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายคือข้อใด

a)

O2

b)

NADP+

c)

PSI PSII

d)

Cytochrome complex

41.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาใช้แสง

1. ถ่ายทอดอิเล็กตรอนผ่านเยื่อหุ้มชั้นในของคลอโพลาสต์

2. มีการผลิต NADPH

3. ทำให้เกิดฟอสโฟรีเลชัน

4. ถ่ายทอดอิเล็กตรอนผ่าน NADPH

a)

1 และ 2

b)

2 และ 3

c)

3 และ 4

d)

1 2 และ 4

42.

พลังงานที่นำมาสร้าง ATP จากปฏิกิริยาใช้แสง มีแหล่งกำเนิดมาจากข้อใด

a)

พลังงานที่รงควัตถุดูดซับไว้

b)

พลังงานที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

c)

ความเข้มข้นของโปรตอนที่แตกต่างกันระหว่างภายนอกกับภายในไทลาคอยด์

d)

ความเข้มข้นของอิเล็กตรอนที่แตกต่างกันระหว่างภายนอกกับภายในไทลาคอยด์

43.

ข้อความเปรียบเทียบการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงและการหายใจต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้อง

a)

การหายใจมีการถ่ายทอดอิเล็กตรอนจากสารที่มีกำลังรีดิวซ์ต่ำไปสูง การสังเคราะห์ด้วยแสงมีการถ่ายทอดอิเล็กตรอนจากสารที่มีกำลังรีดิวซ์สูงไปต่ำ

b)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนในการหายใจ เป็นผลให้มีการสังเคราะห์ ATP แต่การสังเคราะห์ด้วยแสงไม่มี ATP เกิดขึ้น

c)

ในการหายใจตัวให้อิเล็กตรอน คือ NADH ส่วนในการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น ตัวให้อิเล็กตรอนคือ NADPH

d)

การหายใจ การถ่ายทอดอิเล็กตรอนเกิดในของเหลวในไมโทคอนเดรีย ส่วนการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดในกรานาของคลอโรพลาสต์

44.

ผลผลิตของปฏิกิริยาใช้แสงที่ถูกนำมาใช้ต่อในขั้นตอนของปฏิกิริยาไม่ใช้แสง คือ

a)

ATP และ น้ำ

b)

ATP และ NADPH

c)

ATP และ ก๊าชออกซิเจน

d)

ก๊าซออกซิเจน และ NADPH

45.

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช มีการสลายสารประกอบที่เป็นวัตถุดิบ 2 อย่างด้วยกัน อยากทราบว่าวัตถุดิบอะไรสลายตัวเมื่อได้รับแสง

a)

ก. น้ำ

b)

ข. ออกซิเจน

c)

ค. คลอโรฟิลล์

d)

ง. คาร์บอนไดออกไซด์

46.

สิ่งมีชีวิตพวกใดที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ แต่สามารถสังเคราะห์อาหารได้จากสารอนินทรีย์

a)

เห็ดรา

b)

อะมีบา

c)

แบคทีเรีย

d)

โพรโทซัว

47.

การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในใบอ้อย สารผลลัพธ์ตัวแรกของการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ควรจะเป็นสารตัวใด

a)

PGA

b)

PEP

c)

OAA

d)

CAM

48.

ใบของพืชมีลักษณะอย่างไร เพื่อให้มีการสร้างอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ

a)

แตกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อให้รับแสงได้ดี

b)

เป็นแผ่นแบนวางตัวในแนวที่รับแสงได้ดี

c)

เป็นแผ่นแบนเพื่อให้เนื้อเยื่อลำเลียงทำงานได้ดี

d)

แตกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อให้เนื้อเยื่อลำเลียงทำงานได้ดี

49.

อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงอาจวัดได้จาก

a)

ปริมาณ ATP ที่เกิดขึ้น

b)

อัตราการดูดน้ำของพืช

c)

ปริมาณออกซิเจนที่เกิดขึ้น

d)

อัตราการดูดแสงของรงควัตถุ

50.

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง การสังเคราะห์ ATP เกิดขึ้นที่ ............ ส่วนการสังเคราะห์น้ำตาลเกิดขึ้นที่ ...........

a)

Stroma, Thylakoid

b)

Thylakoid, Stroma

c)

Thylakoid, Cytoplasm

d)

Mitochondria, Stroma

51.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ดอกสมบูรณ์ จะต้องเป็นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ

b)

ดอกไม่สมบูรณ์ จะต้องเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศเสมอ

c)

ดอกไม่สมบูรณ์เพศ จะต้องเป็นดอกไม่สมบูรณ์เสมอ

d)

ดอกสมบูรณ์เพศ อาจจะเป็นดอกสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์เพศก็ได้

52.

ข้อใดจัดเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดต่อการดำรงเผ่าพันธุ์ของพืชดอก

a)

เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย

b)

เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย กลีบดอก

c)

เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย กลีบดอก กลีบเลี้ยง

d)

เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย กลีบดอก กลีบเลี้ยง ฐานรองดอก

53.

ถุงเอ็มบริโอ มีลักษณะอย่างไร

a)

ประกอบด้วย 8 เซลล์ 7 นิวเคลียส

b)

ประกอบด้วย 8 เซลล์ 8 นิวเคลียส

c)

ประกอบด้วย 7 เซลล์ 8 นิวเคลียส

d)

ประกอบด้วย 7 เซลล์ 7 นิวเคลียส

54.

ข้อใดคือพืชที่มีการปฏิสนธิซ้อน

a)

จอก แหน

b)

ผักกูด ผักแว่น

c)

ปรง สนสองใบ

d)

มอส เฟิร์นก้านดำ

55.

หลังจากที่เกิดการปฏิสนธิแล้ว ส่วนใดของดอกมะม่วงที่เจริญไปเป็นผล

a)

ไข่

b)

ออวุล

c)

รังไข่

d)

ฐานรองดอก

56.

ถ้าใช้การเจริญเติบโตเป็นเกณฑ์ในการแบ่งแยก ฮอร์โมนใดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

ออกซิน

b)

ไซโทไคนิน

c)

จิบเบอเรลลิน

d)

กรดแอบไซซิก

57.

ฮอร์โมนพืชในข้อใดที่เมื่อมีปริมาณเพิ่มขึ้นจะทำให้ผลและใบของพืชร่วงหล่นไป

a)

ออกซิน

b)

เอทิลีน

c)

กรดแอบไซซิก

d)

ไซโทไคนิน

58.

การสุกของผลไม้เกิดจากการกระตุ้นของสารใด

a)

ออกซิน

b)

เอทิลีน

c)

กรดแอบไซซิก

d)

คาร์บอนไดออกไซด์

59.

สิ่งเร้าใดที่ทำให้เกิดการงอกหลอดละอองเรณูของเกสรเพศผู้ไปยังรังไข่ในพืชดอก

a)

แสง

b)

สารเคมี

c)

ความชื้น

d)

แรงโน้มถ่วง

60.

เมื่อใบไมยราบถูกสัมผัส ใบจะหุบทันที พฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อใด

a)

Geotropism

b)

Hydrotropism

c)

Chemotropism

d)

Thigmotropism