NEW
Font size
WorksheetsP3 Thai Final Exam Term3 AY2020-2021
Total questions: 40
Worksheet time: 1hrs 20mins
เรื่องย่อ : เล่นคำทาย
พ่อและแม่พาอ้อย อ้อม และแอ้มมาเยี่ยมคุณปู่ในบ่ายวันอาทิตย์ บ้านคุณปู่อยู่ติดริมลำธารสายเล็กๆ มีสนามหญ้าหน้าบ้าน คุณปู่เรียกแอ้มมานั่งตักแล้วร้องเพลง “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ เจ้าแอ้มลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก” อ้อมทักท้วงว่าคุณปู่ร้องผิด คุณปู่บอกว่าทีเด็กสมัยนี้ยังท่อง สำนวนกันผิดๆ ถูกๆ เช่น “รำไม่ดี หมูผอม” หรือ “หวานเป็นลม ขมเป็นคนพาหวานไปหาหมอ” จากนั้นคุณปู่จึงสอนสำนวนที่ถูกว่า “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง หมายถึง ตัวเองทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด กลับไปโทษคนอื่น”
ส่วน “หวานเป็นลม ขมเป็นยา หมายถึง คำพูดเพราะๆ ฟังแล้วสบายใจ แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขอะไร ส่วนคำพูดที่ตรงๆ ไม่เพราะ แต่เป็นการติเพื่อก่อ จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น”
คุณปู่บอกว่าคนสมัยก่อนมักจะเอาสำนวนโวหารมาใช้เป็นการเปรียบเทียบให้ข้อคิดต่างๆ มากกว่าจะพูดตรงๆ จากนั้นคุณปู่จึงบอกให้เด็กๆ กลับไปช่วยกันคิด แล้วอาทิตย์หน้ามาทายปู่บ้าง
ข้อใดเป็นลักษณะบ้านของคุณปู่
อยู่ริมทะเลสาบ
มีภูเขาหน้าบ้าน
มีสนามหญ้าหน้าบ้าน
มีถนนตัดผ่าน
เรื่องย่อ : เล่นคำทาย
พ่อและแม่พาอ้อย อ้อม และแอ้มมาเยี่ยมคุณปู่ในบ่ายวันอาทิตย์ บ้านคุณปู่อยู่ติดริมลำธารสายเล็กๆ มีสนามหญ้าหน้าบ้าน คุณปู่เรียกแอ้มมานั่งตักแล้วร้องเพลง “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ เจ้าแอ้มลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก” อ้อมทักท้วงว่าคุณปู่ร้องผิด คุณปู่บอกว่าทีเด็กสมัยนี้ยังท่อง สำนวนกันผิดๆ ถูกๆ เช่น “รำไม่ดี หมูผอม” หรือ “หวานเป็นลม ขมเป็นคนพาหวานไปหาหมอ” จากนั้นคุณปู่จึงสอนสำนวนที่ถูกว่า “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง หมายถึง ตัวเองทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด กลับไปโทษคนอื่น”
ส่วน “หวานเป็นลม ขมเป็นยา หมายถึง คำพูดเพราะๆ ฟังแล้วสบายใจ แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขอะไร ส่วนคำพูดที่ตรงๆ ไม่เพราะ แต่เป็นการติเพื่อก่อ จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น”
คุณปู่บอกว่าคนสมัยก่อนมักจะเอาสำนวนโวหารมาใช้เป็นการเปรียบเทียบให้ข้อคิดต่างๆ มากกว่าจะพูดตรงๆ จากนั้นคุณปู่จึงบอกให้เด็กๆ กลับไปช่วยกันคิด แล้วอาทิตย์หน้ามาทายปู่บ้าง
“หวานเป็นลม ขมเป็นยา” เป็นสำนวนที่มักหมายถึงอะไร
โรคภัยไข้เจ็บ
สรรพคุณของสมุนไพร
กิริยามารยาท
วาจาคำพูด
เรื่องย่อ : เล่นคำทาย
พ่อและแม่พาอ้อย อ้อม และแอ้มมาเยี่ยมคุณปู่ในบ่ายวันอาทิตย์ บ้านคุณปู่อยู่ติดริมลำธารสายเล็กๆ มีสนามหญ้าหน้าบ้าน คุณปู่เรียกแอ้มมานั่งตักแล้วร้องเพลง “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ เจ้าแอ้มลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก” อ้อมทักท้วงว่าคุณปู่ร้องผิด คุณปู่บอกว่าทีเด็กสมัยนี้ยังท่อง สำนวนกันผิดๆ ถูกๆ เช่น “รำไม่ดี หมูผอม” หรือ “หวานเป็นลม ขมเป็นคนพาหวานไปหาหมอ” จากนั้นคุณปู่จึงสอนสำนวนที่ถูกว่า “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง หมายถึง ตัวเองทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด กลับไปโทษคนอื่น”
ส่วน “หวานเป็นลม ขมเป็นยา หมายถึง คำพูดเพราะๆ ฟังแล้วสบายใจ แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขอะไร ส่วนคำพูดที่ตรงๆ ไม่เพราะ แต่เป็นการติเพื่อก่อ จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น”
คุณปู่บอกว่าคนสมัยก่อนมักจะเอาสำนวนโวหารมาใช้เป็นการเปรียบเทียบให้ข้อคิดต่างๆ มากกว่าจะพูดตรงๆ จากนั้นคุณปู่จึงบอกให้เด็กๆ กลับไปช่วยกันคิด แล้วอาทิตย์หน้ามาทายปู่บ้าง
สำนวนในข้อใดไม่ถูกต้อง
น้ำขึ้นให้รีบตัก
มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ
ขี่ช้างจับตั๊กแตน
หวานเป็นลม ขมเป็นคนพาหวานไปหาหมอ
เรื่องย่อ : เล่นคำทาย
พ่อและแม่พาอ้อย อ้อม และแอ้มมาเยี่ยมคุณปู่ในบ่ายวันอาทิตย์ บ้านคุณปู่อยู่ติดริมลำธารสายเล็กๆ มีสนามหญ้าหน้าบ้าน คุณปู่เรียกแอ้มมานั่งตักแล้วร้องเพลง “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ เจ้าแอ้มลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก” อ้อมทักท้วงว่าคุณปู่ร้องผิด คุณปู่บอกว่าทีเด็กสมัยนี้ยังท่อง สำนวนกันผิดๆ ถูกๆ เช่น “รำไม่ดี หมูผอม” หรือ “หวานเป็นลม ขมเป็นคนพาหวานไปหาหมอ” จากนั้นคุณปู่จึงสอนสำนวนที่ถูกว่า “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง หมายถึง ตัวเองทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด กลับไปโทษคนอื่น”
ส่วน “หวานเป็นลม ขมเป็นยา หมายถึง คำพูดเพราะๆ ฟังแล้วสบายใจ แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขอะไร ส่วนคำพูดที่ตรงๆ ไม่เพราะ แต่เป็นการติเพื่อก่อ จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น”
คุณปู่บอกว่าคนสมัยก่อนมักจะเอาสำนวนโวหารมาใช้เป็นการเปรียบเทียบให้ข้อคิดต่างๆ มากกว่าจะพูดตรงๆ จากนั้นคุณปู่จึงบอกให้เด็กๆ กลับไปช่วยกันคิด แล้วอาทิตย์หน้ามาทายปู่บ้าง
เพราะเหตุใดคนโบราณมักนำเอาสำนวนโวหาร มาใช้เปรียบเทียบ
ต้องการให้ข้อคิดสะกิดใจ
ฟังดูเพราะกว่าพูดตรงๆ
ไม่ต้องการว่ากล่าวตรงๆ
ถูกทุกข้อ
เรื่องย่อ : เล่นคำทาย
พ่อและแม่พาอ้อย อ้อม และแอ้มมาเยี่ยมคุณปู่ในบ่ายวันอาทิตย์ บ้านคุณปู่อยู่ติดริมลำธารสายเล็กๆ มีสนามหญ้าหน้าบ้าน คุณปู่เรียกแอ้มมานั่งตักแล้วร้องเพลง “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ เจ้าแอ้มลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก” อ้อมทักท้วงว่าคุณปู่ร้องผิด คุณปู่บอกว่าทีเด็กสมัยนี้ยังท่อง สำนวนกันผิดๆ ถูกๆ เช่น “รำไม่ดี หมูผอม” หรือ “หวานเป็นลม ขมเป็นคนพาหวานไปหาหมอ” จากนั้นคุณปู่จึงสอนสำนวนที่ถูกว่า “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง หมายถึง ตัวเองทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด กลับไปโทษคนอื่น”
ส่วน “หวานเป็นลม ขมเป็นยา หมายถึง คำพูดเพราะๆ ฟังแล้วสบายใจ แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขอะไร ส่วนคำพูดที่ตรงๆ ไม่เพราะ แต่เป็นการติเพื่อก่อ จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น”
คุณปู่บอกว่าคนสมัยก่อนมักจะเอาสำนวนโวหารมาใช้เป็นการเปรียบเทียบให้ข้อคิดต่างๆ มากกว่าจะพูดตรงๆ จากนั้นคุณปู่จึงบอกให้เด็กๆ กลับไปช่วยกันคิด แล้วอาทิตย์หน้ามาทายปู่บ้าง
“โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ ___________ ลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก” ควรเติมคำใดที่ถูกต้องลงในช่องว่าง
เจ้าแอ้ม
กระต่าย
หมูผอม
หมูอ้วน
เรื่องย่อ : ประชาธิปไตยใบเล็ก
ครูวรรณาให้นักเรียนในห้องแบ่งกลุ่ม และตั้งชื่อกลุ่มๆ สุดท้ายมีสมาชิก ๑๐ คน สมาชิก ๙ คน ตกลงกันว่าจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาโลมา” มีเพียงต้นไทรที่คัดค้านจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาฉลาม” ครูวรรณา จึงบอกให้ทุกคนต้องยอมรับฟังเสียงข้างมาก หรือที่เรียกว่า ตามระบอบประชาธิปไตย
ในการเลือกหัวหน้าห้อง ครูวรรณาให้นักเรียนเลือกหัวหน้าตามความเหมาะสมจากผู้สมัคร ๕ คน ผู้สมัครแต่ละคนได้แถลงนโยบายของตน เมื่อถึงวันลงคะแนนเสียง นักเรียนทุกคนเข้าไปกาบัตรคะแนนเสียงภายในคูหา ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ เพื่อเลือกผู้สมัครเพียงหนึ่งคน จากนั้นจึงนำบัตรมาหย่อนลงในกล่อง คนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็นหัวหน้า คนที่ได้คะแนนรองลงมาจะได้เป็นรองหัวหน้า ผลปรากฏหมายเลข๑ และหมายเลข ๔ มีคะแนนเท่ากัน ครูวรรณาไม่ตัดสินให้คนใดคนหนึ่ง แต่ให้นักเรียนทุกคนช่วยกันตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี นักเรียนคนหนึ่งเสนอว่า ใครชอบผู้สมัครคนใดก็ไปยืนอยู่กับหมายเลขนั้นแล้วนับคะแนนอีกครั้ง ครูวรรณาเห็นด้วย ปรากฏว่าหมายเลข๑ เป็นหัวหน้าห้องและหมายเลข๔ เป็นรองหัวหน้า
กิจกรรมการเลือกตั้งในวันนี้ทำให้เด็กๆ ได้รู้ว่า การที่กลุ่มคนอยู่ร่วมกันจะต้องมีความเสมอภาค เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ หรือที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย”
ข้อใดคือหลักการของประชาธิปไตย
ยอมรับฟังเสียงส่วนมาก
เอาความคิดของตนเป็นใหญ่
เสียงข้างมากมีสิทธิทำอะไรก็ได้
ถูกทั้งข้อ ข และ ค
เรื่องย่อ : ประชาธิปไตยใบเล็ก
ครูวรรณาให้นักเรียนในห้องแบ่งกลุ่ม และตั้งชื่อกลุ่มๆ สุดท้ายมีสมาชิก ๑๐ คน สมาชิก ๙ คน ตกลงกันว่าจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาโลมา” มีเพียงต้นไทรที่คัดค้านจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาฉลาม” ครูวรรณา จึงบอกให้ทุกคนต้องยอมรับฟังเสียงข้างมาก หรือที่เรียกว่า ตามระบอบประชาธิปไตย
ในการเลือกหัวหน้าห้อง ครูวรรณาให้นักเรียนเลือกหัวหน้าตามความเหมาะสมจากผู้สมัคร ๕ คน ผู้สมัครแต่ละคนได้แถลงนโยบายของตน เมื่อถึงวันลงคะแนนเสียง นักเรียนทุกคนเข้าไปกาบัตรคะแนนเสียงภายในคูหา ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ เพื่อเลือกผู้สมัครเพียงหนึ่งคน จากนั้นจึงนำบัตรมาหย่อนลงในกล่อง คนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็นหัวหน้า คนที่ได้คะแนนรองลงมาจะได้เป็นรองหัวหน้า ผลปรากฏหมายเลข๑ และหมายเลข ๔ มีคะแนนเท่ากัน ครูวรรณาไม่ตัดสินให้คนใดคนหนึ่ง แต่ให้นักเรียนทุกคนช่วยกันตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี นักเรียนคนหนึ่งเสนอว่า ใครชอบผู้สมัครคนใดก็ไปยืนอยู่กับหมายเลขนั้นแล้วนับคะแนนอีกครั้ง ครูวรรณาเห็นด้วย ปรากฏว่าหมายเลข๑ เป็นหัวหน้าห้องและหมายเลข๔ เป็นรองหัวหน้า
กิจกรรมการเลือกตั้งในวันนี้ทำให้เด็กๆ ได้รู้ว่า การที่กลุ่มคนอยู่ร่วมกันจะต้องมีความเสมอภาค เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ หรือที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย”
ข้อใดไม่ใช่วิธีสอนประชาธิปไตยของครูวรรณา
ให้นักเรียนเลือกหัวหน้าห้องกันเอง
ให้นักเรียนตักเตือนกันเอง
ให้นักเรียนตั้งชื่อกลุ่มกันเอง
ให้นักเรียนเลือกประธานนักเรียนกันเอง
เรื่องย่อ : ประชาธิปไตยใบเล็ก
ครูวรรณาให้นักเรียนในห้องแบ่งกลุ่ม และตั้งชื่อกลุ่มๆ สุดท้ายมีสมาชิก ๑๐ คน สมาชิก ๙ คน ตกลงกันว่าจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาโลมา” มีเพียงต้นไทรที่คัดค้านจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาฉลาม” ครูวรรณา จึงบอกให้ทุกคนต้องยอมรับฟังเสียงข้างมาก หรือที่เรียกว่า ตามระบอบประชาธิปไตย
ในการเลือกหัวหน้าห้อง ครูวรรณาให้นักเรียนเลือกหัวหน้าตามความเหมาะสมจากผู้สมัคร ๕ คน ผู้สมัครแต่ละคนได้แถลงนโยบายของตน เมื่อถึงวันลงคะแนนเสียง นักเรียนทุกคนเข้าไปกาบัตรคะแนนเสียงภายในคูหา ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ เพื่อเลือกผู้สมัครเพียงหนึ่งคน จากนั้นจึงนำบัตรมาหย่อนลงในกล่อง คนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็นหัวหน้า คนที่ได้คะแนนรองลงมาจะได้เป็นรองหัวหน้า ผลปรากฏหมายเลข๑ และหมายเลข ๔ มีคะแนนเท่ากัน ครูวรรณาไม่ตัดสินให้คนใดคนหนึ่ง แต่ให้นักเรียนทุกคนช่วยกันตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี นักเรียนคนหนึ่งเสนอว่า ใครชอบผู้สมัครคนใดก็ไปยืนอยู่กับหมายเลขนั้นแล้วนับคะแนนอีกครั้ง ครูวรรณาเห็นด้วย ปรากฏว่าหมายเลข๑ เป็นหัวหน้าห้องและหมายเลข๔ เป็นรองหัวหน้า
กิจกรรมการเลือกตั้งในวันนี้ทำให้เด็กๆ ได้รู้ว่า การที่กลุ่มคนอยู่ร่วมกันจะต้องมีความเสมอภาค เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ หรือที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย”
ข้อใดเป็นวิธีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
หย่อนบัตรเลือกตั้งในกล่อง
วางบัตรเลือกตั้งบนกล่อง
ฉีกบัตรเลือกตั้งก่อนหย่อนลงในกล่อง
ไม่มีข้อถูก
เรื่องย่อ : ประชาธิปไตยใบเล็ก
ครูวรรณาให้นักเรียนในห้องแบ่งกลุ่ม และตั้งชื่อกลุ่มๆ สุดท้ายมีสมาชิก ๑๐ คน สมาชิก ๙ คน ตกลงกันว่าจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาโลมา” มีเพียงต้นไทรที่คัดค้านจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาฉลาม” ครูวรรณา จึงบอกให้ทุกคนต้องยอมรับฟังเสียงข้างมาก หรือที่เรียกว่า ตามระบอบประชาธิปไตย
ในการเลือกหัวหน้าห้อง ครูวรรณาให้นักเรียนเลือกหัวหน้าตามความเหมาะสมจากผู้สมัคร ๕ คน ผู้สมัครแต่ละคนได้แถลงนโยบายของตน เมื่อถึงวันลงคะแนนเสียง นักเรียนทุกคนเข้าไปกาบัตรคะแนนเสียงภายในคูหา ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ เพื่อเลือกผู้สมัครเพียงหนึ่งคน จากนั้นจึงนำบัตรมาหย่อนลงในกล่อง คนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็นหัวหน้า คนที่ได้คะแนนรองลงมาจะได้เป็นรองหัวหน้า ผลปรากฏหมายเลข๑ และหมายเลข ๔ มีคะแนนเท่ากัน ครูวรรณาไม่ตัดสินให้คนใดคนหนึ่ง แต่ให้นักเรียนทุกคนช่วยกันตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี นักเรียนคนหนึ่งเสนอว่า ใครชอบผู้สมัครคนใดก็ไปยืนอยู่กับหมายเลขนั้นแล้วนับคะแนนอีกครั้ง ครูวรรณาเห็นด้วย ปรากฏว่าหมายเลข๑ เป็นหัวหน้าห้องและหมายเลข๔ เป็นรองหัวหน้า
กิจกรรมการเลือกตั้งในวันนี้ทำให้เด็กๆ ได้รู้ว่า การที่กลุ่มคนอยู่ร่วมกันจะต้องมีความเสมอภาค เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ หรือที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย”
นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากกิจกรรมการเลือกตั้ง
ยอมรับความเห็นของคนส่วนใหญ่
เคารพสิทธิของกันและกัน
รู้จักวิธีการเลือกตั้ง
ถูกทุกข้อ
เรื่องย่อ : ประชาธิปไตยใบเล็ก
ครูวรรณาให้นักเรียนในห้องแบ่งกลุ่ม และตั้งชื่อกลุ่มๆ สุดท้ายมีสมาชิก ๑๐ คน สมาชิก ๙ คน ตกลงกันว่าจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาโลมา” มีเพียงต้นไทรที่คัดค้านจะตั้งชื่อกลุ่ม “ปลาฉลาม” ครูวรรณา จึงบอกให้ทุกคนต้องยอมรับฟังเสียงข้างมาก หรือที่เรียกว่า ตามระบอบประชาธิปไตย
ในการเลือกหัวหน้าห้อง ครูวรรณาให้นักเรียนเลือกหัวหน้าตามความเหมาะสมจากผู้สมัคร ๕ คน ผู้สมัครแต่ละคนได้แถลงนโยบายของตน เมื่อถึงวันลงคะแนนเสียง นักเรียนทุกคนเข้าไปกาบัตรคะแนนเสียงภายในคูหา ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ เพื่อเลือกผู้สมัครเพียงหนึ่งคน จากนั้นจึงนำบัตรมาหย่อนลงในกล่อง คนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็นหัวหน้า คนที่ได้คะแนนรองลงมาจะได้เป็นรองหัวหน้า ผลปรากฏหมายเลข๑ และหมายเลข ๔ มีคะแนนเท่ากัน ครูวรรณาไม่ตัดสินให้คนใดคนหนึ่ง แต่ให้นักเรียนทุกคนช่วยกันตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี นักเรียนคนหนึ่งเสนอว่า ใครชอบผู้สมัครคนใดก็ไปยืนอยู่กับหมายเลขนั้นแล้วนับคะแนนอีกครั้ง ครูวรรณาเห็นด้วย ปรากฏว่าหมายเลข๑ เป็นหัวหน้าห้องและหมายเลข๔ เป็นรองหัวหน้า
กิจกรรมการเลือกตั้งในวันนี้ทำให้เด็กๆ ได้รู้ว่า การที่กลุ่มคนอยู่ร่วมกันจะต้องมีความเสมอภาค เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ หรือที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย”
จากประโยคต่อไปนี้ ใครมีความเสมอภาค
หมิงให้ของขวัญเฉพาะเพื่อนที่รักเท่านั้น
กิมมี่แบ่งขนมให้น้องๆ เท่ากันทุกคน
พิมไม่ลุกให้คนชรานั่งบนรถไฟฟ้าBTS
จ๋าจ้าและไทเก้อร์นั่งอยู่บนรถไฟชั้น ๒
ข้อใดใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ได้ถูกต้อง
ว้าย ระวังหนู!
ระวัง! รถข้างหน้า
อนิจจา ช่างน่าสงสาร!
เขาตาย! เสียแล้ว
ข้อใดอ่านคำที่ใช้ไม้ยมกไม่ถูกต้อง
ในวันหนึ่งๆ อ่านว่า ในวันหนึ่ง ในวันหนึ่ง
ใกล้ๆ กัน อ่านว่า ใกล้ ใกล้ กัน
ไฟไหม้ๆ อ่านว่า ไฟ ไหม้ ไฟ ไหม้
พอแล้วๆ อ่านว่า พอแล้ว พอแล้ว
ข้อใดใช้เครื่องหมาย ไม่ถูกต้อง
อี๊! สกปรก โจ๋ไม่ได้แปรงฟัง
เอ้ย! ใครอยู่ตรงนั้น
“อย่ากินนะโจ๋” น้ำใสห้าม
โอ้โฮๆ น้ำแข็งกด
ข้อใดใช้เครื่องหมายทับไม่ถูกต้อง
๐๗/๐๘/๒๕๖๓
๙๙/๕๕๘ หมู่บ้านพนาสนธิ์ซิตี้
ปฏิบัติ อ่านว่า ปะ/ติ/บัด
ป.๓/๑
คำใดต่อไปนี้สะกดผิด
บรรณารักษ์
กะทิ
อนุญาติ
อยุธยา
คำใดต่อไปนี้สะกดผิด
พฤษภาคม
กรกฎาคม
กุมภาพันธุ์
พฤศจิกายน
คำใดต่อไปนี้สะกดผิด
ปฏิบัติ
วิธีการ
กระปุกออมสิน
ปะหยัด
คำใดต่อไปนี้สะกดผิด
วันอาทิตรย์
วันเสาร์
วันจันทร์
วันพฤหัสบดี
คำใดต่อไปนี้สะกดผิด
พันธ์พืช
ร่วนซุย
กระจาย
ศัตรูพืช
คำใดต่อไปนี้สะกดผิด
หัตถกรรม
ผลิตพันธุ์
ประดิษฐ์
เกล็ดปลา
การตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศควรตั้งอุณหภูมิเท่าใดจึงจะเหมาะสมและไม่กินไฟ
๑๕ องศาเซลเซียส
๒๐ องศาเซลเซียส
๒๕ องศาเซลเซียส
สูงกว่า ๒๕ องศาเซลเซียส
พฤติกรรมใดที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าในครอบครัว
หุงข้าวครั้งละมากๆ จะได้ไม่ต้องหุงบ่อยๆ
นำของร้อนๆ ไปแช่ในตู้เย็น
รีดผ้าครั้งละมากๆ
ดูโทรทัศน์ และเปิดวิทยุในเวลาเดียวกัน
จากรูป คือมุมอะไร
มุมแหลม
มุมฉาก
มุมป้าน
มุมตรง
จากรูป คือมุมอะไร
มุมป้าน
มุมกลับ
มุมแหลม
มุมตรง
จากรูป คือมุมอะไร
มุมแหลม
มุมกลับ
มุมฉาก
มุมป้าน
จากรูป คือมุมอะไร
มุมแหลม
มุมฉาก
มุมป้าน
มุมกลับ
จากรูป คือมุมอะไร
มุมตรง
มุมฉาก
มุมป้าน
มุมแหลม
จากรูป คือมุมอะไร
มุมป้าน
มุมแหลม
มุมฉาก
มุมตรง
"หรอย" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"บ่มี" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"กาด" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"แซบ" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"ขี้จุ๊" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"ทำพรือ" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"รับประทาน" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"เฮ็ด" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"อร่อย" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
"ฮัก" คือคำภาษาถิ่นภาคใด
ภาคกลาง
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคใต้
สำนวน "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" หมายความว่าอย่างไร
มีความรู้มากแต่เมื่อมีปัญหาก็แก้ไม่ได้
คนที่มีฐานะต่ำต้อยพอได้ดีก็มักอวดดีลืมตัว
ลงทุนมากแต่ได้ผลน้อย
เป็นเรื่องสำคัญร้ายแรงถึงอาจต้องสูญเสียชีวิต
สำนวน "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด" หมายความว่าอย่างไร
มีโอกาสก็ควรรีบทำ
ใช้อย่างไม่ประหยัด ไม่คำนึงถึงวันข้างหน้า
มีความรู้มากแต่เมื่อมีปัญหาก็แก้ไม่ได้
แสดงอาการเหยียดหยามด้วยวาจาและสายตา
