NEW
Font size
Worksheetsคำมูล และ คำประสม
Total questions: 30
Worksheet time: 15mins
๑. คำในข้อใดเป็นคำประสม
ก. น้ำมาก
ข. น้ำลาย
ค. น้ำน้อย
ง. น้ำไหล
๒. ข้อใดเป็นคำประสม
ก. รถหยุด
ข. รถยาว
ค. รถยก
ง. รถจอด
๓. คำในข้อใดไม่เป็นคำประสม
ก. เสื้อเก่า
ข. เสื้อกั๊ก
ค. เสื้อกล้าม
ง. เสื้อกันหนาว
๔. คำประสมในข้อใดมีคำกริยานำหน้าคำนาม
ก. เรือนจำ
ข. เสื้อคลุม
ค ถ่ายรูป
ง. น้ำเสียง
๕. ข้อใดเป็นคำประสมที่เกิดจากคำนามประสมกับคำกริยา
ก. หน้าม้า
ข. คอห่าน
ค. แม่เลี้ยง
ง. กล้วยไม้
๖. คำประสมในข้อใดเกิดจากคำไทยประสมกับคำภาษาอื่น
ก. เสื้อกันฝน
ข. ร่มชูชีพ
ค. ยากันยุง
ง. ยาสีฟัน
๗. คำในข้อใดไม่ใช่คำประสม
ก. ปากเบา
ข. ปากบอน
ค ปากหวาน
ง. ปากแตก
๘. คำในข้อใดไม่เป็นคำประสม
ก. ไม้ถูพื้น
ข. ห้องรับแขก
ค. บ้านริมน้ำ
ง. ทางม้าลาย
๙. คำว่า “ของ” ประสมกับคำในข้อใดไม่เป็นคำประสม
ก. ของสูง
ข. ของหาย
ค. ของขวัญ
ง. ของเล่น
๑๐. คำว่า “ ลูก” ประสมกับคำในข้อใดไม่เป็นคำประสม
ก. ลูกครึ่ง
ข. ลูกเล็ก
ค. ลูกคอ
ง. ลูกเล่น
๑๑.คำในข้อใดไม่เป็นคำประเภทเดียวกับคำว่า “พ่อสื่อ”
ก. พ่อค้า
ข. พ่อเรา
ค. พ่อบ้าน
ง. พ่อม่าย
๑๒. เมื่อนำคำว่า “ ยก “ ไปสร้างเป็นคำประสม ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ยกครู
ข. ยกเครื่อง
ค. ยกของ
ง. ยกทรง
๑๓. คำในข้อใดไม่เป็นคำประสมทั้งหมด
ก. เครื่องเคียง เครื่องพัง
ข. เครื่องปรุง เครื่องเล่น
ค. เครื่องครัว เครื่องดื่ม
ง. เครื่องใน เครื่องเรือน
๑๔. คำในข้อใดไม่เป็นคำประสมทั้งหมด
ก. ใจดำ ใจแตก
ข. พ่อบ้าน พ่อครัว
ค. หน้าหนา หน้าบาง
ง. เรือใบ เรือแล่น
๑๕. คำในข้อใดสลับที่กันแล้วไม่เป็นคำประสมทั้งสองคำ
ก. ใจเย็น เย็นใจ
ข. ใจหาย หายใจ
ค. ผ้าห่ม ห่มผ้า
ง. ใจดี ดีใจ
๑๖. คํามูลในข้อใดไม่ใช่คําไทย
ก. กัด
ข. โลภ
ค. นก
ง. สาว
๑๗. ข้อใดเป็นคํามูลหลายพยางค์
ก. นั่งร้าน
ข. ม้านั่ง
ค. หน้าต่าง
ง. กางเกง
๑๘. ข้อใดเป็นคํามูลที่มาจากภาษาเขมร
ก. บําเพ็ญ
ข. คลินิก
ค. กตัญญู
ง. เฉาก๊วย
๑๙. ข้อใดเป็นคํามูลหลายพยางค์ที่ยืมมาจากภาษาอื่นทุกคํา
ก. กําเนิด เชลย
ข. กระทํา สะใภ้
ค. เมตตา ตะวัน
ง. แสตมป์ มะพร้าว
๒๐. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคํามูล
ก. คํามูลพยางค์เดียวส่วนใหญ่เป็นภาษาไทยดั้งเดิม
ข. การรับคํามูลจากภาษาอื่นมาใช้ ทําให้มีคําใช้เพิ่มมากขึ้น
ค. คํามูลหลายพยางค์สร้างจากคํามูลภาษาไทยกับคํามูลภาษาอื่น
ง. คํามูลจากภาษาอื่นอาจจะมาจากภาษาบาลีและสันสกฤตก็ได้
๒๑. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของคํามูลถูกต้องที่สุด
ก. คํามูลต้องเป็นคําพยางค์เดียวเท่านั้น
ข. คํามูลต้องเป็นคําพยางค์เดียวที่มีความหมาย
ค. คํามูลเป็นคําพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ที่มีความหมาย
ง. คํามูลเป็นคําพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ที่ไม่มีความหมาย
๒๒. ข้อใดเป็นคํามูลทุกคํา
ก. กลางวัน โยกเยก คู่มือ
ข. ทะเล สื่อสาร กาลเวลา
ค. โกโร โกโส ขรุขระ แจ่มใส
ง. อลหม่าน กระจาด จะละเม็ด
๒๓. ข้อใดเป็นคํามูลที่เป็นคําไทยแท้ทุกคํา
ก. ก๊ก กุ๊ก แก๊ง
ข. เพ็ญ จันทร์ พร
ค. บุหรง บุหลัน บุหงา
ง. มะพร้าว ตะขาบ ตะปู
๒๔. ข้อใดเป็นคํามูลหลายพยางค์ทุกคํา
ก. จระเข้ หมาดํา งูเงี้ยว
ข. กะทิ น้ําหวาน โหระพา
ค. ชอุ่ม สะดวก เดินตลาด
ง. กระทะ กะละมัง นาฬิกา
๒๕. คํามูลแบ่งออกเป็นกี่ชนิด
ก. ๒ ชนิด
ข. ๓ ชนิด
ค. ๔ ชนิด
ง. ๕ ชนิด
๒๖. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
ก. คํา คือ เสียงที่เปล่งออกมาเพียงครั้งเดียวไม่มีความหมาย
ข. คํา คือ เสียงที่เปล่งออกมาหลายครั้ง แต่ไม่มีความหมาย
ค. คํา คือ เสียงที่เปล่งออกมากี่ครั้งก็ได้ แต่ต้องมีความหมาย
ง. คํา คือ เสียงที่เปล่งออกมาจะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้
๒๗. ข้อใดเป็นคํามูลพยางค์เดียว
ก. ตลก
ข. ฉันท์
ค. กะทิ
ง. จันทร์
๒๘. ข้อใดเป็นคํามูลที่มาจากภาษาอังกฤษทั้งหมด
ก. แข จาร เกี๊ยะ แป๊ะ สูญ
ข. การ์ด ไมล์ เมตร ปอนด์ ฟุต
ค. กราฟ เกี๊ยะ เกี๊ยว เพ็ญ ไซด์
ง. ฉัน กระผม ขยุกขยิก บาย อวย
๒๙. คํามูลข้อใดมีพยางค์ต่างจากข้ออื่น
ก. ศรัทธา
ข. สัมฤทธิ์
ค. อํามหิต
ง. เทคนิค
๓๐. ข้อเป็นความแตกต่างระหว่างคํากับพยางค์
ก. ความหมาย
ข. เสียงสระและเสียงพยัญชนะ
ค. เสียงสระและเสียงวรรณยุกต์
ง. เสียงพยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์
