wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โครงสร้างโลกกับกระบวนการเปลี่ยนผิวโลก

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

หมายเลข 1 คือชั้นใดของโครงสร้างโลก

a)

เปลือกโลก

b)

เนื้อโลก

c)

แก่นโลก

d)

ขอบโลก

2.

หมายเลข 2 คือชั้นใดของโครงสร้างโลก

a)

เปลือกโลก

b)

แก่นโลก

c)

เนื้อโลก

d)

ขอบโลก

3.

หมายเลข 3 คือชั้นใดของโครงสร้างโลก

a)

เปลือกโลก

b)

ขอบโลก

c)

แก่นโลก

d)

เนือโลก

4.

แนวสีแดง เรียกว่าอะไร

a)

Ring of Fire

b)

Circle of Fire

c)

Zero of Fire

d)

Fire The valcano

5.

เปลือกโลกแบ่งออกเป็น 2 บริเวณ คือ

a)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป และ เปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

b)

เปลือกโลกภาคพื้นดิน และ เปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

c)

เปลือกโลกชั้นนอก และ เปลือกโลกชั้นใน

d)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป และ เปลือกโลกใต้มหาสมุทร

6.

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป ประกอบด้วยธาตุใดบ้าง

a)

ซิลิคอนและซิลิกา

b)

ซิลิคอนและอะลูมินา

c)

เหล็ก และ ทองแดง

d)

ซิลิคอนและแมกนีเซียม

7.

เปลือกโลกกใต้มหาสมุทร ประกอบด้วยธาตุอะไรบ้าง

a)

ซิลิคอนและแมกนีเซีย

b)

ซิลิคอนและซิลิกา

c)

ซิลิคอนและอะลูมินา

d)

ซิลิคอนและเหล็ก

8.

จุดกำเนิดการไหวสะเทือนของแผ่นดินไหว เรียกว่าอะไร

a)

จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

b)

ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว

c)

จุดกำเนิดของแผ่นเปลือกโลก

d)

จุดศูนย์กลางการสะเทือนของแผ่นดิน

9.

ทฤษฎีที่ใช้อธิบายถึงกำเนิดของแผ่นดิน มหาสมุทร และสิ่งมีชีวิตที่ตายทับถมอยู่ในหินบนเปลือกโลก คือทฤษฎีใด

a)

ทฤษฎีการเลื่อนไหลของทวีป

b)

ทฤษฎีการขยายตัวของพื้นทวีป

c)

ทฤษฎีแปรสัณฐานแผ่นธรณีภาค

d)

ผิดทุกข้อ

10.

ชั้นใดของโลกที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด

a)

แมนเทิล

b)

แก่นโลก

c)

เปลือกโลกชั้นใน

d)

ระหว่างแก่นโลกกับแมนเทิล

11.

ประเทศไทยตั้งอยู่บนแผ่นธรณีภาคใด

a)

แผ่นอินโดนีเซีย

b)

แผ่นอินเดีย

c)

แผ่นยูเรเซีย

d)

แผ่นฟิลิปปินส

12.

คลื่นในตัวกลางแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

2 ประเภท

b)

3 ประเภท

c)

4 ประเภท

d)

5 ประเภท

13.

"เป็นคลื่นตามยาว สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่เป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส มีความเร็วมากที่สุด " คือลักษณะของคลื่นใด

a)

คลื่นพื้นผิว

b)

คลื่นปฐมภูมิ

c)

คลื่นทุติยภูมิ

d)

คลื่นนฤภูมิ

14.

เปลือกโลกรวมกับเนื้อโลกตอนบน เรียกว่าอะไร

a)

เปลือกโลก

b)

เนื้อโลก

c)

ธรณีภาค

d)

ฐานธรณีภาค

15.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการแบ่งโครงสร้างโลก

a)

องค์ประกอบทางเคมี

b)

องค์ประกอบทางกายภาพ

c)

องค์ประกอบทางเคมี และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

d)

องค์ประกอบทางเคมี และสมบัติเชิงกล

16.

ข้อใดคือส่วนประกอบของแก่นโลก

a)

เหล็ก อะลูมิเนียม

b)

สังกะสี เหล็ก

c)

เหล็ก นิกเกิล

d)

อะลูมิเนียม

17.

เราเรียกส่วนที่เป็นแหล่งกำเนิดแมกมาว่าอะไร

a)

เปลือกโลก

b)

เนื้อโลก

c)

ฐานธรณีภาค

d)

ธรณีภาค

18.

ข้อใดแบ่งโครงสร้างภายในของโลกตามองค์ประกอบทางเคมีได้ถูกต้อง

a)

เปลือกโลกทวีป เนื้อโลก และแก่นโลก

b)

เปลือกโลกทวีป เนื้อโลก และแก่นโลก

c)

เปลือกโลก เนื้อโลก และแก่นโลก

d)

เปลือกโลกทวีป เปลือกโลกมหาสมุทร และแก่นโลก

19.

ธรณีภาคคือบริเวณตามข้อใด

a)

ส่วนที่เป็นเปลือกโลกทั้งหมด

b)

เปลือกโลกรวมกับแก่นโลก

c)

เปลือกโลกรวมกับเนื้อโลก

d)

เนื้อโลกรวมกับแก่นโลก

20.

เปลือกโลกมหาสมุทรส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินชนิดใด

a)

หินแกรนิต

b)

หินอัคนี

c)

หินบะซอล

d)

หินปูน

21.
นักวิทยาศาสตร์ศึกษาโครงสร้างภายในพื้นโลกโดยวิธีใด
a)
สัญญาณภาพผ่านดาวเทียม
b)
ซากดึกดำบรรพ์
c)
คลื่นความสั่นสะเทือนขณะเกิดแผ่นดินไหว
d)
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
22.
ตามโครงสร้างของโลก ชั้นเนื้อโลก มีสถานะอย่างไร
a)
ของแข็ง
b)
ของเหลว
c)
แก๊ส
d)
ของไหล
23.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเก่ี่ยวกับ คลื่นปฐมภูมิ (P wave) 
a)
เป็นคลื่นในตัวกลาง
b)
สามารถเคลื่อนที่ผ่านได้ทั้ง ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
c)
มีความเร็วมากกว่าคลื่นทุติยภูมิ
d)
คลื่นชนิดนี้ผ่านได้เฉพาะตัวกลางที่เป็นของแข็งเท่านั้น
24.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเก่ี่ยวกับ คลื่นทุติยภูมิ (S wave) 
a)
เป็นคลื่นในตัวกลาง
b)
สามารถเคลื่อนท่ีผ่านได้ทั้ง ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
c)
จัดเป็นคลื่นตามขวาง
d)
คลื่นชนิดนี้ผ่านได้เฉพาะตัวกลางที่เป็นของแข็งเท่านั้น
25.
หินหนืดท่ีพ่นออกจากภูเขาไฟ เป็นสารที่มาจากชั้นใดของโลก
a)
ชั้นเปลือกโลก
b)
ชั้นเนื้อโลก
c)
ชั้นแก่นโลก
d)
ทุกชั้นรวมกัน
26.
ชั้นใดของโลกมีความหนามากที่สุด
a)
แก่นโลก
b)
เนื้อโลก
c)
เปลือกโลก
d)
ผิวโลก
27.

เปลือกโลกแบ่งออกได้เป็น 2 บริเวณ คือข้อใด

a)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป เปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

b)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป เปลือกโลกภาคพื้นดิน

c)

เปลือกโลกชั้นนอก เปลือกโลกชั้นใน

d)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป เปลือกโลกภาคพื้นมหาสมุทร

28.

จากภาพคือรอยเลื่อนประเภทใด

a)

รอยเลื่อนปกติ

b)

รอยเลื่อนย้อน

c)

รอยเลื่อนตามแนวระนาบ

d)

ไม่มีข้อใดถูก

29.

แผ่นเปลือกโลกใดที่รองรับประเทศไท

a)

แผ่นยูเรเซีย

b)

แผ่นออสเตรเลีย

c)

แผ่นแปซิฟิก

d)

แผ่นแอนตาร์กติกา

30.

กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีภาคของโลกมีสาเหตุจากข้อใด

a)

เกิดแนวชั้นหินไม่ต่อเนื่อง

b)

แผ่นดินไหวและภูเขาไปะทุ

c)

การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก

d)

อุณหภูมิและความกดดันภายในโลก

31.

บริเวณบนผิวโลกที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยมากที่สุดได้แก่บริเวณใด

a)

บริเวณวงแหวนแห่งไฟ

b)

แนวรอยต่อภูเขาแอลป์กับภูเขาหิมาลัย

c)

บริเวณใจกลางแผ่นยูราเซียน (Eurasian plate)

d)

บริเวณเทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก

32.

มหาสมุทรมีการแยกตัวออกจากกันที่บริเวณใด

a)

ร่องลึกก้นสมุทร

b)

หมู่เกาะภูเขาไฟรูปโค้ง

c)

สันเขากลางสมุทร

d)

แนวภูเขาไฟบริเวณขอบทวีป

33.

ข้อใดเป็นธรณีสัณฐานที่เกิดจากแผ่นธรณีเคลื่อนที่

แยกออกจากกัน

a)

วงแหวนไฟ

b)

หุบเขาทรุด

c)

ร่องลึกก้นสมุทร

d)

แนวเทือกเขาสูง

34.

กระบวนการใดที่ทำให้แผ่นธรณีมีการเคลื่อนที่

a)

วงจรการพาความร้อน

b)

การปรับสมดุลของเปลือกโลก

c)

การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

d)

การเพิ่มและลดของระดับน้ำทะเล

35.

การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีแบบใดที่ทำให้เกิดสึนามิ

a)

แผ่นธรณีทวีปเคลื่อนที่ผ่านกัน

b)

แผ่นธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่หาแผ่นธรณีทวีป

c)

แผ่นธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่แยกออกจากกัน

d)

แผ่นธรณีทวีปเคลื่อนที่แยกออกจากกัน

36.

แผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ออกจากกันเนื่องจากการสาเหตุใด

a)

แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง

b)

แผ่นเปลือกโลกมหาสมุทรชนกัน

c)

แผ่นเปลือกโลกที่มีความหนาแน่นมากกว่าจะมุดตัวลงด้านล่าง

d)

การดันตัวของแมกมาออกมาภายนอกเปลือกโลกตามรอยแยก

37.

จากภาพเป็นลักษณะการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก แบบใด

a)

แผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกัน

b)

แผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากัน

c)

แผ่นธรณีเคลื่อนที่ผ่านกัน

d)

แผ่นธรณีซ้อนทับกัน

38.

จากภาพเป็นลักษณะการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกแบบใด

a)

แผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกัน

b)

แผ่นธรณีเคลื่อนที่ผ่านกัน

c)

แผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากัน

d)

แผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าใกล้กัน

39.

แผ่นดินขนาดใหญ่เพียงแผ่นเดียว

a)

กอนด์วานา

b)

พันทาลัสซา

c)

ลอเรเซีย

d)

พันเจีย

40.

เทือกเขาหิมาลัยเป็นการเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีในลักษณะใด

a)

เคลื่อนที่แยกออกจากกัน

b)

เคลื่อนที่เข้าหากัน

c)

เคลื่อนที่เฉือนกัน

d)

เคลื่อนที่ผ่านกันในแนวราบ

41.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับทฤษฎีการแผ่ขยายมหาสมุทร

a)

เนื่องจากมีการแยกตัวและเคลื่อนที่ออกจากกันเป็นทวีปต่างๆ

b)

เนื่องจากมีการแยกตัวและเคลื่อนที่ออกจากกันของบางทวีป

c)

เนื่องจากการแทรกดันของลาวาขึ้นมาตามรอยแยกของพื้นมหาสมุทรและแข็งตัวกลายเป็นหินบะซอลต์

d)

เนื่องจากการแทรกดันของลาวาขึ้นมาตามรอยแยกของพื้นมหาสมุทรและแข็งตัวกลายเป็นหินแกรนิต

42.

ข้อใดไม่ใช่หลักฐานสนับสนุนแนวคิดทวีปเลื่อน

a)

ทิศทางของกระแสน้ำในมหาสมุทร

b)

ซากดึกดำบรรพ์

c)

กลุ่มหินและแนวเทือกเขา

d)

การเคลื่อนที่ของธารน้ำแข็งบรรพกาล

43.

ทฤษฎีที่ใช้อธิบายกระบวนการภายในโลก การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีภาค การเกิดภูเขาไฟ แผ่นดินไหว ตลอดจนวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต คืออะไร

a)

ทฤษฎีการขยายตัวของพื้นแผ่นมหาสมุทร

b)

ทฤษฎีการขยายตัวของพื้นแผ่นมหาสมุทร

c)

ทฤษฎีการเลื่อนไหลของทวีป

d)

ทฤษฎีธรณีแปรสัณฐาน

44.

ข้อสรุปใด ถูกต้องเกี่ยวกับการค้นพบหินบริเวณเทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก

a)

พบหินแกรนิตที่มีอายุน้อยอยู่ใกล้รอยแยกของสันเขากลางมหาสมุทร

b)

พบหินบะซอลต์ที่มีอายุน้อยอยู่ใกล้รอยแยกของสันเขากลางมหาสมุทร

c)

พบหินแกรนิตและหินบะซอลต์ที่มีอายุมากน้อยปะปนกันอยู่ทั่วไปบริเวณสันเขากลางมหาสมุทร

d)

พบหินบะซอลต์ที่มีอายุมากอยู่ใกล้รอยแยกของสันเขากลางมหาสมุทร ส่วนหินบะซอลต์ที่มีอายุน้อยอยู่ไกลออกไป

45.

เทือกเขากลางมหาสมุทร เกิดจากสาเหตุใด

a)

ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่มุดตัวกัน

b)

ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน

c)

ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน

d)

ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่เข้าหากัน

46.

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าการเคลื่อนที่ของหินหนืดทำให้แผ่นธรณีภาคเกิดการเคลื่อนที่ โดยอาศัยหลักการใด

a)

การนำความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การคายความร้อน

d)

การแทนที่ความร้อน

47.

มหาสมุทรมีการแยกตัวออกจากกันที่บริเวณใด

a)

ร่องลึกก้นสมุทร

b)

หมู่เกาะภูเขาไฟรูปโค้ง

c)

สันเขากลางสมุทร

d)

แนวภูเขาไฟบริเวณขอบทวีป

48.

ธรณีพิบัติภัยใดที่สามารถเกิดขึ้นได้จากเคลื่อนที่

ของแผ่นธรณีทั้ง 3 รูปแบบ

a)

สึนามิ

b)

ดินถล่ม

c)

แผ่นดินไหว

d)

ภูเขาไฟระเบิด

49.

ข้อใดเป็นข้อมูลที่สนับสนุนว่ามหาสมุทรมีการแผ่ขยายออก

a)

ซากดึกดำบรรพ์

b)

แนวภูเขาไฟบริเวณขอบทวีป

c)

กลุ่มหินและแนวเทือกเขา

d)

อายุหินบนพื้นมหาสมุทร

50.

นักเรียนคิดว่านักธรรีวิทยาใช้สมบัติของคลื่นชนิดใดในการศึกษาโครงสร้างโลก

a)

คลื่นไหวสะเทือน

b)

คลื่นปฐมภูมิ

c)

คลื่นทุติยภูมิ

d)

คลื่นสะท้อน

51.

ถ้าภายในโลกประกอบด้วยของแข็งที่เป็นเนื้อเดียวกันตลอด คลื่นประฐมภูมิและคลื่นทุติยภูมิจะเคลื่อนที่จากผิวโลกไปยังแก่นโลกในลักษณะ....

a)

คลื่น P และคลื่น S จะเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วคงตัว

b)

คลื่น P และคลื่น S จะเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วลดลง

c)

คลื่น P และคลื่น S จะเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วเพิ่มขึ้น

52.

ที่ละดับความลึกประมาณ 2,900 กิโลเมตร จากผิวโลกความเร็วของคลื่น P และคลื่น s ลดลงอย่างมาก และคลื่น s ไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ ณ ระดับความลึกดังกล่าว เพราะเป็นรอยต่อระหว่างชั้นมีโซสเฟียร์ซึ่งมีสถานะเป็นของแข็ง และแก่นโลกชั้นนอกซึ่งมีสถานะเป็น...................

a)

ของแข็ง

b)

ของเหลว

c)

พลาสติก

53.

ส่วนประกอบของเปลือกโลกชั้นใดมีสมบัติคล้ายพลาสติก

a)

ธรณีภาค

b)

ฐานธรณีภาค

c)

มีโซสเฟียร์

d)

แก่นโลก

54.

รอยต่อระหว่างเปลือกโลกกับเนื้อโลก เรียกว่าอะไร

a)

โมโฮโรวิซิก

b)

โฮโมโรวิซิก

55.

คลื่นตามยาวที่เกิดจากความไหวสะเทือนในตัวกลาง โดยอนุภาคของตัวกลางนั้นเกิดการเคลื่อนไหวแบบอัดขยายในแนวเดียวกับที่คลื่นส่งผ่านไป "คลื่นนี้สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่เป็นของแข็ง ของเหลว และก๊าซ" เป็นลักษณะของคลื่นใด

a)

S WAVE

b)

P WAVE

c)

Q WAVE

d)

T WAVE

56.

หินเหลวหนืดเรียกอีกอย่างว่าอะไร

a)

หินเหลวหนืด

b)

แมกมา

c)

Lava

d)

แมทเทิล

57.

คลื่นไหวสะเทือนแบ่งเป็นกี่ประเภทและมีอะไรบ้าง

a)

2 คลื่นปฐมภูมิ คลื่นทุติยภูมิ

b)

3 คลื่นปฐมภูมิ คลื่นทุติยภูมิ คลื่นในตัวกลาง

c)

1 คลื่นพื้นผิว

d)

2 คลื่นในตัวกลาง คลื่นพื้นผิว

58.

เปลือกโลกทวีปประกอบด้วยหินอะไรเป็นส่วนใหญ่

a)

หินแกรนิต

b)

หินลุงพล

c)

หินแกงนิต

d)

หินบะซอลต์

59.

บริเวณ​ที่ไม่สามารถ​ตรวจวัดได้ทั้งคลื่นปฐมภูมิ​และคลื่นทุติยภูมิเรียกบริเวณนี้ว่า

a)

เขต DDU-DU DDU-DU

b)

เขตอับคลื่น

c)

เขตความเร็วต่ำ

d)

เขตเปลี่ยนแปลง

60.

ในโครงสร้าง แก่นโลกชั้นนอก คลื่นไหวสะเทือน เคลื่อนที่ผ่านตัวกลางอย่างไร

a)

คลื่น P และ S คงที่

b)

คลื่น P ผ่านได้ แต่ S ผ่านไม่ได้

c)

คลื่น P และ S เพิ่มขึ้น

d)

คลื่น P และ S ลดลง