wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

15. วิชา ถอนตัว(30ข้อ)

Total questions: 30

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

การปฏิบัติทางทหารที่กระทำเพื่อก่อให้เกิดการสูญเสียแก่กำลังข้าศึกให้มากที่สุดเท่าที่สถานการณ์จะอำนวยให้ และปฏิบัติตามลำดับคือ การตั้งรับ, การรบด้วยวิธีรุก การถอนตัวจากการบ และการรบหน่วงเวลา ในทุกโอกาสที่จะก่อให้เกิดการสูญเสียต่อข้าศึก โดยใช้การยิงและการดำเนินกลยุทธ์ให้ได้ผลสูงสุด เมื่อกำลังรบของฝ่ายเข้าตีมีขีดความสามารถเท่าเทียมกับฝ่ายตั้งรับจะต้องเริ่มปฏิบัติการรบด้วยวิธีรุกโดยการใช้หน่วยกองหนุนของตน สำหรับการปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอย หน่วยปฏิบัติมักมีขวัญและกำลังใจต่ำ ดังนั้นเพื่อให้หน่วยสามารถปฏิบัติภารกิจได้เป็นผลสำเร็จ ผู้บังคับหน่วยจะต้องมีวิธีการฟื้นฟู ดำรงรักษาขวัญ กำลังใจ ให้ทหารภายใต้การบังคับบัญชาของตนมีขวัญและจิตใจรุกรบอยู่เสมอ การปฏิบัติในข้อใดไม่ถูกต้อง ?

a)

ก. ขจัดข่าวลือ

b)

ข. การกวดขันระเบียบวินัย

c)

ค. ใช้ลักษณะผู้นำอย่างสูง

d)

ง. การโฆษณาชวนเชื่อ

2.

ความมุ่งหมายของการปฏิบัติการร่นถอย ก็เพื่อจะรักษาความเป็นกลุ่มก้อนของกำลังรบเอาไว้ จนกว่าจะมีโอกาสที่จะทำการบด้วยวิธีรุก การปฏิบัติการร่นถอยจะกระทำ เพื่อเหตุผลประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการก็ได้ อยากทราบว่าแบบ/ประเภทของการรบด้วยวิธีการ่นถอยมีกี่แบบ?

a)

ก. ๒ แบบ นอกความกดดัน, ภายใต้ความกดดัน

b)

ข. ๒ แบบ ไม่สมัครใจ, สมัครใจ

c)

ค. ๓ แบบ การถอนตัว, การรบหน่วงเวลา, การถอย

d)

ง. ๔ แบบ การรบหน่วงเวลาหน้า, การถอนตัว, การตั้งรับ, การถอย

3.

“การจัดกำลังเคลื่อนที่ห่างออกจากข้าศึก โดยอาจเกิดจากการบังคับหรือความสมัครใจก็ได้แต่ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ในการเคลื่อนย้ายมาข้างหลังจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาชั้นสูงก่อนเสมอ การปฏิบัติการนี้จะปฏิบัติเพื่อรบกวน สร้างความยุ่งยาก ทำให้ข้าศึกกระจัดกระจาย เสียเวลา และทำลายข้าศึก การปฏิบัติการนี้เพื่อให้ได้เวลา หลีกเลี่ยงการรบภายใต้เงื่อนไขที่เสียเปรียบหรือดึงข้าศึกให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เอื้ออำนวย” กล่าวถึงการรบชนิดใด ?

a)

ก. การรบด้วยวิธีรุก

b)

ข. การรบด้วยวิธีรับ

c)

ค. การรบด้วยวิธีร่นถอย

d)

ง. การรบหน่วงเวลา

4.

วัตถุประสงค์ในการรบด้วยวิธีร่นถอย ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ก. หลีกเลี่ยงการรบภายใต้สภาพการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ของฝ่ายเรา

b)

ข. ดึงข้าศึกเข้าสู่พื้นที่ที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติของฝ่ายเรา

c)

ค. รบกวนข้าศึกทำให้ข้าศึกอ่อนกำลังลง

d)

ง. ที่กล่าวมาถูกทุกข้อ

5.

ปกติผู้บังคับบัญชามักจะเลือกใช้การร่นถอยในลักษณะใด เป็นวิธีที่พึงประสงค์ในการถอนตัวของหน่วย เป็นวิธีที่ดีที่สุด ?

a)

ก. ข้าศึกไม่กดดัน

b)

ข. ข้าศึกกดดัน

c)

ค. ไม่สมัครใจ

d)

ง. ถอนตัวกลางวัน

6.

การถอนตัวภายใต้ความกดดัน ปกติ ผบ.ร้อย มักจัดส่วนกำบังของกองร้อย เอง โดยพิจารณาจัดจากหน่วยในข้อใด ?

a)

ก. ส่วนระวังป้องกัน

b)

ข. ส่วนตั้งรับหน้า

c)

ค. กองหนุน

d)

ง. หน่วยข้างเคียง

7.

การถอนตัวเมื่อข้าศึกกดดัน หน่วยปฏิบัติจะจัดกำลังอย่างไร

a)

ก. ส่วนใหญ่ และ ส่วนกำบัง

b)

ข. ส่วนใหญ่ และ ส่วนเหลือไว้ปะทะ

c)

ค. ส่วนรบปะทะ, ส่วนหนุน และส่วนเพิ่มเติม

d)

ง. ส่วนใหญ่, ส่วนน้อย และ ส่วนต้านทาน

8.

การปฏิบัติตามระเบียบการนำหน่วยของ ผบ.หน่วย ในขั้นการ ลว. ถ้า ผบ.หน่วยไม่สามารถทำการ ลว.ได้จะต้องกำหนดตัวแทนในการ ลว. ในการปฏิบัติการถอนตัวนั้นโดยปกติ ผบ.ร้อย.กำหนดให้ใคร เป็นผู้ที่ไป ลว. ที่มั่นใหม่แทน ผบ.ร้อย.?

a)

ก. รอง ผบ.ร้อย.

b)

ข. รอง ผบ.มว.ปล.

c)

ค. ผบ.มว.ค.๖๐

d)

ง. จ่ากองร้อย

9.

การปฏิบัติตามระเบียบการนำหน่วยของ ผบ.หน่วย ในขั้นการ ลว. ถ้า ผบ.หน่วยไม่สามารถทำการ ลว.ได้จะต้องกำหนดตัวแทนในการ ลว. ส่วนตัวแทนของ ผบ.มว.ปล.ได้แก่ข้อใด.?

a)

ก. รอง ผบ.ร้อย.

b)

ข. รอง ผบ.มว.ปล

c)

ค. ผบ.มว.ค.๖๐

d)

ง. จ่ากองร้อย

10.

ร้อย.อวบ.ในการถอนตัว มอบภารกิจให้กับส่วนที่เหลือไว้ปะทะ ทำการลวงและต้านทานข้าศึก หากท่านปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ร้อย.จะแนะนำให้ส่วนที่เหลือไว้ปะทะปฏิบัติอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการลวง ?

a)

ก. เพิ่มเจ้าหน้าที่ ลว.ด้านหลังให้มากขึ้น

b)

ข. แสร้งทำให้เหมือนกับส่วนใหญ่มากที่สุด

c)

ค. แสดงการเคลื่อนย้ายกำลังโดยเปิดเผย

d)

ง. ใช้แสงไฟ เสียงแตรของยานยนต์ บอกที่ตั้งการบรรทุกเมื่อส่วนใหญ่ถอนตัวแล้ว

11.

ในการกำหนดมาตรการควบคุมการถอนตัวผู้ที่กำหนดที่รวมพลของ มว.คือข้อใด ?

a)

ก. ผบ.พัน.

b)

ข. ผบ.ร้อย.

c)

ค. ผบ.มว.ค.๖๐

d)

ง. ผบ.มว.ปล.

12.

ในการกำหนดมาตรการควบคุมการถอนตัวผู้ที่กำหนดที่รวมพลของ หมู่ ปก.คือข้อใด ?

a)

ก. ผบ.พัน.

b)

ข. ผบ.ร้อย.

c)

ค. รอง ผบ.มว.ปล.

d)

ง. ผบ.มว.ปล.

13.

ในการการถอนตัวนอกความกัดดันที่รวมพลของ มว.อยู่บริเวณใดของพื้นที่กองร้อย ?

a)

ก. หน้า มว.ปล.ในแนวหน้า

b)

ข. ด้านข้างเคียงกันกับ มว.ปล.ในแนวหน้า

c)

ค. หน้า มว.หนุน ของกองร้อย

d)

ง. หลัง มว.หนุน ของกองร้อย

14.

ในระหว่างการถอนตัวนอกความกดดัน ผบ.ส่วนที่เหลือไว้ปะทะของกองร้อยคือข้อใด ?

a)

ก. รอง ผบ.ร้อย.

b)

ข. จ่ากองร้อย

c)

ค. ผบ.มว.ค.๖๐

d)

ง. ผบ.มว.ปล.

15.

การปฏิบัติของกองร้อยในการถอนตัว เมื่อจัดผู้แทนหน่วยไปตรวจที่มั่นใหม่ ตัวแทนกองร้อยจะแนะนำให้ปฏิบัติในเรื่องต่าง ๆ เพื่อลดความสับสนของหน่วย ในข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ?

a)

ก. แบ่งเขตการวางกำลังให้กับ มว.ต่าง ๆ

b)

ข. การวางกำลังให้ดำรงไว้เหมือนที่มั่นเดิม

c)

ค. ใกล้เวลาให้รอรับกำลังส่วนใหญ่/ส่วนที่เหลือไว้ปะทะ ณ จุดแยกกองร้อย จุดแยก มว.

d)

ง. ที่หมายและแนววางกำลังหน่วยข้างเคียง

16.

ส่วนที่เหลือไว้ปะทะของกองร้อย จะถอนตัวเมื่อใด ?

a)

ก. ตามกำหนดเวลาในแผน/คำสั่ง

b)

ข. ตามคำสั่งของ ผบ.ส่วนที่เหลือไว้ปะทะของกองร้อย

c)

ค. ตามแผนของกองร้อย

d)

ง. ถูกทุกข้อ

17.

การถอนตัวเมื่อข้าศึกกดดัน ผบ.ร้อย. ควรจะถอนอาวุธชนิดใดท้ายสุดในการถอนตัว

a)

ก. ปก.เอ็ม.๖๐ ในหมู่ ปก.

b)

ข. เครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม.๒๐๓

c)

ค. ปลย.เอ็ม ๑๖

d)

ง. เครื่องยิงลูกระเบิด ๖๐ มม.

18.

ในภารกิจที่กองร้อยทำหน้าที่เป็นส่วนกำบังของกองพันในการถอนตัวเมื่อข้าศึกกดดัน ผู้ที่กำหนดที่ตั้งขั้นต้นของส่วนกำบังคือข้อใด ?

a)

ก. ผบ.พัน.

b)

ข. ผบ.ร้อย.

c)

ค. ผบ.มว.ค.๖๐

d)

ง. ผบ.มว.ปล.

19.

แนวความคิดพื้นฐานสำหรับการรบหน่วงเวลาข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ก. การรักษาเสรีของการดำเนินกลยุทธ์

b)

ข. บีบบังคับให้ฝ่ายข้าศึกทำการวางกำลังอย่างต่อเนื่อง

c)

ค. ทำการแลกเวลาที่เพื่อให้ได้พื้นที่

d)

ง. หน่วยทำการเคลื่อนย้ายไปยังที่มั่นรบขั้นต่อไป

20.

วิธีการปฏิบัติการรบหน่วงเวลามีวิธีอะไรบ้าง

a)

ก. รั้งหน่วงและตั้งรับ

b)

ข. แถวตอนและหน้ากระดาน

c)

ค. ลำดับขั้นและสลับขั้น

d)

ง. แนวขั้นและเขตปฏิบัติการ

21.

หลักนิยมการหน่วงเวลาในลักษณะพื้นที่ปฏิบัติการกว้างด้านหน้ามาก มักใช้การรบหน่วงเวลาประเภทใด?

a)

ก. การรบหน่วงเวลาที่มั่นตามลำดับขั้น

b)

ข. การรบหน่วงเวลาที่มั่นสลับขั้น

c)

ค. การรบหน่วงเวลาที่มั่นแข็งแรง

d)

ง. การรบหน่วงเวลาที่มั่นคล่องตัว

22.

แนวที่มั่นรบหน่วงเวลาแต่ละแนว ควรจะห่างกันประมาณเท่าใด ในแง่คิดทางยุทธวิธีจึงจะเป็นระยะที่เหมาะสม ?

a)

ก. พ้นระยะยิงของ ค. และ ป.ข้าศึก

b)

ข. เดินภายใน ๑ ชั่วโมง

c)

ค. สุดระยะของ พัน.ป.ชต.ของกรม

d)

ง. ความลึกของกองพันรบหน่วงเวลา

23.

ปัจจัยในการเลือกแบบการรบหน่วงเวลาขึ้นอยู่กับอะไร

a)

ก. ความกว้างของเขตปฏิบัติการ

b)

ข. ความสัมพันธ์ของอำนาจกำลังรบฝ่ายตรงข้าม

c)

ค. ความคล่องแคล่วของฝ่ายตรงข้ามและจำนวนที่ตั้งของที่มั่นรบหน่วงเวลาในทางลึก

d)

ง. ถูกทุกข้อ

24.

ปัจจัยในการเลือกแบบการรบหน่วงเวลา กรณีที่ใช้อำนาจกำลังรบเปรียบเทียบฝ่ายเราต่อฝ่ายข้าศึก ในอัตราส่วนเท่าใด ?

a)

ก. ๓ : ๑

b)

ข. ๔ : ๑

c)

ค. ๕ : ๑

d)

ง. ๖ : ๑

25.

แนวที่มั่นรบหน่วงเวลา ไม่ควรมีลักษณะอย่างไร

a)

ก. เป็นสันเขาตัดกับแนวทางการรุกของข้าศึก มีเครื่องกีดขวางตรงหน้า

b)

ข. มีการตรวจการณ์ และทำการยิงได้ระยะไกล

c)

ค. มีการกำบังซ่อนพราง มีข่ายถนนและเส้นทางถอนตัวกำบังและซ่อนพราง

d)

ง. มีภูมิประเทศสำคัญหน้าแนวที่มั่น

26.

การถอยเป็นการเคลื่อนย้ายหน่วย เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างหน่วยถอยกับข้าศึก ให้ออกห่างจากกันจะปฏิบัติได้เมื่อ ?

a)

ก. หน่วยไม่ได้ปะทะกับข้าศึก ,หน่วยได้จัดรูปขบวนการเดินทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว

b)

ข. หน่วยพยายามผละออกจากการปะทะ

c)

ค. หน่วยถูกกดดันด้วยกำลัง

d)

ง. หน่วยถูกกดดันด้วยการยิงของ ค.และ ป.ข้าศึก

27.

โดยปกติแล้วการถอยจะไม่ปฏิบัติเมื่อใด ?

a)

ก. ไม่ได้ปะทะกับข้าศึก

b)

ข. ข้าศึกเข้าตี

c)

ค. หน่วยได้จัดรูปขบวนเดินทางเสร็จเรียบร้อย

d)

ง. ข้าศึกไม่กดดัน

28.

วิธีการปฏิบัติการในลักษณะที่เป็นการปฏิบัติของหน่วยที่ไม่ได้ปะทะกับ ขศ. ฝ่ายเราจัดกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหลังออกห่างจากข้าศึกอย่างมีระเบียบ หมายถึงการปฏิบัติการร่นถอยแบบใด ?

a)

ก. การถอนตัวนอกความกดดัน

b)

ข. การถอนตัวภายใต้ความกดดัน

c)

ค. การรบหน่วงเวลา

d)

ง. การถอย

29.

การถอยนั้นเป็นการปฏิบัติในลักษณะที่หันหลังให้กับข้าศึกฉะนั้นในส่วนที่ ผบ.หน่วยจะต้องจัดกำลังให้มีความพร้อมรบที่เข้มแข็งคือส่วนใด ?

a)

ก. กองกระหนาบ

b)

ข. กองระวังหน้า

c)

ค. ส่วนลาดตระเวน

d)

ง. กองระวังหลัง

30.

การปฏิบัติการร่นถอย เป็นการปฏิบัติการเคลื่อนย้ายหน่วยลงมาทางข้างหรือข้างหลังอย่างเป็นระเบียบ ถ้าเป็นการเคลื่อนย้ายด้วยเท้า ระยะที่เหมาะสม คือ ข้อใด ?

a)

ก. ประมาณ ๒๕ กม.ลงมา

b)

ข. ประมาณ ๓๐ – ๔๐ กม.

c)

ค. ประมาณ ๓๕ – ๔๕ กม.

d)

ง. ประมาณ ๔๕ – ๕๐ กม.