NEW
Font size
Worksheetsข้อสอบปลายภาค วิชากฏหมายคอมพิวเตอร์
Total questions: 60
Worksheet time: 30mins
1. บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลมีข้อแตกต่างกันหลายประการ ยกเว้น ข้อใด
ก. สิทธิและหน้าที่
ข. การเริ่มสภาพบุคคล
ค. การสิ้นสภาพบุคคล
ง. การสาบสุญ
จ. การปฏิบัติตามกฎหมายทั่วไป
2. ผู้เยาว์มีสิทธิทำพินัยกรรมได้เมื่อมีอายุกี่ปีบริบูรณ์
ก. 14 ปี
ข. 15 ปี
ค. 16 ปี
ง. 17 ปี
จ. 20 ปี
3. ผู้เยาว์มีสิทธิทำการสมรสได้เมื่ออายุกี่ปีบริบูรณ์
ก. 14 ปี
ข. 16 ปี
ค. 17 ปี
ง. 18 ปี
จ. 20 ปี
4. ดวงใจเกิดเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2520 แต่ไม่รู้วันที่เกิด ดังนี้ตามกฎหมายถือว่าดวงใจเกิดวันที่เท่าใด
ก. 1 สิงหาคม
ข. 6 สิงหาคม
ค. 15 สิงหาคม
ง. 21 สิงหาคม
จ. 31 สิงหาคม
5. ผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะโดยอายุจะต้องมีอายุกี่ปี
ก. ย่างเข้า 18 ปี
ข. ครบ 18 ปีบริบูรณ์
ค. ย่างเข้า 20 ปี
ง. ครบ 20 ปีบริบูรณ์
จ. 25 ปีบริบูรณ์
6. บุคคลธรรมดาจะสิ้นสภาพบุคคลเมื่อเข้ากรณีใด
ก. ตาย
ข. สาบสูญ
ค. ล้มละลาย
ง. ทั้ง ก. และ ข. ถูกต้อง
จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
7. โฉมฉายหายไปจากภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2557 ดังนี้ มีผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอต่อศาลให้โฉมฉายเป็นคนสาบสูญได้เร็วสุดเมื่อใด
ก. 5 มีนาคม 2558
ข. 5 มีนาคม 2559
ค. 5 มีนาคม 2560
ง. 5 มีนาคม 2561
จ. 5 มีนาคม 2562
8. เชิดชายไปเที่ยวชายทะเลแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 แล้วเกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่ชายหาดนั้น หลังเหตุการณ์สงบเชิดชายหายตัวไป ดังนี้ผู้มีส่วนได้เสีย
ก. 26 ธันวาคม 2557
ข. 26 ธันวาคม 2557
ค. 26 ธันวาคม 2559
ง. 26 ธันวาคม 2560
จ. 26 ธันวาคม 2561
9. ข้อใด ไม่ใช่ นิติบุคคล
ก. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ข. ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
ค. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ง. บริษัทจำกัด
จ. บริษัทมหาชนจำกัด
10. สมชายจดทะเบียนขายที่ดินแก่สมศักดิ์ ดังนี้เป็นนิติกรรมที่เกิดอะไรกับสิทธิ
ก. ก่อสิทธิ
ข. เปลี่ยนแปลงสิทธิ
ค. โอนสิทธิ
ง. สงวนสิทธิ
จ. ระงับสิทธิ
11. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. 14 กุมภาพันธ์ 2550
ข. 18 กรกฎาคม 2550
ค. 14 กุมภาพันธ์ 2551
ง. 18 กรกฎาคม 2551
จ. 7 สิงหาคม 2550
12. คำว่า “ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิดต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น” คือ ความหมายของถ้อยคำในข้อใด
ก. ระบบคอมพิวเตอร์
ข. ข้อมูลคอมพิวเตอร์
ค. ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์
ง. ผู้ให้บริการ
จ. ผู้ใช้บริการ
13. รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ คือ รัฐมนตรีกระทรวงใด
ก. กระทรวงมหาดไทย
ข. กระทรวงวัฒนธรรม
ค. กระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยี
ง. กระทรวงคมนาคม
จ. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
14. ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ข้อใดที่มีโทษหนักที่สุด
ก. การเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงไว้
ข. การเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงไว้
ค. ล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น แล้วนำไปเปิดเผยโดยมิชอบ
ง. กระทำโดยมิชอบเพื่อดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่ง
จ. จำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่ใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
15. ข้อใดกล่าวถูกต้องในเรื่องความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ก. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นความผิดอันยอมความมิได้ทุกกรณี
ข. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นความผิดอันยอมความได้
ค. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เฉพาะผู้สนับสนุนเท่านั้นที่ยอมความได้
ง. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เฉพาะนำเข้าภาพตัดต่อของผู้อื่นที่ยอมความได้
จ. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นความผิดที่ยอมความกันไม่ได้เลย
16. ความผิดอันยอมความกันได้ หมายความว่าอย่างไร
ก. เมื่อผู้กระทำความผิดต้องการยอมความ ก็ยอมความได้
ข. เมื่อผู้กระทำความผิดเจรจากับผู้เสียหาย ก็ยอมความได้
ค. เมื่อผู้เสียหายยอมรับค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำความผิด ก็ยอมความได้
ง. เมื่อผู้เสียหายตกลงยอมความกับผู้กระทำความผิด ก็ยอมความได้
จ. เมื่อผู้เสียหายตกลงกับผู้กระทำความผิดและศาลเห็นชอบ ก็ยอมความได้
17. การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกราชอาณาจักร ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษในราชอาณาจักรทุกกรณี
ข. ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว จึงจะรับโทษในราชอาณาจักร
ค. ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นคนไทย จึงจะรับโทษในราชอาณาจักร
ง. จะต้องมีการระวางโทษจำคุกเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป จึงจะรับโทษในราชอาณาจักร
จ. ผู้กระทำความผิดเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวก็ได้ แต่ผู้เสียหายตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ได้ร้องขอให้ลงโทษ
18. ผู้ให้บริการทางระบบคอมพิวเตอร์จะต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เป็นเวลานานเท่าใด
ก. ไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข. ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ค. ไม่น้อยกว่า 90 วัน
ง. ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
จ. ไม่น้อยกว่า 1 ปี
19. การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อใดที่ ไม่ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน
ก. เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการได้
ข. สั่งให้ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์
ค. ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์
ง. ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เพื่อสืบหาการกระทำความผิด
จ. ระงับการเผยแพร่เว็บไซต์ที่ผิดศีลธรรมอันดี
20. ข้อใด ไม่ใช่ การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ก. การสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์
ข. การโอนเงินผ่านระบบออนไลน์
ค. การถอนเงินผ่านตู้ ATM
ง. กรสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์ แล้ว FAX ใบฝากเงินค่าสิค้าผ่านธนคาร
จ. การชำระหนี้ผ่านระบบออนไลน์
21. พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แก้ไขเพิ่มเติมหลังสุด ปี พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2544
ข. พ.ศ. 2548
ค. พ.ศ. 2551
ง. พ.ศ. 2554
จ. พ.ศ. 2558
22. หมายความว่า การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับกิจกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ หรือในการดำเนินงานของรัฐ
ตามที่กำหนดในหมวด 4 คือ คำนิยมของถ้อยคำในข้อใด
ก. ธุรกรรม
ข. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ค. หน่วยงานของรัฐ
ง. อิเล็กทรอนิคส์
จ. ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
23.ความหมายว่า กระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับสร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือ
ประมวลผลข้อมูลอิเล็คทรอนิกส์ คือ คำนิยามของถ้อยคำในข้อใด
ก. ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
ข. ระบบฐานข้อมูล
ค. ผู้ส่งข้อมูล
ง. ผู้รับข้อมูล
จ. ใบรับรอง
24. กฏหมายกำหนดมิให้นำบทบัญญติว่าด้วยธุกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้บังคับแก่ธุรกรรมในข้อใด
ก. ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว
ข. ธุรกรรมที่เกี่ยวกับมรดก
ค. ธุรกรรมภาครัฐ
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
จ. ถูกทุกข้อ
25. ธุรกรรมในข้อใดมิให้นำบทบัญญติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้บังคับ
ก. การจดทะเบียนสมรส
ข. การจดทะเบียนรับรองบุตร
ค. การจดทะเบียนหย่า
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
จ. ถูกทุกข้อ
26.ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ข้อใด ที่ผู้ให้บริการเพียงแต่ต้องแจ้งหน่วยงานที่ควบคุมดูแล
ให้ทราบก่อนให้บริการ
ก. การให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิต
ข. การให้บริการหักบัญชี
ค. การให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้าหรือรับบริการเฉพาะอย่าง
ง. การให้บริการชำระดุล
จ. การให้บริการรับชำระเงินแทน
27. ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในข้อใด ที่ผู้ให้บริการต้องได้รับอนุญาติก่อนได้รับบริการ
ก. การให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิต
ข. การให้บริการเครือข่ายอีดีซี
ค. การให้บริการสวิตช์ชิ่งในการชำระเงินระบบใดระบบหนึ่ง
ง. การให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้าหรือรับบริการเฉพาะอย่าง
จ. การให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
28. หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลธุรกิจบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตาม
พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการ การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551
ก. กระทรวงการคลัง
ข. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท)
ค. กระทรวงพาณิชย์
ง. กระทรวงการเงินอิเล็กทรอนิกส์
จ. กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศและการสื่อสาร
29 ตามพระราชบัญญติ ว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ได้กำหนดโทษ ผู้ประกอบธุรกิจบริการ
เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาติตามที่กฏหมายกำหนด ต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จ. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
30.สัญญาต่างตอบแทน ได้แก่สัญญาข้อใด
ก. สัญญาซื้อขาย
ข. สัญญายืม
ค. สัญญาให้
ง. สัญญาฝากทรัพย์ไม่มีบำเหน็จ
จ. สัญญาพินัยกรรม
31. ข้อใด มิใช่ ลักษณะของทรัพย์สินทางปัญญา
ก. ต้องการคิดค้นและการสร้างสรรค์ของมนุษย์
ข. ต้องมีกฏหมายบัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้
ค. เป็นทรัพย์สินที่จับต้องได้เสมอ
ง. เป็นผลงานที่ก่อประโยชน์สังคม เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม
จ. ถูกทุกข้อ
32. ข้อใดเป็นลักษณะของทรัพย์สินทางปัญญา
ก. เป็นสิทธิเจ้าของคนแรกได้มาโดยวิธีใดก็ได้ เช่น เนื้อหา
ข. เป็นสิทธิโอนกันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีการละเมิดกันอยู่เนืองๆ
ค. เป็นสิทธิเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของการสร้างสรรค์เสมอ
ง. เป็นสิทธิโอนกันได้ทำนองเดียวกับทรัพย์สินทั่วไป
จ. เป็นสิทธิที่สัมผัสจับต้องได้เสมอ
33. ข้อใด มิใช่ ทรัพย์สินทางปัญญาทางอุตสาหกรรม
ก. ลิขสิทธิ์
ข. สิทธิ์บัตร
ค. อนุสิทธิบัตร
ง. เครื่องหมายการค้า
จ. อนุเครื่องหมายการค้า
34. ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าให้ความคุ้มครองเครื่องหมาย 4 ประเภท ยกเว้น ขอใด
ก. เครื่องหมายการค้า (Trade Mark)
ข. เครื่องหมายบริการ (Service Mark)
ค. เครื่องหมายรับรอง (Collectcative Mark)
ง. เครื่องหมายร่วม (Collectve Mark)
จ. เครื่องหมายส่งเสริมการค้า (Sale Mark)
35. ข้อใด มิใช่ งานสร้างสรรค์ที่จะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์
ก. งานวรรณกรรม เช่น สิ่งพิมพ์ คำปราศรัย
ข. งานหัตถกรรม เช่น เย็บ ปัก ถัก ร้อย
ค. งานนาฎตกรรม เช่น ท่าเต้น ท่ารำ
ง. งานดนตรีกรรม เช่น คำร้อง ทำนอง
จ. งานภาพยนต์
36. ข้อใด มิใช่ กฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา
ก. พ.ร.บ. สิทธิบัตร
ข. พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์
ค. พ.ร.บ. ความลับทางการค้า
ง. พ.ร.บ. อนุลิขสิทธิ์
จ. พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า
37. กรมทรัพย์สินทางปัญญา สังกัดกระทรวงใด
ก. กระทรวงมหาดไทย
ข. กระทรวงเศรษฐกิจและทรัพย์สินทางปัญญา
ค. กระทรวงวัฒนาธรรมและทรัพย์สินทางปัญญา
ง. กระทรวงพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา
จ. กระทรวงพาณิชย์
38. ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน (พ.ศ.2558) มีอยู่กี่แห่ง
ก. 1 แห่ง
ข. 2 แห่ง
ค. 3 แห่ง
ง. 4 แห่ง
จ. 5 แห่ง
39. การอุทธรณ์คำพิพากษาคดีทรัพย์สินทางปัญญา ยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ เพียงใด
ก. ยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ คำพิพากษาศาลขั้นต้นถึงที่สุด
ข. ยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ เว้นแต่ผู้พิพากษาอนุญาติก่อนเสมอ
ค. ยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษา ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ง. ยื่นอุทธรณ์ภายใน 45 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษา ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
จ. ยื่นอุทธรณ์ภายใน 60 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษา ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
40. หน่วยงานในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา คือหน่วยงานใด
ก. แผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
ข. สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา
สมาคมคดีทรัพย์สินทางปัญญา
ง. กรมคดีทรัพย์สินทางปัญญา
จ. กรมสอบสวนคดีทรัพย์สินทางปัญญา
41.กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยฉบับปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ตามข้อใด
ก. พ.ศ. 2521
ข. พ.ศ. 2527
ค. พ.ศ. 2537
ง. พ.ศ. 2547
จ. พ.ศ. 2557
42.งานนิพนธ์ เช่น หนังสือ จุลสาร คืองานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์ตามข้อใด
ก. วรรณกรรม
ข. นาฎกรรม
ค. ศิลปกรรม
ง. ดนตรีกรรม
จ. โสตทัศนวัสดุ
43. สิ่งใดต่อไปนี้ ไม่ ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์
ก. นาฎตกรรม
ข. ศิลปกรรม
ค. ดนตรีกรรม
ง. รัฐธรรมนูญและกฏหมาย
จ. สิ่งบันทึกเสียง
44. อายุคุ้มครองลิขสิทธิ์ กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดกี่ปี
ก. 10 ปี
ข. 20 ปี
ค. 30 ปี
ง. 40 ปี
จ. 50 ปี
45. อายุคุ้มครองลิขสิทธิ์ กฎหมายกำหนดไว้ต่ำาสุดกี่ปี
ก. 20 ปี
ข. 25 ปี
ค. 30 ปี
ง. 35 ปี
จ. 40 ปี
46. ทรัพย์สินทางปัญญาในข้อใด ที่ไม่ต้องจดทะเบียนก็ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแล้ว
ก. ลิขสิทธิ์
ข. สิทธิบัตร
ค. อนุสิทธิบัตร
ง. เครื่องหมายการค้า
จ. เครื่องหมายร่วม
7. งานจิตกรรม งานประติมากรรม งานการพิมพ์ งานภาพถ่าย คือลักษณะของงานอันมีลิขสิทธิ์ ตามข้อใด
ก. วรรณกรรม
ข. นาฎกรรม
ค. ศิลปกรรม
ง. โสตทัศนวัสดุ
จ. งานแพร่เสียงแพร่ภาพ
48. ข้อใดที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานยังไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทยอย่างแน่นอน
ก. ผู้สร้างสรรค์ยังมิได้การโฆษณาผลงาน ไม่ว่าผู้สร้างสรรค์จะเป็นผู้มีสัญชาติใดก็ตาม
ข. ผู้สร้างสรรค์ยังมิได้การโฆษณาผลงาน แต่ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีสัญชาติไทย
ค. ผู้สร้างสรรค์โฆษณาผลงานที่ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม
ง. ผู้สร้างสรรค์เป็นชาวต่างประเทศและไปสร้างสรรค์ผลงานบนเกาะที่ยังไม่มีประเทศใด
เป็นเจ้าเกาะนั้น
จ. ถูกทุกข้อ
ข. ผู้สร้างสรรค์ยังมิได้การโฆษณาผลงาน แต่ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีสัญชาติไทย
ค. ผู้สร้างสรรค์โฆษณาผลงานที่ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม
ง. ผู้สร้างสรรค์เป็นชาวต่างประเทศและไปสร้างสรรค์ผลงานบนเกาะที่ยังไม่มีประเทศใด เป็นเจ้าเกาะนั้น
จ. ถูกทุกข้อ
49. ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่จะได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในผลงานที่ตนสร้างสรรค์ขึ้นอย่างแน่นอน คือข้อใด
ก. การสร้างสรรค์โดยการดัดแปลผลงานที่มีอยู่เดิม
ข. การสร้างสรรค์ภายใต้การจ้างหรือตามคำสั่งของรัฐ
ค. การสร้างสรรค์ในฐานะผู้รับจ้าง
ง. การสร้างสรรค์ในฐานะลูกจ้าง
จ. การสร้งสรรค์โดยอิสระ
50. ถ้านักเรียนอายุ 16 ปี ได้แต่คำร้องเพลง “สารกากลับรัง” และมีการโฆษณาผลงานในปีเดียวกัน นักเรียนจะได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ จนถึงเมื่อใด
ก. นักเรียนมีอายุ 66 ปี
ข. นักเรียนถึงแก่ความตาย คุ้มคองต่อไปอีก 50 ปี
ค. นักเรียนถึงแก่ความตาย คุ้มคองต่อไปอีก 25 ปี
ง. นักเรียนถึงแก่ความตาย คุ้มคองต่อไปอีก 20 ปี
จ. นักเรียนถึงแก่ความตาย คุ้มคองต่อไปอีก 10 ปี
51.พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2552 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมต้นฉบับล่าสุดตามข้อได้
ก. ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2525
ข. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535
ค. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542
ง. ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2550
จ. ฉบับที่ 5 พ.ศ. 25587
52.ข้อใด ไม่ใช่ หลักเกณฑืของสิ่งประดิษฐ์จะขอรับสิทธิบัตรได้
ก. เป็นการประดิษฐ์ขึ้นบ้านใหม่
ข. เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์ไม่เหมือนเดิม
ค. เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม
ง. การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้ว (Prior Art)
จ. ถูกทุกข้อ
53. สิทธิผูกขาดหรือสิทธิเด็ดขาดที่ผู้ทรงสิทธิบัตรได้รับแต่เพียงผู้เดียว คือสิทธิในข้อใด
ก. สิทธิในการแสวงหาประโยนช์จากการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตร
ข. สิทธิที่จะใช้คำว่า “สิทธิบัตรไทย”
ค. สิทธิที่จะโอนสิทธิบัตรให้แก่ปบุคคลอื่น
ง. ถูกทุกข้อ
54. สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีอายุกี่ปี
ก. 5 ปี
ข. 10 ปี
ค. 15 ปี
ง. 20 ปี
จ. 30 ปี
55. ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี เริ่มตั้งแต่ปีที่เท่าไรของอายุสิทธิบัตร
ก. 5 ปี
ข. 10 ปี
ค. 15 ปี
ง. 20 ปี
จ. 30 ปี
56. ถ้าผ้ทรงสิทธิบัตร ไม่ ชำระค่าธรรมเนียมรายปีภายในกำหนดเวลา จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละ
เท่าใด
ก. 5
ข. 10
ค. 15
ง. 20
จ. 30
57. การชำระค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ หากผู้ทรงสิทธิบัตรต้องชำระทั้งหมดในคราวเดียว
จะต้องชำระค่าธรรมเนียมจำนวนเท่าไร
ก. 100,000 บาท
ข. 120,000 บาท
ค. 140,000 บาท
ง. 170,000 บาท
จ. 200,000 บาท
58. ถ้าผู้ทรงสิทธิบัตรไม่ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรจนพ้นกำหนดเวลากี่ปีนับตั้งแต่วันยื่นขอรับสิทธิบัตรบุคคลอื่น
จะมีสิทธิยื่นขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรฉบับนี้ได้
ก. 2 ปี
ข. 4 ปี
ค. 6 ปี
ง. 8 ปี
จ. 10 ปี
59. ข้อใดที่ไม่อาจมีการบังคับใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยอาศัยอำนาจรัฐได้
ก. เพื่อประโยชน์สาธารณะโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า
ข. เพื่อปกป้องกันขาดแคลนยา อาหาร อย่างรุนแรง
ค. เพื่อสงวนรักษาทรัพกรธรรมชาติ
ง. เพื่อการอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ
จ. เพื่อประโยชน์กับกิจการสาธารณูปโภค
60. อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจขอให้คณะกรรมการสิทธิบัตรสั่งเบิกถอนสิทธิบัตรได้ถ้ามิได้ดำเนินการ
ผลิตผลิตภัณฑ์นั้น เมื่อพ้นกำหนดเวลาเท่าได นับตั้งแต่วันที่ออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตร
ก. 3 เดือน
ข. 6 เดือน
ค. 1 ปี
ง. 2 ปี
จ. 5 ปี
