wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ตอบคำถามทางกฎหมาย2564

Total questions: 15

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

นายหล่อจดทะเบียนสมรสกับนางสวย ต่อมาทั้งสองคนได้จดทะเบียนหย่า และบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าเกี่ยวกับการยกที่ดินพร้อมบ้านแก่นางสวย โดยการจดทะเบียนหย่ามีสาเหตุมาจากธุรกิจการค้าของนายหล่อ ต่อมาทั้งคู่ได้จดทะเบียนหย่าแต่ทั้งคู่ก็ยังคงอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน และยังดูแลกันเมื่อเจ็บไข้ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ร่วมกันจนกระทั้งนายหล่อถึงแก่ความตาย ดังนี้ การสมรส และการจดทะเบียนหย่าและบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่ากระทำขึ้นมีผลอย่างไร

a)

การสมรสไม่มีผลแล้ว เพราะการหย่าทำถูกต้องตามแบบ คือ การ

จดทะเบียน การจดทะเบียนหย่าและบันทึก ข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า

มีผลตามกฎหมาย

b)

การสมรสไม่มีผลแล้ว เพราะเป็นการจดทะเบียนหย่าโดยชอบด้วยกฎหมาย และด้วยใจสมัคร เพียงแต่บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าไม่มีผลตามกฎหมายเพราะยังคงอยู่กินกันฉันสามีภริยา

c)

การสมรสยังคงมีอยู่ เพราะการจดทะเบียนหย่าที่ไม่ประสงค์ให้ผูกพันตกเป็นโมฆะ และบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าใช้บังคับมิได้

d)

การสมรสยังคงมีอยู่ เพราะศาลยังไม่มีคำพิพากษาให้หย่า และบันทึกข้อตกลงการหย่าใช้บังคับมิได้

2.

การออกเช็คโดยไม่ได้ระบุชื่อผู้รับเงินและมิได้ขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือ เป็นเช็คที่สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่

a)

สมบูรณ์ เพราะเช็คเป็นเอกสารรับรองโดยธนาคาร

b)

สมบูรณ์ เพราะมีรายการครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

c)

ไม่สมบูรณ์ เพราะการระบุชื่อและการขีดฆ่าคำว่าผู้ถือเป็นสาระสำคัญของเช็ค

d)

ไม่สมบูรณ์ เพราะไม่อาจทราบได้ว่าเป็นเช็คชนิดผู้ถือ หรือชนิดระบุชื่อ

3.

นายจันทร์ ใช้อาวุธปืนยิง นายอังคาร นายพุธ และนายพฤหัส ในขณะที่บุคคลทั้ง 3 นั่งโดยสารอยู่บนกระบะด้านหลังรถของนายศุกร์ เป็นจำนวน 12 นัด โดยอยู่ห่างกันเพียง 2-3 เมตร โดยนายอังคารตาบอด นายพุธแขนพิการ และนายพฤหัสทุพลภาพ นอกจากนั้นกระสุนถูกยังได้ถูกรถกระบะของนายศุกร์ ได้รับความเสียหายหลายแห่ง การกระทำของนายจันทร์เป็นการความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด

a)

ทำร้ายร่างกายจนได้รับอันตรายสาหัส ต่อนายอังคาร นายพุธ นายพฤหัส นายศุกร์

b)

ทำร้ายร่างการจนได้รับอันตรายสาหัส และทำให้เสียทรัพย์โดยพลาดต่อนายอังคาร นายพุธ นายพฤหัส และนายศุกร์

c)

พยายามฆ่า ต่อนายอังคาร นายพุธ นายพฤหัส และกระทำโดยพลาดให้เสียทรัพย์ต่อนายศุกร์

d)

พยายามฆ่า ต่อนายอังคาร นายพุธ นายพฤหัส และทำให้เสียทรัพย์ต่อนายศุกร์

4.

นายโหดใช้ถุงพลาสติกซึ่งไม่มีช่องอากาศครอบศรีษะนายห้าว แล้วใช้เทปกาวพันรอบถุงบริเวณลำคอเพื่อทรมานนายห้าว โดยไม่มีเจตนาฆ่า แต่ทำนานเกินไปจนนายห้าวถึงแก่ความตาย ต่อมานายโหดเห็นสร้อยทองคำของนายห้าว จึงแอบหยิบไปเป็นของตนไม่ให้ใครรู้ ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

นายโหดผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฆ่าและผิดฐานลักทรัพย์

b)

นายโหดผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฆ่าและผิดฐานชิงทรัพย์

c)

นายโหดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและผิดฐานลักทรัพย์

d)

นายโหดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและผิดฐานชิงทรัพย์

5.

กำหนดระยะเวลาร้องขอให้มีการบังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 274 วรรค 1 นั้น หมายถึงคำพิพากษา หรือคำสั่งถึงที่สุดหรือไม่

a)

ไม่ใช่ เพราะกฎหมายใช้ถ้อยคำเพียงว่า “นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง”

b)

ไม่ใช่ เพราะการตีความกฎหมาย ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาที่แท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร

c)

ใช่ เพราะการบังคับคดีจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วเท่านั้น

d)

ใช่ เพราะหากคำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด ย่อมอาจถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยศาลที่สูงกว่า

6.

ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ในที่ดินซึ่งตกเป็นทางภาระจำยอม ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อการบังคับคดีมีปัญหาอันเนื่องจากโจทก์และจำเลยแปลคำพิพากษาแตกต่างกัน จะสามารถร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นนี้ได้หรือไม่

a)

ไม่ได้ เพราะเจ้าของรวมถือว่าเป็นคู่ความในคดี มิใช่บุคคลภายนอก

b)

ไม่ได้ เพราะคู่ความไม่ได้ขอให้ศาลมีหมายเรียกเจ้าของรวมเข้ามาในคดี

c)

ได้ เพราะเจ้าของรวมมีสิทธิ์ใช้สอย จำหน่าย จ่าย โอน ติดตาม ทวงคืนแก่ทรัพย์ของตน

d)

ได้ เพราะเจ้าของรวมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี

7.

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานโกงเจ้าหนี้ และศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องไปแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยในการกระทำเดียวกันอีก แต่การบรรยายฟ้องไม่ตรงกันทุกตอนและบทมาตราที่ขอให้ลงโทษแตกต่างกันบางมาตรากับคดีก่อน ดังนี้ ฟ้องโจทก์ต้องห้าม ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 36 หรือไม่

a)

ไม่ต้องห้าม เพราะบรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษแตกต่างกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

b)

ไม่ต้องห้าม เพราะคดีก่อนศาลยังไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคดี

c)

ต้องห้าม เพราะเป็นการกระทำเดียวกัน

d)

ต้องห้าม เพราะเมื่อถอนฟ้องไปแล้วคดีย่อมเลิกกัน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 37

8.

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยเห็นว่า ฟ้องมิได้บรรยายให้ครบองค์ประกอบของความผิด ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎมายได้หรือไม่

a)

ไม่ได้ เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ

b)

ไม่ได้ เพราะแม้จะอาศัยเหตุผลในการพิพากษายกฟ้องต่างกัน แต่ก็ไม่ผลไม่แตกต่างกับศาลชั้นต้น

c)

ได้ เพราะการยกฟ้องสองศาลที่ต้องห้ามฎีกา หมายถึง ยกฟ้องด้วยเหตุทำนองเดียวกัน

d)

ได้ เพราะประเทศไทยใช้การพิจารณาคดีระบบไต่สวน คู่ความสามารถใช้สิทธิในการดำเนินคดีได้เต็มที่

9.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Cyber Security) ของเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม

a)

ความทันสมัย (Topicality)

b)

ความลับ (Confidentiality)

c)

ความคงสภาพ (Integrity)

d)

ความพร้อมใช้ (Availability)

10.

ประธานศาลฎีกาคนที่ 26 ของประเทศไทยมีชื่อว่าอะไร

a)

นายประมาณ ชันซื่อ

b)

นายสัญญา ธรรมศักดิ์

c)

นายโสภณ รัตนากร

d)

นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ

11.

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 334 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี และปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ต่อศาลจังหวัดตราด นายแดงผู้พิพากษาศาลจังหวัดตราดเจ้าของสำนวนพิจารณาคดีแล้วเสร็จและนัดฟังคำพิพากษา นายแดงเห็นว่า ควรพิพากษาลงโทษจำคุก ๑ ปี และปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากจำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงรอการลงโทษจำคุกไว้ ๒ ปี นายแดงนำสำนวนไปปรึกษานายธรรมผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตราด นายธรรมตรวจสำนวนแล้วเห็นว่าไม่ควรรอการลงโทษแต่ยอมเห็นด้วยกับนายแดงและลงลายมือชื่อในคำพิพากษา ดังนี้ นายธรรมมีอำนาจร่วมทำคำพิพากษาหรือไม่

a)

ไม่ได้ เพราะความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ต้องฟ้องต่อศาลจังหวัด

b)

ไม่ได้ เพราะเกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา

c)

ได้ เพราะโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปี

d)

ได้ เพราะทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท

12.

พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ทรงรวบรวมกฎหมายตราสามดวง โดยให้ชื่อว่ากฎหมายใด

a)

พระราชศาสตร์

b)

พระธรรมศาสตร์

c)

กฎหมายราชบุรี

d)

กฎหมายลักษณะอาญา

13.

พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ทรงศึกษาภาษาอังกฤษขั้นต้นจากแห่งใด

a)

สำนักครูรามสามิ

b)

สำนักพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อยอาจารยางกูร)

c)

สำนักพระยาโอวาทวรกิจ (แก่นเปรียญ)

d)

โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

14.

นายดุ นำภาพของนายเดือด โพสท์ลงในเฟสบุคของตนเอง พร้อมระบุข้อความว่า “ไอ้คนชั่ว วางระเบิดป่วนเมือง” การกระทำของนายดุ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 หรือไม่

a)

เป็น เพราะ เป็นการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 14 (1)

b)

เป็น เพราะ เป็นการจงใจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงทางคอมพิวเตอร์

c)

ไม่เป็น เพราะ เป็นการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา

d)

ไม่เป็น เพราะ ข้อเท็จจริงยังไม่ยุติ ว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จหรือไม่

15.

บริษัท ก. เป็นเจ้าของเว็บไซด์ข่าวออนไลน์ ได้ว่าจ้างบริษัท ข.ควบคุมดูแลบริหารจัดการเว็บไซต์ ต่อมาบริษัท ข.ได้นำเสนอข่าวอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นความผิด ตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 14(1) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ลงในเว็บไซด์ ดังนี้ บริษัท ก.มีความผิดตามกฎหมายดังกล่าวด้วยหรือไม่

a)

ไม่มี เพราะบุคคลอื่นควบคุมดูแลบริหารจัดการเว็บไซต์โดยบริษัท ก. มิได้เกี่ยวข้องกับข่าวดังกล่าวเลย

b)

ไม่มี เพราะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาจึงไม่ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

c)

มี เพราะบริษัท ก. เป็นผู้ให้บริการ

d)

มี เพราะนายจ้างต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้าง