wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การสอดแทรก

Total questions: 10

Worksheet time: 4mins

Name
Class
Date
1.

1. เมื่อคลื่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดอาพันธ์เคลื่อนที่มาพบกัน ลักษณะในข้อใดของคลื่นที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

a)

เกิดการรวมกันแบบเสริมและแบบหักล้างกัน

b)

เกิดการรวมกันของคลื่นที่มีรูปแบบไม่แน่นอน เรียกว่า การเลี้ยวเบน

c)

เกิดการรวมกันของคลื่นที่มีรูปแบบไม่แน่นอน เรียกว่า การแทรกสอด

d)

ตำแหน่งที่แอมพลิจูดของคลื่นทั้งสองรวมตัวกันแบบเสริมแล้ว มีการกระจัดมากที่สุด เรียกว่า ปฏิบัพ

2.

2. คลื่นน้ำสองขบวนเคลื่อนที่เข้าหากัน คือสมบัติใดของคลื่น

a)

การสะท้อน

b)

การหักเห

c)

การแทรกสอด

d)

การเลี้ยวเบน

3.

3. คลื่น A และคลื่น B เคลื่อนที่มารวมกันที่จุดๆ หนึ่ง เงื่อนไขใดที่ไม่ทำให้เกิดการแทรกสอดแบบเสริมกัน

a)

ท้องคลื่น A เจอกับท้องคลื่น B โดยแอมปลิจูดของคลื่นทั้งสองเท่ากัน

b)

สันคลื่น A เจอกับสันคลื่น B โดยแอมปลิจูดของคลื่นทั้งสองเท่ากัน

c)

สันคลื่น A เจอกับสันคลื่น B โดยแอมปลิจูดของคลื่นทั้งสองต่างกัน

d)

ท้องคลื่น A เจอกับสันคลื่น B โดยแอมปลิจูดของคลื่นทั้งสองเท่ากัน

e)

ท้องคลื่น A เจอกับท้องคลื่น B โดยแอมปลิจูดของคลื่นทั้งสองต่างกัน

4.

4. เมื่อสันคลื่นกับสันคลื่นเคลื่อนที่มารวมกันคลื่นลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะมีสันคลื่นที่สูงกว่าเดิม และท้องคลื่นกับท้องคลื่นเคลื่อนที่มารวมกันคลื่นลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะมีท้องคลื่นที่ลึกกว่าเดิม เรียกว่าอะไร

a)

ปฏิบัพ Antinode

b)

บัพNode

5.

5. เมื่อสันคลื่นกับท้องคลื่นเคลื่อนที่มารวมกันคลื่นลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะมีสันคลื่นที่ต่ำกว่าเดิม และท้องคลื่นตื้นกว่าเดิม เรียกว่าอะไร

a)

ปฏิบัพ Antinode

b)

บัพNode

6.

6. เมื่อจุด P ไปตกที่ตำแหน่งปฏิบัพ (Antinode) สมการคำนวณของการแทรกสอดว่าอย่างไร

a)

S1PS2P = nα\left|S_1P-S_2P\right|\ =\ n\alpha

b)

S1PS2P = nλ\left|S_1P-S_2P\right|\ =\ n\lambda

c)

S1PS2P =( n12)α\left|S_1P-S_2P\right|\ =\left(\ n-\frac{1}{2}\right)\alpha

d)

S1PS2P =( n12)λ\left|S_1P-S_2P\right|\ =\left(\ n-\frac{1}{2}\right)\lambda

7.

7. เมื่อจุด P ไปตกที่ตำแหน่งบัพ (Node) สมการคำนวณของการแทรกสอดว่าอย่างไร

a)

S1PS2P = nα\left|S_1P-S_2P\right|\ =\ n\alpha

b)

S1PS2P = nλ\left|S_1P-S_2P\right|\ =\ n\lambda

c)

S1PS2P =( n12)α\left|S_1P-S_2P\right|\ =\left(\ n-\frac{1}{2}\right)\alpha

d)

S1PS2P =( n12)λ\left|S_1P-S_2P\right|\ =\left(\ n-\frac{1}{2}\right)\lambda

8.

8. ในการณีที่จุดที่พิจารณานั้นอยู่ไกล ๆ โดยทำมุมเอียง  θ\theta  กับแนวกลาง  A0A_0  สมการในแนวปฏิบัพมีว่าอย่างไร

a)

 S1PS2P = nλ\left|S_1P-S_2P\right|\ =\ n\lambda 

b)

 S1PS2P =( n12)λ\left|S_1P-S_2P\right|\ =\left(\ n-\frac{1}{2}\right)\lambda 

c)

 dsinθ =( n12)λd\sin\theta\ =\left(\ n-\frac{1}{2}\right)\lambda 

d)

 dsinθ =nλd\sin\theta\ =n\lambda 

9.

9. ในการณีที่จุดที่พิจารณานั้นอยู่ไกล ๆ โดยทำมุมเอียง  θ\theta  กับแนวกลาง  A0A_0  สมการในแนวบัพมีว่าอย่างไร

a)

 S1PS2P = nλ\left|S_1P-S_2P\right|\ =\ n\lambda 

b)

 S1PS2P =( n12)λ\left|S_1P-S_2P\right|\ =\left(\ n-\frac{1}{2}\right)\lambda 

c)

 dsinθ =( n12)λd\sin\theta\ =\left(\ n-\frac{1}{2}\right)\lambda 

d)

 dsinθ =nλd\sin\theta\ =n\lambda 

10.

10. คลื่นสองแหล่ง ที่มีความยาว ความถี่ ความเร็ว เฟส เท่ากัน หมายถึง แหล่งกำเนิดคลื่น

a)

อาพันธ์

b)

อำพันธ์

c)

สัมพันธ์

d)

เดียวกัน