wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เนื้อเยื่อพืช

Total questions: 61

Worksheet time: 1hrs 1mins

Name
Class
Date
1.

เนื้อเยื่อที่พบมากที่สุดในพืช คือ

a)

ก. พาเรนไคมา

b)

ข. คอลเลนไคมา

c)

ค. สเคอเรนไคมา

d)

ง. คอร์ก

2.

เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ที่จัดเป็นเนื้อเยื่อพื้นฐานของพืช คือ

a)

ก. พาเรนไคมา

b)

ข. คอลเลนไคมา

c)

ค. สเคอเรนไคมา

d)

ง. สโตนเซลล์

3.

เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ที่จัดเป็นเนื้อเยื่อพื้นฐานของพืช คือ

a)

ก. พาเรนไคมา

b)

ข. คอลเลนไคมา

c)

ค. สเคอเรนไคมา

d)

ง. สโตนเซลล์

4.

ส่วนประกอบของเนื้อเยื่อไซเลม มีอะไรบ้าง

a)

ก. เทรคีด คอมพาเนียลเซลล์ ไซเลมพาเรงคิมา เวสเซลล์

b)

ข. ไซเลมไฟเบอร์ เทรคีด ไซเลมพาเรงคิมา เวสเซลล์

c)

ค. ซีพทิวป์ เวสเซลล์ เทรคีด ไซเลมพาเรนคิมา

d)

ง. ไซเลมพาเรงคิมา ไซเลมไฟเบอร์ เทรคีด ไฟเบอร์

5.

จากภาพเนื้อเยื่อผิวใบ A คือข้อใด

a)

ก.ไซเล็ม (xylem)

b)

ข. เซลล์คุม (guard cell)

c)

ค. เซลล์ผิว (epidermal cell)

d)

ง. พาเรงคิมา (parenchyma)

6.

ข้อใดทำให้ลำต้นยืดยาวขึ้น

ก. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย ข. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ ค. คอร์กแคมเบียม ง. วาสคิวลาร์แคมเบี

a)

1. ข้อ ก และ ข

b)

2. ข้อ ก และ ค

c)

3. ข้อ ข และ ค

d)

4. ข้อ ค และ ง

7.

เซลล์ในข้อใดต่อไปนี้จะตายเมื่อโตเต็มที่แล้ว

a)

1. เซลล์คุม (guard cell)

b)

2. เซลล์เวสเซลเมมเบอร์ (vessel member)

c)

3. เซลล์ประกบหรือเซลล์เพื่อน (companion cell)

d)

4. เซลล์ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ (sieve tube member)

8.

เส้นใยพวกป่านศรนารายณ์ที่มีลักษณะเหนียวและเป็นเส้นยาว เจริญมาจากเนื้อเยื่อส่วนใดของพืช

a)

1. พาเรงคิมา (parenchyma)

b)

2. เอพิเดอร์มิส (epidermis)

c)

3. คลอเรงคิมา (chlorenchyma)

d)

4. สเกลอเรงคิมา (sclerenchyma)

9.

หน้าที่หลักของพาเรงคิมา (parenchyma) คืออะไร

a)

1. ค้ำจุนลำต้น

b)

2. สะสมอาหาร

c)

3. สังเคราะห์ด้วยแสง

d)

4. สำเลียงน้ำและสารอาหาร

10.

เนื้อเยื่อใดของพืชทำหน้าที่เทียบได้กับโครงกระดูกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

a)

1. chlorenchyma

b)

2. Endodermis

c)

3. Sclerenchyma

d)

4. vascular bundle

11.

ข้อใดเป็นจริงเกี่ยวกับเนื้อเยื่อผิวใบ (epidermis)

a)

1. ผิวใบด้านนอกของบัวไม่มีปากใบ

b)

2. เฉพาะเซลล์คุมเท่านั้นที่มีคลอโรพลาสต์

c)

3. เซลล์ทุกเซลล์ของเนื้อเยื่อผิวใบมีคลอโรพลาสต์

d)

4. ผิวใบด้านบนของชบามีจำนวนปากใบมากกว่าด้านล่าง

12.

ข้อใดทำให้ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากขึ้น

ก. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย ข. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

ค. คอร์กแคมเบียม ง. วาสคิวลาร์แคมเบียม

a)

1. ข้อ ก และ ข

b)

2. ข้อ ก และ ค

c)

3. ข้อ ข และ ค

d)

4. ข้อ ค และ ง

13.

เซลล์พืชในข้อใดที่ไม่มี Secondary cell wall

a)

Collenchyma cell

b)

Vessel member

c)

Fiber

d)

Tracheid

14.

ข้อใดไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกัน โครงสร้างหรือเนื้อเยื่อพืช

a)

Epidermis

b)

Root cap

c)

Bark

d)

Vascular cambium

15.

โดยทั่วไป ส่วนประกอบของเซลล์ในข้อใดที่ไม่จำเป็นต้องพบในทุกเซลล์ของเนื้อเยื่อผิว (Epidermis) ของใบ

a)

ผนังเซลล์

b)

ไซโทพลาสซึม

c)

คลอโรพลาสต์

d)

เยื่อหุ้มนิวเคลียส

16.

เซลล์ในข้อใดที่มีหน้าที่ในการลำเลียงน้ำ

a)

Xylem

b)

Sieve tube member

c)

Vessel member

d)

Fiber

17.

การคายน้ำของพืชเกิดขึ้นที่ใด

a)

เซลล์คุม

b)

เนื้อเยื่อท่อลำเลียงน้ำ

c)

รูปากใบ

d)

เซลล์ผิวใบ

18.

เนื้อเยื่อข้อใดที่ไม่สามารถพบเซลล์ที่ไม่มีชีวิต

a)

Parenchyma

b)

Sclerenchyma

c)

Xylem

d)

Phloem

19.

เนื้อเยื่อพืชชนิดใดบ้างต่อไปนี้ ที่ไม่พบ ในโครงสร้างของใบพืช

A. Parenchyma

B. Epidermis

C. Xylem

D. Vascular cambium

a)

A and B

b)

B and C

c)

A and D

d)

D

20.

ข้อใดที่กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระยะการเจริญเติบโตของส่วนต่างๆของพืช

ก. ใบของพืชจะมีการเจริญเติบโตแค่ Primary growth เท่านั้น

ข. การขยายขนาดด้านข้างของลำต้นระยะ Secondary growth เกิดจากแบ่งเซลล์ของ Vascular cambium

ค. พืชทุกชนิดมีการเจริญเติบโตทั้งระยะ Primary growth และ Secondary growth

ง. ในระยะ Secondary growth ของต้นจามจุรี เนื้อเยื่อที่จะมีการเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ Secondary Phloem

a)

ก และ ข

b)

ข และ ง

c)

ก และ ง

d)

ข ค และ ง

21.

ขนราก (Root hair) หมายถึงข้อใด

a)

เซลล์

b)

เนื้อเยื่อ

c)

ระบบ

d)

อวัยวะ

22.

ภาพ A และ B เป็นภาพของ

a)

A รากพืชใบเลี้ยงคู่ B รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

A รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว B รากพืชใบเลี้ยงคู่

c)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว B ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

d)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ B ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

23.

การที่จะดูว่าเป็นรากหรือลำต้นตัดตามขวางดูได้จากสิ่งใด

a)

ชั้นของ คอร์เทกซ์ในรากแคบ คอร์เทกซ์ลำต้นกว้าง

b)

ชั้นของคอร์เทกซ์ในลำต้นแคบ คอร์เทกซ์ของรากกว้าง

c)

ชั้นของมัดท่อน้ำท่ออาหารกระจัดกระจายในรากและเป็นระเบียบในลำต้น

d)

ชั้นของมัดท่อน้ำท่ออาหารกระจัดกระจายในลำต้นและเป็นระเบียบในราก

24.

ภาพที่เห็นเป็นภาพตัดขวางของสิ่งใด

a)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

b)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

25.

A คือข้อใด

a)

เซลล์ของเอพิเดอร์มิส

b)

เซลล์ของขนราก

c)

เซลล์ของเอนโดเดอร์มิส

d)

เซลล์เอพิเดอร์มิสที่เปลี่ยนไปเป็นขนราก

26.

B คือข้อใด

a)

มัดท่อลำเลียง

b)

ไซเล็ม

c)

โฟลเอ็ม

d)

พิธ

27.

หมายเลข 2 คือข้อใด

a)

แคมเบียม

b)

ไซเล็ม

c)

โฟลเอ็ม

d)

พิธ

28.

เซลล์ประกบที่เพิ่มความแข็งแรงให้เก็บ vascular คือ

a)

xylem

b)

sieve tube

c)

fiber

d)

phloem

e)

sclereid

29.

เป็นเซลล์รูปปทรงสั้น ผนังเซลล์หนามากและแข็งแรงที่สุด พบในกะลามะพร้าว

a)

xylem

b)

sieve tube

c)

fiber

d)

phloem

e)

sclereid

30.

ผนังเซลล์หนาไม่สม่ำเสมอ หนามากตรงมุมเซลล์ มีสารเพคตินสะสม ไม่พบในราก พบในลำต้นเท่านั้น

a)

parenchyma

b)

collenchyma

c)

epidermis

d)

cork cambium

e)

vascular cambium

31.

มีแวคิวโอลขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่ยังมีชีวิตอยู่ มีผนังเซลล์แบบปฐมภูมิ อยู่กันแบบหลวมๆ

a)

parenchyma

b)

collenchyma

c)

epidermis

d)

cork cambium

e)

vascular cambium

32.

เนื้อเยื่อแบบใดที่พบในแกนกลางผลไม้ในภาพ

a)

epidermis

b)

sclereid

c)

collenchyma

d)

fiber

e)

cork

33.

เนื้อเยื่อแบบใดที่ไม่พบในภาพนี้

a)

epidermis

b)

sclereid

c)

collenchyma

d)

fiber

e)

cork

34.

ภาพพืชต่อไปนี้ ในลำต้นและใบ น่าจะมีเนื้อเยื่อใดมากที่สุด

a)

epidermis

b)

sclereid

c)

collenchyma

d)

fiber

e)

cork

35.

ทะเลสาบแห่งหนึ่งเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ เมื่อโดยนสิ่งใดลงไปสิ่งนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมทันที ประยุทธ โยนรองเท้าคัชชูลงไป สิ่งใดน่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

a)

รองเท้ากลายเป็นสีแดง

b)

รองเท้าจม

c)

รองเท้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

d)

รองเท้าเปียก

e)

ทะเลสาบแห้งขอด

36.

ภาพต่อไปนี้ พบในเนื้อเยื่อใดในพืช

a)

epidermis

b)

sclereid

c)

collenchyma

d)

fiber

e)

cork

37.

เซลล์จากเนื้อเยื่อในข้อใดไม่มีนิวเคลียส

a)

collenchyma

b)

root hair

c)

parenchyma

d)

companion cell

e)

sieve tube

38.

เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยวที่สำคัญในการสร้างแป้งและน้ำตาลให้แก่พืช คือ

a)

Parenchyma

b)

Collenchyma

c)

Sclerenchyma

d)

Chlorenchyma

39.

ตะแกรงที่พบในซีฟทิวบ์เมมเบอร์มีชื่อเรียกว่าอย่างไร

a)

รูเมน

b)

พิท

c)

ซีฟเพลท

40.

เซลล์ในข้อใดต่อไปนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่

a)

สเกลอรีด

b)

เวสเซล

c)

เทรคีด

d)

เซลล์คอมพาเนียน

41.

เซลล์ใดบ้างที่พบทั้งในเนื้อเยื่อไซเล็ม และเนื้อเยื่อโฟลเอ็ม (มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ)

a)

คอลเลงคิมา

b)

พิธ

c)

พาเรงคิมา

d)

ไฟเบอร์

42.

นี่คืออะไร

a)

ต้นใบเลี้ยงคู่

b)

ต้นใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

รากใบเลี้ยงคู่

d)

รากใบเลี้ยงเดี่ยว

43.

นี่คืออะไร

a)

ต้นใบเลี้ยงคู่

b)

ต้นใบเลี้ยงคี่

c)

รากใบเลี้ยงคู่

d)

รากใบเลี้ยงคี่

44.

นี่คืออะไร

a)

แม่ใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

พ่อใบเลี้ยงคู่

c)

รากใบเลี้ยงคี่

d)

รากใบเลี้ยงคู่

45.

นี่คืออะไร

a)

รากใบเลี้ยงคู่

b)

รากใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

ต้นใบเลี้ยงคู่

d)

ต้นใบเลี้ยงเดี่ยว

46.

ช่วงช่วงกินอะไร

a)

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

พืชใบเรียงเดี่ยว

c)

พืชใบเลี้ยงคู่

d)

พืชใบเรียงคู่

47.

เซลล์ที่อยู่ในชั้น cortex ส่วนใหญ่เป็นเซลล์ชนิดใด

a)

Epidermis

b)

Parenchyma

c)

Collenchyma

d)

Sclerenchyma

48.

การเจริญแบบ secondary growth เป็นการเจริญของเนื้อเยื่อใด

a)

Apical shoot meristem

b)

Intercalary meristem

c)

Cork cambium

d)

Apical root meristem

49.

ข้อใดเป็นเนื้อเยื่อถาวรเชิงซ้อน (PAT2 มี.ค.2552)

a)

Parenchyma

b)

Collenchymas

c)

Xylem

d)

Epidermis

50.

เซลล์รูปร่างยาว ผนังหนามีลวดลายร่างแห่ที่ผนังด้านข้างซึ่งเกิดจากการพอกของสารลิกนิน ผนังด้านหัวท้ายมีรูทะลุ เซลล์เรียงต่อกันตามความยาวคล้ายท่อ คือข้อใด (PAT2 มี.ค.2552)

a)

ซีฟทิวบ์

b)

เทรคีต

c)

ไฟเบอร์

d)

เวสเซล

51.

เนื้อเยื่อเจริญ (meristematic tissue) ของพืชมีการแบ่งนิวเคลียสของเซลล์แบบใด

a)

Mitosis

b)

Miosis

c)

ทั้ง mitosis และ miosis

d)

syntesis

52.

เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ที่ทำหน้าที่ในการสะสมอาหารให้กับหัวเผือก หัวมัน แห้ว คือส่วนใด

a)

ก. Epidermis

b)

ข. Collenchyma

c)

ค. Parenchyma

d)

ง. Sclerenchyma

53.

หมายเลข 1 หมายถึงอะไร

a)

ก. Epidermis

b)

ข. Cortex

c)

ค. Pericycle

d)

ง. Phloem

54.

หมายเลข 2 หมายถึงอะไร

a)

ก. Epidermis

b)

ข. Cortex

c)

ค. Pericycle

d)

ง. Phloem

55.

หมายเลข 3 หมายถึงอะไร

a)

ก. Epidermis

b)

ข. Cortex

c)

ค. Xylem

d)

ง. Phloem

56.

หมายเลข 4 หมายถึงอะไร

a)

ก. Epidermis

b)

ข. Cortex

c)

ค. Xylem

d)

ง. Phloem

57.

การเกิดรากใหม่จากรากเดิมและการเกิดขนรากของพืช เกิดจากเนื้อเยื่อใดตามลำดับ

1. เพริไซเคิล 2. เอนโดเดอร์มิส

3. เอพิเดอร์มิส 4. คอร์เทกซ์

a)

ก. ข้อ 1 และ 2

b)

ข. ข้อ 2 และ 3

c)

ค. ข้อ 3 และ 4

d)

ง. ข้อ 1 และ 3

58.

ถ้าพบวงปีของลำต้นที่มีเซลล์ไซเลมใหญ่แถบกว้าง และสีจาง แสดงว่า

a)

ก. เนื้อเยื่อเจริญในฤดูน้ำน้อย

b)

ข. Vascular cambium มีขนาดใหญ่

c)

ค. Vascular cambium มีผนังเซลล์หนา

d)

ง. Vascular cambium เจริญในฤดูน้ำมาก

59.

พืชในแถบเขตร้อนมีการปรับตัวอย่างไรเพื่อจะอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด

a)

ก. มีบันเดิลชีทเซลล์

b)

ข. มีจำนวนปากใบเพิ่ม

c)

ค. มีเซลล์ในชั้นมีโซฟีลล์

d)

ง. มีขี้ผึ้งเคลือบผิวใบด้านที่รับแสง

60.

อ้อยและชบา มีเนื้อเยื่อเจริญชนิดใดเหมือนกัน

a)

ก. เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง

b)

ข. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

c)

ค. เนื้อเยื่อเจริญส่วนท้าย

d)

ง. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย

61.

ข้อใดเป็นเซลล์ที่มีการแบ่งตัวตลอดเวลา

a)

ก. เทรคีด

b)

ข. ไฟเบอร์

c)

ค. พาเรนไคมา

d)

ง. วาสคิวลาร์ แคมเบียม