wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาค วิชาพัฒนาบุคลิกภาพนักขาย

Total questions: 50

Worksheet time: 2hrs 40mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับความหมายของบุคลิกภาพ

a)

เป็นสิ่งที่กำหนดขึ้นจากสิ่งแวดล้อม

b)

คุณสมบัติเด่นของบุคคล

c)

การรวมคุณลักษณะด้านร่างกายและจิตใจ

d)

สภาพนิสัยจำเพาะของบุคคล

e)

ลักษณะเฉพาะตัวของบุคคล

2.

บุคลิกภาพข้อใดเป็นผลมาจากพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่

a)

ลักษณะทางสติปัญญา

b)

ลักษณะทางอารมณ์

c)

ลักษณะทางสังคม

d)

ลักษณะทางร่างกาย

e)

ลักษณะทางอุปนิสัย

3.

บุคลิกภาพข้อใดที่เจ้าตัวจะเป็นบุคคลเจ้าระเบียบ เคร่งครัด เข้มงวดต่อกฎเกณฑ์

a)

ดื้อเงียบ

b)

ชอบหลีกเลี่ยง

c)

หลงตนเอง

d)

เรียกร้องความสนใจ

e)

ย้ำคิดย้ำทำ

4.

องค์ประกอบของบุคลิกภาพข้อใด ที่เกิดจากการปฏิบัติของบุคคล

a)

อ้วน ผอม

b)

คิ้วตาจมูก

c)

เชาว์ ปัญญา

d)

กริยาท่าทาง

e)

การใช้ภาษา

5.

ข้อใดที่บุคลิกภาพทำให้คนมีลักษณะเฉพาะตัวที่เป็นของตนเอง

a)

ความมั่นใจ

b)

การยอมรับความแตกต่าง

c)

การคาดหมายพฤติกรรม

d)

การตระหนักในเอกลักษณ์ของบุคคล

e)

การปรับตัวให้เข้ากับบุคคลอื่น

6.

ข้อใดเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเสริมสร้างบุคลิกภาพของบุคคล

a)

พันธุกรรม

b)

สิ่งแวดล้อม

c)

ช่วงเวลาในชีวิตของแต่ละบุคคล

d)

ลักษณะทางกาย

e)

ลักษณะทางจิตและสมอง

7.

ข้อใดเป็นลักษณะของผู้มีบุคลิกภาพดีที่ต้องปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้อื่น

a)

ความสามารถในการรับรู้

b)

การแสดงอารมณ์ในขอบเขตที่เหมาะสม

c)

การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม

d)

ความสามารถในการทำงานที่เป็นประโยชน์

e)

ความสามารถในการพัฒนาตน

8.

ข้อใดไม่ใช่หลักการวางตัวพื้นฐานในฐานะสุภาพสตรี

a)

มีกิริยาท่าทางที่สำรวม

b)

รู้จักระงับอารมณ์

c)

มีศิลปะในการสนทนา

d)

ผัดหน้า ทาปากตลอดเวลา

e)

ต้องอ่อนโยนกับทุกคน

9.

สุภาพบุรุษควรให้เกียรติแก่สุภาพสตรีในเรื่องใด

a)

ไม่นั่งหรือยืนเบียดชิดสุภาพสตรี

b)

ควรลุกขึ้นยืนกล่าวทักทายสุภาพสตรี

c)

ไม่นั่งกางแขนกางขาเมื่อสุภาพสตรีนั่งด้วย

d)

ไม่พูดหลาบคายต่อหน้าสตรี

e)

ควรเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง สละที่นั่งให้

10.

ข้อใดหมายถึง การไม่แบ่งพรรค แบ่งพวก คบหาสมาคมได้กับทุกๆ คน

a)

กริยาท่าทางที่กระฉับกระเฉงขณะทำงาน

b)

กระทำตนให้มีประสิทธิภาพ

c)

เปิดใจกว้าง

d)

ยอมรับผิดเมื่อทำงานผิดพลาด

e)

กระตือรือร้นในการทำงาน

11.

ข้อใดเป็นลักษณะบุคลิกภาพของคนไทย ที่ถือว่าทุกคนต่างมีจิตใจ ไม่ควรบังคับจิตใจใคร

a)

มีความเกรงใจและเห็นใจ

b)

มีความรับผิดชอบผูกพันระยะยาว

c)

รักความสนุกสนาน ร่าเริง

d)

มีจิตใจ อ่อนโยน ใจเย็น

e)

มีความสัมพันธ์ภายใต้ระบบบุญคุณ

12.

ข้อใดหมายถึงมโนจริยา

a)

ย่อมไม่ใช้ถ้อยคำอันหยาบคาย

b)

ย่อมไม่พูดด้วยเสียงดัง

c)

ย่อมไม่ใช้กิริยาอันข้ามกายบุคคล

d)

ย่อมไม่บันดาลโทสะ ให้เสียกิริยา

e)

ย่อมไม่เสียดสีกระทบกระทั่งกายบุคคล

13.

จิตวิทยา ตรงกับภาษาอังกฤษข้อใด

a)

Conscious Mind

b)

Body and Mind

c)

Psychology

d)

Psychoanalysis

e)

Behavior

14.

จิตวิทยามนุษย์นิยมจะมักเน้นในเรื่องอะไร

a)

ศักยภาพของแต่ละบุคคล

b)

ความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล

c)

บุคลิกภาพของแต่ละบุคคล

d)

ความสำคัญและคุณค่าของแต่ละบุคคล

e)

ความสัมพันธ์เกี่ยวกับพันธุกรรมแต่ละบุคคล

15.

ทฏษฏีจิตวิทยามานุษยนิยม ของ Maslow กล่าวถึงเรื่องใด

a)

ปากท้อง

b)

อารมณ์ทางเพศ

c)

ความพึงพอใจ

d)

ความต้องการ ความสำเร็จ

e)

ความต้องการทั้งหมดของตัวบุคคล

16.

ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ Maslow จัดเรียงลำดับความต้องการ ความรัก ความเป็นเจ้าของ อยู่ในขั้นที่เท่าใด

a)

ขั้นที่ 1

b)

ขั้นที่ 2

c)

ขั้นที่ 3

d)

ขั้นที่ 4

e)

ขั้นที่ 5

17.

มโนมติพื้นฐานของทฤษฏีจิตวิเคราะห์ข้อใด กล่าวถึงพลังที่ทำให้บุคคลมีความรักระหว่างกัน

a)

พลังสัญชาตญาณ

b)

พลังคุ้มครองตนเอง

c)

พลังความก้าวร้าว

d)

พลังเพศ

e)

พลังการต่อรอง

18.

อุปนิสัยของบุคคล เป็นส่วนที่พัฒนาขึ้นมาจากข้อใด

a)

พันธุกรรม

b)

การเรียนรู้

c)

ประเพณี

d)

ศาสนา

e)

ความเชื่อ

19.

ข้อใดหมายถึง วิธีการอย่างหนึ่งที่ทำให้มนุษย์มีการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข

a)

การปรับปรุง

b)

การแก้ไข

c)

การเปลี่ยนแปลง

d)

การค้นค้า

e)

การพัฒนา

20.

การพัฒนาบุคลิกภาพด้านกำลังใจ เริ่มจากวัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ทำได้โดย

a)

ด้านการเดิน การยืน

b)

ด้านการควบคุมอารมณ์

c)

ด้านความสนใจ

d)

ด้านอุปนิสัยที่สังคมยอมรับ

e)

ด้านการอบรมในทางที่ถูกต้อง

21.

ข้อใดเป็นข้อแรกของแนวทางการพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองอย่างเป็นกระบวนการ

a)

การประเมินตนเอง

b)

การฝึกฝนตนเอง

c)

การปรับปรุงตนเอง

d)

การวิเคราะห์ตนเอง

e)

การรู้สึกนึกคิด

22.

ข้อใดเป็นคุณลักษณะของพนักงานขายที่สามารถแสดงความอบอุ่นและเป็นมิตรต่อลูกค้าได้

a)

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

b)

ลักษณะท่าทาง

c)

การแต่งกาย

d)

อากัปกิริยามารยาท

e)

น้ำเสียงและนิสัยในการสนทนา

23.

พฤติกรรมของพนักงานขายข้อใด เมื่อปฏิบัติแล้วโอกาสประสบความสำเร็จในอาชีพขายได้น้อยมาก

a)

การไม่ฟังผู้อื่น

b)

ชอบวิพากษ์วิจารณ์

c)

ชอบโต้แย้ง

d)

มีความเกียจคร้าน

e)

ขาดความอดทน

24.

การมีทักษะการขายที่ดีสามารถทำให้พนักงานขายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตรงกับความสามารถด้านใด

a)

ความกระตือรือร้น

b)

ความเพียรพยายาม

c)

ความหนักแน่นและเด็ดขาด

d)

ความสามารถด้านสติปัญญา

e)

จินตภาพ

25.

ตัวอย่างความหมายภาษากายกรณีอารมณ์หงุดหงิด ตรงกับข้อใด

a)

เอนตัวไปข้างหน้า เท้าคาง

b)

ตัวแข็งตรง ไขว้แขนขาอย่างแน่น

c)

กัดฟัน กำหมัด บิดมือ ถูก้านคอ

d)

เบิกตา ริมฝีปากกระตุก เคาะนิ้วมือ

e)

ยกตัวตรงอย่างภูมิใจ สบตาอย่างต่อเนื่อง

26.

บุคลิกภาพข้อใดที่สามารถสร้างความสะดุดตาประทับใจแก่ลูกค้าที่พบเห็นในครั้งแรก

a)

รูปร่างหน้าตา

b)

การแต่งกาย

c)

กิริยาท่าทาง

d)

การติดต่อสื่อสาร

e)

การสนทนา

27.

ข้อใดสำคัญที่สุดในการสร้างความประทับใจในงานขาย

a)

ความจงรักภักดี

b)

บุคลิกภาพ

c)

ไม่โจมตีผู้อื่น

d)

สร้างความเป็นมิตร

e)

กล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ

28.

ข้อใดเปรียบเสมือนยาชูกำลังที่ทำให้พนักงานขายกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น

a)

ผู้แข่งขัน

b)

ลูกค้า

c)

องค์กร

d)

สินค้า

e)

เทคนิคการขาย

29.

ข้อใดเป็นกุญแจนำไปสู่ทัศนคติเชิงบวกได้

a)

แสดงความเป็นมืออาชีพ

b)

เริ่มต้นโดยคิดว่าเราทำได้

c)

ทำให้ทุกคนที่พบดีใจที่ได้พบเรา

d)

หลีกเลี่ยงทุกคนที่ติดลบ มองโลกในแง่ร้าย

e)

ความกระตือรือร้น รู้จักเรียนรู้ทักษะก็จะเพิ่มขึ้น

30.

ข้อใดเป็นปัจจัยที่จะทำให้มีทัศนคติเชิงบวก

a)

แสดงความเป็นมืออาชีพ

b)

เริ่มต้นโดยคิดว่าเราทำได้

c)

ทำให้ทุกคนที่พบดีใจที่ได้พบเรา

d)

หลีกเลี่ยงทุกคนที่ติดลบ มองโลกในแง่ร้าย

e)

ความกระตือรือร้น รู้จักเรียนรู้ทักษะก็จะเพิ่มขึ้น

31.

ข้อใดเป็นความหมายของมารยาท

a)

คุณสมบัติเด่นของบุคคล

b)

สภาพนิสัยจำเพาะของบุคคล

c)

การรวมคุณลักษณะด้านร่างกายและจิตใจ

d)

ท่าทาง รูปร่าง ลักษณะทางกาย พฤติกรรม

e)

แนวทางปฏิบัติให้ปรากฏสายตาของผู้อื่น

32.

การรู้จักระวังความรู้สึกของคนอื่น ตรงกับคำในข้อใด

a)

มารยาท

b)

การสำรวม

c)

ความสงบเสงี่ยม

d)

ความเกรงใจ

e)

การให้เกียรติผู้อื่น

33.

ข้อใดหมายถึงผู้ที่รู้จักละความเห็นแก่ตัวเพื่อทำให้ผู้อื่นพอใจ

a)

ผู้ดี

b)

ผู้เจริญ

c)

ผู้มีมารยาทดี

d)

ผู้สุภาพ

e)

ผู้สำรวม

34.

ข้อใดไม่ควรปฏิบัติขณะรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร

a)

รับประทานอาหารแบบกินคำหนึ่งดื่มน้ำครั้งหนึ่ง

b)

ไม่รับประทานอาหารเสียงดัง เรอ หรือ กวาดอาหารบนโต๊ะ

c)

ห้ามสนทนาในเรื่องสกปรก น่าสะเอียนหรือเรื่องเศร้า

d)

ควรใช้ช้อนส้อม และมีดในการตักกระดูก หรือก้าง

e)

หากมีการเสิร์ฟอาหารเพิ่ม ควรตักไว้เพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น

35.

หลักการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ควรต้องปฏิบัติคือข้อใด

a)

ผ้าเช็ดปากให้วางไว้บนตัก

b)

รับประทานอาหารตามลำดับ

c)

อย่าเท้าศอกบนโต๊ะอาหาร

d)

การส่งผ่านอาหารให้ส่งผ่านทางขวามือ

e)

รอให้อาหารเย็นลง อย่าใช้วิธีการเป่าด้วยปาก

36.

ปูชนียสถาน หมายถึงข้อใด

a)

บุคคลที่เป็นผู้นำ

b)

สถานที่ที่ควรบูชา

c)

บุคคลที่มีความสำคัญ

d)

สถานที่ทางศาสนา

e)

สถานที่ที่บุคคลสำคัญนำพักอยู่

37.

ข้อใดไม่จำเป็นต้องปฏิบัติในการเข้าชมพิพิธภัณฑสถาน

a)

แต่งกายให้สอดคล้องกับพิพิธภัณฑสถานที่เข้าชม

b)

ไม่จับต้องหรือหยิบฉวยสิ่งของที่จัดตั้งแสดงไว้

c)

ไม่ขีด เขียน จารึก ทำความสกปรกกับสิ่งของหรือสถานที่

d)

ไม่ถ่ายรูปหรือเขียนรูปสิ่งของที่จัดตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑสถาน

e)

ไม่นำหีบหรือสิ่งใดๆ ที่อาจซ่อนเร้นสิ่งของในพิพิธภัณฑสถานออกไป

38.

ข้อใดเป็นมารยาทของผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐ

a)

แต่งกายสุภาพ เรียบร้อย

b)

พูดจาสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง

c)

ช่วยกันรักษาความสะอาด

d)

ไม่ถืออภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น

e)

ทำงานตรงเวลาและเต็มเวลา

39.

มารยาทในการดูกีฬาขั้นแรกควรปฏิบัติตามข้อใด

a)

ยืนขึ้นแสดงความเคารพเพลงจนจบ

b)

ปรบมือแสดงความยินดีต้อนรับนักกีฬาลงสนาม

c)

ปฏิบัติตามระเบียบในการเข้าชมในเรียบร้อยก่อนการแข่งขัน

d)

ไม่ส่งเสียงดังเกินควร ไม่แสดงอาการเยาะเย้ยนักกีฬา

e)

ปรบมือให้กับนักกีฬาที่เล่นดีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม

40.

จากการเรียนรู้ในเรื่องของมารยาทในโอกาสใดๆ ก็ตามส่วนใหญ่มารยาทที่คล้ายๆ กัน ได้แก่ข้อใด

a)

การแต่งกายสุภาพเรียบร้อย

b)

ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

c)

ไม่ส่งเสียงดัง รบกวนผู้อื่น

d)

รักษาความสะอาด

e)

สำรวมกิริยามารยาท

41.

ความสำคัญของการพูดข้อใดที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จในชีวิตและอาชีพได้

a)

การพูดเข้าใจได้ง่ายกว่าการสื่อสารอย่างอื่น

b)

การพูดเป็นเครื่องมือของการสมาคม

c)

การพูดก่อให้เกิดความเข้าใจต่อกัน

d)

การพูดช่วยปลอบประโลมใจ ช่วยคลายทุกข์

e)

การพูดช่วยให้เกิดความบันเทิง สนุกสนาน

42.

ดมุ่งหมายของการพูดข้อใด เป็นการพูดเพื่อยกระดับความรู้สึกนึกคิดของจิตใจให้สูงส่ง

a)

เพื่อให้ความรู้

b)

เพื่อโน้มน้าวใจ

c)

เพื่อจรรโลงใจ

d)

เพื่อความบันเทิง

e)

เพื่อค้นหาคำตอบ

43.

คุณสมบัติของผู้พูดที่ดี มีท่าทางสง่าผ่าเผย ตรงกับข้อใด

a)

ผู้มีภูมิฐาน

b)

ผู้มีภูมิรู้

c)

ผู้มีภูมิธรรม

d)

ผู้มีภูมิดี

e)

ผู้มีภูมิงดงาม

44.

ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของผู้ฟังที่ดี

a)

พึงฟังในสิ่งที่ควรฟัง

b)

ตั้งใจและมีสมาธิในการฟัง

c)

พึงฟังโดยไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์

d)

สามารถเก็บสาระสำคัญได้ตรงตามจุดประสงค์

e)

ขณะฟังควรคิดล่วงหน้าว่าผู้พูดจะพูดอะไรต่อ

45.

ข้อใดไม่ได้หมายถึงการพูดหมู่

a)

การสนทนา

b)

การอภิปราย

c)

การโต้วาที

d)

การเล่าเรื่อง

e)

การแสดงความคิดเห็น

46.

วัจนภาษาหมายถึงข้อใด

a)

น้ำเสียง

b)

สายตา

c)

กิริยาท่าทาง

d)

แสดงสีหน้า

e)

การสัมภาษณ์

47.

มารยาทในการพูดที่ดีไม่ควรปฏิบัติในข้อใด

a)

พูดให้ชัดถ้อยชัดคำ

b)

ควรพูดถึงเรื่องของตนเองก่อน

c)

ควรรู้จักตะล่อมเรื่องเข้าหาจุดหรือแก่นสาร

d)

อย่าพูดในทางทำลาย เช่น พูดติเตียน นินทา

e)

ก่อนพูดควรคิดให้รอบคอบเสียก่อนว่าคำพูดจะเกิดผลอย่างไร

48.

การพูดให้กำลังใจปลอบโยนให้คลายทุกข์ เป็นมารยาทในการสนทนาข้อใด

a)

สนทนาเชิงสร้างสรรค์

b)

สนทนาเหมาะกับกาลเทศะ

c)

สนทนาเหมาะกับบุคคล

d)

สนทนาในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม

e)

สนทนาในเรื่องที่ทุกคนรับฟังได้ด้วยความสบายใจ

49.

หลักการพูดเพื่อขายข้อใดที่พนักงานขายต้องชี้แจงเพื่อช่วยตัดสินใจซื้อของลูกค้า

a)

พูดเพื่อนำเสนอ

b)

พูดเพื่อสาธิต

c)

พูดเพื่อสนับสนุน

d)

พูดเพื่อตอบคำถาม

e)

พูดเพื่อตอบสนอง

50.

หลักการกระตุ้นให้ผู้ฟังลงมือทำ ข้อใดกล่าวถึงผู้ฟังมีรสนิยมดี มีเมตตา ยุติธรรม

a)

หลักการกระตุ้นทางร่างกาย

b)

หลักการกระตุ้นทางจิตใจ

c)

หลักการกระตุ้นทางสังคม

d)

หลักการกระตุ้นทางนิสัย

e)

หลักการกระตุ้นทางอากัปกิริยา