NEW
Font size
Worksheetsสังเคราะห์แสง ม. 5
Total questions: 20
Worksheet time: 12mins
นักวิทยาศาสตร์ท่านใดที่ค้นพบว่าพืบเก็บธาตุคาร์บอนไว้ในรูปของสารอินทรีย์
แวน นีล
โจเซฟ พริสต์ลีย์
แจน อินเก็น ฮูซ
นิโคลาส ธีโอดอร์ โซซูร์
นักวิทยาศาสตร์ท่านใด ทำการทดลองให้แบคทีเรียสังเคราะห์แสง แล้วใช้ไฮโดรเจนซัลไฟต์แทนน้ำ
แวน นีล
โรบิน ฮิลล์
จูเลียส ซาซ
แดเนียล อาร์นอน
3. นักวิทยาศาสตร์ ท่านใดที่ค้นพบว่าพืชต้องมีตัวรับอิเล็กตรอน โดยการทดลองการเติมเกลือเฟอริกแล้วเปลี่ยนเป็นเกลือเฟอรัส
แซม รูเบน และมาร์ติน คาเมน
โรบิน ฮิลล์
แดเนียล อาร์นอน
แจน อินเก็น ฮูซ
ปฏิกิริยาในข้อใดต่อไปนี้เกิดขึ้นที่บริเวณเยื่อหุ้มไทลาคอยด์
photolysis
light reaction
calvin cycle
ถูกหมดทุกข้อ
ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักร
ATP
ATP และ ออกซิเจน
ออกซิเจน และ NADPH
ออกซิเจน ATP และ NADPH
การตรึงคาร์บอนไดออกไซต์เกิดขึ้นที่บริเวณใด
เยื่อหุุ้มคลอโรพลาสต์
เยื่อหุ้มไทลาคอยด์
เยื่อหุ้มไทลาคอย และ เยื่อหุ้มคลอโรพลาสต์
สโตรมา
รงควัตถุในข้อใดต่อไปนี้ เรียกว่า แอนเทนนา (antenna)
แคโรทีนอยด์ คลอโรฟิลล์ a
แคโรทีนอยด์ คลอโรฟิลล์ a และ คลอโรฟิลล์ b
แคโรทีนอยด์ คลอโรฟิลล์ a คลอโรฟิลล์ b และศูนย์กลางปฏิกิริยา
ระแบบ กลุ่มของโปรตีน ตัวรับอิเล็กตรอน และ ศูนย์กลางปฏิกิริยา
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
ATP เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นตรงบริเวณของเหลวในคลอโรพลาสต์
NADPH เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นตรงสโตรมา
ออกซิเจน เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดตรงลูเมน
การรับส่งตรงอิเล็กตรอนเกิดขึ้นที่เยื่อหุ้มคลอโรพลาสต์
ไม่มีข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักรมีระบบแสง I และ II มาเกี่ยวข้อง
การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักรมีตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายคือ NADP+
เกิดปฏิกิริยา Photolysis
ไม่มีข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
H-accepter ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง คือ
ADP+
NAD+
NADPH+
NADP+
สิ่งที่ไม่มีความสำคัญต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง คือข้อใดต่อไปนี้
ออกซิเจน
คาร์บอนไดออกไซต์
น้ำ
ตัวรับอิเล็กตรอนในพืช
พืชในข้อใดต่อไปนี้มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซต์เหมือนในรูป
ข้าวสาลี
หญ้าแพรก
สับปะรด
กล้วยไม้
น้ำตาลตัวแรกที่เกิดขึ้นในการตรึงคาร์บอนไดออกไซต์ของพืช C3 คือ
PGA
G3P
น้ำตาลกลูโคส
น้ำตาลซูโครส
จากรูปใบพืชที่ตัดตามขวาง ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซต์ในเวลากลางวันและกลางคืน
มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซต์บริเวณเดียวที่มีโซฟิลล์
มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซต์ 2 บริเวณ
ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง
การตรึงคาร์บอนไดออกไซต์ในพืช C4 คาร์บอนไดออกไซต์ที่เกิดขึ้นในชั้น bundle sheath เกิดมาจากการแตกตัวของสารใด
OAA
PGA
pyruvate
malate
ข้อใดต่อไปนี้คือสารอินทรีย์ตัวแรกที่เกิดขึ้นในเวลากลางวันของพืช CAM
Vacuole
malate
OAA
PEP
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
การตรึงคาร์บอนไดออกไซต์ในพืช C3 เกิดขึ้นที่บริเวณเยื่อหุ้มไทลาคอยด์
พืช C4 ใช้เอนไซม์ทั้งหมด 2 ชนิด ในการตรึงคาร์บอน
พืช CAM มีการตรึงคาร์บอน 2 บริเวณ
ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
Bundle sheath ของพืช CAM ไม่มีคลอโรพลาสต์
Bundle sheath ของพืช C3 มีคลอโรพลาสต์
พืช CAM ใช้เอนไซต์ Rubisco ในการเร่ง คาร์บอนไดออกไซต์ให้จับกับ PEP
พืช C3 ใช้เอนไซต์ Rubisco ในการเร่ง คาร์บอนไดออกไซต์ให้จับกับ PEP
พืชในข้อใดต่อไปนี้มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซต์แล้วได้สารอินทรีย์ตัวแรกคือ OAA ในเวลากลางคืน
กล้วยไม้
บานไม่รู้โรย
ข้าวเจ้า
ข้าวโพด
ในการตรึงคาร์บอนไดออกไซต์ ถ้าเริ่มจาก RuBP 3 โมเลกุล จะได้ PGAL ที่นำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างน้ำตาลกี่โมเลกุล
1 โมเลกุล
2 โมเลกุล
10 โมเลกุล
12 โมเลกุุล
