wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

13. วิชา เข้าตี (40 ข้อ)

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

ความมุ่งหมายหลักของการรบด้วยวิธีรุก คือข้อใด ?

a)

ก. เพื่อยึดรักษาภูมิประเทศสำคัญ

b)

ข. เข้าประชิดและตรึงกำลังข้าศึกไว้

c)

ค. ทำลายกำลังรบของข้าศึก

d)

ง. เพื่อลวงและหันเหการปฏิบัติของข้าศึก

2.

ข้อความที่กล่าวสั้น ๆ ว่า “ ค้น–ตรึง–สู้รบ–ติดตาม และ ทำลาย ” เป็นหลักการทางยุทธวิธีข้อใด ?

a)

ก. ความมุ่งหมายของการรบด้วยวิธีรุก

b)

ข. หลักนิยมในการรบด้วยวิธีรุก

c)

ค. หลักพื้นฐานของการรบด้วยวิธีรุก

d)

ง. แบบของการดำเนินกลยุทธ์

3.

ผลสำเร็จของการรบด้วยวิธีรุก คือข้อใด ?

a)

ก. เป็นการรบผสมเหล่า

b)

ข. มีการจู่โจม และอ่อนตัว

c)

ค. มีความอ่อนตัว

d)

ง. สามารถยึดที่หมาย และทำการรบแตกหัก

4.

หลักพื้นฐานการรบด้วยวิธีรุก มีกี่ประการ ?

a)

ก. ๘ ประการ

b)

ข. ๙ ประการ

c)

ค. ๑๐ ประการ

d)

ง. ๑๑ ประการ

5.

หลักพื้นฐานทางยุทธวิธีของการรบด้วยวิธีรุก ผบ.หน่วย ได้คิดและดัดแปลงมาจาก ?

a)

ก. หลักการสงคราม

b)

ข. หลักนิยมการรบทางยุทธวิธี

c)

ค. หลักการรบด้วยวิธีรุก

d)

ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

6.

หลักพื้นฐานทางยุทธวิธีของการรบด้วยวิธีรุก ข้อใด ? จะใช้ในโอกาสที่ยังมิได้ปะทะกับข้าศึก หรือเมื่อข้าศึกผละออกจากการรบ

a)

ก. ให้ได้เปรียบและดำรงการเกาะ

b)

ข. คลี่คลายสถานการณ์

c)

ค. ขยายผลเมื่อทราบจุดอ่อนของข้าศึก

d)

ง. ครองความเป็นฝ่ายริเริ่ม

7.

อำนาจกำลังรบสูงสุด และการเข้าโจมตีต่อที่หมายได้อย่างรุนแรง จะได้ผลจะต้องประกอบด้วย ?

a)

ก. กำลัง ที่ตั้ง การประกอบกำลัง และการวางกำลัง

b)

ข. การเข้าตีด้วยการยิง ผสมผสานกับ การดำเนินกลยุทธ์

c)

ค. การเตรียม และ การวางแผนที่ดี

d)

ง. มีการลาดตระเวนที่ดี และให้เสรีการปฏิบัติแก่ ผบ.หน่วยรอง

8.

การจัดการระวังป้องกัน และความมั่นคงแก่หน่วย เป็นหลักพื้นฐานทางยุทธวิธีของการรบด้วยวิธีรุกข้อหนึ่ง อยากทราบว่า การจัดการระวังป้องกัน มีลักษณะอย่างไร ?

a)

ก. เป็นการจัดระเบียบใหม่

b)

ข. การเสริมความมั่นคง

c)

ค. การรายงานผลการปฏิบัติ

d)

ง. การจัดยามคอยเหตุ

9.

หลักพื้นฐานทางยุทธวิธีของการรบด้วยวิธีรุก เป็นการปฏิบัติการที่จำเป็น เพื่อทราบเกี่ยวกับ กำลังที่ตั้ง การประกอบกำลัง และ การวางกำลังของข้าศึก คือข้อใด ?

a)

ก. คลี่คลายสถานการณ์

b)

ข. ให้ได้เปรียบและดำรงการเกาะ

c)

ค. ยึดและควบคุมภูมิประเทศสำคัญ

d)

ง. ครองความเป็นฝ่ายริเริ่ม

10.

ลักษณะของการเข้าตี แบ่งออกได้กี่ลักษณะอะไรบ้าง ?

a)

ก. ๒ ลักษณะ คือ เข้าตีเร่งรีบ และ เข้าตีเร่งด่วน

b)

ข. ๒ ลักษณะ คือ เข้าตีเร่งรีบ และ เข้าตีประณีต

c)

ค. ๓ ลักษณะ คือ เข้าตีประสาน , เคลื่อนที่เข้าปะทะ และ เข้าตีประณีต

d)

ง. ๓ ลักษณะ คือ เข้าตีเร่งรีบ , เคลื่อนที่เข้าปะทะ และ ไล่ติดตาม

11.

แบบของการดำเนินกลยุทธ์ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ?

a)

ก. เคลื่อนที่เข้าปะทะ , การเข้าตี , การขยายผล และ การไล่ติดตาม

b)

ข. ตีตรงหน้า , เจาะ , โอบ , ตลบ และ แทรกซึม

c)

ค. ตีตรงหน้า , เจาะ , โอบล้อม , โอบ ๒ ปีก และ แทรกซึม

d)

ง. ถูกทุกข้อ

12.

แบบของการดำเนินกลยุทธ์ แบบใดที่มีความเหมาะสมน้อยที่สุด ?

a)

ก. ตีโอบ

b)

ข. ตีตรงหน้า

c)

ค. ตีเจาะ

d)

ง. ตีตลบ

13.

ความมุ่งหมายของการตีโอบ เพื่ออะไร ?

a)

ก. เข้าตีทางปีกที่ค้นพบ

b)

ข. หลีกเลี่ยงการรบแตกหัก

c)

ค. เข้ายึดที่หมาย

d)

ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

14.

ข้อพิจารณาของ ผบ.หน่วย ในการเลือกใช้แบบของการดำเนินกลยุทธ์ แบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับ ?

a)

ก. การวิเคราะห์ภารกิจ และ ลักษณะของพื้นที่ปฏิบัติการ

b)

ข. การวางกำลังของทั้ง ๒ ฝ่าย (ฝ่ายเรา,ฝ่ายข้าศึก)

c)

ค. กำลังรบเปรียบเทียบของทั้ง ๒ ฝ่าย

d)

ง. ทุกข้อที่กล่าวมาไม่น่าจะผิด

15.

ชนิดของการรบด้วยวิธีรุก มีกี่ชนิด อะไรบ้าง ?

a)

ก. ๔ ชนิด คือ การเคลื่อนที่เข้าปะทะ ,การเข้าตี ,การขยายผล และ การไล่ติดตาม

b)

ข. ๔ ชนิด คือ การเคลื่อนที่เข้าปะทะ , การเข้าตีเร่งด่วน ,การเข้าตีประณีต และการไล่ติดตาม

c)

ค. ๓ ชนิด คือ การเคลื่อนที่เข้าปะทะ , การเข้าตีประสาน และการขยายผล

d)

ง. ๓ ชนิด คือ การเคลื่อนที่เข้าปะทะ , การเข้าตี และ การเสริมความมั่นคง ณ ที่หมาย

16.

ความมุ่งหมายของการเคลื่อนที่เข้าปะทะ คือข้อใด ?

a)

ก. เข้าปะทะหรือได้ปะทะกับข้าศึก

b)

ข. คลี่คลายสถานการณ์ด้วยการเข้าตีเร่งด่วน หรือเข้าตีประณีต

c)

ค. การที่ทหารเคลื่อนที่เข้าหาข้าศึกแต่ยังไม่มีการปะทะ

d)

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

17.

วิธีการเคลื่อนที่ หรือเทคนิคการเคลื่อนที่แบบใดที่เหมาะสมที่สุดในโอกาสที่ปะทะกับข้าศึก ?

a)

ก. การเคลื่อนที่ทางยุทธวิธี

b)

ข. การเดินทาง

c)

ค. การเดินทางเฝ้าตรวจ

d)

ง. การเดินทางเฝ้าตรวจสลับ

18.

วิธีการเดินทางเฝ้าตรวจสลับ ในระหว่างที่ชุดยิง ก.หยุดการเคลื่อนที่เฝ้าตรวจชุดยิง ข. เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ปกติจะเคลื่อนที่ล้ำไปข้างหน้าระยะประมาณเท่าใด ?

a)

ก. ไม่เกิน ๑๕๐ เมตร

b)

ข. ๒๐๐ เมตร

c)

ค. ๒๕๐ เมตร

d)

ง. ๓๐๐ เมตร

19.

. ในการเคลื่อนที่เข้าปะทะของหมวดปืนเล็ก ซึ่งทำหน้าที่เป็นหมวดนำ ปกติ ผบ.มว.จะได้รับมอบอะไรจาก ผบ.ร้อย. ?

a)

ก. ที่หมาย , เส้นแบ่งเขต

b)

ข. ที่หมาย , เขตจำกัดการรุก

c)

ค. ที่หมาย , เส้นหลักการรุก

d)

ง. ที่หมาย , ข่าวสารข้าศึก

20.

ข้อใดไม่ใช่ภารกิจ ของหมวด เมื่อเป็นหมวดนำ ?

a)

ก. ป้องกันการจู่โจม แจ้งที่ตั้งข้าศึก และเครื่องกีดขวาง

b)

ข. ช่วยเหลือการเคลื่อนที่ของกองร้อยไปข้างหน้า

c)

ค. ทำลายข้าศึกตามความสามารถของหมวด และคลี่คลายสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

d)

ง. เข้าประชิด และทำลายข้าศึก

21.

ภารกิจของ มว.ปล.ในการเข้าตี คือข้อใด ?

a)

ก. เข้าประชิดข้าศึก ทำลายข้าศึก หรือจับข้าศึกเป็นเชลย

b)

ข. ยับยั้งข้าศึกด้วยการยิง

c)

ค. ผลักดันข้าศึกด้วยการรบประชิด

d)

ง. ไม่มีข้อใดถูกก

22.

การจัดกำลังในการเข้าตีประกอบด้วย ๓ ส่วน คือส่วนอะไรบ้าง ?

a)

ก. ส่วนบังคับบัญชา , ส่วนดำเนินกลยุทธ์ , ส่วนกองหนุน

b)

ข. ส่วนบังคับบัญชา , ส่วนดำเนินกลยุทธ์ , ส่วนยิงสนับสนุน

c)

ค. ส่วนระวังป้องกัน , ส่วนดำเนินกลยุทธ์ , ส่วนยิงสนับสนุน

d)

ง. ส่วนบังคับบัญชา , ส่วนเข้าตีหลัก , ส่วนเข้าตีสนับสนุน

23.

หมู่ ปก.เอ็ม.๖๐ , คจตถ.ในอัตราของ มว.ปล.ใครเป็นผู้สั่งใช้โดยตรง ?

a)

ก. ผบ.หมู่ ปล.

b)

ข. ผบ.มว.ค.๖๐

c)

ค. ผบ.มว.ปล.

d)

ง. ผบ.ร้อย.

24.

แผนการเข้าตี ประกอบด้วย แผนใดบ้าง ?

a)

ก. แผนการบังคับบัญชา

b)

ข. แผนการดำเนินกลยุทธ์

c)

ค. แผนการยิงสนับสนุน

d)

ง. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ค.

25.

แผนการดำเนินกลยุทธ์ คือ แผนการใช้ หมู่ ปล.ต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนดำเนินกลยุทธ์ แผนนี้จะต้องประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง ?

a)

ก. เส้นทาง , รูปขบวน , การเข้าตะลุมบอน , การเสริมความมั่นคง , การควบคุม

b)

ข. เส้นทาง , รูปขบวน , การเข้าตะลุมบอน , การใช้ระหว่างเคลื่อนที่ , การควบคุม

c)

ค. การเคลื่อนที่ , การผ่านแนว , การปะทะข้าศึก , การปะทะข้าศึก , การเข้าตะลุมบอน

d)

ง. การใช้ในขั้นต้น , การใช้ระหว่างเคลื่อนที่ , การเข้าตะลุมบอน , การควบคุม

26.

แผนการดำเนินกลยุทธ์ คือ แผนการใช้อาวุธในอัตรา และ อาวุธสมทบ เพื่อสนับสนุนการเข้าตี การใช้ หมู่ ปก. มีการใช้อยู่กี่หนทางปฏิบัติ ?

a)

ก. ๒ หนทางปฏิบัติ

b)

ข. ๓ หนทางปฏิบัติ

c)

ค. ๔ หนทางปฏิบัติ

d)

ง. ๕ หนทางปฏิบัติ

27.

พื้นที่ที่เหมาะสมใช้เป็นที่รวมพล ควรมีลักษณะอย่างไร ?

a)

ก. มีการกำบังและซ่อนพราง

b)

ข. พื้นที่กว้างขวางกระจายกำลังได้

c)

ค. พ้นจากระยะยิงของ ป.และ ค.

d)

ง. ถูกทุกข้อ

28.

ในที่รวมพล ต้องเตรียมการปฏิบัติในเรื่องใดบ้าง ?

a)

ก. การจัดกำลังรบ

b)

ข. การซ่อมบำรุง

c)

ค. การส่งกำลัง

d)

ง. ถูกทุกข้อ

29.

“ ที่ตั้งซึ่งมีการกำบังและซ่อนพรางแห่งสุดท้ายใกล้แนวออกตี ซึ่งหมวดจะวางกำลังในรูปขบวนเข้าตี และประสานการปฏิบัติครั้งสุดท้ายก่อนผ่านแนวออกตี มว.ปล.จะติดดาบปลายปืน ณ พื้นที่นี้ ” หมายถึงข้อใด ?

a)

ก. ที่รวมพล

b)

ข. แนวออกตี

c)

ค. ฐานออกตี

d)

ง. ที่หมาย

30.

แนวออกตี คือ แนวซึ่งประสานการเริ่มต้นในการเข้าตี ซึ่งอยู่ห่างจากที่รวมพลระยะประมาณเท่าใด ?

a)

ก. ๔ กม.หรือ เดินประมาณ ๑ ชม.

b)

ข. ๔ – ๖ กม.หรือ เดินประมาณ ๒ ชม.

c)

ค. ๓ – ๔ ไมล์ หรือ เดินประมาณ ๓ ชม.

d)

ง. ๕ – ๖ ไมล์ หรือ เดินประมาณ ๔ ชม.

31.

แนวปะสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย ใช้ในการปรับรูปขบวน เลื่อนหรือย้ายการยิงสนับสนุน แนวนี้จะ อยู่ห่างจากที่หมายประมาณเท่าใด ?

a)

ก. ๕๐ – ๑๐๐ เมตร

b)

ข. ๑๐๐ – ๑๕๐ เมตร

c)

ค. ๑๐๐ – ๒๐๐ เมตร

d)

ง. ๒๐๐ – ๓๐๐ เมตร

32.

ลักษณะที่หมายของ มว.ปล.ซึ่ง ผบ.ร้อย.กำหนดให้ ควรมีลักษณะใด ?

a)

ก. สังเกตเห็นง่ายในภูมิประเทศ

b)

ข. ต้องบรรลุความสำเร็จร่วมกัน

c)

ค. เมื่อยึดได้ต้องควบคุมได้

d)

ง. ถูกทุกข้อ

33.

การเสริมความมั่นคง ณ ที่หมายและจัดระเบียบใหม่ ต้องทำทันทีที่ยึดที่หมายได้ การจัดวางกำลังมอบเขตการยิง ดัดแปลงภูมิประเทศ ป้องกันการตีโต้ตอบจากข้าศึก โดยใช้หลักการอะไร ?

a)

ก. หลักการเข้าตี

b)

ข. หลักการตั้งรับ

c)

ค. หลักการร่นถอย

d)

ง. หลักการรบหน่วงเวลา

34.

ภารกิจของหมู่ปืนกลในการเข้าตี คืออะไร ?

a)

ก. สนับสนุน มว.ปล.อย่างใกล้ชิด

b)

ข. ผลักดันข้าศึก

c)

ค. ยับยั้งข้าศึก

d)

ง. ไม่มีข้อใดถูก

35.

ลักษณะที่ตั้งยิงของปืนกล ควรมีลักษณะอย่างไร ?

a)

ก. ตรวจการณ์เห็นเป้าหมาย

b)

ข. มีพื้นการยิงดี

c)

ค. มีการกำบังและซ่อนพราง

d)

ง. ถูกทุกข้อ

36.

การเข้าตีในเวลากลางคืนของ มว.ปล. กระทำเพื่อสิ่งใด ?

a)

ก. ชิงความได้เปรียบ

b)

ข. ขยายผลแห่งความสำเร็จ

c)

ค. หลีกเลี่ยงการสูญเสีย

d)

ง. ถูกทุกข้อ

37.

จุดแยกหมวด ในการเข้าตีเวลากลางคืน ใครเป็นผู้กำหนด ?

a)

ก. ผบ.พัน.

b)

ข. ผบ.ร้อย.

c)

ค. ผบ.มว.

d)

ง. ผบ.หมู่

38.

แนวปรับรูปขบวน ผบ.ร้อย.เป็นผู้กำหนด อยู่ห่างจากที่หมายประมาณเท่าใด ?

a)

ก. ๑๐๐ – ๒๐๐ เมตร

b)

ข. ๑๕๐ – ๒๐๐ เมตร

c)

ค. ๑๐๐ – ๑๕๐ เมตร

d)

ง. ๒๐๐ – ๓๐๐ เมตร

39.

การติดต่อสื่อสารในการเข้าตีเวลากลางคืน จะใช้การติดต่อสื่อสารทางใดเป็นหลัก จนกว่าข้าศึกจะตรวจพบ ?

a)

ก. วิทยุ

b)

ข. ท่าสัญญาณ

c)

ค. โทรศัพท์สนาม

d)

ง. เสียงสัญญาณ

40.

ชุดลาดตระเวนของ มว.ประกอบด้วยกำลัง ๔ – ๖ นาย มีใครบ้าง ?

a)

ก. ตัวแทน บก.มว. ๒ นาย , ตัวแทน หมู่ ปล.หมู่ละ ๑ นาย

b)

ข. ตัวแทน บก.มว. ๑ นาย , ตัวแทน หมู่ ปล.หมู่ละ ๑ นาย

c)

ค. ตัวแทน บก.มว. ๒ นาย , ตัวแทนหมู่ ปล.,หมู่ ปก. หมู่ละ ๑ นาย

d)

ง. ตัวแทน บก.มว. ๑ นาย , ตัวแทนหมู่ ปล.,หมู่ ปก.หมู่ละ ๑ นาย