Font size
WorksheetsP4 Thai Final Exam Term3 AY2020-2021
Total questions: 40
Worksheet time: 1hrs 20mins
เรื่องย่อ : สารพิษในชีวิตประจำวัน
กุ้งและเบี้ยเล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ซื้อส้มตำจากแม่ค้ารถเข็น แต่ต้องทิ้งส้มตำไปเนื่องจากกลัวท้องเสีย เพราะแม่ค้าส้มตำไม่รักษาความสะอาด ไม่ล้างมือก่อนปรุงอาหาร และยังใส่ผงชูรสถึง 1 ช้อนชา แม่เห็นด้วยที่ลูกทั้งสองทิ้งส้มตำไป พร้อมทั้งย้ำถึงเรื่องที่แม่เคยเตือน ในเรื่องของการซื้ออาหารว่า ถ้าคนขายทำไม่สะอาด ไม่ปิดให้มิดชิด ก็ไม่ควรซื้อเพราะติดเชื้อโรคได้ง่าย เชื้อโรคปลิวมากับฝุ่นละอองในอากาศ แล้วแม่ก็บอกให้ทั้งสองไปตักฟักทองแกงบวดที่แม่ทำไว้ให้ และกำชับอย่าทำให้หกเพราะจะทำให้มดมา เบี้ยบอกให้แม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่แม่ไม่เห็นด้วย เพราะละอองอาจปลิวลงในชามได้ซึ่งถ้ากินเข้าไปจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หรือหากได้รับพิษมากไป หัวใจจะเต้นช้า ไม่สม่ำเสมออาจถึงตายได้ เบี้ยจึงถามแม่ด้วยความสงสัยว่าเมื่อมีอันตรายแล้วแม่ซื้อมาทำไม แม่จึงอธิบายว่าของบางอย่างมีทั้งคุณและโทษ เมื่อจะใช้ต้องรู้จักวิธีใช้ และใช้เท่าที่จำเป็น เช่นยาฆ่าแมลงนี้ แม่ใช้ฉีดในห้องนอนของลูก เพราะหากยุงเข้าไปกัดจะทำให้นอนไม่ได้ เมื่อแม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง แม่จะมีวิธีป้องกันคือ ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว มีผ้าคาดปิดจมูก โดยจะฉีดตั้งแต่เช้าพอบ่าย ก็จะเปิดหน้าต่างให้กลิ่นระเหยออกไป เมื่อฉีดเสร็จ แม่ก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำทันที ส่วนที่พ่อใช้สำหรับฉีดต้นไม้นั้น เป็นสารสกัดจากพืชพวกสะเดา ไม่ใช่สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อคน แต่ถ้าไม่ระวังละอองปลิวเข้าตา ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน และการใช้ยาฆ่าแมลงนั้น ก็มีข้อกำหนดว่าฉีดแล้วกี่วัน จึงจะเก็บพืชผลไม้นั้นได้ เพื่อรอเวลาให้ยาฆ่าแมลงสลายตัว ไม่เช่นนั้นคนที่กินผักที่มียาฆ่าแมลงตกค้าง พิษจะสะสมในร่างกายเมื่อสะสมมาก เข้าถึงจุดหนึ่งอาการเบื้องต้นที่ปรากฏจะเหมือน พวกอาหารเป็นพิษ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องท้องเสีย ปวดหัว เราจะหลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลง โดยการไม่กินผักไม่ได้ เพราะผักเป็นอาหารที่สำคัญ มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ที่ช่วยในการขับถ่าย มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา วิตามินซีช่วยบำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิต้านทานโรค แต่เราควรใช้วิธีที่จะทำให้สารพิษตกค้างในผักน้อยลง ด้วยวิธีการล้างผักเพื่อลดปริมาณสารพิษ ซึ่งมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความสะดวก และชนิดของผัก ถ้าเป็นกะหล่ำปลี หรือผักกาดขาว ก็ลอกใบที่อยู่ส่วนนอกออกแช่น้ำสะอาดนาน 5-10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นถั่วพู แม่จะจิ้มน้ำพริก คะน้าจะผัดน้ำมันหอย แม่จะลวกน้ำร้อนก่อน ส่วนมะเขือ แตงกวา ต้นหอม ผักชี ที่ต้องรับประทานสด ๆ ให้ล้างน้ำสะอาด แล้วแช่ด่างทับทิม 10 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างที่กุ้งและเบี้ยช่วยแม่ล้างผัก ทั้งสองรู้สึกว่ายุงชุมมาก แม่จึงจุดยากันยุงให้โดยใช้ยากันยุง ที่ทำจากตะไคร้หอม ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณไล่ยุงได้ ไม่เป็นอันตรายต่อคนในอดีต คนโบราณจะเก็บเปลือกส้มไปตากแดดจนแห้ง แล้วใช้จุดไล่ยุง แม่บอกอีกว่าเมื่อเราซื้อของสำเร็จรูปมาใช้ต้องอ่านฉลากดูส่วนผสม และวิธีใช้ให้ดีขณะนั้นเองก็มีรถขายไอศกรีม และหวานเย็นผ่านมาทั้งสองวิ่งจะไปซื้อ แต่ปรากฏว่าทั้งคู่เดินหน้าหงอยกลับมา เนื่องจากเห็นสีที่ใส่ลงไป เขียวอื๋อ แดงแปร๊ด ส้มแช้ด เหลืองอ๋อย เบี้ยตะโกน “สู้กินฟักทองแกงบวดแสนอร่อยของแม่ได้ไม่ อายุยืนกว่าเป็นไหนๆ” แม่หัวเราะเสียงดัง ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร
ในการสั่งซื้อส้มตำปูเพียงครกเดียวของบุ้งกับเบี้ย ทำให้แม่ค้ามีความรู้สึกหลายอย่างยกเว้นข้อใด
ไม่พอใจ
ขบขัน
รำคาญ
หงุดหงิด
เรื่องย่อ : สารพิษในชีวิตประจำวัน
กุ้งและเบี้ยเล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ซื้อส้มตำจากแม่ค้ารถเข็น แต่ต้องทิ้งส้มตำไปเนื่องจากกลัวท้องเสีย เพราะแม่ค้าส้มตำไม่รักษาความสะอาด ไม่ล้างมือก่อนปรุงอาหาร และยังใส่ผงชูรสถึง 1 ช้อนชา แม่เห็นด้วยที่ลูกทั้งสองทิ้งส้มตำไป พร้อมทั้งย้ำถึงเรื่องที่แม่เคยเตือน ในเรื่องของการซื้ออาหารว่า ถ้าคนขายทำไม่สะอาด ไม่ปิดให้มิดชิด ก็ไม่ควรซื้อเพราะติดเชื้อโรคได้ง่าย เชื้อโรคปลิวมากับฝุ่นละอองในอากาศ แล้วแม่ก็บอกให้ทั้งสองไปตักฟักทองแกงบวดที่แม่ทำไว้ให้ และกำชับอย่าทำให้หกเพราะจะทำให้มดมา เบี้ยบอกให้แม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่แม่ไม่เห็นด้วย เพราะละอองอาจปลิวลงในชามได้ซึ่งถ้ากินเข้าไปจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หรือหากได้รับพิษมากไป หัวใจจะเต้นช้า ไม่สม่ำเสมออาจถึงตายได้ เบี้ยจึงถามแม่ด้วยความสงสัยว่าเมื่อมีอันตรายแล้วแม่ซื้อมาทำไม แม่จึงอธิบายว่าของบางอย่างมีทั้งคุณและโทษ เมื่อจะใช้ต้องรู้จักวิธีใช้ และใช้เท่าที่จำเป็น เช่นยาฆ่าแมลงนี้ แม่ใช้ฉีดในห้องนอนของลูก เพราะหากยุงเข้าไปกัดจะทำให้นอนไม่ได้ เมื่อแม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง แม่จะมีวิธีป้องกันคือ ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว มีผ้าคาดปิดจมูก โดยจะฉีดตั้งแต่เช้าพอบ่าย ก็จะเปิดหน้าต่างให้กลิ่นระเหยออกไป เมื่อฉีดเสร็จ แม่ก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำทันที ส่วนที่พ่อใช้สำหรับฉีดต้นไม้นั้น เป็นสารสกัดจากพืชพวกสะเดา ไม่ใช่สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อคน แต่ถ้าไม่ระวังละอองปลิวเข้าตา ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน และการใช้ยาฆ่าแมลงนั้น ก็มีข้อกำหนดว่าฉีดแล้วกี่วัน จึงจะเก็บพืชผลไม้นั้นได้ เพื่อรอเวลาให้ยาฆ่าแมลงสลายตัว ไม่เช่นนั้นคนที่กินผักที่มียาฆ่าแมลงตกค้าง พิษจะสะสมในร่างกายเมื่อสะสมมาก เข้าถึงจุดหนึ่งอาการเบื้องต้นที่ปรากฏจะเหมือน พวกอาหารเป็นพิษ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องท้องเสีย ปวดหัว เราจะหลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลง โดยการไม่กินผักไม่ได้ เพราะผักเป็นอาหารที่สำคัญ มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ที่ช่วยในการขับถ่าย มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา วิตามินซีช่วยบำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิต้านทานโรค แต่เราควรใช้วิธีที่จะทำให้สารพิษตกค้างในผักน้อยลง ด้วยวิธีการล้างผักเพื่อลดปริมาณสารพิษ ซึ่งมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความสะดวก และชนิดของผัก ถ้าเป็นกะหล่ำปลี หรือผักกาดขาว ก็ลอกใบที่อยู่ส่วนนอกออกแช่น้ำสะอาดนาน 5-10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นถั่วพู แม่จะจิ้มน้ำพริก คะน้าจะผัดน้ำมันหอย แม่จะลวกน้ำร้อนก่อน ส่วนมะเขือ แตงกวา ต้นหอม ผักชี ที่ต้องรับประทานสด ๆ ให้ล้างน้ำสะอาด แล้วแช่ด่างทับทิม 10 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างที่กุ้งและเบี้ยช่วยแม่ล้างผัก ทั้งสองรู้สึกว่ายุงชุมมาก แม่จึงจุดยากันยุงให้โดยใช้ยากันยุง ที่ทำจากตะไคร้หอม ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณไล่ยุงได้ ไม่เป็นอันตรายต่อคนในอดีต คนโบราณจะเก็บเปลือกส้มไปตากแดดจนแห้ง แล้วใช้จุดไล่ยุง แม่บอกอีกว่าเมื่อเราซื้อของสำเร็จรูปมาใช้ต้องอ่านฉลากดูส่วนผสม และวิธีใช้ให้ดีขณะนั้นเองก็มีรถขายไอศกรีม และหวานเย็นผ่านมาทั้งสองวิ่งจะไปซื้อ แต่ปรากฏว่าทั้งคู่เดินหน้าหงอยกลับมา เนื่องจากเห็นสีที่ใส่ลงไป เขียวอื๋อ แดงแปร๊ด ส้มแช้ด เหลืองอ๋อย เบี้ยตะโกน “สู้กินฟักทองแกงบวดแสนอร่อยของแม่ได้ไม่ อายุยืนกว่าเป็นไหนๆ” แม่หัวเราะเสียงดัง ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร
สิ่งที่บุ้งกับเบี้ยกลัวจนไม่กล้ากินส้มตำที่ตนซื้อมาคืออะไร
เชื้อโรคจากผ้าขี้ริ้วที่แม่ค้าส้มตำใช้เช็ดมือ
เชื้อโรคจากผิวหนังจากการเกาแขนของแม่ค้าส้มตำ
อาการเจ็บป่วยที่จะตามมาหลังจากการกินผงชูรสไม่ว่าจะแท้หรือปลอมก็ตาม
ถูกทุกข้อ
เรื่องย่อ : สารพิษในชีวิตประจำวัน
กุ้งและเบี้ยเล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ซื้อส้มตำจากแม่ค้ารถเข็น แต่ต้องทิ้งส้มตำไปเนื่องจากกลัวท้องเสีย เพราะแม่ค้าส้มตำไม่รักษาความสะอาด ไม่ล้างมือก่อนปรุงอาหาร และยังใส่ผงชูรสถึง 1 ช้อนชา แม่เห็นด้วยที่ลูกทั้งสองทิ้งส้มตำไป พร้อมทั้งย้ำถึงเรื่องที่แม่เคยเตือน ในเรื่องของการซื้ออาหารว่า ถ้าคนขายทำไม่สะอาด ไม่ปิดให้มิดชิด ก็ไม่ควรซื้อเพราะติดเชื้อโรคได้ง่าย เชื้อโรคปลิวมากับฝุ่นละอองในอากาศ แล้วแม่ก็บอกให้ทั้งสองไปตักฟักทองแกงบวดที่แม่ทำไว้ให้ และกำชับอย่าทำให้หกเพราะจะทำให้มดมา เบี้ยบอกให้แม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่แม่ไม่เห็นด้วย เพราะละอองอาจปลิวลงในชามได้ซึ่งถ้ากินเข้าไปจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หรือหากได้รับพิษมากไป หัวใจจะเต้นช้า ไม่สม่ำเสมออาจถึงตายได้ เบี้ยจึงถามแม่ด้วยความสงสัยว่าเมื่อมีอันตรายแล้วแม่ซื้อมาทำไม แม่จึงอธิบายว่าของบางอย่างมีทั้งคุณและโทษ เมื่อจะใช้ต้องรู้จักวิธีใช้ และใช้เท่าที่จำเป็น เช่นยาฆ่าแมลงนี้ แม่ใช้ฉีดในห้องนอนของลูก เพราะหากยุงเข้าไปกัดจะทำให้นอนไม่ได้ เมื่อแม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง แม่จะมีวิธีป้องกันคือ ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว มีผ้าคาดปิดจมูก โดยจะฉีดตั้งแต่เช้าพอบ่าย ก็จะเปิดหน้าต่างให้กลิ่นระเหยออกไป เมื่อฉีดเสร็จ แม่ก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำทันที ส่วนที่พ่อใช้สำหรับฉีดต้นไม้นั้น เป็นสารสกัดจากพืชพวกสะเดา ไม่ใช่สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อคน แต่ถ้าไม่ระวังละอองปลิวเข้าตา ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน และการใช้ยาฆ่าแมลงนั้น ก็มีข้อกำหนดว่าฉีดแล้วกี่วัน จึงจะเก็บพืชผลไม้นั้นได้ เพื่อรอเวลาให้ยาฆ่าแมลงสลายตัว ไม่เช่นนั้นคนที่กินผักที่มียาฆ่าแมลงตกค้าง พิษจะสะสมในร่างกายเมื่อสะสมมาก เข้าถึงจุดหนึ่งอาการเบื้องต้นที่ปรากฏจะเหมือน พวกอาหารเป็นพิษ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องท้องเสีย ปวดหัว เราจะหลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลง โดยการไม่กินผักไม่ได้ เพราะผักเป็นอาหารที่สำคัญ มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ที่ช่วยในการขับถ่าย มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา วิตามินซีช่วยบำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิต้านทานโรค แต่เราควรใช้วิธีที่จะทำให้สารพิษตกค้างในผักน้อยลง ด้วยวิธีการล้างผักเพื่อลดปริมาณสารพิษ ซึ่งมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความสะดวก และชนิดของผัก ถ้าเป็นกะหล่ำปลี หรือผักกาดขาว ก็ลอกใบที่อยู่ส่วนนอกออกแช่น้ำสะอาดนาน 5-10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นถั่วพู แม่จะจิ้มน้ำพริก คะน้าจะผัดน้ำมันหอย แม่จะลวกน้ำร้อนก่อน ส่วนมะเขือ แตงกวา ต้นหอม ผักชี ที่ต้องรับประทานสด ๆ ให้ล้างน้ำสะอาด แล้วแช่ด่างทับทิม 10 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างที่กุ้งและเบี้ยช่วยแม่ล้างผัก ทั้งสองรู้สึกว่ายุงชุมมาก แม่จึงจุดยากันยุงให้โดยใช้ยากันยุง ที่ทำจากตะไคร้หอม ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณไล่ยุงได้ ไม่เป็นอันตรายต่อคนในอดีต คนโบราณจะเก็บเปลือกส้มไปตากแดดจนแห้ง แล้วใช้จุดไล่ยุง แม่บอกอีกว่าเมื่อเราซื้อของสำเร็จรูปมาใช้ต้องอ่านฉลากดูส่วนผสม และวิธีใช้ให้ดีขณะนั้นเองก็มีรถขายไอศกรีม และหวานเย็นผ่านมาทั้งสองวิ่งจะไปซื้อ แต่ปรากฏว่าทั้งคู่เดินหน้าหงอยกลับมา เนื่องจากเห็นสีที่ใส่ลงไป เขียวอื๋อ แดงแปร๊ด ส้มแช้ด เหลืองอ๋อย เบี้ยตะโกน “สู้กินฟักทองแกงบวดแสนอร่อยของแม่ได้ไม่ อายุยืนกว่าเป็นไหนๆ” แม่หัวเราะเสียงดัง ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร
ข้อใดไม่ใช่อาการของคนที่กินอาหารที่มียาฆ่าแมลงสะสมอยู่มากๆ
เลือดแข็งตัว และเสียชีวิตทันที
ท้องร่วง ท้องเสีย
คลื่นไส้อาเจียน
ปวดหัว หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ
เรื่องย่อ : สารพิษในชีวิตประจำวัน
กุ้งและเบี้ยเล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ซื้อส้มตำจากแม่ค้ารถเข็น แต่ต้องทิ้งส้มตำไปเนื่องจากกลัวท้องเสีย เพราะแม่ค้าส้มตำไม่รักษาความสะอาด ไม่ล้างมือก่อนปรุงอาหาร และยังใส่ผงชูรสถึง 1 ช้อนชา แม่เห็นด้วยที่ลูกทั้งสองทิ้งส้มตำไป พร้อมทั้งย้ำถึงเรื่องที่แม่เคยเตือน ในเรื่องของการซื้ออาหารว่า ถ้าคนขายทำไม่สะอาด ไม่ปิดให้มิดชิด ก็ไม่ควรซื้อเพราะติดเชื้อโรคได้ง่าย เชื้อโรคปลิวมากับฝุ่นละอองในอากาศ แล้วแม่ก็บอกให้ทั้งสองไปตักฟักทองแกงบวดที่แม่ทำไว้ให้ และกำชับอย่าทำให้หกเพราะจะทำให้มดมา เบี้ยบอกให้แม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่แม่ไม่เห็นด้วย เพราะละอองอาจปลิวลงในชามได้ซึ่งถ้ากินเข้าไปจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หรือหากได้รับพิษมากไป หัวใจจะเต้นช้า ไม่สม่ำเสมออาจถึงตายได้ เบี้ยจึงถามแม่ด้วยความสงสัยว่าเมื่อมีอันตรายแล้วแม่ซื้อมาทำไม แม่จึงอธิบายว่าของบางอย่างมีทั้งคุณและโทษ เมื่อจะใช้ต้องรู้จักวิธีใช้ และใช้เท่าที่จำเป็น เช่นยาฆ่าแมลงนี้ แม่ใช้ฉีดในห้องนอนของลูก เพราะหากยุงเข้าไปกัดจะทำให้นอนไม่ได้ เมื่อแม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง แม่จะมีวิธีป้องกันคือ ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว มีผ้าคาดปิดจมูก โดยจะฉีดตั้งแต่เช้าพอบ่าย ก็จะเปิดหน้าต่างให้กลิ่นระเหยออกไป เมื่อฉีดเสร็จ แม่ก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำทันที ส่วนที่พ่อใช้สำหรับฉีดต้นไม้นั้น เป็นสารสกัดจากพืชพวกสะเดา ไม่ใช่สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อคน แต่ถ้าไม่ระวังละอองปลิวเข้าตา ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน และการใช้ยาฆ่าแมลงนั้น ก็มีข้อกำหนดว่าฉีดแล้วกี่วัน จึงจะเก็บพืชผลไม้นั้นได้ เพื่อรอเวลาให้ยาฆ่าแมลงสลายตัว ไม่เช่นนั้นคนที่กินผักที่มียาฆ่าแมลงตกค้าง พิษจะสะสมในร่างกายเมื่อสะสมมาก เข้าถึงจุดหนึ่งอาการเบื้องต้นที่ปรากฏจะเหมือน พวกอาหารเป็นพิษ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องท้องเสีย ปวดหัว เราจะหลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลง โดยการไม่กินผักไม่ได้ เพราะผักเป็นอาหารที่สำคัญ มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ที่ช่วยในการขับถ่าย มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา วิตามินซีช่วยบำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิต้านทานโรค แต่เราควรใช้วิธีที่จะทำให้สารพิษตกค้างในผักน้อยลง ด้วยวิธีการล้างผักเพื่อลดปริมาณสารพิษ ซึ่งมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความสะดวก และชนิดของผัก ถ้าเป็นกะหล่ำปลี หรือผักกาดขาว ก็ลอกใบที่อยู่ส่วนนอกออกแช่น้ำสะอาดนาน 5-10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นถั่วพู แม่จะจิ้มน้ำพริก คะน้าจะผัดน้ำมันหอย แม่จะลวกน้ำร้อนก่อน ส่วนมะเขือ แตงกวา ต้นหอม ผักชี ที่ต้องรับประทานสด ๆ ให้ล้างน้ำสะอาด แล้วแช่ด่างทับทิม 10 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างที่กุ้งและเบี้ยช่วยแม่ล้างผัก ทั้งสองรู้สึกว่ายุงชุมมาก แม่จึงจุดยากันยุงให้โดยใช้ยากันยุง ที่ทำจากตะไคร้หอม ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณไล่ยุงได้ ไม่เป็นอันตรายต่อคนในอดีต คนโบราณจะเก็บเปลือกส้มไปตากแดดจนแห้ง แล้วใช้จุดไล่ยุง แม่บอกอีกว่าเมื่อเราซื้อของสำเร็จรูปมาใช้ต้องอ่านฉลากดูส่วนผสม และวิธีใช้ให้ดีขณะนั้นเองก็มีรถขายไอศกรีม และหวานเย็นผ่านมาทั้งสองวิ่งจะไปซื้อ แต่ปรากฏว่าทั้งคู่เดินหน้าหงอยกลับมา เนื่องจากเห็นสีที่ใส่ลงไป เขียวอื๋อ แดงแปร๊ด ส้มแช้ด เหลืองอ๋อย เบี้ยตะโกน “สู้กินฟักทองแกงบวดแสนอร่อยของแม่ได้ไม่ อายุยืนกว่าเป็นไหนๆ” แม่หัวเราะเสียงดัง ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร
นักเรียนคิดว่า การที่บุ้งกับเบี้ยโยนถุงส้มตำที่ตนซื้อมาทิ้ง ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้กินนั้น สมควรหรือไม่อย่างไร
สมควร เพราะคิดว่าไม่อร่อย
ไม่สมควร เพราะเสียเงินซื้อ ไม่ได้ได้มาฟรีๆ
สมควร เพราะราคาไม่กี่บาท แต่อาจเต็มไปด้วยเชื้อโรค
ไม่สมควร เพราะคนอื่นๆ ต่างก็กินกัน จึงไม่น่าจะมีพิษ หรือเป็นอันตราย
เรื่องย่อ : สารพิษในชีวิตประจำวัน
กุ้งและเบี้ยเล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ซื้อส้มตำจากแม่ค้ารถเข็น แต่ต้องทิ้งส้มตำไปเนื่องจากกลัวท้องเสีย เพราะแม่ค้าส้มตำไม่รักษาความสะอาด ไม่ล้างมือก่อนปรุงอาหาร และยังใส่ผงชูรสถึง 1 ช้อนชา แม่เห็นด้วยที่ลูกทั้งสองทิ้งส้มตำไป พร้อมทั้งย้ำถึงเรื่องที่แม่เคยเตือน ในเรื่องของการซื้ออาหารว่า ถ้าคนขายทำไม่สะอาด ไม่ปิดให้มิดชิด ก็ไม่ควรซื้อเพราะติดเชื้อโรคได้ง่าย เชื้อโรคปลิวมากับฝุ่นละอองในอากาศ แล้วแม่ก็บอกให้ทั้งสองไปตักฟักทองแกงบวดที่แม่ทำไว้ให้ และกำชับอย่าทำให้หกเพราะจะทำให้มดมา เบี้ยบอกให้แม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่แม่ไม่เห็นด้วย เพราะละอองอาจปลิวลงในชามได้ซึ่งถ้ากินเข้าไปจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หรือหากได้รับพิษมากไป หัวใจจะเต้นช้า ไม่สม่ำเสมออาจถึงตายได้ เบี้ยจึงถามแม่ด้วยความสงสัยว่าเมื่อมีอันตรายแล้วแม่ซื้อมาทำไม แม่จึงอธิบายว่าของบางอย่างมีทั้งคุณและโทษ เมื่อจะใช้ต้องรู้จักวิธีใช้ และใช้เท่าที่จำเป็น เช่นยาฆ่าแมลงนี้ แม่ใช้ฉีดในห้องนอนของลูก เพราะหากยุงเข้าไปกัดจะทำให้นอนไม่ได้ เมื่อแม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง แม่จะมีวิธีป้องกันคือ ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว มีผ้าคาดปิดจมูก โดยจะฉีดตั้งแต่เช้าพอบ่าย ก็จะเปิดหน้าต่างให้กลิ่นระเหยออกไป เมื่อฉีดเสร็จ แม่ก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำทันที ส่วนที่พ่อใช้สำหรับฉีดต้นไม้นั้น เป็นสารสกัดจากพืชพวกสะเดา ไม่ใช่สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อคน แต่ถ้าไม่ระวังละอองปลิวเข้าตา ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน และการใช้ยาฆ่าแมลงนั้น ก็มีข้อกำหนดว่าฉีดแล้วกี่วัน จึงจะเก็บพืชผลไม้นั้นได้ เพื่อรอเวลาให้ยาฆ่าแมลงสลายตัว ไม่เช่นนั้นคนที่กินผักที่มียาฆ่าแมลงตกค้าง พิษจะสะสมในร่างกายเมื่อสะสมมาก เข้าถึงจุดหนึ่งอาการเบื้องต้นที่ปรากฏจะเหมือน พวกอาหารเป็นพิษ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องท้องเสีย ปวดหัว เราจะหลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลง โดยการไม่กินผักไม่ได้ เพราะผักเป็นอาหารที่สำคัญ มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ที่ช่วยในการขับถ่าย มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา วิตามินซีช่วยบำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิต้านทานโรค แต่เราควรใช้วิธีที่จะทำให้สารพิษตกค้างในผักน้อยลง ด้วยวิธีการล้างผักเพื่อลดปริมาณสารพิษ ซึ่งมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความสะดวก และชนิดของผัก ถ้าเป็นกะหล่ำปลี หรือผักกาดขาว ก็ลอกใบที่อยู่ส่วนนอกออกแช่น้ำสะอาดนาน 5-10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นถั่วพู แม่จะจิ้มน้ำพริก คะน้าจะผัดน้ำมันหอย แม่จะลวกน้ำร้อนก่อน ส่วนมะเขือ แตงกวา ต้นหอม ผักชี ที่ต้องรับประทานสด ๆ ให้ล้างน้ำสะอาด แล้วแช่ด่างทับทิม 10 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างที่กุ้งและเบี้ยช่วยแม่ล้างผัก ทั้งสองรู้สึกว่ายุงชุมมาก แม่จึงจุดยากันยุงให้โดยใช้ยากันยุง ที่ทำจากตะไคร้หอม ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณไล่ยุงได้ ไม่เป็นอันตรายต่อคนในอดีต คนโบราณจะเก็บเปลือกส้มไปตากแดดจนแห้ง แล้วใช้จุดไล่ยุง แม่บอกอีกว่าเมื่อเราซื้อของสำเร็จรูปมาใช้ต้องอ่านฉลากดูส่วนผสม และวิธีใช้ให้ดีขณะนั้นเองก็มีรถขายไอศกรีม และหวานเย็นผ่านมาทั้งสองวิ่งจะไปซื้อ แต่ปรากฏว่าทั้งคู่เดินหน้าหงอยกลับมา เนื่องจากเห็นสีที่ใส่ลงไป เขียวอื๋อ แดงแปร๊ด ส้มแช้ด เหลืองอ๋อย เบี้ยตะโกน “สู้กินฟักทองแกงบวดแสนอร่อยของแม่ได้ไม่ อายุยืนกว่าเป็นไหนๆ” แม่หัวเราะเสียงดัง ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร
ทำไมบุ้งกับเบี้ยจึงไม่ซื้อไอศกรีมจากพ่อค้ารถเข็นมารับประทานกัน
เพราะเห็นไอศกรีมสีเขียวอื๋อ
เพราะเห็นไอศกรีมสีเหลืองอ๋อย
เพราะเห็นไอศกรีมสีแดงแปร๊ด
ถูกทุกข้อ
มาตราตัวสะกด ในข้อใดต่างจากพวก
เมฆ
โลภ
โรค
เลข
มาตราตัวสะกด ในข้อใดต่างจากพวก
วานร
เพศ
รถไฟ
สามารถ
ข้อใดอ่านไม่ถูกต้อง
ขโมย อ่านว่า ขะ-โมย
ทนาย อ่านว่า ทะ-นาย
ผวา อ่านว่า ผะ-หวา
แถลง อ่านว่า ทะ-แลง
ในสวนสัตว์มีช้าง เสือ ลิง _________ ควรเติมเครื่องหมายวรรคตอนใด
ฯลฯ
ฯ
?
!
"เด็กๆ วิ่งเล่น" อ่านอย่างไร
เด็ก-วิ่ง-เล่น
เด็ก-เด็ก-วิ่ง-เล่น
เด็ก-ไม้-ยา-มก-วิ่ง-เล่น
เด็ก-วิ่ง-เล่น-เด็ก-วิ่ง-เล่น
“เขาไป_______แล้วแวะไปซื้อข้าว________ ก่อนกลับมา________เสื่อที่บ้าน” ควรเติมคำใด
สาร์น / สาร / สาน
ศาล / สาน / สาร
สาล / สาน / สาน
ศาล / สาร / สาน
“พ่อบอกว่าไม่ต้องการนำเรื่องนี้ไปแพร่งพราย” ข้อใดมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า แพร่งพราย
ค้นคว้า
แยกแยะ
พูดคุย
เปิดเผย
“ผู้ร้ายพอเห็นตำรวจก็โกยอ้าวไปเลย” คำว่า “โกยอ้าว” หมายความว่าอย่างไร
วิ่งหนีโดยเร็ว
พูดแก้ตัวทันที
หลบซ่อนตัวอย่างเงียบๆ
ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
ข้อใดมีความหมายตรงกับสำนวน “รักดังแก้วตา”
แม่สวมแว่นตากันแดดเพื่อทะนุถนอมสายตา
พ่อและแม่เลี้ยงดูลูกอย่างทะนุถนอม
พี่ถือแก้วอย่างทะนุถนอม
ฉันตั้งใจล้างแก้วอย่างสะอาด
คำว่า “น้ำหวาน” ในข้อใดเป็นคำวิสามานยนาม
แซลลี่ดื่มน้ำหวาน
คิชิเทน้ำหวานใส่แก้ว
ขวดน้ำหวานวางอยู่บนโต๊ะ
เอลิอน่าให้ของขวัญแก่น้ำหวาน
อ่านเรื่องที่กำหนด แล้วตอบคำถาม
การที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมประเภทหนึ่ง ตั้งแต่เกิดมาได้อาศัยหรือได้รับการเลี้ยงดูมาจนโตถึงทุกวันนี้ เพราะได้รับการเลี้ยงและอบรมสั่งสอนจากบุคคลต่างๆ เช่น พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ญาติพี่น้อง และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงมีพระคุณต่อเรา เราต้องพยายามหาวิธีตอบแทนผู้ที่มีพระคุณดังกล่าว ที่เรียกว่า “กตัญญูกตเวที” ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายของคนดีในพระพุทธศาสนา
เรื่องนี้กล่าวถึงข้อใด
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม
ความกตัญญูกตเวที
การอบรมเลี้ยงดู
วิธีการเลี้ยงดูลูก
อ่านเรื่องที่กำหนด แล้วตอบคำถาม
การที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมประเภทหนึ่ง ตั้งแต่เกิดมาได้อาศัยหรือได้รับการเลี้ยงดูมาจนโตถึงทุกวันนี้ เพราะได้รับการเลี้ยงและอบรมสั่งสอนจากบุคคลต่างๆ เช่น พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ญาติพี่น้อง และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงมีพระคุณต่อเรา เราต้องพยายามหาวิธีตอบแทนผู้ที่มีพระคุณดังกล่าว ที่เรียกว่า “กตัญญูกตเวที” ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายของคนดีในพระพุทธศาสนา
ข้อใดเป็นลักษณะของผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที
ตอบแทนผู้มีพระคุณ
ติดต่อพูดคุยกับผู้มีพระคุณ
หาโอกาสใกล้ชิดผู้มีพระคุณ
ตักตวงความรู้จากผู้มีพระคุณ
อ่านเรื่องที่กำหนด แล้วตอบคำถาม
การที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมประเภทหนึ่ง ตั้งแต่เกิดมาได้อาศัยหรือได้รับการเลี้ยงดูมาจนโตถึงทุกวันนี้ เพราะได้รับการเลี้ยงและอบรมสั่งสอนจากบุคคลต่างๆ เช่น พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ญาติพี่น้อง และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงมีพระคุณต่อเรา เราต้องพยายามหาวิธีตอบแทนผู้ที่มีพระคุณดังกล่าว ที่เรียกว่า “กตัญญูกตเวที” ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายของคนดีในพระพุทธศาสนา
เพราะเหตุใดเราควรกตัญญูกตเวทีต่อสิ่งต่างๆ
เพราะสิ่งต่างๆ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า
เพราะสิ่งต่างๆ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์
เพราะสิ่งต่างๆ ทำให้เรามีความสุข
เพราะสิ่งต่างๆ ทำให้เราโตมาได้จนถึงทุกวันนี้
อ่านเรื่องที่กำหนด แล้วตอบคำถาม
การที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมประเภทหนึ่ง ตั้งแต่เกิดมาได้อาศัยหรือได้รับการเลี้ยงดูมาจนโตถึงทุกวันนี้ เพราะได้รับการเลี้ยงและอบรมสั่งสอนจากบุคคลต่างๆ เช่น พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ญาติพี่น้อง และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงมีพระคุณต่อเรา เราต้องพยายามหาวิธีตอบแทนผู้ที่มีพระคุณดังกล่าว ที่เรียกว่า “กตัญญูกตเวที” ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายของคนดีในพระพุทธศาสนา
หากคนเรามีความกตัญญูกตเวที จะเกิดผลอย่างไร
ยากจนข้นแค้น
มีเพื่อนฝูงมาก
มีคนชื่นชม
มีความสุข
อ่านเรื่องที่กำหนด แล้วตอบคำถาม
การที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมประเภทหนึ่ง ตั้งแต่เกิดมาได้อาศัยหรือได้รับการเลี้ยงดูมาจนโตถึงทุกวันนี้ เพราะได้รับการเลี้ยงและอบรมสั่งสอนจากบุคคลต่างๆ เช่น พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ญาติพี่น้อง และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงมีพระคุณต่อเรา เราต้องพยายามหาวิธีตอบแทนผู้ที่มีพระคุณดังกล่าว ที่เรียกว่า “กตัญญูกตเวที” ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายของคนดีในพระพุทธศาสนา
ข้อใดเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อประเทศชาติ
เสียเงินบำรุงประเทศ
ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี
เลือกใช้สินค้าต่างประเทศ
สมัครเป็นทหารป้องกันประเทศ
การกินผลไม้มากๆ มีผลดีต่อร่างกายอย่างไร
ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ให้พลังงานแก่ร่างกาย
ช่วยในการขับถ่ายอุจจาระ
เพิ่มความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อ
น้ำเต้าหู้เป็นแหล่งสารอาหารประเภทใด
คาร์โบไฮเดรต
โปรตีน
เกลือแร่
ไขมัน
จากข้อมูล เชือกสีใดที่มีความยาวมากเป็นลำดับที่ 4 (a)
จากรูป ที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 เมตร ยาว 10 เมตร ปักเสาที่มุมทั้งสี่ แล้วใช้เชือกขึงล้อมรอบเสาทุกต้นจำนวน 2 รอบ จะต้องใช้เชือกยาวอยางน้อยกี่เมตร (a)
คุณพ่อซื้อปลา ไก่ และเนื้อวัวอย่างละ 2 กิโลกรัม เท่าๆ กัน คุณพ่อต้องจ่ายเงินกี่บาท (a)
คำว่า "กิน" เป็นคำชนิดใด
คำวิสามานยนาม
คำสรรพนาม
คำกริยา
คำวิเศษณ์
คำว่า "โรงเรียน" เป็นคำชนิดใด
คำนาม
คำสรรพนาม
คำอุทาน
คำกริยา
คำว่า "อาตมา" เป็นคำชนิดใด
คำอุทาน
คำวิเศษณ์
คำสรรพนาม
คำสามานยนาม
คำว่า "อุ๊ย!" เป็นคำชนิดใด
คำนาม
คำกริยา
คำอุทาน
คำบุพบท
คำว่า "กรุงเทพมหานคร" เป็นคำชนิดใด
คำวิเศษณ์
คำสรรพนาม
คำสามานยนาม
คำวิสามานยนาม
"ฟักทอง" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
"ดอกกระเจี๊ยบ" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
"แครอท" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
"ใบย่านาง" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
"มัน" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
"โกโก้" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
"ดอกอัญชัญ" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
"เปลือกลูกมะพร้าวเผา" ทำให้ได้สี (a) ตามธรรมชาติ
"ใบเตย" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
"บีทรูท" คือ ผัก/ผลไม้ ที่ให้สี (a) ตามธรรมชาติ
