wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ วิชาชีววิทยา เรื่อง เนื้อเยื่อพืช

Total questions: 10

Worksheet time: 3mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่เนื้อเยื่อเจริญของพืช

a)

ปลายอดต้นดาวเรือง

b)

หมวกรากของต้นข้าวโพด

c)

บริเวณเหนือข้อล่างของต้นไผ่

d)

บริเวณถัดขึ้นมาจากหมวกราก

2.

เนื้อเยื่อเจริญชนิดใดของพืช ที่แบ่งเซลล์แล้วมีผลทำให้ลำต้นยืดยาว สามารถสร้างกิ่ง

และใบได้

a)

apical shoot meristem

b)

apical root meristem

c)

intercalary meristem

d)

lateral meristem

3.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเนื้อเยื่อถาวร

a)

เซลล์ขนราก เซลล์คุม เป็นเนื้อเยื่อถาวร

b)

เนื้อเยื่อถาวรเปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อเจริญ

c)

เนื้อเยื่อถาวรประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่เจริญเต็มที่แล้ว

d)

เอพิเดอร์มิสเป็นเนื้อเยื่อถาวร ส่วนเนื้อเยื่อท่อลำเลียงไม่เป็นเนื้อเยื่อถาวร

4.

เนื้อเยื่อถาวรในข้อใดเป็นเนื้อเยื่อถาวรเชิงซ้อน ที่ประกอบขึ้นมาจากเซลล์หลายชนิดมารวมกัน

a)

Sclerenchyma

b)

Collenchyma

c)

Epidermis

d)

Parenchyma

5.

การแบ่งประเภทของเนื้อเยื่อพืช แบ่งตามลักษณะในข้อใด และแบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท

a)

แบ่งตามลักษณะหน้าที่ของเซลล์พืชได้ 3 ประเภท

b)

แบ่งตามลักษณะตำแหน่งของเซลล์พืชได้ 2 ประเภท

c)

แบ่งตามลักษณะหน้าที่เฉพาะของเซลล์พืชได้ 3 ประเภท

d)

แบ่งตามลักษณะการเจริญของเนื้อเยื่อพืชได้ 2 ประเภท

6.

เพราะเหตุใดเซลล์เนื้อเยื่อเจริญทุกเซลล์จึงต้องมีนิวเคลียสขนาดใหญ่

a)

เพราะต้องแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์อยู่ตลอดเวลา

b)

เพราะเป็นเซลล์ที่มีจำนวนเซลล์อยู่น้อยที่สุด

c)

เพราะเป็นเซลล์ที่ยังมีอายุน้อยอยู่

d)

ถูกทุกข้อ

7.

ลักษณะของใบพืชมีผิวนวลเกิดจากเนื้อเยื่อชนิดใด

a)

Epidermis

b)

Cambium

c)

Sieve tube

d)

Endodermis

8.

เนื้อเยื่อชนิดใดของพืชที่แข็งแรงมากที่สุด

a)

Cork

b)

Phloem

c)

Collenchyma

d)

Sclerenchyma

9.

ข้อใดคือข้อแตกต่างระหว่างรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและรากพืชใบเลี้ยงคู่

a)

จำนวนแฉก Xylem ของรากพืชใบเลี้ยงคู่มีมากกว่า

b)

จำนวนแฉก Phloem ของรากพืชใบเลี้ยงคู่มีมากกว่า

c)

จำนวนแฉก Xylem ของรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีมากกว่า

d)

จำนวนแฉก Phloem ของรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีมากกว่า

10.

เนื้อเยื่อในข้อใดส่งผลให้ลำต้นพืชมีรัศมีเพิ่มขึ้น

a)

Pith

b)

Xylem

c)

Parenchyma

d)

Vascular cambium