Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โครงสร้างและหน้าที่ของพืช

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

พืชชนิดใดต่อไปนี้มีใบเป็นแบบใบประกอบ

a)

มันสำปะหลัง

b)

ลำไย

c)

มะม่วง

d)

อัญชัน

2.

การสร้างวงปีของพืชเกี่ยวข้องกับเนื้อเยื้อชนิดใด

a)

วาสคิวลาร์แคมเบียม

b)

พิธ

c)

เวสเซลล์เมมเบอร์

d)

คอร์กแคมเบียม

3.

นื้อเยื้อของใบในข้อใดต่อไปนี้ที่มีหน้าที่สังเคราะห์แสง

a)

เอพิเดอร์มิส

b)

บันเดิลชีท

c)

วาสคิวลาร์บันเดิล

d)

มีโซฟิลล์

4.

เนื้อเยื้อชั้นคอร์ก คือส่วนใดของพืช

a)

เนื้อไม้

b)

เปลือกไม้

c)

ใบ

d)

ผล

5.

ปากใบมีหน้าที่ตามข้อใด

a)

คายน้ำปล่อยออกซิเจน

b)

คายน้ำปล่อยออกซิเจนรับคาร์บอนไดออกไซด์

c)

คายคาร์บอนไดออกไซด์รับออกซิเจน

d)

คายน้ำ

6.

เนื้อเยื่อไซเลมประกอบด้วยเซลล์ชนิดต่างๆ คือ

a)

คอมพาเนียนเซลล์กับเทรคีด

b)

เทรคีดกับเวสเซล

c)

เวสเซลเมมเบอร์กับซีฟทิวบ์เมมเบอร์

d)

ซีฟทิวบ์เมมเบอร์กับคอมพาเนียนเซลล์

7.

โครงสร้างในข้อใดไม่พบในลำต้น

a)

สตีล

b)

โพลเอ็ม

c)

คอร์เทกซ์

d)

เอนโดเดอร์มิส

8.

เซลล์ข้อใดต่อไปนี้ทำงานในขณะที่เซลล์ตายแล้ว

a)

พาเริงคิมา

b)

สเกอเริงคิงมา

c)

เวสเซลเมมเบรน

d)

คอมพาเนียน เซลล์

9.

จากภาพส่วนใดคือ Xylem

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

10.

โครงสร้างใดพบในพืชต่อไปนี้

a)
b)
c)
d)
11.

ข้อใดเป็นใบประกอบ

a)
b)
c)
d)
12.

ต้นกระบองเพชรมีน้ำอยู่ภายในต้นมากเพราะ

a)

ต้นกระบองเพชรมีลำต้นใหญ่และอ่อนนุ่มอุ้มน้ำไว้ได้มาก

b)

ต้นกระบองเพชรสามารถดูดน้ำได้มาก

c)

ต้นกระบองเพชรมีการคายน้ำน้อยและสะสมน้ำไว้มาก

d)

ต้นกระบองเพชรไม่มีการคายน้ำเลยเพราะไม่มีใบ

13.

เลนทิเซล (Lenticel) คือ

a)

เนื้อเยื่อเจริญที่เจริญเร็วจนเกิดการปริ

b)

รอยแตกตามลำต้นหรือกิ่งของพืชบางชนิดใช้ในการคายน้ำ

c)

รอยแตกที่อยู่ตามเปลือกไม้

d)

ปากใบที่อยู่บริเวณลำต้น

14.

พืชชนิดใด มีรากคำจุ้น พืชชนิดใด

a)

แสม โกงกาง

b)

พลูด่าง กล้วยไม้

c)

ข้าวโพด อ้อย

d)

กาฝาก ฝอยทอง

15.

ข้อใดเป็นลำต้นมือเกาะ(tendril) ท้ังหมด

a)

บวบ น้าเต้า ฟักทอง

b)

ถั่ว บอระเพ็ด และเถาวัลย์

c)

พริกไทย พลูด่าง ผักบุ้ง

d)

ผักบุ้ง ผักกะเฉด ผักตบชวา

16.

พืชชนิดใดไม่มีการคายน้ำ

a)

บัว

b)

กล้วยไม้

c)

สาหร่าย

d)

กระบองเพชร

17.

ถ้าควั่นเปลือกของต้นไม้ออก จะกระทบต่อระบบใดของพืชมากที่สุด

a)

การสังเคราะห์ด้วยแสง

b)

การลำเลียงอาหาร

c)

การลำเลียงน้ำ

d)

การคายน้ำ

18.

ถ้าขาดธาตุไนโตรเจนพืชจะเป็นอย่างไร

a)

ใบเหลือง

b)

ลำตันคดเคี้ยว

c)

ลำต้นเบี้ยว

d)

ไม่ออกผล

19.

ธาตุอาหารหลักของพืชได้แก่ธาตุอะไรบ้าง

a)

คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน

b)

คาร์บอน ออกซิเจน กำมะถัน

c)

ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม

d)

ไนโตรเจน กำมะถัน แคลเซียม

20.

อาหารที่พืชสร้างขึ้นคืออะไร

a)

น้ำตาล

b)

ออกซิเจน

c)

อากาศ

d)

น้ำ

21.

พืชมีลักษณะใบเป็นจุดสีแดงบนใบเนื่องจากขาดธาตุชนิดใด

a)

แมกนีเซียม

b)

ซัลเฟอร์

c)

ฟอสฟอรัส

d)

โพแทสเซียม

22.

ใบพืชมีลักษณะม้วนงอเกิดจากการขาดธาตุชนิดใด

a)

แคมเซียม

b)

แมกนีเซียม

c)

ฟอสฟอรัส

d)

โพแทกเซียม

23.

ข้อใดเป็นการลำเลียงน้ำแบบ ซิมพลาส

a)

ผ่านไซโทพลาสซึมของเซลล์

b)

ผ่านช่องว่างผนังเซลล์

24.

แรงโคฮีชัน (Cohesion) คือ

a)

แรงดึงระหว่างโมเลกุลของน้ำกับน้ำ

b)

แรงดึงระหว่างโมเลกุลของน้ำกับสาร

c)

แรงดึงระหว่างโมเลกุลของสารกับสาร

d)

แรงดึงระหว่างโมเลกุลของน้ำกับแก๊ส

25.

เกตเตชัน (Guttation) คือ

a)

การลำเลียงสาร

b)

การสังเคราะห์แสง

c)

การคายน้ำในรูปแบบหยดน้ำ

d)

แรงดึงจากการคายน้ำ

26.

เกตเตชัน (Guttation) เกิดขึ้นในช่วงเวลาใด

a)

เช้ามืด

b)

พลบค่ำ

c)

กลางคืน

d)

กลางวัน

27.

แอดฮีชัน (Adhesion) คือ

a)

แรงดึงระหว่างโมเลกุลของน้ำกับน้ำ

b)

แรงดึงระหว่างโมเลกุลของน้ำกับสาร

c)

แรงดึงระหว่างโมเลกุลของสารกับสาร

d)

แรงดึงระหว่างโมเลกุลของน้ำกับแก๊ส

28.

องค์ประกอบในข้อใดต่อไปนี้ของท่อไซเล็ม (xylem) ที่ยังคงมีชีวิตอยู่

a)

ไซเล็มพาเรงคิมา (xylem parenchyma)

b)

เทรคีต (tracheid)

c)

ไซเล็มไฟเบอร์ (xylem fiber)

d)

เวสเซล (vessel)

29.

การคายน้ำที่มีลักษณะเป็นไอน้ำจะคายออกมาทางใด

a)

ไฮดาโทด ปากใบ

b)

ปากใบ เลนทิเซล

c)

เลนทีเซล เซลล์คุม

d)

ไฮดาโทด เซลล์คุม

30.

ต้นพริกไทยมีรากประเภทใด

a)

รากยึดเกาะ

b)

รากสังเคราะห์แสง

c)

รากค้ำจุน

d)

รากหายใจ