Worksheetsอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์
Total questions: 20
Worksheet time: 10mins
ข้อใดเไม่ใช่ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นสามัญ
ส่วนลด ดอกเบี้ย กำไรส่วนเกิน เงินได้จากการลงทุนต่อ
เงินปันผล กำไรส่วนเกิน เงินได้จากการลงทุนต่อ
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน หมายถึงข้อใด
การเปลี่ยนแปลงของเงินลงทุนเมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
อัตราการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนระหว่างปลายงวดและต้นงวด
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ผู้ลงทุนจะได้รับในช่วงเวลา 1 ปี
ดอกเบี้ยรับจากการลงทุน
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล(Dividend Yield) คือข้อใด
อัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเทียบกับเงินลงทุน
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเทียบกับเงินลงทุน
อัตราผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาเทียบกับเงินลงทุน
อัตราผลตอบแทนรวมทั้งหมดที่ได้จากการลงทุนเทียบกับเงินลงทุน
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน(HPR) 1 ปี เท่ากับข้อใด
วันที่ 1/1/64 ราคาหุ้น 25 บาท
วันที่ 30/6/64 เงินปันผล 2บาทต่อหุ้น
วันที่ 31/12/64 ราคาหุ้น 30 บาท
8%
28%
30%
อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง จากการลงทุน(HPR) 1 ปี เท่ากับข้อใด
วันที่ 1/1/64 ราคาหุ้น 25 บาท
วันที่ 30/6/64 เงินปันผล 2บาทต่อหุ้น
วันที่ 31/12/64 ราคาหุ้น 30 บาท
กำหนดให้อัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 3%
25%
28%
30%
ตั๋วเงินคลังอายุ 1 ปี มูลค่าหน้าตั๋วเท่ากับ 1,000,000 บาท ประมูลขายในราคา 950,000 บาท ผู้ลงทุนได้รับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตั๋วเงินคลังเท่ากับข้อใด
5.00%
5.26%
6.00%
6.25%
วันทองลงทุนในหลักทรัพย์ครบ 1 ปี ได้รับเงินปันผลคิดเป็น 12% และได้กำไรจากการขายหุ้นคิดเป็น 8% โดยมีเงินเฟ้อเท่ากับ 4% จงหาอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงตรงกับข้อใด
8%
12%
16%
20%
ขุนแผนซื้อหุ้นในราคา 1000 บาท ได้เงินปันผล 40 บาท และขายหุ้นไปเมื่อครบ 1 ปี ในราคา 1080 บาท อัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 4% จงหาอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงเท่ากับข้อใด
4%
8%
12%
16%
ขุนช้างซื้อหุ้นในราคา 78 บาท ได้เงินปันผล 3 บาท และขายหุ้นไปเมื่อครบ 1 ปี ในราคา 92 บาท อัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 3.29% จงหาอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงเท่ากับข้อใด
14.65%
18.50%
21.79%
25.08
พลายแก้วซื้อหุ้นกู้มูลค่าหน้าตั๋วเท่ากับ 1000 บาท จ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ในวันสิ้นปีราคาหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเท่ากับ 1030 บาท กำหนดให้อัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 3% จงหาอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงตรงกับข้อใด
5% ต่อปี
6% ต่อปี
7% ต่อปี
8% ต่อปี
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในปีที่ 1 และ 2 เท่ากับ +50% และ +75% จงหาอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเลขคณิตและอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเรขาคณิต
อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเลขคณิต= 62.50% ,อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเรขาคณิต=62.02%
อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเลขคณิต= 62.50% ,อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเรขาคณิต=62.50%
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในปีที่ 1 ,2,3,4,5 เท่ากับ 12%,13%,-8%,7%,-2% จงหาอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเลขคณิตและอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเรขาคณิต
อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเลขคณิต= 4.40% ,อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเรขาคณิต=4.07%
อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเลขคณิต= 4.40% ,อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเรขาคณิต=4.40%
หุ้น A มีโอกาส 0.4 ที่จะให้อัตราผลตอบแทน 30% และมีโอกาส 0.6 ที่จะให้อัตราผลตอบแทน 2% จงหาอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง
2.0%
13.2%
16.0%
32.0%
หุ้น A มีโอกาส 0.3 ที่จะให้อัตราผลตอบแทน 10% และมีโอกาส 0.7 ที่จะให้อัตราผลตอบแทน 5% จงหาอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง
3.5%
5.0%
6.5%
16.6%
หากต้องการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ที่มีการจ่ายดอกเบี้ย 5%ต่อปี จงหาอัตราผลตอบแทนที่เทียบเท่ากับอัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ที่ต้องเสียภาษี(กำหนดให้อัตราภาษีเท่ากับร้อยละ15)
5.15%
5.33%
5.75%
5.88%
ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ได้ดอกเบี้ย 5%ต่อปี(ดอกเบี้ยรับจากพันธบัตรฯได้รับยกเว้นภาษี) และลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนจ่ายดอกเบี้ย 6% ควรเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ใด จึงจะได้รับผลตอบแทนดีที่สุด (ดอกเบี้ยรับเสียภาษี 15%)
พันธบัตรรัฐบาล
หุ้นกู้บริษัทเอกชน
ส่วนชดเชยความเสี่ยง(Risk Premium) หมายถึง
เงินชดเชยกรณีที่เกิดความเสี่ยงขึ้นจากการลงทุน
เงินชดเชยกรณีที่ลงทุนให้ผลตอบแทนไม่ถึงผลตอบแทนท่ี่คาดหวัง
อัตราผลตอบแทนที่บวกเพิ่มจากอัตราผลตอบแทนทีปราศจากความเสี่ยง
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับการคำนวณอัตราผลตอบแทน
อัตราผลตอบแทนที่เป็นตัวงินที่ปราศจากความเสี่ยง จะมากกว่าอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงปราศจากความเสี่ยง
อัตราผลตอบแทนจากการซื้อหุ้นโดยใช้มาร์จิ้น จะให้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อหุ้นบัญชีปกติ
การคำนวณอัตราผลตอบแทนแบบทบต้น หากจำนวนครั้งที่คิดทบต้นมีความถี่มาก อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะยิ่งมากขึ้น
ถูกทุกข้อ
ข้อใดสอดคล้องกับหลัก "อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุน"
การลงทุนในหลักทรัพย์ปราศจากความเสี่ยง อัตราผลตอบแทนเท่ากับ 0
พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ควรให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้บริษัทเอกชนอายุ 10 ที่มีการจัดอันดับ AA
โดยปกติอัตราผลตอบแทนเงินฝากระยะสั้นจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาว
ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บริษัท A มากกว่าบริษัท B เพราะว่าบริษัท A มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(Debt/Equity) สูงกว่าบริษัทB (กำหนดให้ปัจจัยอื่นคงที่)
ข้อใดกล่าวใดถูกต้อง
ผู้ลงทุนแต่ละคนมีระดับความเสี่ยงเท่ากัน
ผู้ลงทุนที่มีระดับความกลัวความเสี่ยงมาก จะเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง
ผู้ลงทุนที่มีระดับความกลัวความเสี่ยงน้อย จะเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ
อัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนต้องการจะแปรผันไปในทิศทางเดียวกับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนคาดว่าจะเผชิญ
