NEW
Font size
Worksheetsข้อสอบวัดผลกลางภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ม.5/3
Total questions: 45
Worksheet time: 2hrs 30mins
1.เนื้อเยื่อเจริญ หมายถึงข้อใด
ก. ผนังเซลล์บาง มีนิวเคลียสขนาดใหญ่
ข. เซลล์มีชีวิต และแบ่งตัวเองตลอดเวลา
ค .มีนิวเคลียสขนาดใหญ่ แวคิวโอลขนาดเล็ก
ง. มีช่องวางระหว่างเซลล์ เซลล์มีขนาดใหญ่
เนื้อเยื่อที่พบมากที่สุดในพืช คือ
ก. พาเรนไคมา
ข. คอลเลนไคมา
ค. สเคอเรนไคมา
ง. คอร์ก
เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ที่จัดเป็นเนื้อเยื่อพื้นฐานของพืช คือ
ก. พาเรนไคมา
ข. คอลเลนไคมา
ค. สเคอเรนไคมา
ง. สโตนเซลล์
ส่วนประกอบของเนื้อเยื่อไซเลม มีอะไรบ้าง
ก. เทรคีด คอมพาเนียลเซลล์ ไซเลมพาเรงคิมา เวสเซลล์
ข. ไซเลมไฟเบอร์ เทรคีด ไซเลมพาเรงคิมา เวสเซลล์
ค. ซีพทิวป์ เวสเซลล์ เทรคีด ไซเลมพาเรนคิมา
ง. ไซเลมพาเรงคิมา ไซเลมไฟเบอร์ เทรคีด ไฟเบอร์
จากภาพเนื้อเยื่อผิวใบ A คือข้อใด
ก.ไซเล็ม (xylem)
ข. เซลล์คุม (guard cell)
ค. เซลล์ผิว (epidermal cell)
ง. พาเรงคิมา (parenchyma)
ส่วนที่เป็นถุงดักแมลงของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงปรับเปลี่ยนมาจากส่วนของพืชข้อใด
ก. ใบ
ข. ผล
ค. ดอก
ง. ลำต้น
ข้อใดทำให้ลำต้นยืดยาวขึ้น
ก. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย ข. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ ค. คอร์กแคมเบียม ง. วาสคิวลาร์แคมเบี
1. ข้อ ก และ ข
2. ข้อ ก และ ค
3. ข้อ ข และ ค
4. ข้อ ค และ ง
ข้อใดไม่ใช่รากสะสมในอาหาร
1. กระชาย หัวมันเทศ
2. หัวไชเท้า แครอท
3. หัวมันสำปะหลัง หัวบีท
4. หัวมันฝรั่ง หัวเผือก
เส้นใยพวกป่านศรนารายณ์ที่มีลักษณะเหนียวและเป็นเส้นยาว เจริญมาจากเนื้อเยื่อส่วนใดของพืช
1. พาเรงคิมา (parenchyma)
2. เอพิเดอร์มิส (epidermis)
3. คลอเรงคิมา (chlorenchyma)
4. สเกลอเรงคิมา (sclerenchyma)
ข้อใดทำให้ลำต้นยืดยาวขึ้น
ก. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย ข. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ ค. คอร์กแคมเบียม ง. วาสคิวลาร์แคมเบี
1. ข้อ ก และ ข
2. ข้อ ก และ ค
3. ข้อ ข และ ค
4. ข้อ ค และ ง
เซลล์ในข้อใดต่อไปนี้จะตายเมื่อโตเต็มที่แล้ว
1. เซลล์คุม (guard cell)
2. เซลล์เวสเซลเมมเบอร์ (vessel member)
3. เซลล์ประกบหรือเซลล์เพื่อน (companion cell)
4. เซลล์ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ (sieve tube member)
ข้อใดไม่ใช่รากสะสมในอาหาร
1. กระชาย หัวมันเทศ
2. หัวไชเท้า แครอท
3. หัวมันสำปะหลัง หัวบีท
4. หัวมันฝรั่ง หัวเผือก
ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเซลล์คุม (guard cell)
ก. เปลี่ยนแปลงมาจาก protoderm ข. มีคลอโรพลาสต์ในเซลล์
ค. คล้ายเมล็ดถั่ว และมีผนังเซลล์หนาเท่ากันทุกด้าน
1. ข้อ ก
2. ข้อ ค
3. ข้อ ก และ ข
4. ข้อ ก และ ค
เนื้อเยื่อใดของพืชทำหน้าที่เทียบได้กับโครงกระดูกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
1. chlorenchyma
2. Endodermis
3. Sclerenchyma
4. vascular bundle
ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของใบของพืชทนแล้ง (xerophyte)
ก. ปากใบเปิดปิดเวลากลางคืน ข. มีปากใบอยู่ต่ำกว่า epidermis ค. ใบมีขนาดใหญ่ มี cuticle หนา ป้องกันการคายน้ำ
1. ข้อ ข
2. ข้อ ก และ ข
3. ข้อ ก และ ค
4. ข้อ ข และ ค
ข้อใดเป็นจริงเกี่ยวกับเนื้อเยื่อผิวใบ (epidermis)
1. ผิวใบด้านนอกของบัวไม่มีปากใบ
2. เฉพาะเซลล์คุมเท่านั้นที่มีคลอโรพลาสต์
3. เซลล์ทุกเซลล์ของเนื้อเยื่อผิวใบมีคลอโรพลาสต์
4. ผิวใบด้านบนของชบามีจำนวนปากใบมากกว่าด้านล่าง
ข้อใดทำให้ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากขึ้น
ก. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย ข. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ
ค. คอร์กแคมเบียม ง. วาสคิวลาร์แคมเบียม
1. ข้อ ก และ ข
2. ข้อ ก และ ค
3. ข้อ ข และ ค
4. ข้อ ค และ ง
ในรากของพืชส่วนใดที่ทำหน้าที่ในการดูดน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ
ขนราก
ปลายสุดของราก
รากส่วนที่มีสีเขียว
ทุกส่วนของรากที่อยู่ใต้ผิวดิน
ข้อใดคือเนื้อเยื่อชั้นนอกสุดของราก และลำต้น
Endodermis
Epidermis
Cortex
Stele
เมื่อดูชิ้นส่วนที่ตัดตามขวางของรากพืชด้วยกล้องจุลทรรศน์และพบว่าใจกลางของชิ้นส่วนนั้นเป็นเนื้อเยื่อไซเลม แสดงว่าชิ้นส่วนนั้นเป็นข้อใด
รากของพืชใบเลี้ยงคู่
ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่
รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
ส่วนอื่นๆ ของลำต้นนอกจากเมล็ด
ข้อใดคือความแตกต่างระหว่างรากพืชใบเลี้ยงคู่และรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
ใบเลี้ยงคู่มีPhloemอยู่ตรงกลางใบเลี้ยงเดี่ยวมีPithด้านนอก
ใบเลี้ยงคู่มีXylemตรงกลางใบเลี้ยงเดี่ยวมีPithตรงกลาง
ใบเลี้ยงคู่มี Endodermis ใบเลี้ยงเดี่ยวไม่มี
ใบเลี้ยงคู่มีEpidermis 2 ชั้น ใบเลี้ยงเดี่ยวมีEpidermis 3 ชั้น
ลักษณะของ endodermis ในรากและลำต้นมีลักษณะตามข้อใด
ในรากไม่มี endodermis
ในลำต้นมี endodermis ที่แคบกว่าในราก
ในลำต้นเห็นได้ไม่ชัดเจนแต่ในรากมีและเป็นเซลล์เรียงกันชั้นเดียว
ในลำต้นไม่มี endodermis ในรากจะมี endodermis เรียงอยู่หลายๆ ชั้น
ถ้าควั่นต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และทิ้งไว้นาน ๆ ผลจะเป็นอย่างไร
พืชจะตายเพราะรากขาดอาหาร
พืชจะตายเพราะน้ำไม่ถูกลำเลียง
พืชจะยังคงมีชีวิตอยู่เพราะมีท่อลำเลียงกระจาย
โอกาศรอดและตายมีเท่ากัน
วงปี (anual ring) ของพืชเกิดขึ้นได้
ทั้งในลำต้นและรากพืชใบเลี้ยงคู่
เฉพาะในลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่เท่านั้น
ในลำต้น รากพืชใบเลี้ยงคู่ ทุกชนิดและในลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวบางชนิด
ในลำต้นของพืชจำพวกสน
เยื่อที่ขูดออก หลังการควั่นและลอกเปลือกไม้ เพื่อตอนกิ่งไม้ คือ
parenchyma
phloem
xylem
cambium
น้ำยางจากต้นยางพาราที่เรากรีดได้ ส่วนใหญ่จะได้จากเซลล์ที่พบในเนื้อเยื่อพวก
phloem
cortex
xylem
epidermis
ถ้าตัดต้นไม้ยืนต้นตามขวาง มีอายุ 1 ปี พบว่า เนื้อเยื่อชนิดต่าง ๆ เรียงลำดับจากชั้นในสุดออกมาด้านนอก ดังนี้
ไซเลม โฟลเอ็ม แคมเบียม
ไซเลม แคมเบียม โฟลเอ็ม
โฟลเอ็ม แคมเบียม ไซเลม
แคมเบียม โฟลเอ็ม ไซเลม
การคายน้ำในรุปของหยดน้ำเรียกว่าอะไร
Hydrophyte
Guttation
Conduction
ถูกทุกข้อ
พืชที่อยู่ในเขตร้อนต้องมีการปรับตัวอย่างไรเพื่อลดการคายน้ำ
เปิดปากใบกลางวัน-ปิดกลางคืน
ปิดปากใบกลางวัน-เปิดกลางคืน
ลดรูปของใบจนเป็นหนาม
ถูกทั้ง ก และ ข
สารใดที่ช่วยป้องกันการคายน้ำที่ผิวใบ
คิวติน
เมลานิน
ซูเบอริน
ลิกนิน
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการคายน้ำ
พืชคายน้ำได้เฉพาะที่ใบ
การคายน้ำของพืชเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
การคายน้ำช่วยให้พืชลำเลียงธาตุอาหารได้ดีขึ้น
การคายน้ำของพืชช่วยให้การลำเลียงน้ำดีขึ้น
ถ้าควั่นเปลือกของต้นไม้ออกจะกระทบกับระบบใดของพืช
การคายน้ำ
การลำเลียงน้ำ
การสังเคราะห์ด้วยแสง
การลำเลียงอาหาร
ธาตุอาหารหลักของพืช คือข้อใด
N P K
Ca Mg S
Mn B Cl
Fe Zn Cu
พืชชนิดหนึ่งมีลักษณะใบเหลือง ลำต้นกิ่งก้านเล็ก และเติบโตค่อนข้างช้า แสดงว่าพืชชนิดนี้ขาดธาตุในข้อใด
โพแทสเซียม
ฟอสฟอรัส
ไนโตรเจน
แคลเซียม
ธาตุอาหารที่เป็นสารอาหารรองของพืช คือธาตุกลุ่มใด
คลอรีน โบรอน สังกะสี
กำมะถัน โพแทสเซียม เหล็ก
แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง
ไนโตรเจน แคลเซียม กำมะถัน
เนื้อเยื่อเจริญของพืชมีกี่ประเภท (Meristematic tissue )ได้แก่อะไรบ้าง
2 ประเภท ได้แก่เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย (Apical meristem)
เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง (Lateral meristem)
2 ประเภท ได้แก่เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย (Apical meristem)
เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อหรือเนื้อเยื่อเจริญระหว่างปล้อง (Intercalary meristem)
3 ประเภท ได้แก่ เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายราก (Apical root meristem) เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายยอด (Apical meristem)เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อหรือเนื้อเยื่อเจริญระหว่างปล้อง (Intercalary meristem)
3 ประเภท ได้แก่ เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย (Apical meristem)เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อหรือเนื้อเยื่อเจริญระหว่างปล้อง (Intercalary meristem) เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง (Lateral meristem)
ข้อใดคือโครงสร้างภายในลำต้นใบเลี้ยงคู่
ข้อใดไม่ใช้หน้าที่ของใบพืช
สังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis)
คายน้ำ (Transpiration)
ขนส่งสารอาหาร ( Transportation)
แลกเปลี่ยนแก๊สหรือการหายใจ (Respiration)
ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวการกระจายของ Vascular bundle ทำให้เห็นโครงสร้างใดไม่ชัดเจน
Pholem
Xylem
Cortex
Epidermis
