NEW
Font size
Worksheetsตอบคำถามทางกฎหมาย2564
Total questions: 15
Worksheet time: 30mins
นายหล่อจดทะเบียนสมรสกับนางสวย ต่อมาทั้งสองคนได้จดทะเบียนหย่า และบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าเกี่ยวกับการยกที่ดินพร้อมบ้านแก่นางสวย โดยการจดทะเบียนหย่ามีสาเหตุมาจากธุรกิจการค้าของนายหล่อ ต่อมาทั้งคู่ได้จดทะเบียนหย่าแต่ทั้งคู่ก็ยังคงอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน และยังดูแลกันเมื่อเจ็บไข้ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ร่วมกันจนกระทั้งนายหล่อถึงแก่ความตาย ดังนี้ การสมรส และการจดทะเบียนหย่าและบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่ากระทำขึ้นมีผลอย่างไร
การสมรสไม่มีผลแล้ว เพราะการหย่าทำถูกต้องตามแบบ คือ การ
จดทะเบียน การจดทะเบียนหย่าและบันทึก ข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า
มีผลตามกฎหมาย
การสมรสไม่มีผลแล้ว เพราะเป็นการจดทะเบียนหย่าโดยชอบด้วยกฎหมาย และด้วยใจสมัคร เพียงแต่บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าไม่มีผลตามกฎหมายเพราะยังคงอยู่กินกันฉันสามีภริยา
การสมรสยังคงมีอยู่ เพราะการจดทะเบียนหย่าที่ไม่ประสงค์ให้ผูกพันตกเป็นโมฆะ และบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าใช้บังคับมิได้
การสมรสยังคงมีอยู่ เพราะศาลยังไม่มีคำพิพากษาให้หย่า และบันทึกข้อตกลงการหย่าใช้บังคับมิได้
การออกเช็คโดยไม่ได้ระบุชื่อผู้รับเงินและมิได้ขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือ เป็นเช็คที่สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่
สมบูรณ์ เพราะเช็คเป็นเอกสารรับรองโดยธนาคาร
สมบูรณ์ เพราะมีรายการครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
ไม่สมบูรณ์ เพราะการระบุชื่อและการขีดฆ่าคำว่าผู้ถือเป็นสาระสำคัญของเช็ค
ไม่สมบูรณ์ เพราะไม่อาจทราบได้ว่าเป็นเช็คชนิดผู้ถือ หรือชนิดระบุชื่อ
นายจันทร์ ใช้อาวุธปืนยิง นายอังคาร นายพุธ และนายพฤหัส ในขณะที่บุคคลทั้ง 3 นั่งโดยสารอยู่บนกระบะด้านหลังรถของนายศุกร์ เป็นจำนวน 12 นัด โดยอยู่ห่างกันเพียง 2-3 เมตร โดยนายอังคารตาบอด นายพุธแขนพิการ และนายพฤหัสทุพลภาพ นอกจากนั้นกระสุนถูกยังได้ถูกรถกระบะของนายศุกร์ ได้รับความเสียหายหลายแห่ง การกระทำของนายจันทร์เป็นการความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด
ทำร้ายร่างกายจนได้รับอันตรายสาหัส ต่อนายอังคาร นายพุธ นายพฤหัส นายศุกร์
ทำร้ายร่างการจนได้รับอันตรายสาหัส และทำให้เสียทรัพย์โดยพลาดต่อนายอังคาร นายพุธ นายพฤหัส และนายศุกร์
พยายามฆ่า ต่อนายอังคาร นายพุธ นายพฤหัส และกระทำโดยพลาดให้เสียทรัพย์ต่อนายศุกร์
พยายามฆ่า ต่อนายอังคาร นายพุธ นายพฤหัส และทำให้เสียทรัพย์ต่อนายศุกร์
นายโหดใช้ถุงพลาสติกซึ่งไม่มีช่องอากาศครอบศรีษะนายห้าว แล้วใช้เทปกาวพันรอบถุงบริเวณลำคอเพื่อทรมานนายห้าว โดยไม่มีเจตนาฆ่า แต่ทำนานเกินไปจนนายห้าวถึงแก่ความตาย ต่อมานายโหดเห็นสร้อยทองคำของนายห้าว จึงแอบหยิบไปเป็นของตนไม่ให้ใครรู้ ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
นายโหดผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฆ่าและผิดฐานลักทรัพย์
นายโหดผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฆ่าและผิดฐานชิงทรัพย์
นายโหดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและผิดฐานลักทรัพย์
นายโหดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและผิดฐานชิงทรัพย์
กำหนดระยะเวลาร้องขอให้มีการบังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 274 วรรค 1 นั้น หมายถึงคำพิพากษา หรือคำสั่งถึงที่สุดหรือไม่
ไม่ใช่ เพราะกฎหมายใช้ถ้อยคำเพียงว่า “นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง”
ไม่ใช่ เพราะการตีความกฎหมาย ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาที่แท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร
ใช่ เพราะการบังคับคดีจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วเท่านั้น
ใช่ เพราะหากคำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด ย่อมอาจถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยศาลที่สูงกว่า
ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ในที่ดินซึ่งตกเป็นทางภาระจำยอม ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อการบังคับคดีมีปัญหาอันเนื่องจากโจทก์และจำเลยแปลคำพิพากษาแตกต่างกัน จะสามารถร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นนี้ได้หรือไม่
ไม่ได้ เพราะเจ้าของรวมถือว่าเป็นคู่ความในคดี มิใช่บุคคลภายนอก
ไม่ได้ เพราะคู่ความไม่ได้ขอให้ศาลมีหมายเรียกเจ้าของรวมเข้ามาในคดี
ได้ เพราะเจ้าของรวมมีสิทธิ์ใช้สอย จำหน่าย จ่าย โอน ติดตาม ทวงคืนแก่ทรัพย์ของตน
ได้ เพราะเจ้าของรวมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานโกงเจ้าหนี้ และศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องไปแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยในการกระทำเดียวกันอีก แต่การบรรยายฟ้องไม่ตรงกันทุกตอนและบทมาตราที่ขอให้ลงโทษแตกต่างกันบางมาตรากับคดีก่อน ดังนี้ ฟ้องโจทก์ต้องห้าม ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 36 หรือไม่
ไม่ต้องห้าม เพราะบรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษแตกต่างกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
ไม่ต้องห้าม เพราะคดีก่อนศาลยังไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคดี
ต้องห้าม เพราะเป็นการกระทำเดียวกัน
ต้องห้าม เพราะเมื่อถอนฟ้องไปแล้วคดีย่อมเลิกกัน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 37
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยเห็นว่า ฟ้องมิได้บรรยายให้ครบองค์ประกอบของความผิด ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎมายได้หรือไม่
ไม่ได้ เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ
ไม่ได้ เพราะแม้จะอาศัยเหตุผลในการพิพากษายกฟ้องต่างกัน แต่ก็ไม่ผลไม่แตกต่างกับศาลชั้นต้น
ได้ เพราะการยกฟ้องสองศาลที่ต้องห้ามฎีกา หมายถึง ยกฟ้องด้วยเหตุทำนองเดียวกัน
ได้ เพราะประเทศไทยใช้การพิจารณาคดีระบบไต่สวน คู่ความสามารถใช้สิทธิในการดำเนินคดีได้เต็มที่
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Cyber Security) ของเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม
ความทันสมัย (Topicality)
ความลับ (Confidentiality)
ความคงสภาพ (Integrity)
ความพร้อมใช้ (Availability)
ประธานศาลฎีกาคนที่ 26 ของประเทศไทยมีชื่อว่าอะไร
นายประมาณ ชันซื่อ
นายสัญญา ธรรมศักดิ์
นายโสภณ รัตนากร
นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 334 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี และปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ต่อศาลจังหวัดตราด นายแดงผู้พิพากษาศาลจังหวัดตราดเจ้าของสำนวนพิจารณาคดีแล้วเสร็จและนัดฟังคำพิพากษา นายแดงเห็นว่า ควรพิพากษาลงโทษจำคุก ๑ ปี และปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากจำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงรอการลงโทษจำคุกไว้ ๒ ปี นายแดงนำสำนวนไปปรึกษานายธรรมผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตราด นายธรรมตรวจสำนวนแล้วเห็นว่าไม่ควรรอการลงโทษแต่ยอมเห็นด้วยกับนายแดงและลงลายมือชื่อในคำพิพากษา ดังนี้ นายธรรมมีอำนาจร่วมทำคำพิพากษาหรือไม่
ไม่ได้ เพราะความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ต้องฟ้องต่อศาลจังหวัด
ไม่ได้ เพราะเกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา
ได้ เพราะโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปี
ได้ เพราะทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท
พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ทรงรวบรวมกฎหมายตราสามดวง โดยให้ชื่อว่ากฎหมายใด
พระราชศาสตร์
พระธรรมศาสตร์
กฎหมายราชบุรี
กฎหมายลักษณะอาญา
พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ทรงศึกษาภาษาอังกฤษขั้นต้นจากแห่งใด
สำนักครูรามสามิ
สำนักพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อยอาจารยางกูร)
สำนักพระยาโอวาทวรกิจ (แก่นเปรียญ)
โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ
นายดุ นำภาพของนายเดือด โพสท์ลงในเฟสบุคของตนเอง พร้อมระบุข้อความว่า “ไอ้คนชั่ว วางระเบิดป่วนเมือง” การกระทำของนายดุ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 หรือไม่
เป็น เพราะ เป็นการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 14 (1)
เป็น เพราะ เป็นการจงใจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงทางคอมพิวเตอร์
ไม่เป็น เพราะ เป็นการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา
ไม่เป็น เพราะ ข้อเท็จจริงยังไม่ยุติ ว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จหรือไม่
บริษัท ก. เป็นเจ้าของเว็บไซด์ข่าวออนไลน์ ได้ว่าจ้างบริษัท ข.ควบคุมดูแลบริหารจัดการเว็บไซต์ ต่อมาบริษัท ข.ได้นำเสนอข่าวอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นความผิด ตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 14(1) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ลงในเว็บไซด์ ดังนี้ บริษัท ก.มีความผิดตามกฎหมายดังกล่าวด้วยหรือไม่
ไม่มี เพราะบุคคลอื่นควบคุมดูแลบริหารจัดการเว็บไซต์โดยบริษัท ก. มิได้เกี่ยวข้องกับข่าวดังกล่าวเลย
ไม่มี เพราะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาจึงไม่ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
มี เพราะบริษัท ก. เป็นผู้ให้บริการ
มี เพราะนายจ้างต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้าง
