NEW
Font size
Worksheetsเคมี5...ว33225
Total questions: 30
Worksheet time: 29mins
น้ำตาลในข้อใดที่สลายตัวแล้วให้กลูโคสมากที่สุด
ก. ซูโครส
ข. มอลโทส
ค. แลกโทส
ง. กาแลกโทส
ปฏิกิริยาต่อไปนี้จัดเป็นปฏิกิริยาอะไร
ก. ไฮโดรลิซิส
ข. พอลิเมอไรเซชัน
ค. สะปอนนิฟิเคชัน
ง. ปฏิกิริยารีดอกซ์
จากตาราง สาร A, B และ C ควรเป็นสารใดตามลำดับ
ก. แป้ง โปรตีน น้ำตาลทราย
ข. โปรตีน น้ำตาลทราย แป้ง
ค. น้ำตาลทราย แป้ง โปรตีน
ง. โปรตีน แป้ง น้ำตาลทราย
วิธีหนึ่งที่ใช้ทดสอบว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ คือตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งใช้สารละลายในข้อใดทดสอบ
ก. น้ำแป้ง
ข. สารละลาย I2
ค. สารละลายเบเนดิกต์
ง. สารละลาย NaOH
คาร์โบไฮเดรตชนิดใด ที่ไม่จัดอยู่ในประเภทมอนอแซกคาไรด์
ก. กลูโคส
ข. ซูโครส
ค. ฟรุกโตส
ง. กาแลกโตส
น้ำตาลทราย แป้ง และสำลี ต่างก็เป็นคาร์โบไฮเดรตเหมือนกัน แต่มีสมบัติบางประการแตกต่างกัน เป็นเพราะเหตุใด
ก. มีโครงสร้างแตกต่างกัน
ข. มีธาตุองค์ประกอบแตกต่างกัน
ค. มีหมู่ฟังก์ชันแตกต่างกัน
ง. น้ำตาลทรายเป็นมอนอแซคคาไรด์ส่วนแป้งและสำลีเป็นพอลิแซคคาไรด์
ข้อใดจัดเป็นพอลิแซกคาไรด์ (polysaccharide)
ก. แป้ง เซลลูโลส ไกลโคเจน
ข. แป้ง กลูโคส เซลลูโลส
ค. กลูโคส เซลลูโลส ไกลโคเจน
ง. มอลโตส กาแลกโตส ซูโครส
สารอินทรีย์ชนิดหนึ่ง เมื่อนำมาต้มกับสารละลายเบเนดิกต์ได้ตะกอนสีแดงอิฐ สารอินทรีย์ชนิดนั้น ควรมีหมู่ฟังก์ชันเป็นข้อใด
ก. –COOH
ข. –CHO
ค. –COO-
ง. –NH2-อ
ปฏิกิริยาต่อไปนี้ ปฏิกิริยาในข้อใดที่ไม่เกิดการเปลี่ยนสี
ก. น้ำแป้ง + สารละลายไอโอดีน
ข. น้ำแป้ง + สารละลายเบเนดิกต์
ค. น้ำแป้ง + น้ำลาย + สารละลายเบเนดิกต์
ง. สารละลายน้ำตาล + สารละลายเบเนดิกต์
ไดแซกคาไรด์ (disaccharide) หมายถึงสารในข้อใดต่อไปนี้
ก. คาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการย่อยสลายแป้งเท่านั้น
ข. คาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการและนำไปใช้ได้ทันที
ค. คาร์โบไฮเดรตที่พบมากในอาหารที่ได้จากสัตว์
ง. คาร์โบไฮเดรตที่ประกอบด้วยมอนอแซกคาไรด์ 2 โมเลกุล
คาร์โบไฮเดรตชนิดใดที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้โดยตรง
ก. น้ำตาลมอลโตส
ข. น้ำตาลซูโครส
ค. น้ำตาลกลูโคส
ง. ไกลโคเจน
พลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกาย ได้จากการสลายสารอาหารประเภทใดเป็นลำดับแรก
ก. ไขมัน
ข. โปรตีน
ค. คาร์โบไฮเดรต
ง. เกลือแร่
ข้อสรุปใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับลิพิด
ก. ไขมันและน้ำมันเป็นสารประกอบประเภทเอสเทอร์
ข. ลิพิดเป็นสารชีวโมเลกุลที่ประกอบด้วยธาตุ C, H และ O เท่านั้น
ค. ไขมันและน้ำมันเกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกรดไขมันกับกลีเซอรอล
ง. ไขมันและน้ำมันไม่ละลายในน้ำ แต่ละลายได้เล็กน้อยในเอทานอล
ขี้ผึ้ง จัดเป็นสารกลุ่มใด
ก. ไข
ข. สเตียรอยด์
ค. ฟอสฟอลิพิด
ง. ไขมันและน้ำมัน
นำสาร A B C และ D มาทดสอบสมบัติต่างๆ ได้ผลดังตาราง
สารชนิดใดน่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต
ก. A และ B
ข. A และ D
ค. B และ D
ง. C และ D
สารที่เป็นตัวกลางในการลำเลียงวิตามิน A และวิตามิน K เข้าสู่ร่างกาย คือข้อใด
ก. ไขมัน
ข. น้ำ
ค. โปรตีน
ง. วิตามิน B12
เหตุใดจึงต้องเก็บเนยไว้ที่อุณหภูมิต่ำๆ
ก. เพื่อมิให้เนยเปลี่ยนสี
ข. เพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชันของไขมันอิ่มตัว
ค. เพื่อมิให้ไขมันในเนยถูกไฮโดรไลส์เป็นกรดไขมัน
ง. เพื่อมิให้เกิดการสูญเสียนนน้ำของกรดไขมันไม่อิ่มตัว
นำน้ำมัน 4 ชนิด ในปริมาณเท่ากัน มาทำการทดสอบด้วยทิงเจอร์ไอโอดีน น้ำมันชนิดใดประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากที่สุด พิจารณาที่ตารางแล้วตอบ
ก.
ข.
ค.
ง.
ไขมันและน้ำมัน จัดเป็นสารอินทรีย์ประเภทใด
ก. อีเทอร์
ข. เอสเทอร์
ค. เอมีน
ง. อัลดีไฮด์
สารตั้งต้นในข้อใดที่ใช้เตรียมไขมัน
ก. กรดไขมัน กับกลีเซอรอล
ข. กรดไขมัน กับ NaOH
ค. กรดอะมิโน กับ อัลกอฮอล์
ง. กลูโคส กับ NaOH
จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
1 = น้ำมันพืชเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว
2 = ต้มน้ำมันพืชกับสารละลาย NaOH จะได้สบู่
3 = ไขวัวประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวมากกว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัว
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 2 และ 3
ค. ข้อ 1 และ 3
ง. ข้อ 1 2 และ 3
ไขมันและน้ำมันที่เก็บไว้นานมักจะมีกลิ่นเหม็นหืน ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาแบบใด
ก. ไฮโดรลิซิสและออกซิเดชัน
ข. ไฮโดรลิซิสและสะปอนนิฟิเคชัน
ค. เอสเทอริฟิเคชันและออกซิเดชัน
ง. เอสเทอริฟิเคชันและสะปอนนิฟิเคชัน
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับ “กรดไขมัน”
1. เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว จึงไม่ละลายในน้ำ
2. มีจำนวน C อะตอมตั้งแต่ 12 – 18 อะตอม
3. เป็นกรดอินทรีย์ที่มีหมู่ –COOH เป็นหมู่ฟังก์ชัน
4. กรดไขมันไม่อิ่มตัว ในโมเลกุลจะประกอบด้วยพันธะเดี่ยวทั้งหมด
ก. ข้อ 1 , 2 และ 3
ข. ข้อ 1 , 2 และ 4
ค. ข้อ 2 , 3 และ 4
ง. ข้อ 1 3 และ 4
น้ำมันชนิดใดต่อไปนี้ ที่เกิดการเหม็นหืนได้ง่ายที่สุด
ก. น้ำมันรำข้าว
ข. น้ำมันถั่วเหลือง
ค. น้ำมันปาล์ม
ง. น้ำมันมะพร้าว
ในน้ำมันพืช มีสารที่ช่วยป้องกันการเหม็นหืนตามธรรมชาติ ได้แก่
ก. วิตามิน A
ข. วิตามิน D
ค. วิตามิน E
ง. วิตามิน B
น้ำมันและไขมัน แตกต่างกันอย่างไร
ก. มีสูตรโครงสร้างแตกต่างกัน
ข. มีจำนวนกรดไขมันไม่เท่ากัน
ค. มีสถานะที่อุณหภูมิห้องไม่เหมือนกัน
ง. น้ำมันส่วนใหญ่พบในพืช ไขมันส่วนใหญ่พบในสัตว์
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับ “กรดไขมัน”
ก. ไม่ละลายน้ำ
ข. มีสูตรทั่วไปคือ R-COOH
ค. การเตรียมกรดไขมัน เตรียมได้จากปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสไขมันและน้ำมัน
ง. กรดไขมันอิ่มตัว ในโมเลกุลจะประกอบด้วยพันธะเดี่ยวและมีพันธะคู่ 1 พันธะ
กรดไขมันโอเลอิก ( oleic acid) พบได้ใน
ก. เนย
ข. น้ำมันมะกอก
ค. น้ำมันมะพร้าว
ง. น้ำมันปาล์ม
ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของไขมัน
ก. ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
ข. ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
ค. ช่วยป้องกันการกระแทก
ง. ช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อน
วัยรุ่นที่มีรูปร่างผอมบาง ปราศจากไขมัน มีโอกาสขาดวิตามินชนิดใด
ก. วิตามินเอ
ข. วิตามินบี 1
ค. วิตามินบี 12
ง. วิตามินซี
