NEW
Font size
Worksheets135-343 final 2/2563
Total questions: 72
Worksheet time: 4hrs 50mins
โรคหลอดเลือดอักเสบ (vasculitis) ในเด็กมีความสัมพันธ์กับโรคใด
Idiopathic thrombocytopenic purpura
Thrombotic thrombocytopenic purpura
Immune thrombocytopenic purpura
Henoch-Schönlein purpura
ติดเชื้อ E. coli O157:H7
ข้อใดคือ pathogenesis ของโรค Thrombotic Thrombocytopenic Purpura (TTP)
เกิดจาก autoantibody ต่อ platelet
เกิดจากกลายพันธุ์ของยีน ADAMTS-13
เกิดจากกลายพันธุ์ของยีน GPIIb หรือ IIIa
เกิดตามหลังโรค Paroxysmal nocturnal hemoglobinuria (PNH)
เกิดตามหลังโรค hemolytic uremic syndrome. (HUS)
เด็กชายอายุ 5 ปี พบแพทย์ด้วยการจ้ำเขียวตามแขนขา เลือดออกตามไรฟัน ก่อนหน้านี้ 3 สัปดาห์ได้ไปรับการฉีดวัคซีนรวม DTP5 ผลทางห้องปฎิบัติการมีดังนี้ Platelet count < 100,000 / mm3, Hb 10.9 g/dL, Hct 34% Blood smear: hypochromic1+, microcytic 1, macrothrombocytopenia, ค่า coagulogram ปกติ นศ. คาดว่าผู้ป่วยเป็นโรคใด
Chronic ITP
Acute TTP
Chronic TTP
Acute ITP
Henoch-Schönlein purpura (HSP)
ผู้ป่วยรายหนึ่งสเมียร์เลือดพบ thrombocytopenia ระดับ GP IIb/IIIa ลดลง จากข้อมูลนี้มีความสัมพันธ์กับโรคใด
Storage pool disease
Hemorrhagic telangectasia
Chediak-Higashi syndrome
Glanzmann's thrombasthenia
von Willebrand disease (vWD)
ผู้ป่วยหญิงอายุ 36 ปี มาด้วยอาการเป็นจุดเลือดออกตามแขนและขา มีประจำเดือนมามากกว่าปกติ พบว่าผู้ป่วยมีอาการซีดร่วมด้วย ตรวจดู blood smear พบ schistocyte 2+ และ Thrombocytopenia, bleeding time ให้ผล prolong, clot retraction ให้ผลปกติ เพื่อหาสาเหตุของโรค นศ. คิดว่าควรตรวจอะไรเพิ่มเติม
ANA test
Bone marrow aspiration
ระดับ ADAMTS13
antiplatelet antibodies
PT, APTT และ TT
ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง เมื่อทำการทดสอบ Platelet aggregation test ในผู้ป่วย Glanzmann’s thrombasthenia
ไม่เกาะกลุ่มกับสารกระตุ้น Epinephrine และ Ristocetin
ไม่เกาะกลุ่มกับสารกระตุ้น Collagen และ Ristocetin
เกาะกลุ่มกับสารกระตุ้น Epinephrine และ Ristocetin
เกาะกลุ่มกับสารกระตุ้น Collagen และ Ristocetin
เกาะกลุ่มกับสารกระตุ้น Ristocetin เท่านั้น
ผู้ป่วยชายอายุ 76 ปี มาด้วยอาการ echymosis ก่อนหน้านี้ 3 สัปดาห์มีอาการปวดหลังและปวดตามข้อต่างๆ ก่อนหน้านั้นอีก 1 สัปดาห์มีอาการปัสสาวะเป็นสีโค้กและเลือดกำเดาไหลนานกว่าปกติ ผลตรวจทางห้องปฎิบัติการมีดังนี้ Hb 7.8 g/dL, Hct 24)4%, WBC: 6.8 x 103 per uL, MCV: 84 fL, Platelets: 10,400 per UL, PTT: 28.2 sec, PT: 11.8 sec, INR: 1.02. Blood smear showed hypochromic, anisocytosis 2+: macrocytic 1+, microcytic 1+, basophilic stippling. เพื่อหาสาเหตุของโรค นศ. คิดว่าควรตรวจอะไรเพิ่มเติม
ระดับ ADAMTS13
ระดับ anti-glycoprotein (GP) IIb/IIIa antibodies
ระดับ Indirect bilirubin
Direct Coombs’ test
Platelet aggregation test
ผู้ป่วยเข้าพบแพทย์ด้วยอาการมีจ้ำเขียวเกิดขึ้นได้ง่าย ประวัติก่อนหน้านี้เมื่อมีบาดแผลเลือดออกเลือดจะหยุดไหลช้า ผลทางห้องปฎิบัติการมีดังนี้ Blood smear: mild thrombocytopenia with giant platelet, Bleeding time ได้ค่า prolong Platelet aggregation พบว่าไม่ตอบสนองกับ ristocetin เกล็ดเลือดไม่เกิด adhesion และ aggregation เพื่อหาสาเหตุของโรค นศ. คิดว่าควรตรวจอะไรเพิ่มเติม
ตรวจระดับ Glycoprotein GPIIb/IIIa receptor
ตรวจระดับ anti-glycoprotein (GP) IIb/IIIa receptor antibodies
ตรวจระดับ ADAMTS13
ตรวจระดับ Glycoprotein Ib/IX/V receptor
ตรวจระดับ antiplatelet antibodies
ข้อใดต่อไปนี้ มีเกล็ดเลือดต่ำและไม่พบ giant platelet ในสเมียร์เลือด
Amegakaryocytic Thrombocytopenia
ITP
May-Hegglin anomaly
Bernard-Soulier syndrome
Acquired Platelet Dysfunction with Eosinophilia
ข้อใดจัดอยู่ในกลุ่ม Defects in platelet–vessel wall interaction
Glanzmann thrombasthenia
Wiskott Aldrich syndrome
Senile purpura
von Willebrand disease
Chediak-Higashi syndrome
การตรวจทางห้องปฏิบัติการใดต่อไปนี้ใช้ในการแยกระหว่างผู้ป่วยภาวะ Hemophilia A กับ Von-Willebrand’s disease ได้ดีที่สุด
Prothrombin time
Platelet count
Bleeding time
Partial thromboplastin time
Thrombin time
ผู้ป่วยโรค von Willebrand disease type ใด เมื่อตรวจ Ristocetin-induced platelet aggregation (RIPA) จะพบการเกาะกลุ่มต่อการกระตุ้นเมื่อความเข้มข้นต่ำ
type 1
type 2A
type 2B
type 2N
type 3
ผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการต่อไปนี้ เข้ากับการวินิจฉัยโรคใด
Partial thromboplastin time 100 วินาที (ค่าปกติ 30-40 วินาที), Prothrombin time 12 วินาที (ค่าปกติ 11-13 วินาที), Thrombin time 10 วินาที (ค่าปกติ 10-12 วินาที) Bleeding time = normal และ specific-factor assay; FVIII activity = 2.5% (ค่าปกติ 50-120 %) , FVIII activity = 112 % (ค่าปกติ 50-120 %)
Hemophilia A
Hemophilia B
Hemophilia C
Von Willebrand’s disease
Fibrinogen deficiency
ชายไทยคู่อายุ 30 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการเลือดกำเดาไหลง่าย พบเลือดออกตามไรฟันหลังแปรงฟันเกือบทุกครั้ง เวลาถอนฟันเลือดจะหยุดไหลนั้นใช้เวลานานมาก แพทย์สั่งตรวจ PT = normal, aPTT= prolong และ TT= normal และทำการ ทดสอบ vWF panel ได้ผลดังนี้
vWF:RCo = 13%. (51-215%)
vWF:Ag = 17 IU/d (52-214IU/d)
FVIII activity = 62% (56-191%)
WF:RCo/ vWF:Ag = 0.76
RIPA: decrease
ผลทางห้องปฎิบัติการดังกล่าวสอดคล้องกับโรคใด
Hemophilia A
Hemophilia B
Hemophilia C
Von Willebrand’s disease
Fibrinogen deficiency
ผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการต่อไปนี้ นักศึกษาควรทำการทดสอบใดต่อ
Partial thromboplastin time 71 วินาที (ค่าปกติ 30-40 วินาที), Prothrombin time 18วินาที (ค่าปกติ 11-13 วินาที), Thrombin time 19 วินาที (ค่าปกติ 10-12 วินาที) Bleeding time = normal
Specific Factor assay ของ FV
Specific Factor assay ของ FVII
Specific Factor assay ของ FVIII
Specific Factor assay ของ FIX
Specific Factor assay ของ Fibrinogen
ข้อใดคือ vWD ที่ลูกศรชี้ เกิดจากความผิดปกติลักษณะใด
Partial deficiency
completed deficiency
Absent High molecular weight vWF
Increased affinity for platelet
Decreased affinity for platelet
การตรวจคัดกรองใดมีการใช้ 5-M urea solution
FV
vWF
FVIII
FIX
FXIII
เด็กชายอายุ 11 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการข้อเข่าบวมทั้ง 2 ข้าง มีอาการปวดรุนแรง แพทย์สั่งตรวจ PT = normal, aPTT= prolong และ TT= normal , Mixing test := corrected และทำการ ทดสอบ vWF:RCo = 62 %. (51-215%) นักศึกษาควรทำสิ่งใดต่อเพื่อวินิจฉัยโรคได้ดีที่สุด
RIPA
Factor assay
multimer analysis
Platelet count
Bleeding time
เด็กชายอายุ 5 ปี มีประวัติเลือดไหลหยุดช้า
แพทย์สั่งตรวจ PT = prolong, aPTT= prolong
นักศึกษาสามารถทำสิ่งใดต่อเพื่อวินิจฉัยโรคได้ ยกเว้น ข้อใด
FX level
FV level
prothrombin level
Thrombin time
vWF:Ag
ชายไทยคู่อายุ 25 ปี มาพบแพทย์
แพทย์สั่งตรวจ platelet count normal, PT = normal, aPTT= prolong และ TT= normal และทำการ ทดสอบ vWF panel ได้ผลดังนี้
vWF:RCo = 1.5 %. (51-215%)
vWF:Ag = 2 IU/d (52-214IU/d)
FVIII activity = 1.5 % (56-191%)
RIPA: absent (no agglutination)
ผลดังกล่าวสอดคล้องกับโรคใด
Hemophilia A
Hemophilia B
Von Willebrand’s disease type 1
Von Willebrand’s disease type 3
Bernard–Soulier syndrome
Hemostasis disorder ในข้อใดที่จัดอยู่ในกลุ่ม acquired coagulation disorder
Hemophilia A
ITP
Liver disease
Bernard-Soulier syndrome
APDE
จากภาพ warfarin จะยับยั้งบริเวณใด
A
B
C
D
E
ข้อใด ไม่ใช่ Vitamin K Dependent Proteins
factor II (prothrombin)
protein C & protein S
factor IX (thromboplastin component)
factor VII (proconvertin)
factor VIII
ถ้ามีความผิดปกติของ vitamin K ในร่างกาย ทำให้เกิดโปรตีนที่มีปริมาณปกติ แต่ไม่สามารถทำหน้าที่เป็น coagulation factor ได้ โปรตีนนี้มี ชื่อเรียกรวมๆ ว่าอะไร
PIVKA
Menaquinones
CYP2C9
Phylloquinone
Kallikrein
หญิงตั้งครรภ์มีอายุครรถ์ครบ 9 เดือน พบแพทย์ด้วยอาการปวดท้องเกร็งผิดปกติ ในระหว่างที่อยู่ในห้องคลอดมีเลือดออกมากผิดปกติ แพทย์สั่งเจาะเลือดส่ง crossmatch เพื่อขอเลือด 4 ยูนิต พร้อมส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้ผลดังนี้
CBC: Hb 10.0 mg/dl, Hct 27%, WBC count 9,000/µl, platelet count 75,000/µl, neutrophil 60%, lymphocyte 35%, monocyte 5 %, RBC morphology hypochromia few, anisocytosis few, microcyte few, poikilocytosis 2+ shitocyte 1+, keratocyte 1+
Coagulogram testing: PT 26 วินาที (10-15 วินาที), APTT 65 วินาที (26-32 วินาที), TT 24 วินาที (11-15 วินาที) D-dimer 2,157 ng/ml (normal <500 ng/ml)
สาเหตุของเลือดออกผิดปกติของหญิงตั้งครรถ์น่าจะเกิดจากสาเหตุใด
TTP
DIC
Lupus anticoagulant
APDE
ITP
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ที่มีภาวะ DIC ข้อใดผิด
PT และ aPTT มีค่ายาวกว่าปกติ
TT มีค่าปกติ
ตรวจพบ fibrin split product
Euglobulin lysis time มีค่าผิดปกติ
ตรวจพบ fragmented red blood cells ใน blood smear
เมื่อเปรียบเทียบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของภาวะ DIC และ TTP ข้อใด ผิด
A
B
C
D
E
ต่อไปนี้เป็นลักษณะของ Factor V Leiden ยกเว้น
ความผิดปกตินี้ทำให้เกิด hereditary hypercoagulable conditions
การถ่ายทอดความผิดปกตินี้เป็นแบบ autosomal dominant
เป็นความผิดปกติแบบ single point mutation, G1691A (lysine เป็น glutamine กรดอะมิโนที่ตำแหน่ง 506)
มีก้อน clot เกิดขึ้นมากกว่าปกติ (overproduction of thrombosis)
เกิดภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอุดตันหรือลักษณะ venous thromboembolism (VTE)
ต่อไปนี้เป็นผลของ Factor V Leiden ยกเว้น
Factor Va ที่ผิดปกติทำงานได้ดีขึ้น
Activated protein C (APC) และ Protein S สามารถยับยั้งการทำหน้าที่ของ Factor Va ที่ผิดปกติ ได้มากกว่าปกติ
เกิดภาวะ thrombosis ได้เร็วกว่าปกติ
Factor IXa ทำงานได้ปกติ
Prothrombin สามารถเปลี่ยนไปเป็น Thrombin ได้มากกว่าปกติ
ต่อไปนี้เป็นลักษณะของ Factor II gene mutation ยกเว้น
เป็นภาวะ hereditary hypercoagulable conditions ที่พบได้บ่อยใน USA
การถ่ายทอดความผิดปกตินี้เป็นแบบ autosomal dominant
ความผิดปกติแบบ homozygous state ทำให้เกิดภาวะ thrombosis มากกว่าปกติ 80 เท่า
เป็นความผิดปกติแบบ single point mutation (G to A at position 20210)
ไม่ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอุดตันหรือลักษณะ venous thromboembolism (VTE)
สาเหตุหลักของการเกิด activated protein C resistance (APCR) คือ
Vitamin K deficiency
DIC
Liver disease
Protein S/Protein C ผิดปกติ
Factor V Leiden
เกี่ยวกับ lupus anticoagulation ข้อใดผิด
Lupus anticoagulant เป็น antibody ที่สามารถต้านการทำงานของ phospholipid-protein complexes
ผู้ป่วย SLE เท่านั้นที่สามารถสร้าง antibody ชนิด lupus anticoagulant แล้วทำให้เกิดการ bleeding
ผู้ที่มี antibody ชนิด lupus anticoagulant จะทำให้ factor X, factor XII, และ prothrombin ทำงานผิดปกติ
Activated thromboplastin time (aPTT) ใช้เป็น screening test ของผู้ที่มี lupus anticoagulant
ที่มี lupus anticoagulant จะตรวจพบค่า aPTT ยาวกว่าปกติ
Antiphospholipid ทำให้เกิดภาวะ thrombosis ได้อย่างไร
จับกับ phospholipid binding protein ที่อยู่บนผิวเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด
กระตุ้นให้มีการสร้าง transcription factor เพิ่มขึ้น
มีการสร้าง tissue factor เพิ่มขึ้นบนผิวเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด ทำให้สร้าง β2GPI ที่อยู่บนผิวเซลล์เพิ่มขึ้น
กระตุ้นให้เยื่อบุหลอดเลือดอยู่ในสภาวะ procoagulant และ proinflammatory
ถูกทุกข้อ
Tumor cells ทำให้เกิด hypercoagulable state โดย
กระตุ้นการสร้าง tissue factor ทำให้ tissue factor กระตุ้นการทำงานของ Factor VII, และ IX ส่งผลทำให้เกิด thrombosis มากขึ้น
กระตุ้นการทำงานของ Factor X โดยตรงทำให้เกิด thrombosis มากขึ้น
Tumor cells สามารถหลั่ง inflammatory cytokines เช่น IL-1 สามารถกระตุ้น endothelial cells ให้หลั่ง tissue factor เพิ่มมากขึ้น สุดท้ายทำให้เกิด thrombosisมากขึ้น
Tumor cells สามารถกระตุ้นผ่านทั้ง intrinsic และ extrinsic pathways
ถูกทุกข้อ
ผู้ป่วยเพศชายอายุ5 ขวบ เมื่อ 1 วันก่อน มารดาพยายามดึงฟันหน้าบนที่กำลังจะหลุด ขณะกำลังดึงออก มีไหลออกจากโคนฟันมาก มารดาใช้ผ้ากดไว้ แต่ก็ยังมีเลือดซึมออกมาปนกับน้ำลายตลอดเวลาจึงพามาพบแพทย์ ตรวจร่างกายพบจ้ำเขียวขนาดเท่านิ้วโป้งบริเวณไหลขวา ซักประวัติพบว่าผู้ป่วยเริ่มมีอาการเช่นนี้ตั้งแต่อายุได้ 6 เดือน และแม่เด็กเล่าว่าน้องชายคนเล็กของตนก็มีอาการคล้ายๆกันแบบนี้
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ HCT 40%, WBC 5.5 x103cell/uL, platelet 160 x103cell/uL, N 52%, Lymph 44%, Mono 2%, Eos 2%
Bleeding time 6.5 min, VCT > 30 min, PT 11.7 sec (normal 11-15 sec) APTT 98.0 sec (normal 25-35 sec)
จากประวัติและผลทางห้องปฏิบัติการใดต่อไปนี้สอดคล้องกับผู้ป่วยคนดังกล่าว
TT prolong
ระดับของ ADAMTS-13 ผิดปกติ
platelet aggregation test ต่อ ristocetin ผิดปกติ
Factor VIII deficiency
Factor VII deficiency
ผู้ป่วยชายอายุ 10 ปี มีเลือดออก 5 ชั่วโมง หลังจากถอนฟันคุด ไม่เคยมีประวัติเลือดออกง่ายมาก่อน ไม่เคยผ่าตัดหรือประสบอุบัติเหตุ ตรวจร่างกายพบเลือดซึมจากแผลเล็กน้อย หัวและคางบวม มี ecchymosis ขนาดใหญ่
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Platelet count ปกติ, Bleeding time ปกติ, APTT 60 sec (normal 25-35 sec), PT 12.2 sec (normal 11-14 sec) ทำ mixing study กับ Normal serum ได้ APTT 30 sec จงให้การวินิจฉัยผู้ป่วยรายดังกล่าว
von Willebrand disease (VWD)
Hemophila A
Hemophila B
Hemophila C
Liver disease
ข้อมูลจากการซักประวัติใดเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยภาวะการเกิดเลือดออกง่ายน้อยที่สุด
การใช้ยา
อายุ
ระยะเวลาที่มีเลือดออก
เพศ
ประวัติการได้รับเลือด
เด็กผู้ชายอายุ 3 ขวบ มาพบแพทย์ด้วยมีจ้ำเลือดเกิดขึ้นหลายที่ที่บริเวณหลังและขามาประมาณ 2 อาทิตย์ ตรวจร่างกายพบจ้ำเลือดecchymoses และ large purpuric spot ที่บริเวณหลัง, no icteric sclera, no pallor
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ; Hb 12 g/dL, WBC 10,000/cu.mm (Lym 50%, Neu 30%, E10 %, Mon 10%), platelets 480,000/cu.mm. reticulocyte count 4%. peripheral blood smear พบ pale stained และ hypogranularity platelet. aPPT 30 sec (normal 25-35 sec) PT 10 sec (normal 11-14 sec) TT 10 (normal 10-14 sec)
จงให้การวินิจฉัยผู้ป่วยรายดังกล่าว
Wiskott-Aldrich Syndrome
von Willebrand disease (VWD)
Acquired prothrombin complex deficiency
Hemophilia disease
Acquired Platelet Dysfunction with Eosinophilia (APDE
ภาวะใดต่อไปนี้ส่งให้ค่า thrombin time มีค่า prolonged
Prothrombin deficiency
Antithrombin deficiency
Hypofibrinogenemia
Warfarin therapy
ถูกทุกข้อ
เด็กชายอายุ 8 ปีมาพบแพทย์ด้วยอาการพบจุดเลือดออกบริเวณหน้าและหลังมาประมาณ 1 อาทิตย์ ตรวจร่างกายพบจุดเลือดออก แบบ petechiae และ purpuric spot, no icteric sclera, no pallor
ตรวจ liver และ spleen ปกติ, lymph node ปกติ.
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ; Hb 14 g/dL, WBC 7,800/cu.mm (Lym 60%, Neu 40%), platelets 47,000/cu.mm, reticulocyte count 4%
จงให้การวินิจฉัยผู้ป่วยรายดังกล่าว
Aplastic anemia
Von willebrand disease
Acute lymphoblastic leukemia
Immune thrombocytopenia
Acquired platelet dysfunction with eosinophilia
การตรวจทางห้องปฎิบัติการใดต่อไปนี้ใช้ในการแยกผู้ป่วย Bernard-Soulier Syndrome และ Von-Willebrand’s disease ได้ดีที่สุด
Prothombin time
Thrombin time
Partial thromboplastin time
Bleeding time
Platelet aggregation test
การตรวจทางห้องปฏิบัติการใดต่อไปนี้ใช้ในการแยกผู้ป่วย TTP และ DIC ได้ดีที่สุด
Blood smear
ตรวจหาระดับ Bilirubin และ Urobilinogen
Bleeding time
D-dimer
Platelet aggregation test
ผู้ชายอายุ 55 ปี เป็น cirrhosis ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นใดตอนนี้ แต่มีเลือดออกตามไรฟันไม่หยุด ตรวจร่างกายพบฝันผุและเหงือกอักเสบ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Platelet count 200 x 109/L, APTT 45.0 sec (normal 25-35 sec), PT 30.9 sec (11-14 sec)
TT 12.3 S (11-14), Fibrinogen 1.31 g/L (2-4 g/L), FDP 40 ug/mL (0-10)
ผลปฎิบัติการดังกล่าวสอดคล้องกับข้อใด
DIC
Hyperfibrinolysis
Hemophilia
Vitamin K deficiency
von Willebrand disease
ผู้หญิงอายุ 20 ปี มาพบแพทย์เนื่องจากมีภาวะโลหิตจางจากการขาดเหล็กเพราะมีประจำเดือนมากกว่าปกติ แพทย์ซักประวัติย้อนไปพบว่า ผู้ป่วยและบิดาของผู้ป่วยมีเลือดกำเดาไหลเป็นๆหายๆมาตั้งแต่เด็ก โดยไม่พบรอยโรคในจมูก
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Platelet count 240 x 109/L, APTT 37.5 sec (normal 25-35 sec), PT 11.9 sec (11-14 sec), Bleeding time 16 นาที
จากประวัติและผลทางห้องปฏิบัติการใดต่อไปนี้สอดคล้องกับผู้ป่วยคนดังกล่าว
TT prolong
ระดับของ ADAMTS-13 ผิดปกติ
platelet aggregation test ต่อ ristocetin ผิดปกติ
Factor IX deficiency
Euglobulin clot lysis time ผิดปกติ
Point-of-care ของการตรวจวัด prothrombin time ที่นิยมใช้ในปัจจุบันใช้หลักการใดในการตรวจวัด
Electrical impedance clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
ทำการวิเคราะห์ตัวอย่าง plasma โดยใช้เครื่องอัตโนมัติจากผู้ป่วยรายหนึ่งเพื่อตรวจหาค่า APTT พบว่าเครื่องแสดง flag ว่าตัวอย่างเป็น icteric ซึ่งตัวอย่างดังกล่าวจะ ไม่ ส่งผลต่อการทดสอบด้วยหลักการใด
Mechanical clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
สารใดต่อไปนี้ ไม่ สามารถทดสอบด้วยการใช้หลักการของ Chromogenic end-point detection ได้
D-dimer
Factor X assay
Plasminogen assay
Factor VIII assay
tPA
ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อดีของวิธี mechanical clot end-point detection
ไม่ถูกรบกวนจากตัวอย่าง hemolysis
สามารถแสดงกราฟการเกิด clot ได้ถูกต้อง
สามารถเพิ่มความสามารถของแสงให้มีหลาย wavelengths เพื่อการตรวจจับที่แม่นยำมากขึ้น
สามารถวัดระดับของโปรตีนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเกิด fibrin ได้
ถูกทุกข้อ
Fibrometer เป็นเครื่องวัดการเกิด fibrin clot โดยการใช้หลักการใด
Mechanical clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
ข้อใดต่อไปนี้กล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับหลักการ Nephelometric End-Point Detection
มีตัวรับแสงวางในแนวเดียวกับแหล่งกำเนิดแสงและ cuvette ใส่ตัวอย่าง
มีการแปลงค่าการกระเจิงแสงที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับเวลาที่ใช้ในการเกิด fibrin clot
ตัวอย่างที่มีลักษณะเป็น lipemia จะส่งผลกระทบกับการใช้หลักการนี้
สามารถใช้ร่วมกับหลักการ Immunologic antigen-antibody reaction detection ได้
สามารถตรวจวัดปริมาณของ antithrombin III จากหลักการนี้ได้
จากรูปปฏิกิริยาการตรวจวัด plasminogen โดยการใช้หลักการใด
Mechanical clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
นักเทคนิคการแพทย์ได้นำตัวอย่างเลือดผู้ป่วยรายหนึ่งเพื่อตรวจ specific VIII activity ด้วยเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติพบว่ามีลักษณะเป็น lipemia เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติโดยใช้หลักการใดที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจวัดตัวอย่างนี้
Viscosimetric clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
ตัวอย่างใดต่อไปนี้แสดงถึงความผิดพลาดเชิงระบบ (systemic error)
มีการสลับตัวอย่างตรวจ ทำให้รายงานผลผู้ป่วยผิดพลาด
ผล platelet count สูงทุกรายเนื่องจากใช้น้ำยาหมดอายุ
ผล platelet count ของผู้ป่วยรายหนึ่งต่ำ เนื่องจากเลือดมีการแข็งตัว
พิมพ์ค่าที่ทำการทดสอบได้ลงในคอมพิวเตอร์สำหรับรายงานผลผิดพลาด
ค่า PTT ของผู้ป่วยรายหนึ่งผิดปกติ เนื่องจากหยิบใช้ pipette tip ที่อุดตัน
ข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพระหว่างการวิเคราะห์
ควรเลือกใช้เกณฑ์ ± 2SD ในการควบคุมคุณภาพของทุกการทดสอบ
ควรเลือกใช้ Westgard’s rules ทั้ง 6 ข้อในการควบคุมคุณภาพของทุกการทดสอบ
ควรทำการทดสอบ control material อย่างน้อย 1 ระดับทุกวัน สำหรับทุกการทดสอบ
ควรเลือกใช้ Westgard’s rules ให้เหมาะสมที่สุด เพื่อควบคุมคุณภาพของแต่ละการทดสอบ
ห้องปฏิบัติการสามารถเลือกใช้วิธี inter-laboratory comparison ทดแทนการเข้าร่วมโครงการ EQA ได้
ข้อใดคือเป้าหมายของการทำ QC planning
ทำให้มีการปฎิเสธสิ่งส่งตรวจผิดพลาดลดลง (low false rejection)
สามารถตรวจพบความผิดพลาดได้สูง (High error detection)
สามารถช่วยให้ห้องปฎิบัติการควบคุมค่าใช้จ่ายในการทำ control ได้เหมาะสม (Allow lab to control cost property)
สามารถช่วยให้มีการพัฒนางานในด้าน IQC (Provide opportunity to improve IQC performance)
ถูกทุกข้อ
กราฟควบคุมคุณภาพ (L-J chart ) แสดงดังรูปนี้ เป็นไปตามกฎของ Westgard ในข้อใด
1 -2S
2 -2S
R -4S
4 -1S
10 –X
ผลการควบคุมคุณภาพของวิธีตรวจนับเกล็ดเลือดด้วยเครื่องอัตโนมัติยี่ห้อ MT รุ่น 03/2561 แสดง ดังตารางต่อไปนี้
จงคำนวณค่า normalized imprecision และ normalized inaccuracy
normalized imprecision = 30, normalized inaccuracy = 20
normalized imprecision = 20, normalized inaccuracy = 30
normalized imprecision = 300, normalized inaccuracy = 200
normalized imprecision = 200, normalized inaccuracy = 300
normalized imprecision = 20, normalized inaccuracy = 20
การทดสอบค่า % Hct ของโรงพยาบาล A มีค่า %TEa จาก CLIA = 6.0%, %CV total= 0.8,
% Bias 0.613 จงคำนวณค่า Sigma matrics และแปลผลระดับความสามารถของรายการตรวจวิเคราะห์นี้
ค่า Sigma=6.728 แปลผล รายการตรวจวิเคราะห์ที่มีความสามารถไม่ดี จำเป็นต้องเลือกใช้กฎที่เข้มงวด
ค่า Sigma=6.728 แปลผล รายการตรวจวิเคราะห์ที่มีความสามารถเยี่ยมยอด สามารถใช้กฎผ่อนปรนได้
ค่า Sigma=8.428 แปลผล รายการตรวจวิเคราะห์ที่มีความสามารถไม่ดี จำเป็นต้องเลือกใช้กฎที่เข้มงวด
ค่า Sigma=8.428 แปลผลรายการตรวจวิเคราะห์ที่มีความสามารถเยี่ยมยอด สามารถใช้กฎผ่อนปรนได้
ค่า Sigma=3.05 แปลผล รายการตรวจวิเคราะห์ที่มีความสามารถไม่ดี จำเป็นต้องเลือกใช้กฎที่เข้มงวด
การทดสอบเพื่อประเมินค่า platelet count ของห้องปฎิบัติการโรงพยาบาล B ผลการ plot ค่า operating plot จาก normalized inaccuracy (Y-axis) และ normalized imprecision (X-axis) ใน OPspec chat แสดงดังรูป จากการทดสอบดังกล่าวห้องปฏิบัติการควรใช้กฎสำหรับทำ QC ข้อใดเหมาะสมมากที่สุด
12S
12.5S
31S
R4S
13S
นักเทคนิคการแพทย์สุรเดชได้ทำการตรวจวิเคราะห์ค่า CBC ของผู้ป่วยรายหนึ่ง พบว่ามีค่า WBC count = 30 x 109/L นักเทคนิคการแพทย์สุรเดชจึงได้ทำการดูสเมียร์เลือดของผู้ป่วยรายนี้พบว่ามี WBC estimation อยู่ในช่วง 4-7 เซลล์/HPF จากกรณีนี้ผลตรวจ WBC count ของผู้ป่วยรายนี้มีความผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีน่าจะเกิดสาเหตุใดได้บ้าง
ผลตรวจไม่มีความผิดปกติ สามารถออกผลได้เลย
ผลตรวจมีความผิดปกติ อาจจะเกิดจากผลของสารกันเลือดแข็ง
ผลตรวจมีความผิดปกติ อาจจะเกิดจากตัวอย่างเลือดผู้ป่วยมีเม็ดเลือดแดงตัวอ่อนมาก
ผลตรวจมีความผิดปกติ อาจจะเกิดจากตัวอย่างเลือดผู้ป่วยเกิด WBC aggregation
ผลตรวจมีความผิดปกติ อาจจะเกิดจากตัวอย่างเลือดผู้ป่วยเกิด RBC aggregation
ห้องปฏิบัติการ B ทำการประเมินประสิทธิภาพของการนับจำนวน reticulocyte ด้วยเครื่องอัตโนมัติ โดยทำการทดสอบเปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐาน (Flow cytometry using anti-CD71 ISLH/ICSH reference method) จากตัวอย่าง 40 ตัวอย่าง ได้ค่าการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้คือ % Bias = 0.565, % CV = 1.799, TEa= 25 จงคำนวณค่า TEcal และประเมิน accuracy ของวิธีทดสอบนี้
ค่า TEcal = 5.96, accuracy ของการทดสอบนี้ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ค่า TEcal = 5.96, accuracy ของการทดสอบนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ค่า TEcal = 2.36, accuracy ของการทดสอบนี้ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ค่า TEcal = 2.36, accuracy ของการทดสอบนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ค่า TEcal = 236, accuracy ของการทดสอบนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ข้อใดคือเป็นหมายของการกำหนดแผนบำรุงรักษาและแผนสอบเทียบเครื่องมือวิเคราะห์
ลดความแปรปรวนของเครื่องมือวิเคราะห์
ยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือวิเคราะห์
ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้เครื่องมือได้อย่างถูกวิธี
เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานการใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์
ลดการใช้บริการหลังการขายของบริษัทผู้จำหน่ายเครื่องมือวิเคราะห์
คนไข้รายหนึ่งมีค่า hematocrit 60 % ต้องการเก็บเลือด 5 ml จะต้องใช้ 3.2% % trisodium citrate ปริมาณเท่าไร (เมื่อกำหนดให้ Anticoagulant volume(ml) = 0.00185 x blood volume (ml) x (100-hematocrit (%))
0.37 ml
0.4 ml
0.19 ml
0.56 ml
0.28 ml
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ ผลจากความผิดพลาดที่เกิดจากการรัดสายยางที่แขนแน่นเกินไป
Coagulant ถูกกระตุ้นมาก
หลั่ง t-PA ออกมามาก
endothelial ถูกทำลาย
หลั่งสารต้าน fibrinolysis ออกมามาก
เกล็ดเลือดถูกปล่อยออกไปจากผนังหลอดเลือดมาก
ข้อใดปฏิบัติ ไม่ถูกต้อง ตามมาตรฐานปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเจาะเก็บเลือด
ไม่รัดสายยางแน่น เป็นเวลานาน
รอให้ alcohol แห้งก่อนเจาะเลือด
ปลดเข็มจากไซริงค์ ก่อนใส่ลงในหลอดบรรจุเลือด
หลังใส่เลือดลงในหลอด ให้เขย่าเลือดอย่างรวดเร็วและแรงจนเกิดฟองอากาศ
ผสมเลือดด้วยการกลับหลอดไปมาเบาๆ สำหรับหลอดที่มีสารกันเลือดแข็งเช่น EDTA
การทดสอบ Coagulation ควรใช้สารตัวอย่างควบคุม (control materials) กี่ระดับ อะไรบ้าง
1 ระดับ (normal)
2 ระดับ (normal, abnormal)
2 ระดับ (low, high)
3 ระดับ (low, normal, high)
3 ระดับ (normal, abnormal, borderline)
กฎของ Westgard’s multiple rule ข้อใดต่อไปนี้เกิดจากความผิดพลาดแบบ random error
13S ,22S
13S ,R4S
13S
22S,41S
22S,41S,10x
เมื่อกำหนดค่าการทดสอบ APTT ของเครื่องอัตโนมัติให้ผลดังตาราง
เมื่อนำค่าที่ได้มาคำนวณแล้ว plot ในตาราง Method decision chart ดังรูป การทดสอบนี้ level 1 และ level 2 จะอยู่ใน performance ใดตามลำดับ
Level 1: Excellent performance Level 2: Good performance
Level 1: Good performance Level 2: Marginal performance
Level 1: Good performance Level 2: Excellent performance
Level 1: Excellent performance Level 2: Marginal performance
Level 1: Marginal performance Level 2: Poor performance
การทดสอบเพื่อประเมินค่า PT ของห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล B ผลการ plot ค่า operating plot ใน OPspec chat แสดงดังรูป จากการทดสอบดังกล่าวห้องปฏิบัติการควรใช้กฎสำหรับทำ QC ข้อใดเหมาะสมมากที่สุด
12S
12.5S
13S
13.5S
22S
กราฟ Westgard’s multiplerule ดังรูปเกิดจากความผิดพลาดในข้อใด
อุปกรณ์วัดการเกิด fibrin ในเครื่องวิเคราะห์การแข็งตัวของเลือดเสื่อมสภาพ
การเปลี่ยนพลาสมาควบคุม lot ใหม่
น้ำยาเสื่อมคุณภาพ
เปลี่ยนบุคลากรในการวิเคราะห์
ถูกทุกข้อ
ถึงข้อพักแล้วอยากทำไร
กดผ่านเลยจ้าาา
กินน้ำแป็บ
วิ่งเข้าห้องน้ำ
นั่งพักแป็บบ
module hemato เป็นไงบ้าง
หนักที่สุดเลยจ้าา
โอเคน่ะ ทำใจได้แล้ว
สบายๆ ชิวๆๆ
