wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาค ม.1

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

๑. เราแบ่งภาษาออกเป็นกี่ระดับอะไรบ้าง

a)

ก. ๒ ระดับ คือ ภาษาพูดหรือภาษาไม่เป็นทางการ และภาษาเขียนหรือภาษาระดับทางการ

b)

ข. ๒ ระดับ คือภาษาระดับพิธีการ ภาษาระดับมาตรฐานวิชาการ

c)

ค. ๓ ระดับ คือ ภาษาทางการ ภาษากึ่งทางการ ภาษาปาก

d)

ง. ๓ ระดับ คือ ภาษากึ่งทางราชการ ภาษาระดับสนทนา ภาษาระดับกันเอง

2.

๒. ข้อความที่ว่า "เชิญเสด็จลงมาได้แล้ว อาหารตั้งโต๊ะพร้อมแล้ว" จัดเป็นภาษาระดับใด ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

a)

ก. ระดับสนทนา ไม่เหมาะสม

b)

ข. ระดับพิธีการ ไม่เหมาะสม

c)

ค. ระดับกันเอง ไม่เหมาะสม

d)

ง. ระดับกึ่งทางการ ไม่เหมาะสม

3.

๓."เชิญเสด็จลงมาได้แล้ว อาหารตั้งโต๊ะพร้อมแล้ว" จะแก้ไขให้เป็นภาษากึ่งทางการ ควรใช้อย่างไร

a)

ก. มากินข้าวกันได้แล้ว อาหารพร้อมแล้ว

b)

ข. เชิญเสด็จลงได้แล้ว อาหารเทียบโต๊ะพร้อมแล้ว

c)

ค. มารับประทานอาหารกันเถอะ โต๊ะอาหารพร้อมแล้ว

d)

ง. ลงมารับประทานอาหารได้แล้วจ๊ะ อาหารพร้อมแล้ว

4.

๔. ภาษาที่เน้นพิธีรีตองใช้ในงานต่าง ๆ เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารข้อใด

a)

ก. ภาษาระดับทางการ

b)

ข. ภาษาปาก

c)

ค. ภาษาระดับกึ่งทางการ

d)

ง. ภาษาระดับสนทนา

5.

๕. ข้อใดเป็นภาษาระดับสนทนา

a)

ก. กินแล้วชักดาบเลยวันนี้

b)

ข. แซ่บอีหลีเลย อาหารจานนี้

c)

ค. ยินดีด้วยนะคะที่คุณเลื่อนตำแหน่ง

d)

ง. สมชายไปรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์

6.

๖. ข้อใดเป็นภาษาทางการทั้งหมด

a)

ก. ศีรษะ ฌาปนกิจ ควาย

b)

ข. โค บรรพชา รถจักรยานยนต์

c)

ค. ใบขับขี่ ทาน คุณแม่

d)

ง. หัว บวช ข้าพเจ้า

7.

๗. ข้อใดกล่าวถึงภาษาระดับกันเองไม่ถูกต้อง

a)

ก. เป็นภาษาที่ใช้สนทนากับผู้สนิทสนมคุ้นเคยกันมากๆ

b)

ข. เป็นภาษาที่มักใช้พูดกันในสถานที่ที่เป็นส่วนตัว

c)

ค. เป็นภาษาที่มักใช้ในหมู่เพื่อนฝูงหรือในครอบครัว

d)

ง. เป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่อธุรกิจการงาน

8.

๘. ข้อใดควรใช้ภาษาระดับทางการมากที่สุด

a)

ก. การพูดกับคุณพ่อคุณแม่

b)

ข. การพูดกับพี่ขณะอยู่กันเองภายในครอบครัว

c)

ค. การพูดคุยกับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก

d)

ง. การพูดรายงานหน้าชั้นเรียนหรือการพูดในห้องประชุม

9.

๙. "วันนี้เดี๋ยวต้องไปรดน้ำในงานแต่ง" ควรแก้เป็นภาษากึ่งทางการตามข้อใด

a)

ก. วันนี้ดิฉันต้องไปรดน้ำสังข์งานแต่งงาน

b)

ข. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำพระพุทธมนต์

c)

ค. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำพระพุทธมนต์

d)

ง. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำแต่งงาน

10.

๑๐. ข้อใดใช้ภาษาต่างระดับจากข้ออื่น

a)

ก. เออ ! กูบอกมึงแล้วว่ามันแน่มาก

b)

ข. ก่อนขึ้นมากรุณาล้างตีนก่อนนะโว้ย

c)

ค. ขอให้โชคดีในการแข่งขันในวันพรุ่งนี้นะคะ

d)

ง. หล่อนคนนั้นทำหน้าเด้งมาสวยสะบัดช่อเลย

11.

๑๑ .วันพรุ่งนี้สอบ คืนนี้ค่อยดูหนังสือ" ตรงกับสำนวนใด

a)

ก. หวังน้ำบ่อหน้า

b)

ข. ใจดีสู้เสือ

c)

ค. ตำข้าวสารกรอกหม้อ

d)

ง. ช้าๆ ได้พร้าสองเล่มงาม

12.

๑๒.การทำอะไรที่ต้องเสียทรัพย์มากมายแล้วได้ผลไม่คุ้มค่ากับเงินทองที่ต้องเสียไป ตรงกับสำนวนใด

a)

ก. ตีงูให้กากิน

b)

ข. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

c)

ค. ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น

d)

ง. เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียนาน

13.

๑๓. เขาชมพ่ออยู่เสมอว่า พ่อเป็นข้าราชการที่ “มือสะอาด” คำว่ามือสะอาดหมายถึงอะไร

a)

ก. พ่อชอบล้างมืออยู่เสมอ

b)

ข. พ่อทำงานด้วยความขยันขันแข็ง

c)

ค. พ่อทำงานด้วยความวิริยะอุตสาหะ

d)

ง. พ่อทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

14.

๑๔. ความหมาย “อยู่กับกลุ่มใดต้องปฏิบัติตามให้เข้ากับกลุ่มนั้น” ตรงกับคำพังเพยในข้อใด

a)

ก. น้ำขุ่นอยู่ในน้ำใสอยู่นอก

b)

ข. ปิดทองหลังพระ

c)

ค. เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

d)

ง. จับปลาสองมือ

15.

๑๕. “ตำรวจจับพวก สิบแปดมงกุฎมาลงโทษ” สำนวน สิบแปดมงกุฎ หมายถึงข้อใด

a)

ก. โจรที่ชอบขโมยมงกุฏร้านเพชร

b)

ข. โจร ๑๘ คนที่ชอบทำผิดกฎหมาย

c)

ค. พวกนักเลงที่ชอบสักมงกุฎไว้ที่แผ่นหลัง

d)

ง. พวกที่ยักยอก ต้มตุ๋น หลอกลวง เช่นแก๊งตกทอง

16.

๑๖. สำนวนเปรียบเทียบในข้อใดที่ใช้ไม่ถูกต้อง

a)

ก. ดำเหมือนตอตะโก

b)

ข. ขมเหมือนบอระเพ็ด

c)

ค. ซีดเป็นไก่ต้ม

d)

ง. เปรี้ยวเหมือนส้ม

17.

๑๗. ให้ระมัดระวังคำพูดและการกระทำให้ดี อาจมีคนได้ยินหรือเห็นได้ ตรงกับสำนวนใด

a)

ก. ตาเป็นนกแขวก

b)

ข. ตาเป็นสับปะรด

c)

ค. ตาเฟื้องตาสลึง

d)

ง. กำแพงมีหู ประตูมีช่อง

18.

๑๘."พูดให้เขวไปนอกเรื่อง" ตรงกับสำนวนข้อใด

a)

ก. ชักใบให้เรือเสีย

b)

ข. ชักน้ำเข้าลึก

c)

ค. ชักศึกเข้าบ้าน

d)

ง. ชักแม่น้ำทั้งห้า

19.

๑๙. "ฟังหูไว้หู" หมายความว่าอย่างไร

a)

ก. อย่าด่วนสรุปทันทีที่ได้ฟัง

b)

ข. อย่าฟังความข้างเดียว

c)

ค. อย่าเสียโอกาสในการฟัง

d)

ง. อย่าฟังโดยไม่จดลง

20.

๒๐. สำนวนเปรียบเทียบในข้อใดที่ใช้ไม่เหมาะสม

a)

ก. โกรธเป็นฟืนเป็นไฟไหม้ป่า

b)

ข. ดำเหมือนสีดำ

c)

ค. รักดังแก้วตาดวงใจ

d)

ง. พูดเป็นต่อยหอย

21.

๒๑. กาพย์ยานี ๑๑ หนึ่งบท มีกี่วรรค

a)

ก. ๑ วรรค

b)

ข. ๒ วรรค

c)

ค. ๓ วรรค

d)

ง. ๔ วรรค

22.

๒๒. ข้อใดเติมในช่องว่างต่อไปนี้ได้ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด

งามไม้ดอกออกช่อ ...............?...............

น้ำหวานซ่านอารมณ์ คอยยั่วเย้าเฝ้าเวียนวน

a)

ก. ผีเสื้อคอยเคลียคลอ

b)

ข. หลากสีมีหลายกอ

c)

ค. ภมรบินหามาเล่นล้อ

d)

ง. ผีเสื้อล้อเล่นดอมดม

23.

๒๓. ข้อใดคือจำนวนคำตามแผนภูมิของกาพย์ยานี ๑๑

a)

o o o o        o o o o o o         


o o o o          o o o o o o

b)

o o o o o       o o o o o         


o o o o o        o o o o 

c)

o o o o      o o o o o      


o o o o       o o o o o 

d)

o o o o o     o o o o o o    


 o o o o o       o o o o o o

24.

๒๔. ข้อใดเป็นสัมผัสสระ

a)

ก. ปลิง – ลิง

b)

ข. ลอย – ล่อง

c)

ค. สาย – สาป

d)

ง. ล่อง - แรม

25.

๒๕. ข้อใดถ้าเรียงเป็นวรรค ๆ ให้ถูกต้องแล้ว จะเป็นกาพย์ยานี ๑๑

a)

ก. พวกเราเป็นนักเรียนจงพากเพียร เรียนหนังสือทุกวันหมั่นฝึกปรือจะสอบได้คะแนนดี

b)

ข. พวกเราขยันหมั่นเพียรทุกวัน หมั่นเรียนคะแนนจะได้ดีหนอ

c)

ค. เราเป็นนักเรียนขยันหมั่นเพียร จะได้วิชาสอบได้ที่ดีเปรมปรีดิ์หนักหนาพ่อแม่ปรีดาเห็นลูกขยันเรียน

d)

ง. พวกเราเป็นนักเรียนเพียรศึกษาเพราะวิชาพาให้ใจสุขสันต์ช่วยแก้ปัญหาสารพันจงขยันหมั่นเพียรเรียนเอย

26.

๒๖. ข้อใดใช้สัมผัส ไม่ ถูกต้อง

a)

ก. แม่ค้าหาของขาย เพื่อจะได้มีเงินมาก

b)

ข. พระจันทร์ในวันเพ็ญ ช่างสวยเด่นบนเวหา

c)

ค. เกรดสี่ดีหนักหนา แสนปรีดาทุกคืนวัน

d)

ง. ก่อนนอนต้องแปรงฟัน ตื่นนอนพลันก็ต้องแปรง

27.

๒๗. บิดาและมารดร เฝ้าอาวรณ์ห่วงใยเรา

.............?............ ...........?................

................?........ .............?.................

แล้วไยเราใจร้าย มาแหนงหน่ายหนีการเรียน

a)

ก. ไม่เหมือนคนอื่นเขา คอยจับเจ่าแต่พวกเรา

ทุกครั้งท่านขัดเกลา เพื่อพวกเราสุขสบาย

b)

ข. เหนื่อยยากมานานเนา เพื่อให้ลูกสุขสบาย

ท่านหวังให้เราเรียน การอ่านเขียนเร่งขวนขวาย

c)

ค. ท่านรักและเอ็นดู คอยอุ้มชูมิจากไกล

ท่านคอยเอาใจใส่ คอยห่วงใยอยู่ทุกครา

d)

ง. ฉะนั้นต้องรักเขา คอยบรรเทาเมื่อเจ็บกาย

ยามว่างไปเยี่ยมกราย เมื่อท่านหายคอยดูแล

28.

๒๘. ข้อใดเมื่อเติมในช่องว่างแล้วได้ความสัมพันธ์กัน

น้ำตาเปรียบเหมือนเพื่อน

คอยตักเตือนกระตุ้นใจ

ยามชื่นรื่นฤทัย

…...............................................

a)

ก. เห็นใจฉันนิรันดร์เอย

b)

ข. น้ำตาเคล้าเศร้าหทัย

c)

ค. คอยตักเตือนอนุสรณ์

d)

ง. น้ำตาไหลหลั่งเปรมปรีดิ์

29.

๒๙. “ ขึ้นกกตกทุกข์ยาก แสนลำบากจากเวียงชัย มันเผือกเลือกเผาไฟ กินผลไม้ได้เป็นแรง ” เป็นคำประพันธ์ชนิดใด

a)

ก. กาพย์ยานี ๑๑

b)

ข. กาพย์ฉบัง ๑๖

c)

ค. กลอนสุภาพ

d)

ง. กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘

30.

๓๐. บทสนทนาต่อไปนี้ข้อใดเป็นกาพย์ยานี ๑๑

a)

ก. มีนา : เธอคิดอะไรอยู่ขณะดูหนังสือเรียน

มานี : ฉันคิดจะขีดเขียนบันทึกย่อภาษาไทย

b)

ข. สมศรี : ในหนึ่งยามราตรีฉันแสนเปรมปรีดิ์มองดูจันทร์

สมศักดิ์ : ฉันเห็นกระต่ายนอนอยู่ในนั่นชั่วนิจนิรันดร์มีความสุขเอย

c)

ค. ประวิทย์ : สวัสดีเธอจ๋าจะไปไหนไปกับใครกันนะน่าฉงน

ประวัติ : ไปกับเพื่อนและน้องอีกสองคนไปเมืองชลไปไหมไปด้วยกัน

d)

ง. เริงศักดิ์ : นมมีประโยชน์หรือว่ามีโทษช่วยอธิบาย

เริงสิทธิ์ : นมมีคุณค่าพาให้ร่างกายแข็งแรงดังหมายโปรดดื่มทุกวัน

31.

๓๑. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับนิราศ

a)

ก. การคร่ำครวญถึงพ่อแม่ที่ต้องจากมา โดยบรรยายถึงความลำบากที่ต้องเดินทาง

b)

ข. ใช้เห่กล่อมเจ้านายในการเดินทางเพื่อให้ข้อคิด คติเตือนใจ

c)

ค. การรำพันถึงผู้หญิงของกวีที่ต้องตายจากกันไป

d)

ง. แต่งเพื่อพรรณนาการเดินทาง การรำพันถึงการพลัดพรากจากนางอันเป็นที่รัก

32.

๓๒. จึงสร้างพรตอุตส่าห์ส่งส่วนบุญถวาย

ประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวสา

เป็นสิ่งของฉลองคุณมุลลิกา

ขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไป ”

จากข้อความข้างต้นแสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่เป็นคนเช่นไร

a)

ก. มีความกตัญญูรู้คุณ

b)

ข. รู้จักพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

c)

ค. รู้จักการวางแผนที่ดี

d)

ง. รู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ตนมี

33.

๓๓“ เคยมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ

ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา

สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา

วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์ ”

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำประพันธ์ข้างต้น

a)

ก. สุนทรภู่รำพันถึงรัชกาลที่ ๒

b)

ข. “รสสุคนธา” หมายถึง นํ้าหอม

c)

ค. แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดระหว่างสุนทรภู่กับรัชกาลที่ ๒

d)

ง. สุนทรภู่กล่าวถึงชีวิตของตนที่รุ่งเรืองในสมัยรัชกาลที่ ๒ และต้องตกอับเมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว

34.

๓๔. “ ไปพ้นวัดทัศนาริมท่านํ้า

แพประจำจอดรายเขาขายของ

มีแพรผ้ามารพัดสีม่วงตอง

ทั้งสิ่งของขาวเหลืองเครื่องสำเภา

คำที่ขีดเส้นใต้หมายความว่าอย่างไร

a)

ก. ผ้าแพรสีขาว สีเหลือง

b)

ข. เรือสำเภาที่ประดับด้วยทองคำและเงิน

c)

ค. ภาชนะเครื่องทองเหลือง เครื่องโลหะขาว

d)

ง. อาหารที่มีหลากสีสัน เช่น สีขาวและสีเหลือง

35.

๓๕. “ โอ้บาปกรรมนํ้านรกเจียวอกเรา

ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย ”

หากใครดื่มนํ้านรกที่สุนทรภู่กล่าวถึงจะทำผิดศีลข้อใด

a)

ก. ศีลข้อ ๒

b)

ข. ศีลข้อ ๓

c)

ค. ศีลข้อ ๔

d)

ง. ศีลข้อ ๕

36.

๓๖. “ พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาด

ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ

ทั้งโรคซํ้ากรรมซัดวิบัติเป็น

ไม่แลเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา ”

ในกลอนบทนี้แสดงให้เห็นความทุกข์ของสุนทรภู่ยกเว้นข้อใด

a)

ก. ไร้ญาติขาดมิตร ยากแค้นแสนเข็ญ

b)

ข. มีโรคภัยไข้เจ็บ

c)

ค. ต้องโทษประหารชีวิต

d)

ง. ถูกกรรมซํ้าเติม

37.

๓๗.“ ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตร

อดิศร ” บาทบพิตรอดิศร สุนทรภู่กล่าวถึงใคร

a)

ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

b)

ข. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

ค. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

ง. พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

38.

๓๘. ข้อใดที่สุนทรภู่สอนเกี่ยวกับการให้รู้จักคบคน

a)

ก. ถึงบางโพโอ้พระศรีมหาโพธิ

ร่มนิโรธรุกขมูลให้พูนผล

ขอเดชะอานุภาพพระทศพล

ให้ผ่องพ้นภัยพาลสำราญกาย

b)

ข. ถึงบางเดื่อโอ้มะเดื่อเหลือประหลาด

บังเกิดชาติแมลงหวี่มีในไส้

เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน

อุปไมยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา

c)

ค. บันไดมีสี่ด้านสำราญรื่น

ต่างชมชื่นชวนกันขึ้นชั้นสาม

ประทักษิณจินตนาพยายาม

ได้เสด็จสามรอบคำนับอภิวันท์

d)

ง. แต่ยามยากหากว่าถ้าท่านแปลก

อกมิแตกเสียหรือเราเขาจะสรวล

เหมือนเข็ญใจใฝ่สูงไม่สมควร

จะต้องม้วนหน้ากลับอัปประมาณ

39.

๓๙. “ มีเจดีย์วิหารเป็นลานวัด

ในจังหวัดเขาแขวงกําแพงกั้น

ที่องค์ก่อย่อเหลี่ยมสลับกัน

เป็นสามชั้นเชิงชานตระหง่านงาม ”

ข้อความที่ยกมาให้คุณค่าทางด้านใด

a)

ก. จิตรกรรม

b)

ข. สถาปัตยกรรม

c)

ค. ประติมากรรม

d)

ง. หัตถกรรม

40.

๔๐. “ โอ้ปางหลังครั้งสมเด็จบรมโกศ

มาผูกโบสถ์ก็ได้มาบูชาชื่น

ชมพระพิมพ์ริมผนังยังยั่งยืน

ทั้งแปดหมื่นสี่พันได้วันทา ”

คำประพันธ์ข้างต้นนี้สุนทรภู่กล่าวเมื่อเดินทางถึงวัดใน

ข้อใด

a)

ก. วัดบางพลัด

b)

ข. วัดประโคนปัก

c)

ค. วัดเขมาภิรตาราม

d)

ง. วัดสังฆทาน

41.

๔๑. จากคำประพันธ์ในข้อ ๔๐ แปดหมื่นสี่พัน หมายถึงสิ่งใด

a)

ก. พระพุทธรูปตามฝาผนัง

b)

ข. พระคัมภีร์

c)

ค. รูปวาดพระสงฆ์

d)

ง. รูปปั้นพระสงฆ์

42.

๔๒. “ เห็นโศกใหญ่ใกล้นํ้าระกําแฝง

ทั้งรักแซมแซงสวาทประหลาดเหลือ

เหมือนโศกพี่ที่ระกําก็ซํ้าเจือ

เพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย ”

สุนทรภู่มีวิธีการใดในการแต่งคำประพันธ์ในบทนี้

a)

ก. การเล่นคำ

b)

ข. การเล่นเสียง

c)

ค. การกล่าวเกินจริง

d)

ง. การเปรียบเทียบ

43.

๔๓. "เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสา

รับกฐินภิญโญโมทนา

ชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย"

คำประพันธ์ข้างต้น เกี่ยวข้องกับเทศกาลใด

a)

ก. วิสาขบูชา

b)

ข. เข้าพรรษา

c)

ค. อาสาหบูชา

d)

ง. ออกพรรษา

44.

๔๔. คำประพันธ์ในข้อใดที่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกน้อยเนื้อตํ่าใจของสุนทรภู่

a)

ก. โอ้พระคุณสูญลับไม่กลับหลัง

แต่ชื่อตั้งก็ยังอยู่เขารู้ทั่ว

แต่เรานี้ที่สุนทรประทานตัว

ไม่รอดชั่วเช่นสามโคกยิ่งโศกใจ

b)

ข. เราเกิดมาอายุเพียงนี้แล้ว

ยังคลาดแคล้วครองตัวไม่มัวหมอง

ทุกวันนี้วิปริตผิดทำนอง

เจียนจะต้องปีนบ้างหรืออย่างไร

c)

ค. โอ้คิดมาสารพัดจะตัดขาด

ตัดสวาทตัดรักมิยักไหว

ถวิลหวังนั่งนึกอนาถใจ

ถึงเกาะใหญ่ราชครามพอยามเย็น

d)

ง. เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้

ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย

ล้วนหนามเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ

เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา

45.

๔๕ “ อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา

ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ ”

คำประพันธ์ข้างต้นนี้สุนทรภู่กล่าวถึงอะไร

a)

ก. พืชผักสวนครัว

b)

ข. การปรุงอาหาร

c)

ค. เครื่องเทศที่ชอบ

d)

ง. การกล่าวถึงการพลัดพรากจากนางผู้เป็นที่รักในนิราศเรื่องนี้

46.

๔๖. โลกนิติ แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด

a)

ก. กลอนแปด

b)

ข. กาพย์ยานี ๑๑

c)

ค. กลอน ๖

d)

ง. โคลงสี่สุภาพ

47.

๔๗. เนื้อหาใน โลกนิติ ส่วนใหญ่มุ่งเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ

a)

ก. ประวัติพระพุทธเจ้า

b)

ข. นรก - สวรรค์

c)

ค. การสอนให้คนทำความดี

d)

ง. สอนให้คนเชื่อในพระเจ้า

48.

๔๘. รู้น้อยว่ามากรู้ เริงใจ

กลกบเกิดอยู่ใน สระจ้อย

ไป่เห็นชเลไกล กลางสมุทร

ชมว่าน้ำบ่อน้อย มากล้ำลึกเหลือ

บทประพันธ์ข้างต้นตรงกับสำนวนสุภาษิตใด

a)

ก. กบในกะลาครอบ

b)

ข. ใกล้เกลือกินด่าง

c)

ค. ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

d)

ง. กิ้งก่าได้ทอง

49.

๔๙. พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา

สายดิ่งทิ้งทอดมา หยั่งได้

เขาสูงอาจวัดวา กำหนด

จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง

คำประพันธ์ข้างต้นมีเนื้อความสอดคล้องกับสำนวนในข้อใด

a)

ก. น้ำลดตอผุด

b)

ข. น้ำขึ้นให้รีบตัก

c)

ค. น้ำลึกหยั่งได้ น้าใจหยั่งยาก

d)

ง. น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา

50.

๕๐. คำว่า “ โลกนิติ ” อ่านออกเสียงตามข้อใด

a)

ก. โลก – นิ – ติ

b)

ข. โล – กะ – นิ – ติ

c)

ค. โลก – กะ – นิ – ติ

d)

ง. โลก - กะ – นิด

51.

๕๑. เห็นท่านมีอย่าเคลิ้ม ใจตาม

เรายากหากใจงาม อย่าคร้าน

อุตส่าห์พยายาม การกิจ

เอาเยี่ยงอย่างเพื่อนบ้าน อย่าท้อทำกิน

คำประพันธ์ข้างต้น มีเนื้อความสั่งสอนเรื่องใด

a)

ก. สอนให้อดทนอดกลั้น

b)

ข. สอนให้มีสัมมาคารวะ

c)

ค. สอนให้ทำตนเป็นคนดีมีเมตตา

d)

ง. สอนให้รู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียง

52.

๕๒. โคลงโลกนิติจารึกอยู่ที่ไหน

a)

ก. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

b)

ข. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

c)

ค. วัดสุทัศนเทพวราราม

d)

ง. วัดเบญจมบพิตร

53.

๕๓. “ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร

มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ

โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ

หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ บอกร้ายแสลงดิน”

สำนวนใดข้อใดตรงกับความหมายของโคลงข้างต้น

a)

ก. หวานเป็นลม ขมเป็นยา

b)

ข. พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง

c)

ค. บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น

d)

ง. สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล

54.

๕๔. ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดับนา

สุริยะส่องดาราไร้ เพื่อร้อนแรงแสง

โคลงโลกนิติข้างต้นนี้เปรียบดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์กับข้อใด

a)

ก. ตัวนางกับตัวพระ

b)

ข. คนมีเมตตากับคนโหดร้าย

c)

ค. คนพูดจาอ่อนหวานกับคนพูดจากหยาบกระด้าง

d)

ง. หญิงสาวผู้งดงามกับชายหนุ่มผู้เก่งกล้า

55.

๕๕. ลักษณะคำสอนในโคลงโลกนิติตรงกับข้อใดมากที่สุด

a)

ก. หลักธรรมะ

b)

ข. สุภาษิตสอนใจ

c)

ค. คำอธิบายสุภาษิตต่าง ๆ

d)

ง. ข้อคิดเตือนใจในชีวิตประจำวันต่าง ๆ

56.

อ่านโคลงแล้วตอบคำถามข้อ ๕๖

คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา

คุณบิดรดุจอา -กาศกว้าง

คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ

คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร

๕๖. โคลงบทนี้มุ่งสอนเรื่องใดเป็นสำคัญ

a)

ก. ความกตัญญู

b)

ข. ความดี ความชั่ว

c)

ค. การลำดับผู้ที่มีพระคุณ

d)

ง. การอุปถัมภ์ค้ำชูผู้มีพระคุณ

57.

อ่านโคลงแล้วตอบคำถามข้อ ๕๗

คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา

คุณบิดรดุจอา -กาศกว้าง

คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ

คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร

คำศัพท์ในข้อใดมีความหมายเหมือนกัน

a)

ก. พสุธา – เมรุมาศ

b)

ข. สาคร – พสุธา

c)

ค. เพี้ยง - ดุจ- พ่าง

d)

ง. ศิขรา – อากาศ- เมรุมาศ

58.

๕๘. ข้อใดน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่นำมาให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องโคลงโลกนิติ

a)

ก. คำสอนที่เป็นสากลนำไปใช้ได้ทุกสมัย

b)

ข. การแต่งโดยใช้คำประพันธ์เภทร่าย

c)

ค. ความงดงามในการใช้ภาษา

d)

ง. เป็นของเก่าที่ควรอนุรักษ์

59.

๕๙. ข้อใดคือคำสัมผัสของโคลงสี่สุภาพบทนี้

โบราณสอนเรื่องไว้ วางใจ

พ่อแม่ญาติสนิทใน เท่านั้น

คนรู้จักยังไกล เกินกว่า เชื่อแล

พลาดผิดเพราะรั้น กว่ารู้เสียหาย

a)

ก. ใจ ใน ไกล และนั้น กับ รั้น

b)

ข. ไว้ กับ ใจ และ ใน กับ ไกล

c)

ค. ไว้ กับ วาง และ ใน กับ นั้น

d)

ง. พ่อ พลาด ผิด และ เพราะ

60.

๖๐. ข้อใดกล่าวถึงคณะของโคลงสี่สุภาพได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. ๑ บทมี ๔ วรรค วรรคหน้า ๕ คำ วรรคหลัง ๒ คำ

b)

ข. มีสัมผัสในเป็นสัมผัสบังคับระหว่างวรรค

c)

ค. ๑ บทมี ๔ บาท แต่ละบาทมีจำนวนคำ ๕-๒ ๕-๒ ๕-๒ และ ๕-๔

d)

ง. ๑ บทมี ๔ บาท บาทละ ๔ คำ จึงเรียกว่าโคลงสี่สุภาพ