Worksheetsข้อสอบปลายภาควิชาสัมมนาภาษาไทย
Total questions: 70
Worksheet time: 2hrs 20mins
1. ข้อใดมีคำที่ใช้ไม้ทัณฑฆาตผิด
ก. สมณสาส์น, ธรรมาสน์
ข. กกุธภัณฑ์, มัคคุเทศก์
ค. เจตนารมณ์, ปฤษฎางค์
ง. ไตรยางศ์, พยางค์
2. ข้อใดมีคำที่เขียนผิด
ก. ชอุ่ม ชะลอ ชะลูด
ข. ชอ่ำ ชะมด ชะมัด
ค. ทะยอย ทะแยง ทโมน
ง. กระเพาะ กระเบียดกระเสียร กระตือรือร้น
3. ข้อใดมีคำที่เขียนผิด
ก. ซีรอกซ์ โพรโมชัน โฟลว์ชาร์ต
ข. แอปพลิเคชัน ดิจิทัล ครัวซองต์
ค. บราวนี กราฟิก ซีฟูด
ง. เฟซบุ๊ก ฟุตพาท สตรอเบอร์รี
4. ข้อใดมีคำที่เขียนผิด
ก. ดอกไม้จันทร์
ข. บิณฑบาต
ค. ห่างเหิน
ง. โจษจัน
5. ข้อใดอ่านได้ถูกต้อง
ก. ขะมักเขม้น อ่านว่า ขะ–หมัก–ขะ–เม่น
ข. ญาติกา อ่านว่า ยาด–ติ–กา
ค. กามวิตถาร อ่านว่า กาม–วิด–ตะ–ถาน
ง. กเฬวราก อ่านว่า กะ–เลว–วะ–ราก
6. ข้อใดอ่านได้ถูกต้อง
ก. อาการนาม อ่านว่า อา–การ–ระ–นาม
ข. ชันษา อ่านว่า ชัน–สา
ค. ขมุกขมัว อ่านว่า ขะ–หมุก-ขะ-มัว
ง. บัตรพลี อ่านว่า บัด–พะ-ลี
7. “คณะครุศาสตร์ขอแสดงความยินดี…..บัณฑิตใหม่” ควรเติมคำใด
ก. กับ
ข. แก่
ค. แด่
ง. ต่อ
8. “เข้าหารือ…..นายกรัฐมนตรี” ควรเติมคำใด
ก. กับ
ข. แก่
ค. แด่
ง. ต่อ
9. “เขามามหาวิทยาลัย…..รถยนต์ส่วนตัว”
ควรเติมคำใด
ก. ด้วย
ข. โดย
ค. ตาม
ง. ที่
10. “รองคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษายื่นใบลาออก…..คณบดี” ควรเติมคำใด
ก. กับ
ข. แก่
ค. แด่
ง. ต่อ
11. ข้อใดใช้ลักษณนามไม่ถูกต้อง
ก. โรงเรียน 2 แห่ง ประสบปัญหานักเรียนลดจำนวนลง
ข. หมู่บ้านของฉันมีความเจริญขึ้นเมื่อมีถนนหลายสายตัดผ่าน
ค. กระจกเงาบานนั้นที่อยู่ในห้องน้ำมีรอยร้าวแล้ว
ง. เมื่อวานฉันเพิ่งทิ้งที่นอนอันเก่าไปเอง
12. ข้อใดใช้คำลักษณนามผิด
ก. คุณยายมีไฝที่ใต้ตา 2 เม็ด
ข. แม่ใช้ปรอทวัดไข้อันใหม่วัดไข้ให้ลูก
ค. ลำธารสายสำคัญในหมู่บ้านไหลมาจากภูเขา
ง. บราซิลพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19 มากกว่า 20,000 ศพ
13. ข้อใดใช้ลักษณนามได้ถูกต้อง
ก. ธนาคารแห่งนี้บริการลูกค้าทุกระดับประทับใจ
ข. เลื้อยอันนี้ไม่คมเลยนะ
ค. แม่ชีคนนี้นั่งสมาธิทุกวันน่าเลื่อมใส
ง. ชาวประมงคนนี้มีอวนหลายปาก
14. ข้อใดใช้ลักษณนามผิด
ก. คุณยายมีไฝที่ใต้ตา 2 เม็ด
ข. แม่ใช้ปรอทวัดไข้อันใหม่วัดไข้ให้ลูก
ค. กระจกเงาแผ่นนี้เก่ามากทำให้ภาพไม่ชัด
ง. ถนนสายนี้อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่
15. ข้อใดมีคำที่ใช้ลักษณนามผิด
ก. ผู้เสียชีวิต (ศพ) ภิกษุณี (รูป) แม่ชี (รูป)
ข. ไวโอลิน (คัน) เปียโน (หลัง) ทรัมเป็ต (ตัว)
ค. ปากกา (ด้าม) ดินสอ (แท่ง) นามบัตร (แผ่น)
ง. ถนน (สาย) งาช้าง (กิ่ง) เนกไท (เส้น)
16. อย่าวางหาบเร่….ทางจราจร
ก. ขัดขวาง
ข. กีดขวาง
ค. ขีดขวาง
ง. กีดกั้น
17. การสัมมนาภาษาไทยวันนี้ดูท่าทาง…..เป็นพิเศษ เพราะผู้เข้าร่วมสัมมนามาเข้าร่วมกันอย่าง…..
ก. คึกคัก, คับคั่ง
ข. คับคั่ง, คึกคัก
ค. หนาแน่น, แน่นหนา
ง. แน่นหนา, หนาแน่น
18. อย่าพูด…ผู้แพ้ เพราะเป็นการแสดงว่า
ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา
ก. ถากถาง
ข. แขวะ
ค. เยาะเย้ย
ง. ปรามาส
19. ข้อใดใช้ภาษาไม่ถูกต้อง
ก. อิทธิบาท 4 มีฉันทะเป็นต้น
ข. อิทธิบาท ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ค. อิทธิบาท 4 อาทิ ฉันทะ
ง. อิทธิบาท 4 มีฉันทะเป็นอาทิ
20. ข้อใดใช้เครื่องหมายวรรคตอนไม่ถูกต้อง
ก. แ–ป–ล–ก
ข. น้ำมาปลากินมด; น้ำลดมดกินปลา
ค. กฤษณา : กฤษณาสอนน้อง แบบเรียน
กวีนิพนธ์
ง. หก—นา—ลิ—กา
21. เครื่องหมายวรรคตอน :- เรียกว่าอะไร
ก. อัฒภาค
ข. ทวิภาค
ค. บุพสัญญา
ง. วิภัชภาค
22. เครื่องหมายวรรคตอน : , . เรียกว่าอะไร
ก. อัฒภาค, ทวิภาค, นขลิขิต
ข. ทวิภาค, จุลภาค, มหัพภาค
ค. สัญประกาศ, อัญประกาศ, เสมอภาค
ง. วิภัชภาค, จุลภาค, ยามักการ
23. เครื่องหมายวรรคตอน ๛ เรียกว่าอะไร
ก. ยามักการ
ข. โคมูตร
ค. ตาไก่
ง. ทีฆสัญญา
24. ข้อใดใช้เครื่องหมายวรรคตอนไม่ถูกต้อง
ก. ว้าย Ị ตัวอะไรอยู่ในรองเท้า
ข. ปวันรัตน์ไปฝากเงินที่ธนาคารกรุงเทพฯ
ค. แม่ค้าร้องเรียกลูกค้า “ขอเชิญแวะชิมผลไม้กันก่อนจ้า”
ง. ทิสานาฏ—นาว
25. ข้อใดใช้เครื่องหมายวรรคตอนไม่ถูกต้อง
ก. เธอมาทำอะไรที่มหาวิทยาลัยแต่เช้า ?
ข. สุนทรภู่ (ภู่) เป็นกวีเอกของโลก
ค. แม่ไปตลาดไปซื้อผักกาด ผักชี คะน้า ฯ
ง. ประมาณ 500—600 คน
26. ข้อใดใช้อักษรย่อไม่ถูกต้อง
ก. ปล.
ข. ผศ.
ค. ชม.
ง. มรภ.
27. ข้อใดใช้อักษรย่อไม่ถูกต้อง
ก. ต.จ.ว. ต่างจังหวัด
ข. นศท. นักศึกษาวิชาทหาร
ค. บ.ข.ส. บริษัทขนส่งจำกัด
ง. ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
28. ข้อใดวางส่วนขยายผิดที่
ก. การตั้งครรภ์โดยไม่ทราบว่าเป็นโรคเบาหวานมาก่อนมีปัจจัยความเสี่ยงอยู่หลายอย่าง
ข. สตรีมีครรภ์และเป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะแท้งหรือมีลูกพิกลพิการมาก
ค. การควบคุมน้ำตาลอย่างจริงจังช่วยทำให้คนไข้โรคเบาหวานตั้งครรภ์ได้เป็นปกติมากขึ้น
ง. ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะกรรมพันธุ์และความอ้วนต้องให้สูติแพทย์ตรวจโรคเบาหวานอย่างละเอียด
29. ข้อใดใช้สำนวนต่างประเทศ
ก. ประเทศในแถบยุโรปล้วนเป็นถิ่นที่คนจำนวนมากต้องการบริโภคหอยทาก
ข. หญิงชาวแอฟริกาลองกินหอยทาก แล้วเธอก็ได้พบกับความประหลาดใจว่าเธอชอบมันมาก
ค. บริษัทค้าหอยทากจ่ายค่าแรงให้แก่คนงานประมาณ 45 บาทต่อหอยทากน้ำหนัก 10 ปอนด์
ง. นักกินหอยทากจะใช้คีมคีบเปลือกหอยไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ถือส้อมเล็กๆ ดึงเนื้อหอย
30. ข้อใดใช้ภาษาระดับทางการ
ก. การกลับคำให้การของผู้ต้องหามีผลอย่างยิ่งต่อกระบวนการสอบสวน
ข. จนถึงขณะนี้การปฏิรูปการศึกษาไทยยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าใดนัก
ค. รัฐบาลแถลงว่านับแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะจริงจังกับการแก้ปัญหาความยากจน
ง. เพราะความไม่สันทัดต่อการเมืองเป็นผลให้บ้านเราต้องเปลี่ยนรัฐมนตรีอยู่เสมอ
31. คำว่า “ที่” ในข้อใดไม่ใช่คำเชื่อม
ก. เด็กที่ดีต้องตั้งใจเรียนหนังสือ
ข. พิเชษฐ์อยู่ในศูนย์การค้าที่มีคนพลุกพล่าน
ค. คนที่กำลังเล่นเปียโนนั่นเป็นลูกสาวท่านทูต
ง. เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย
32. ข้อใดใช้คำบุพบทไม่ถูกต้อง
ก. บ้านของเขามีบริเวณสนามกว้างมาก
ข. ภัทรออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่
ค. เขาเห็นต่อพ่อแม่ของเขาจึงตั้งใจเรียนหนังสือ
ง. วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติ
33. ข้อใดถ้าแบ่งวรรคผิดแล้วความหมายจะผิดด้วย
ก. เธอชอบกินก๋วยเตี๋ยว
ข. ผลไม้ดกมาก
ค. พ่อไปทำงานแล้ว
ง. เนื้อสุนัขผมชอบกิน
34. ข้อใดใช้คำบุพบทไม่ถูกต้อง
ก. ประธานในพิธีได้มอบโล่ให้แก่ผู้ชนะเลิศ
ข. สีม่วงเกิดจากการผสมสีเหลืองและน้ำเงิน
ค. ฉันเห็นกับตาว่าเธอหยิบปากกาของเขาไป
ง. คนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศสมควรแก่ การยกย่อง
35. คำว่า “ตาม” ในข้อใดเป็นคำบุพบท
ก. เขาตามหมอมารักษาคุณย่า
ข. เมื่อหล่อนเดินเขาก็เดินตาม
ค. เพื่อนเดินมาตามทางเท้า
ง. คุณย่ากินยาตามหมอสั่ง
36. ข้อใดมีคำกริยาที่มีความหมายต่างกับคำกริยาอื่น
ก. ลาก, ดึง, สาว
ข. ชะเง้อ, แหงน, เงย
ค. เฉือน, แช่, แล่
ง. ดัน, ผลัก, เข็น
37. ข้อใดใช้คำว่า “กับ” ไม่ถูกต้อง
ก. ฉันเห็นกับตาว่าเธอหยิบหนังสือเพื่อนไป
ข. พ่อไปทำงานพร้อมกับแม่ทุกวัน
ค. วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มกับจะมีฝนตกกระจายเป็นแห่ง ๆ
ง. เพราะฉันเห็นกับเธอจึงไม่เล่าเรื่องให้ใคร ๆ ฟัง
38. โรงเรียนให้ยืมเงิน…..ซื้อเครื่องดนตรีไทย
ก. ลองจ่าย
ข. ทดลองจ่าย
ค. ทดรองจ่าย
ง. สำรองจ่าย
39. คำว่า “แสลง” อ่านแบบใด
ก. แบบอักษรนำ
ข. แบบอักษรควบกล้ำ
ค. แบบเรียงพยางค์
ง. แบบเรียงคำ
40. การทรมานสัตว์เป็นการประพฤติที่ขัด…..ศีลธรรม
ก. กับ
ข. แก่
ค. แต่
ง. ต่อ
41. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของภาษา
ก. เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ข. ช่วยจรรโลงวัฒนธรรม
ค. แสดงความเป็นสังคมโลก
ง. เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร
42. ภาษาที่ใช้สนทนากับคนไม่คุ้นเคย ควรใช้ภาษาระดับใด
ก. ภาษาปาก
ข. ภาษากึ่งแบบแผน
ค. ภาษาแบบแผน
ง. ถูกทุกข้อ
43. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของวัฒนธรรม
ก. เป็นสิ่งที่เกิดจากการเรียนรู้
ข. เป็นแบบของการดำรงชีวิต
ค. เป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ง. เป็นมรดกทางสังคม
44. ข้อใดเป็นวัฒนธรรมที่เป็นนามธรรม
ก.บทเพลงกล่อมเด็ก
ข.ความเชื่อโชคลาง
ค. นาฏศิลป์
ง. วรรณคดี
45. “เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแม่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู” ข้อความนี้แสดงความสัมพันธ์ของภาษากับวัฒนธรรมอย่างไร
ก. ภาษาช่วยถ่ายทอดวัฒนธรรมไว้ไม่ให้สูญหาย
ข. ภาษาเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนในชาติ
ค. ภาษาแสดงพัฒนาการด้านวัฒนธรรมของแต่ละสังคม
ง. ภาษาเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
46. การใช้คำราชาศัพท์ แสดงความสัมพันธ์ของภาษากับวัฒนธรรมอย่างไร
ก. ภาษาเป็นประวัติวัฒนธรรมประจำชาติ
ข. ภาษาแสดงพัฒนาการด้านวัฒนธรรมของแต่ละสังคม
ค. ภาษาช่วยถ่ายทอดวัฒนธรรมไว้ไม่ให้สูญหาย
ง. ภาษาเป็นเครื่องแสดงระดับวัฒนธรรมของผู้ใช้ภาษา
47. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของความแตกต่างทางวัฒนธรรมการใช้ภาษา
ก. คนอายุน้อยกับคนอายุมาก มักใช้ภาษาไม่เหมือนกัน
ข. คนที่สนิทกับคนไม่สนิท มักใช้ภาษาไม่เหมือนกัน
ค. คนที่อยู่ท้องถิ่นต่างกัน มักใช้ภาษาไม่เหมือนกัน
ง. คนเมืองหลวง มักใช้ภาษาถูกต้องกว่าคนต่างจังหวัด
48. ประโยคใดมีคำเรียกญาติ
ก. คุณสุชาติ เชิญรับยาช่องสองค่ะ
ข. ครูบอกให้พวกเธอทำเวรตอนเย็นด้วย
ค. ป้าคะ มะม่วงกิโลละเท่าไหร่คะ
ง. หมวดครับ ผมลืมเอาใบขับขี่มาครับ
49. ข้อใดใช้คำรื่นหูทำให้ข้อความน่าฟังขึ้น
ก. ไม่ได้เจอกันนาน ไปทำอะไรมาจ๊ะ บวมขึ้นเยอะเลย
ข. ท่าทางจะอยู่ดีกินดีนะ หน้าเปล่งเชียว
ค. ไม่ได้เจอนาน ราศีจับเป็นล้านเชียวนะ
ง. คุณลุงหน้าตาสดใสขึ้นนะคะ แข็งแรงขึ้นแล้วใช่ไหมคะ
50. คำราชาศัพท์สำหรับพระสงฆ์ข้อใดผิด
ก. ถวายอดิเรก—พระให้พรพิเศษสำหรับพระราชาและพระราชินี
ข. จำวัด—นอน
ค. อาพาธ—ป่วย
ง. ทำวัตร—ลงอุโบสถ
51. ภาษาที่มนุษย์มีนั้นเพื่อสิ่งต่อไปนี้ยกเว้นสิ่งใด
ก. สร้างสรรค์
ข. จรรโลง
ค. สั่งสอน
ง. สื่อสาร
52. ข้อใดเป็นอวัจนภาษาที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย
ก.ฉันกำลังขอร้องอ้อนวอนเธออย่าไป ทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขาเธอเอาไว้ พนมสองมือขึ้นกราบกรานเธอโปรดอย่าไป...
ข. เขาว่าสายตามันหลอกกันไม่ได้ เขาพูดกันว่าสายตามันเป็นสิ่งเดียวที่พูดแทนหัวใจ ฉันว่าสายตาเธอหลอกฉันไม่ได้...
ค.พี่ไม่มีหลุยส์วิตตอง มีแต่หนี้ก้อนโต นวลน้องต้องน้ำตานองเพราะต้องช่วยพี่ออกค่าคอนโด อยู่กับพี่น่ะมันลำบากนะ หรือว่าน้องจะทน...
ง.แอบมองเธออยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย แอบส่งใจให้นิดๆ แต่เธอดูช่างเฉยเมย เอาล่ะเตรียมใจไว้หน่อย มันจะหัวจะก้อยต้องเสี่ยงกัน...
53.ข้อใดไม่ปรากฏในหนังสือสมบัติผู้ดีเรื่อง การพูด
ก. ไม่กล่าวร้ายแก่ญาติมิตรที่รักใคร่นับถือของผู้ฟังแก่ผู้ฟัง
ข. ไม่กล่าววาจาติเตียนสิ่งเคารพหรือที่เคารพของผู้อื่นแก่ตัวเขา
ค. ไม่รับวาจาคล่อง ๆ โดยมิได้เห็นว่าการจะเป็นได้หรือไม่
ง. ไม่พูดจาไร้สาระหาประโยชน์อันใดมิได้
54. ข้อใดเป็นภาษาต่างระดับกับข้ออื่น
ก.บ่มีอิหยังมาพังทลาย ความฮักของสองลงได้
ข. ทุเรียนมาแล้วจ้า โลละ 80 บาทแกะให้ฟรีเลยจ้า
ค. กอดนะทุกคน รู้สึกหน่วงเหมือนกันใช่มั้ย เป็นห่วงเววี่ฮืออ
ง. สวัสดีค่ะคุณอัครเดช นี่คุณพรประภาเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งออกค่ะ
55. “เรื่อง ขอเชิญเป็นวิทยากร” เป็นการใช้ภาษาแบบใด
ก. ภาษาแบบแผน
ข.ภาษากึ่งแบบแผน
ค.ภาษาพิธีการ
ง.ภาษาปาก
56. ระเบียบแบบแผนที่เป็นมาตรฐานทางภาษาที่ถูกต้องที่ทุกสังคมยึดถือคือข้อใด
ก. อาจารย์เจ้าของภาษา
ข. พจนานุกรม
ค. กฎหมาย
ง. ฎีกาสูงสุด
57. ข้อใดถูกเกี่ยวกับวัฒนธรรม
ก. วัฒนธรรมของคนผิวขาวเจริญกว่าคนผิวดำ
ข. วัฒนธรรมถ่ายทอดกันด้วยภาษาในทุกสังคม
ค. วัฒนธรรมไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
ง. ทุกสังคมมีพื้นฐานวัฒนธรรมที่เหมือนกัน
58.ถ้าสังคมมีความเจริญทางจิตใจมากเกินไป สังคมจะเป็นอย่างไร
ก. ผู้คนจะอยู่อย่างสบาย บ้านเมืองทันสมัย
ข. สังคมนั้นจะมีปฏิสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี
ค. สังคมนั้นจะมีแต่นักบวช ตัดขาดจากสังคม
ง. สังคมนั้นจะแข่งกันทำความดีจนอิจฉาริษยากัน
59. ข้อใดแสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่หวงแหนสิทธิของผู้ใด
ก. ความพอใจการประนีประนอม
ข. การไม่แบ่งชั้นวรรณะ
ค. การรับคนที่มีบรรพบุรุษต่างจากเรามาเป็นส่วนหนึ่งของชนชาติ
ง. การไม่ไปรุกรานชาติอื่นและรักษาเอกราชของชาติเอาไว้
60. ข้อใดที่ภาษาแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านวัฒนธรรมของแต่ละสังคม
ก. การใช้เพลงกล่อมเด็กกล่อมลูกน้อยมาจนถึงปัจจุบัน
ข. การที่คนฐานะนิยมสร้างวัดประจำตระกูลดังคำประพันธ์ที่บันทึกไว้
ค. การใช้ภาษาแสดงวัฒนธรรมการนับถืออาวุโสลดหลั่นไปตามลำดับขั้น
ง. การใช้ภาษาสะท้อนวัฒนธรรมการใช้สำนวน
61. “ฝนชะช่อมะม่วง” เป็นความสัมพันธ์ระหว่างภาษาและวัฒนธรรมอย่างไร
ก. ภาษาสะท้อนให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของสังคม
ข. ภาษาเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่ยึดเหนี่ยวคนในชาติให้คำนึงถึงความเป็นชาติเดียวกัน
ค. ถ้อยคำภาษาเป็นประวัติวัฒนธรรมประจำชาติ
ง. ภาษาช่วยถ่ายทอดวัฒนธรรมไว้ไม่ให้สูญหาย
62. “ตาเฟื้องตาสลึง” หมายความว่าอย่างไร
ก. ตาเงินตาทอง
ข. ตาเป็นเงินเป็นทอง
ค. เห็นเงินแล้วตาโต
ง. ทำตาเล็กตาน้อย
63. ในสมัยรัชกาลที่ 4 หญิงสาวที่ได้รับสมญานามว่า “แม่ร้อยชั่ง” จะมีคุณสมบัติหลายอย่าง ยกเว้นข้อใด
ก. ร้อยมาลัยสามชายได้
ข. ปอกมะพร้าวริ้วได้ครบลาย
ค. ละเลงขนมเบื้องได้
ง. จีบขนมจีบได้ลูกกลมปลายแหลม
64.ข้อใดเป็นการพูดระหว่างนักเรียนกับอาจารย์ที่ถูกต้อง
ก. สวัสดีค่ะอาจารย์ วันนี้มาเช้าเชียวนะคะ
ข. อาจารย์ หนูขอส่งงานวันนี้นะพอดีเมื่อวานไม่ได้มาค่ะ
ค. อาจารย์คะ หนูหยิบกรรไกรที่โต๊ะอาจารย์ไปนะคะ เดี๋ยวหนูมาคืนค่ะ
ง. อาจารย์คะ หนูขออนุญาตปรึกษาอาจารย์เรื่องลงทะเบียนเรียนค่ะ
65. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์สำหรับพระสงฆ์ผิด
ก. หลวงพ่อท่านจำวัดอยู่นะอย่าคุยเสียงดัง
ข. มีจดหมายจากท่านเจ้าอาวาสวัดคุ้งส่งถึงหลวงพี่ครับ
ค. สมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อนมรณภาพในปีใด
ง. พระทุกรูปต้องทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น
66. คำพูดข้อใดจะเจอในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
ก. เล่นอะไรของมันวะ ใกล้ ๆ ยังยิงไม่เข้า แม่ง
ข. แหม พูดเล่นแค่นี้ก็โกรธไปได้
ค. ตั้งแต่เรียนออนไลน์แต่ละวันนี่เนี้อยเหนื่อย
ง. ฉันว่าเธอไปล้างหน้าล้างตาซะก่อนเถอะ
67. ข้อใดใช้สำนวนไม่ถูกต้อง
ก. ถ้าพวกเราช่วยกันคนละไม้คนละมืองานจะสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ข. คุณนายลำไยชอบหัวเราะเสียงดังเป็นฆ้องปากแตก
ค. คู่บ่าวสาวหล่อสวยสมกับราวกับกิ่งทองใบหยก
ง. นักเรียนทำความผิด ครูก็ต้องตัดสินไปตามเนื้อผ้า
68. ข้อใดเป็นการใช้ภาษาเพื่อสะท้อนความเชื่อทางศาสนา
ก. มาอยู่ในป่าเปลี่ยวเที่ยวซังตาย จะหมายพึ่งใครได้ก็ไม่มี
ข. ยากง่ายตายเป็นประการใด ให้เป็นไปตามกรรมที่ทำมา
ค. ถือตามคำโบราณท่านว่ามา ว่าว่ายน้ำเข้าหาจระเข้ใหญ่
ง. สิ้นฝันพลันตื่นด้วยตกใจ ปลอบปลุกผัวให้ทำนายนาง
69. ข้อใดใช้ภาษาไม่เหมาะสมกับบุคคล
ก. ลูกจ๋า ไปเอาช้อนให้แม่หน่อยจ้ะ
ข. คุณพี่คะ ช่วยจับเชือกให้แน่น ๆ ด้วยค่ะ
ค. คุณพ่อคะ คุณแม่สั่งให้ไปหาเร็ว ๆ ค่ะ
ง. คุณยายขา หลานจะรีบไปเอาเดี๋ยวนี้ค่ะ
70. “ผลไม้ชนิดนี้ภาคกลางเรียกขนุน ภาคอีสานเรียกหมักหมี้” ข้อความนี้แสดงถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมการใช้ภาษาด้านใด
ก. สถานภาพทางสังคม
ข.สถานการณ์และอาชีพ
ค. อายุของคนแต่ละวัย
ง. สถานภาพทางภูมิศาสตร์
