wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

256453 ครั้งที่ 2

Total questions: 14

Worksheet time: 7mins

Name
Class
Date
1.

การหาความเป็นกรดโดยไทเทรตด้วย phenolphthalein จะได้ค่าใด

a)

methyl orange acidity

b)

mineral acidity

c)

carbondioxide acidity

d)

phenolphthalein acidity

2.

mineral acidity เป็นการไทเทรตหาความเป็นกรดโดยใช้สารใดเป็นอินดิเคเตอร์

a)

phenolphthalein

b)

methyl orange

c)

methylene blue

d)

Eriochrome black T

3.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

การหาค่าความเป็นด่างทำได้โดยการไทเทรตโดยใช้ phenolphthalein เป็นอินดิเคเตอร์

b)

ความเป็นด่างจะพิจารณาจากความปริมาณของเบส และ เกลือของกรดอ่อน

c)

การไทเทรตหาปริมาณด่างจะทำให้รู้ปริมาณของไฮดรอกไซต์ในตัวอย่าง

d)

ถูกทุกข้อ

4.

ข้อใดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการวัดค่าการนำไฟฟ้าในตัวอย่างน้ำ

a)

ความเป็นกรดเป็นด่าง

b)

ความดันบรรยากาศ

c)

สีของตัวอย่าง

d)

ปริมาตรของตัวอย่าง

5.

หน่วยของการวัดค่าสีคือข้อใด

a)

ALPHA

b)

NTU

c)

μ\mu  S

d)

ADMI

6.

การวัดความขุ่นในตัวอย่างใช้หลักการอะไร

a)

การวัดค่าการดูดกลืนแสง

b)

การวัดความเข้มแสง

c)

การวัดการกระเจิงแสง

d)

การวัดการคายแสง

7.

TDS เป็นการหาปริมาณอะไร

a)

ปริมาณของแข็งแขวนลอยทั้งหมด

b)

ของแข็งที่ละลายน้ำทั้งหมด

c)

ของแข็งทั้งหมด

d)

ของแข็งที่ไม่ละลายน้ำ

8.

น้ำที่นำมาทำน้ำประปาควรเป็นน้ำแบบใด

a)

น้ำอ่อน

b)

น้ำกระด้างปานกลาง

c)

น้ำกระด้าง

d)

น้ำกระด้างมาก

9.

ความกระด้างของน้ำเกิดจากสาเหตุใด

a)

ไอออนของโลหะที่มีประจุ 2+ ทำปฏิกิริยากับสบู่แล้วเกิดเป็นตะกอน

b)

เกิดจากการละลายของ CO2  ในน้ำเกิดเป็นกรดคาร์บอนิค

c)

เกิดจากมีเกลือของกรดอ่อนละลายอยู่

d)

ถูกทุกข้อ

10.

การไทเทรตหาความกระด้างของน้ำข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ในการไทเทรตใช้ EDTA เป็น titrant

b)

ในการไทเทรตต้องปรับ pH ด้วยอะซิเตดบัพเฟอร์

c)

ในการไทเทรตใช้ EBT เป็นอินดิเคเตอร์

d)

ผลการไทเทรตคำนวณความเข้มข้นในรูปแบบของ CaCO3

11.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการเติมคลอรีนลงไปในน้ำประปา

a)

เพื่อทำลายสารอินทรีย์ที่ทำให้เกิดรสและกลิ่น

b)

เป็นตัวช่วยในการตกตะกอนสารแขวนลอยในน้ำ

c)

เพื่อฆ่าเชื้อโรค

d)

เพื่อเพิ่มปริมาณ BOD ในน้ำ

12.

การหาปริมาณคลอรีนโดยวิธี Iodometric method จะได้คลอรีนชนิดใด

a)

Free residual chlorine

b)

combine residual chlorine

c)

Total residual chlorine

d)

ได้เฉพาะ Free residual chlorine และ Total residual chlorine

13.

การหาปริมาณคลอรีนโดยวิธี Orthotolidine-arsenite method จะได้คลอรีนชนิดใด

a)

Free residual chlorine

b)

combine residual chlorine

c)

Total residual chlorine

d)

ได้เฉพาะ Free residual chlorine และ Total residual chlorine

14.

การหาค่า DO มีความสำคัญอย่างไร

a)

เพื่อบอกถึงปริมาณจุลินทรีย์ที่อยู่ในน้ำ

b)

เพื่อบอกถึงปริมาณสารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำ

c)

เพื่อบอกถึงปริมาณออกซิเจนที่อยู่ในน้ำ

d)

เพื่อบอกถึงปริมาณออกซิเจนที่ถูกใช้ oxidised สารอินทรีย์