wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์

Total questions: 10

Worksheet time: 5mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่อยู่ในวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การตั้งประเด็นคำถาม

b)

การปรับแต่งข้อมูล

c)

การรวบรวมหลักฐาน

d)

การตีความหลักฐาน

2.

ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการตีความทางประวัติศาสตร์

a)

เพื่อช่วยอธิบายหลักฐานให้เข้าใจง่ายขึ้น

b)

เพื่อช่วยเป็นข้อมูลคาดคะเนเหตุการณ์ในอนาคต

c)

เพื่อช่วยอธิบายหลักฐานให้มีความเป็นจริงมากขึ้น

d)

เพื่อตีความ วิเคราะห์ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์

3.

การวิเคราะห์และการตีความข้อมูลจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์มักพบในหลักฐานประเภทใด

a)

ลายลักษณ์อักษร

b)

ปฐมภูมิ

c)

ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

d)

ทุติยภูมิ

4.

ถ้านักเรียนได้อ่านบทความหรือหนังสือประวัติศาสตร์

ควรมีแนวทางการศึกษาอย่างไร

a)

เชื่อเรื่องราวต่างๆ ที่ผู้เขียนถ่ายทอดในหนังสือ

b)

ตั้งใจอ่านบทความอย่างละเอียดพร้อมจดบันทึก

c)

รู้จักแยกแยะข้อเท็จจริงและความคิดเห็นที่ได้จากการอ่าน

d)

ศึกษาเกี่ยวกับประวัติผู้เขียนผู้แต่งอย่างละเอียด

5.

ขั้นตอนการตีความหลักฐานทางประวัติศาตร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

การตีความขั้นต้น การตีความขั้นรอง

b)

การตีความขั้นต้น การตีความขั้นลึก

c)

การตีความข้อเท็จจริง การตีความความจริง

d)

การตีความข้อเท็จจริง การตีความข้อคิดเห็น

6.

ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบของการตีความขั้นต้น

a)

อารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียน

b)

การใช้ถ้อยคำและสำนวนโวหาร

c)

อิทธิพลของทัศนคติ ค่านิยม และสภาพแวดล้อมในช่วงเวลาที่บันทึกหลักฐาน

d)

จุดมุ่งหมายของหลักฐาน

7.

ข้อใดคือลักษณะของข้อมูลที่ได้จากการตีความหลักฐานทั้งหมด

a)

ความถูกต้อง ข้อเท็จจริง ความรู้สึก

b)

ความจริง ความรู้สึก ข้อเท็จจริง

c)

ความจริง ข้อเท็จจริง ความคิดเห็น

d)

ความคิดเห็น ความถูกต้อง ความจริง

8.

การตีความหลักฐาน หมายถึงอะไร

a)

การตั้งสมมติฐานในวิธีการทางประวัติศาสตร์หรือกำหนดประเด็น ปัญหาคำถามที่สงสัยต่าง ๆ

b)

การรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับหัวข้อที่จะศึกษาโดยมีเกณฑ์ในการจำแนกหลักฐาน

c)

การทำความเข้าใจว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ข้อมูลอะไร

และข้อมูลนั้นมีความหมายว่าอย่างไร

d)

วิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร

9.

เพื่อประโยชน์ในการตีความข้อมูลควรปฏิบัติอย่างไร

a)

รู้จักวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของข้อมูล

b)

มีความอดทนในการอ่านเอกสารจำนวนมาก

c)

รู้จักนำแนวคิดในปัจจุบันมาพิจารณาอดีต

d)

มีจินตนาการเกี่ยวกับอดีต

10.

เมื่อมีการตรวจสอบและประเมินคุณค่าของหลักฐานแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะทำอย่างไร

a)

กำหนดปัญหา

b)

ตีความหลักฐาน

c)

เรียบเรียงและนำเสนอ

d)

รวบรวมหลักฐาน