wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิชาสุขศึกษา - พลศึกษา เรื่องความปลอดภัยในการใช้ยา

Total questions: 40

Worksheet time: 10hrs 32mins

Name
Class
Date
1.

MSDS หรือ SDS คืออะไร

a)

ฉลากของสารเคมีแต่ละชนิด

b)

เอกสารที่แสดงข้อมูลของสารเคมีแต่ละชนิดเกี่ยวกับลักษณะความเป็นอันตราย วิธีใช้ การเก็บรักษา

c)

ข้อกำหนดในการทำงานกับสารเคมี

d)

แนวทางในการปฏิบัติงานกับสารเคมี

2.

ท่านสามารถหา MSDS ได้จากที่ใด

a)

ก. ร้านขายหนังสือทั่วไป

b)

ข. สืบค้นจากฐานข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต

c)

ค. ฉลากข้างขวด

d)

ง. ถูกทุกข้อ

3.

จากภาพ สารเคมีชนิดนี้เป็นสารเคมีอันตรายประเภทไหน

a)

ก. สารก่อมะเร็ง สารไวไฟ สารกัดกร่อน

b)

ข. สารไวไฟ สารท าลายสิ่งแวดล้อม สารระคายเคือง

c)

ค. สารระคายเคือง สารกัดกร่อน สารไวไฟ

d)

ง. สารกัดกร่อน สารท าลายสิ่งแวดล้อม สารระคายเคือง

4.

ทุกใดไม่ใช่กฎทั่วไปในการปฏิบัติงานกับสารเคมีอย่างปลอดภัย

a)

รู้จักสารเคมีที่ใช้

b)

รู้วิธีการปฏิบัติงาน

c)

รู้แหล่งผลิตสารเคม

d)

มีการจัดการสารเคมีอย่างถูกต้อง

5.

ข้อใดเป็นการปฏิบัติงานกับสารเคมีอันตรายที่ถูกต้องและปลอดภัย

a)

ใส่คอนแทคเลนส์เมื่อท างานกับสารเคมี

b)

สวมรองเท้าเมื่อท างานกับสารเคมี

c)

ถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นสารเคมีอันตรายอย่างไร ให้ทดลองท าน้อยๆ ดูก่อน

d)

สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมตลอดเวลา

6.

ข้อใดเป็นการปฏิบัติงานกับสารเคมีอันตรายที่ถูกต้องและปลอดภัย

a)

สารเคมีที่มีไอระเหย มีกลิ่นฉุน รุนแรง เช่น กรด ฟอร์มาลีน ควรท าภายในตู้ดูดไอสารเคมี

b)

สารเคมีที่มีไอระเหย มีกลิ่นฉุน รุนแรง เช่น กรด ฟอร์มาลีน ควรท าในที่โล่ง ระบายอากาศด

c)

. สารเคมีทุกชนิด ควรท าภายในตู้ดูดไอสารเคมี

d)

้อ ก. และ ค. ถูกต้อง

7.

ข้อใดแนวทางการจัดเก็บสารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย

a)

ก. เก็บรักษาตามค าแนะน าใน MSDS

b)

ข. สถานที่เก็บควรปิดสนิทมิดชิด ไม่ควรให้มีอากาศถายเทสู่ภายนอ

c)

ค. เพื่อประหยัดพื้นที่ควรวางขวดสารเคมีซ้อนกัน โดยภาชนะขนาดใหญ่ไว้ชั้นลางสุด

d)

ง. ถูกทุกข้อ

8.

ข้อใดเป็นมาตรการควบคุม ป้องกันอันตรายจากสารเคมีอันตรายที่ดีที่สุด

a)

ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ

b)

สวมใส่ถุงมือตลอดเวลาที่ท างานกับสารเคม

c)

ยกเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย หรือเปลี่ยนไปใช้สารชนิดอื่นที่ปลอดภัยกว่า

d)

จัดทำเอกสารความปลอดภัยสารเคมีให้พร้อมใช้ตลอดเวลา

9.

เมื่อสารเคมีหกใส่ร่างกายหรือกระเด็นเข้าตา ต้องท าอะไรเป็นสิ่งแรก

a)

รีบไปพบแพทย์ทันที

b)

อาบน้ำ หรือล้างตาด้วยน้ำ นานอย่างน้อย 15 นาท

c)

รีบรายงานให้หัวหน้าห้องปฏิบัติการทราบ

d)

แจ้งผู้ร่วมงาน

10.

ข้อใดต่อไปนี้ห้ามทิ้งลงอ่างน้ าหรือท่อน้ าทิ้งโดยตรง

a)

สารไวไฟ

b)

สารตัวท าละลาย

c)

สารไวปฏิกิริยากับน้ า เช่น โลหะโซเดียม

d)

ข้อ ก. และ ค. ถูกต้อง

11.

เมือเกิดเหตุการณ์สารเคมีหกปนเปื้อนน้อย (minor chemical spill) ในหน่วยงานต้องทำอะไรเป็น สิ่งแรก

a)

ทำความสะอาดบริเวณที่มีสารเคมีหก

b)

หยุดการปฏิบัติงาน ปิดห้องแล้วรีบออกไป

c)

แจ้งงานอาชีวอนามัยทันท

d)

แจ้งให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นทราบทันท

12.

ของเสียสารเคมีชนิดใดที่สามารถทิ้งลงอ่างน้ าหรือท่อน้ าทิ้งได้โดยตรง

a)

สารไวไฟสูง

b)

สารละลายบัฟเฟอร์

c)

ตัวท าละลายที่ไม่ละลายน้ า

d)

สารไวปฏิกิริยากับน้ า

13.

เมื่อกรด HCl เข้มข้นหกในห้องปฏิบัติการ ควรใช้ neutralizing agent ตัวไหนเหมาะสมที่สุด

a)

ก. ผงถ่านคาร์บอน

b)

ข. โซเดียมไบคาร์บอเนต

c)

ค. น้ าประปา

d)

ง. ทราย

14.

วิิธีใดเหมาะสมที่สุด สำหรับการต้มสารละลายเมทานอล

a)

ต้มด้วยตะเกียงบุนเสน

b)

ต้มในอ่างน้ำควบคุมอุณหภูมิ

c)

ต้มภายในบีกเกอร์ใส่น้ำ ตั้งบนตะเกียงบุนเสน

d)

ต้มบน hot plate

15.

ขนาดยาพาราเซตามอล (500 มิลลิกรัม) ที่เหมาะสมส้าหรับผู้ใหญ่ ซึ่งมีน ้าหนักตัว 75 กิโลกรัม คือ

a)

1 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง ไม่เกิน 6 เม็ดต่อวัน

b)

1 เม็ด ทุก 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 เม็ดต่อวัน

c)

1 ½ เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง ไม่เกิน 5 ครั งต่อวัน

d)

2 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง ไม่เกิน 5 ครั งต่อวัน

e)

1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่เกิน 10 เม็ดต่อวัน

16.

ชายไทย อายุ 65 ปี ไม่มีโรคประจ้าตัว ไม่เคยมีประวัติความดันเลือดสูง วัดความดันเลือดหลายครั งใน ช่วงเวลา 1 เดือน ได้ในช่วง 140-146 มม.ปรอท (systolic) และ 78-86 มม.ปรอท (diastolic) ชีพจร 78-86 ครั ง/นาที ค้าแนะน้าและการรักษาที่เหมาะสมส้าหรับผู้ป่วยรายนี คือข้อใด

a)

ติดตามวัดความดันเลือดต่อไป โดยไม่ต้องใช้ยา

b)

ให้enalapril

c)

ให้ amlodipine

d)

ให้hydrochlorothiazide

e)

ให้ beta-blocker

17.

หญิงไทย อายุ 45 ปี หนัก 45 กก. อาชีพข้าราชการกรมสรรพากร เบิกจ่ายตรงจากกรมบัญชีกลาง ไม่มี โรคประจ้าตัว มีน ้ามูกใส ๆ จากโรคหวัด ซึ่งเป็นมา 2 วัน รู้สึกร้าคาญ ไม่มีอาการแน่นจมูก ค้าแนะน้าและ การรักษาที่เหมาะสมส้าหรับผู้ป่วยรายนี คือข้อใด

a)

ซัับน ้ำมูกด้วยกระดาษช้าระหรือผ้าเช็ดหน้า ไม่ต้องใช้ยา เพราะหวัดเป็นโรคที่หายได้เอง

b)

ให้cetirizine หรือ loratadine 1 เม็ดวันละครั ง ก่อนนอน

c)

ให้Telfast® หรือ Aerius® 1 เม็ดวันละครั ง ก่อนนอน

d)

ให้ Nasotap® (brompheniramine + phenylephrine) 1 เม็ดวันละ 3 ครั ง หลังอาหาร และ เตือนว่ากินยาแล้วอาจง่วงได้

e)

ให้chlorpheniramine 1 เม็ด ทุก 6 ชั่วโมง prn เมื่อมีน ้ามูก และเตือนว่ากินยาแล้วอาจง่วงได้

18.

ชายไทย อายุ 62 ปี เป็นข้าราชการบ้านาญ เบิกจ่ายตรงจากกรมบัญชีกลาง มีประวัติtransient ischemic attack (TIA) ใช้low dose aspirin มาโดยตลอด พบแพทย์ด้วยอาการปวด บวม ที่เข่าทั ง สองข้าง วินิจฉัยเป็น osteoarthritis โดยแพทย์เห็นว่า NSAID มีความจ้าเป็น โปรดเลือก NSAID ที่ เหมาะสมให้กับผู้ป่วยรายนี

a)

ก. Ibuprofen

b)

ข Diclofenac

c)

ค. Naproxen

d)

ง. Celecoxib

e)

จ. Etoricoxib

19.

ท่านเป็นเภสัชกรห้องยา พบใบสั่งยาของผู้ป่วยอายุ 78 ปีรายหนึ่งซึ่งมาพบแพทย์ 2 แผนก ในวันเดียวกัน แพทย์อายุรกรรมสั่ง tramadol (50 มก.) 1 เม็ด ทุก 8 ชั่วโมง เมื่อมีอาการปวด จ้านวน 30 เม็ด แพทย์ แผนกโรคข้อและกระดูกสั่งยา Ultracet® (tramadol 37.5 มก. + paracetamol 325 มก.) 1 เม็ด วัน ละ 3 ครั ง จ้านวน 30 เม็ด ท่านไม่สามารถติดต่อแพทย์ผู้สั่งยาได้ จากประวัติพบว่าผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ และเพิ่งมีอาการเป็นครั งแรก ยังไม่ทราบการวินิจฉัยที่แน่ชัด ผู้ป่วยมีค่า eGFR = 28 mL/min/1.73 m2 ท่านจะให้ค้าแนะน้าแก่ผู้ป่วยรายนี อย่างไร

a)

ให้ใช้ยาตามแพทย์สั่งจากทั งสองแผนก

b)

ให้ใช้ยาของแพทย์อายุรกรรมเพียงอย่างเดียว โดยให้ใช้ตามขนาดที่แพทย์สั่ง

c)

ให้ใช้ยาของแพทย์อายุรกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ให้ลดขนาดยาลงเป็นวันละไม่เกิน 2 ครั ง ห่างกัน อย่างน้อย 12 ชั่วโมง

d)

ให้ใช้ยาของแพทย์แผนกกระดูกและข้อเพียงอย่างเดียว โดยให้ใช้ตามขนาดที่แพทย์สั่ง

e)

ให้ใช้ยาของแพทย์แผนกกระดูกและข้อเพียงอย่างเดียว แต่ให้เพิ่มขนาดยาเป็นครั งละ 2 เม็ด เนื่องจากจะได้พาราเซตามอลในขนาดต่้าเกินไป

20.

ยาใดต่อไปนี เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน

a)

Bromhexine

b)

Celecoxib

c)

Montelukast sodium

d)

Paracetamol i.m. injection

e)

Vitamin B1-6-12

21.

ผู้ป่วยเป็นโรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเชื่อว่าอาจติดเชื อ Streptococcus pneumoniae ที่ดื อยาในระดับปานกลาง (มี MIC ต่อ amoxicillin ที่ 1-2 mcg/cc) การให้ยา amoxicillin ด้วยวิธีใดที่ให้ ประสิทธิภาพสูงสุด

a)

Amoxicillin (500 mg) 1 เม็ดวันละ 3 ครั ง

b)

Amoxicillin (500 mg) 1 เม็ดวันละ 4 ครั ง

c)

Amoxicillin (500 mg) 2 เม็ดวันละ 2 ครั ง ก่อนอาหาร

d)

Amoxicillin (500 mg) 2 เม็ดวันละ 2 ครั ง หลังอาหาร

22.

ผู้ป่วยหญิง อายุ 79 ปี มีอาการเวียนศีรษะ แพทย์สั่งจ่าย cinnarizine 1 เม็ดวันละ 3 ครั ง ร่วมกับ flunarizine 2 เม็ด ก่อนนอน ซึ่งใช้ติดต่อกันทุกวันมานาน 6 เดือน เมื่อผู้ป่วยกลับไปพบแพทย์ตามนัด อาการใดต่อไปนี บ่งถึงผลข้างเคียงส้าคัญที่ควรต้องเฝ้าระวังขณะใช้ยาทั งสอง

a)

ก. ตาเหลือง

b)

ข. ปวดเมื่อยกล้ามเนื อ

c)

ค. ผื่น และแผลในปาก

d)

ง. มือสั่น

e)

จ. เหนื่อยง่าย นอนราบไม่ได้

23.

ชายไทย อายุ 48 ปี มีLDL-C 160 mg/dL HDL-C 50 mg/dL และ Triglyceride 450 mg/dL ประเมิน แล้วควรได้รับยาลดไขมันในเลือดเพื่อลด CVD risk ยาใดเหมาะสมที่สุด

a)

Fenofibrate monotherapy

b)

Gemfibrozil monotherapy

c)

Simvastatin monotherapy

d)

Simvastatin + Fenofibrate

e)

Simvastatin + Gemfibrozil

24.

การใช้ยาปฏิชีวนะกับเด็กทารก มีหลักฐานว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาใดในอนาคต

a)

atopic dermatitis

b)

attention deficit

c)

irritable bowel syndrome

d)

obesity

e)

type 1 diabetes

25.

ขอ้ใดคือการใชย้าที่ไม่ถูกตอ้ง

a)

ก.ไม่ใชย้าพร่ าเพรื่อ

b)

ข. ใชย้าก่อนแลว้อ่านฉลาก

c)

ค.อ่านฉลากทุกคร้ังก่อนใชย้า

d)

ง. ปฏิบตัิตามคา แนะนา ในฉลากอยา่ งเคร่งครัด

26.

ข้อใดคือยาเสื่อมสภาพ

a)

ก.ยาที่มีน้อย

b)

ข.ยาหมดอายุ

c)

ค.ยาที่มีกลิ่นหอม

d)

ง.ยาที่รักษาโรคได้ด

27.

ยา หมายถึงอะไร

a)

ก. สิ่งที่ใชบ้ รรเทา บา บดัอาการเจบ็ ป่วยหรือโรคต่างๆ

b)

ข. สิ่งที่รับประทานเพื่อใหร้่างกายแขง็แรง

c)

ค. สิ่งที่รับประทานเพื่อใหส้ ุขภาพด

d)

ง. สิ่งที่ทา ใหโ้รคหายได้

28.

การที่รับประทานยาแล้วโรคไม่หายคืออาการใด

a)

ด้ือยา

b)

ใชย้าเกินขนาด

c)

ใช้ยาเสื่อมคุณภาพ

d)

ใชย้าติดต่อกนั เป็นเวลานาน

29.

ก่อนใชย้าทุกคร้ังควรทา อยา่ งไร

a)

ก.อ่านฉลากยา

b)

ข.รับประทานน้า มากๆ

c)

ค. ใชย้าก่อนแลว้ค่อยอ่านฉลาก

d)

ง.รับประทานยาในปริมาณมากๆไวก้่อน

30.

อาการใดคืออาการด้ือยา

a)

ก.รับประทานยามากเกินไป

b)

ข.รับประทานยาไม่มีคุณภาพ

c)

ค.รับประทานยาแต่โรคไม่หาย

d)

ง.รับประทานยาไม่ตรงตามขนาด

31.

ขอ้ใดกล่าวไดถู้กตอ้งเกี่ยวกับยา

a)

ก.ยามีแต่โทษ

b)

ข.ยาใหแ้ ต่ประโยชน์

c)

ค.ยามีท้งัประโยชน์และโทษ

d)

ง.ยาใช้รักษาโรคได้บางชนิด

32.

เราจะรู้ได้อย่างไรว่ายาเสื่อมคุณภาพ

a)

ก. ดูวันหมดอาย

b)

ข.กินลองดู

c)

ค. ดมกลิ่น

d)

ง. ดูจากสี

33.

การกินยาที่เสื่อมสภาพมีผลอยา่างไร

a)

ก.ไม่มีผลใดๆ

b)

ข.อาการของโรคจะดีข้ึน

c)

ค.อาการของโรคอาจทรุดหนกักวา่ เดิม

d)

ง. ทา ใหร้่างกายสร้างภูมิตา้นทานโรคไดด้ี

34.

เมื่อใช้ยาเสร็จแลว้เราควรทำอยา่ งไร

a)

ก.วางไว้ที่เดิม

b)

ข.ไม่ต้องสนใจ

c)

ค.วางไว้ข้างตู้ยา

d)

ง. เก็บไวใ้นตูย้า

35.

การใช้ยาแบบใดอาจเป็นอันตรายต่อตัวเองได้

a)

ก. ใช้ยาเกินขนาด

b)

ข. ใช้ยาที่มีคุณภาพ

c)

ค. ใช้ยาตามที่แพทยส์ ั่ง

d)

ง. ใช้ยาที่ยงัไม่หมดอาย

36.

12.ข้อใดไม่ใช่วิธีการรับยาเขา้ในร่างกาย

a)

ก. สูดดม

b)

ข.ฝัง

c)

ค. ฉีด

d)

ง. ทา

37.

การใช้ยาเกินขนาด หมายความวา่อยา่ งไร

a)

ก. ใช้ยาในปริมาณที่เหมาะสม

b)

ข.กินยาตามที่แพทยส์ ั่ง

c)

ค.รับประทานยามากๆ

d)

ง.กินยาหลายเมด

38.

การใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจไดร้ับผลร้ายแรงอยา่ งไร

a)

ก.อาจถึงข้นั เสียชีวติได้

b)

ข.ร่างกายอ่อนเพลีย

c)

ค. สายตาเสีย

d)

ง.คลื่นไส้

39.

เมื่อใชย้าเสร็จแลว้ เราควรทำอยา่ งไร

a)

ก.วางไว้ข้างตู้ยา

b)

ข.ไม่ตอ้งสนใจ

c)

ค. เก็บไวใ้นตูย้า

d)

ง.วางไว้ที่เดิม

40.

ถ้าอยากรู้วันหมดอายขุองยา เราควรทำ อยา่ งไร

a)

ก.ถามเพื่อน

b)

ข.ถามคนขาย

c)

ค.อ่านฉลาก

d)

ง. ดูจากป้ ายโฆษณา