Worksheetsแบบทดสอบคำประพันธ์ และการจับใจความสำคัญ
Total questions: 30
Worksheet time: 28mins
๑. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “ใจความสำคัญ”
ก. ใจความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า
ข. เป็นแก่นของย่อหน้าที่สามารถครอบคลุมเนื้อความในประโยคอื่น ๆ
ค. เป็นใจความที่สนับสนุนใจความอื่น
ง. หากขาดไปจะไม่สามารถเข้าใจความหมายทั้งย่อหน้า
๒. ใจความรอง มีความหมายตรงตามข้อใด
ก. ใจความที่เป็นหลักของย่อหน้า
ข. ใจความที่เป็นแก่นของย่อหน้าทั้งหมด
ค. เป็นใจความที่มีหนึ่งเดียวในย่อหน้า
ง. เป็นใจความที่สนับสนุนใจความหลักของย่อหน้า
๓. ใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า มักปรากฏอยู่ในลักษณะใดมากที่สุด
ก. ถ้อยคำ
ข. ประโยค
ค. สำนวนโวหารต่าง ๆ
ง. ทั้งถ้อยคำ ประโยคและสำนวนโวหารต่าง ๆ
๔. “ ป้าสมศรีเป็นแม่ค้าขายถ่าน ร้านของแกเป็นห้องแถวสองห้องติดกัน อยู่ตลาดริมคลองห่างจากห้องแถวของฉันไปเพียงร้อยกว่าเมตรเท่านั้นเอง ”
ข้อความใดเป็นใจความสำคัญ
ก. อยู่ตลาดริมคลอง
ข. ป้าสมศรีเป็นแม่ค้าขายถ่าน
ค. ร้านของแกเป็นห้องแถวสองห้องติดกัน
ง. ห่างจากห้องแถวของฉันไปเพียงร้อยกว่าเมตร
๕. “ แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรือมาขายให้กับเรา ”
จากข้อความข้างต้น ข้อใดคือใจความสำคัญ
ก. แม่ค้า
ข. ใส่รถหรือเรือ
ค. เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรือ
ง. แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด
๖. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของการอ่านจับใจความ
ก. เมื่ออ่านแล้วสามารถสรุปหรือย่อเรื่องได้
ข. เมื่ออ่านแล้วสามารถปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำได้
ค. เมื่ออ่านแล้วสามารถคาดการณ์ และหาความจริงแสดงข้อคิดเห็น
ง. เมื่ออ่านแล้วสามารถจำคำประพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้
๗. สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อต้องอ่านจับใจความสำคัญคืออะไร
ก. เมื่ออ่านจบให้ตั้งคำถามตนเองว่า เรื่องที่อ่าน มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร
ข. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสำคัญแต่ละย่อหน้า
ค. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน
ง. นำสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่
๘. มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไรชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี (สุนทรภู่)
เมื่ออ่านข้อความนี้แล้วควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขี้เกียจ
ข. ขยันเรียน
ค. อดทน
ง. อดกลั้น
๙. “ เมื่อมีโอกาสก็ควรรีบฉกฉวยเอาไว้ อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ”
ข้อความนี้กล่าวในลักษณะใด
ก. สั่งสอน
ข. ชี้แจง
ค. อบรม
ง. ตักเตือน
๑๐. “ อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก แม้ถอยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา
เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ ”
คำประพันธ์นี้เน้นให้เห็นถึงอะไรเป็นสำคัญ
ก. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
ข. มีวิชาเหมือนมีทรัพย์
ค. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ง. ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
๑๑. แม่เป็นคําแรกที่ลูกพูดได้ แม่เป็นคําที่มีความหมายซึ้งแก่ลูกยิ่งนัก ยากที่จะบรรยายด้วยถ้อยคําใด ๆ แม่จะเป็นที่รักที่เคารพและเป็นเพื่อนที่เข้าใจไว้ใจของลูก ซึ่งจะหาใครมาเหมือนแม่หาไม่ได้อีกแล้ว
คำสำคัญคือข้อใด
ก. แม่
ข. ลูก
ค. รัก
ง. เข้าใจ
๑๒. บุคคลในข้อใดไม่มีพื้นฐานในการอ่านจับใจความ
ก. ก่อนอ่านหนังสือทุกครั้งน้ำหวานจะต้องศึกษาส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในหนังสือ
ข. น้อยหน่าไม่ชอบวรรณคดีไทยเมื่ออ่านเรื่องพระอภัยมณีจึงไม่ค่อยเข้าใจ
ค. หญิงอ่านเรื่องลูกชาวนาได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจ เพราะเคยช่วยปู่ทำนา
ง. รินดาได้ฉายาว่า หนอนหนังสือ เพราะชอบอ่านหนังสือเกือบทุกประเภท
๑๓. บุคคลในข้อใดสามารถอ่านจับใจความเรื่องแม่ศรีเรือนได้ง่ายที่สุด
ก. ปู่กับย่าของน้อยชอบเล่าเรื่องสมัยเด็ก ๆ ของท่านให้ฟัง
ข. แยมชอบทำอาหารและขนมอบ เช่น คุกกี้ เค้ก
ค. หนูนาชอบเล่นหม้อข้าวหม้อแกง
ง. ย่าดาได้รับการสอนเรื่องการบ้านการเรือนจากคุณย่าทวด
๑๔. “ ป้าแช่มกับป้าชื่นอยู่บ้านติดกัน ทั้งสองครอบครัว มีความรักใคร่กลมเกลียวกัน มีอะไรต่างช่วยเหลือซึ่งกัน ”
ข้อความนี้ตรงกับคำพังเพยใด
ก. น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า
ข. บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น
ค. ขมิ้นกับปูน
ง. ขิงก็รา ข่าก็แรง
๑๕. “ ธรรมชาติให้ลิ้นคนเราลิ้นเดียว แต่หูสองหู นั่นคือเราต้องฟังคนอื่นยิ่งกว่าพูดถึงสองเท่า ”
ใจความสำคัญคืออะไร
ก. ธรรมชาติให้ลิ้นเราลิ้นเดียว
ข. ธรรมชาติให้หูสองหู
ค. เราต้องฟังคนอื่นถึงสองเท่า
ง. เราต้องฟังคนอื่นยิ่งกว่าพูดสองเท่า
๑๖. บุคคลในข้อใดไม่ใช้หลักในการอ่านจับใจความสำคัญ
ก. ติ๋มยืมหนังสือจากห้องสมุดมาทำรายงานโดยยังไม่มีหัวข้อในการทำงาน
ข. คิมอ่านเรื่องพระอภัยมณีจบแล้วจึงเขียนสรุปความสำคัญของเรื่องเป็นสำนวนของตนเอง
ค. หลังจากมินอ่านเรื่องเห็นแก่ลูกจบ เธอก็ตั้งคำถามกับตนเองว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
ง. ยิ้มอ่านเรื่องเที่ยวท่าเรือ แล้วหาใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้าทุกครั้ง
๑๗. “ วรรณคดีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองล้วนเกิดจากประสบการณ์และจินตนาการของมนุษย์ที่แสดงออกทางภาษาในรูปแบบต่าง ๆ และมีพัฒนาการมาโดยลำดับตามความเจริญของมนุษยชาติ การเรียนวรรณคดีส่งเสริมพัฒนาทางความคิด อารมณ์ และคุณธรรมได้อย่างดียิ่ง ช่วยให้ผู้เรียนมีโลกทัศน์กว้างขึ้น เข้าใจตนเอง เพื่อนมนุษย์และสังคมโดยส่วนรวมดีขึ้น ”
ข้อความข้างต้นไม่กล่าวถึงคุณค่าด้านใดของวรรณคดี
ก. คุณค่าด้านสังคม
ข. คุณค่าด้านจริยธรรม
ค. คุณค่าสติปัญญา
ง. คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑๘. “ จึงควรไทยสามัคคีเพื่อพี่น้อง ร่วมปกป้องความเป็นไทยมิให้หาย ”
คำในข้อใดเป็นสัมผัสนอกในบทประพันธ์
ก. ไท – ให้
ข. น้อง – ป้อง
ค. ปก – ป้อง
ง. สามัคคี – พี่
๑๙. ข้อใดเป็นการกล่าวถึงฉันทลักษณ์ของกาพย์ยานี ๑๑ ได้ถูกต้อง
ก. กาพย์ยานี ๑๑ ๑ บท มี ๒ บาท
ข. กาพย์ยานี ๑๑ ๑ บท มี ๓ วรรค
ค. กาพย์ยานี๑๑ ๑ บท มี ๕ วรรค
ง. กาพย์ยานี๑๑ ๑ บท มี ๒ วรรค
๒๐. คำประพันธ์ประเภทใดนิยมมีสัมผัสใน
ก. โคลง
ข. ฉันท์
ค. กาพย์
ง. กลอน
๒๑. “ แต่เช้าเท่าถึงเย็น ....................... ”
ข้อความในข้อใดเติมลงในช่องว่างแล้วถูกต้องทั้งเนื้อความและฉันทลักษณ์
ก. งามคำหวานลานใจถวิล
ข. งามมารยาทนาดกรกราย
ค. ไม่เหมือนพี่ที่ตรอมใจ
ง. กล้ำกลืนเข็ญเป็นอาจิณ
๒๒. คำสุดท้ายของวรรคส่งนิยมใช้เสียงวรรณยุกต์ใด
ก. โท
ข. เอก
ค. สามัญ
ง. จัตวา
๒๓. ข้อใดเรียงลำดับได้ถูกต้อง
ก. รับ รอง สดับ ส่ง
ข. รอง รับ สดับ ส่ง
ค. สดับ รับ รอง ส่ง
ง. สดับ รอง รับ ส่ง
๒๔. “ ไทยยืนหยัดพึ่งภัยได้……………ด้วยสืบเนื่องพระบารมีจักกรีวงศ์ ”
ข้อความใดต่อไปนี้ ควรเติมลงในช่องว่างให้ได้ใจความชัดเจน
ก. ลือเลื่อง
ข. รุ่งเรือง
ค. ประเทือง
ง. ไม่สิ้นเปลือง
๒๕. วรรคใดมีสัมผัสในที่เป็นสัมผัสสระและสัมผัสอักษรเด่นชัดที่สุด
ก. ไพเราะคำนำใจให้เป็นสุข
ข. ปราศจากทุกข์ได้เพียงเสียงเสนาะ
ค. อันร้อยกรองพ้องเสียงเพียงจำเพาะ
ง. ไทยสืบเสาะสานเสกเอกลักษณ์
๒๖. “ เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงไม่เลี่ยงหลบ ข้าวปลาครบแม่จัดหามาทั้งสิ้น
แม้นเหนื่อยยากลําบากเนื้อหยาดเหงื่อริน ลูกมีกินสุขกายสบายพอ ”
บทร้อยกรองข้างต้นนี้กล่าวถึงเรื่องใด
ก. ความรักของหนุ่มสาว
ข. ความรักของแม่ที่มีต่อลูก
ค. ความรักของลูกที่มีต่อแม่
ง. ความทุกข์ของแม่ที่ต้องเลี้ยงลูก
๒๗. กาพย์ยานีมีการแบ่งจังหวะในการอ่านอย่างไร
ก. ๒/๓ , ๓/๓
ข. ๓/๒ , ๓/๓
ค. ๒/๓ , ๒/๒/๒
ง. ๓/๒ , ๒/๒/๒
๒๘. “ อนิจจาธานินทร์สิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์
แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง ”
อ่านบทประพันธ์นี้แล้วมีความรู้สึกอย่างไร
ก. สลดหดหู่ใจ
ข. ไม่สบายใจ
ค. เงียบเหงาใจ
ง. สดชื่นหัวใจ
๒๙. “ มาทำลายรั้วระวังให้พังราบ มาร่ายเสกมนต์สาปให้หมดเศร้า
มาให้ห่วงคิดถึงทุกค่ำเช้า มาปล้นเอาหัวใจไปหมดแล้ว ”
ลักษณะการแต่งที่เด่นที่สุดในบทประพันธ์คือข้อใด
ก. สัมผัสสระ
ข. สัมผัสอักษร
ค. การใช้ภาพพจน์
ง. การใช้กลบท
๓๐. “ มีปัญหาร่วมดูแลแก้ปัญหา ร่วมปรึกษาด้วยถ้อยทีที่สร้างสรรค์
ไว้วางใจและให้เกียรติเป็นสำคัญ ร่วมแบ่งปันประโยชน์ได้ให้เป็นธรรม ”
ข้อความนี้เป็นคำประพันธ์ประเภทใด
ก. กลอนหก
ข. กลอนแปด
ค. กลอนดอกสร้อย
ง. กลอนสักวา
