wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บริหารธถรกิจ ม.6-2

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นเป้าหมายในการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค

a)

เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค

b)

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

c)

เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

d)

ถูกทุกข้อ

2.

ข้อใดไม่ใช่การแบ่ง Generation ของผู้บริโภคตามช่วงอายุ

a)

Baby Boomer

b)

Gen C

c)

Gen X

d)

Gen Y

3.

เป็นผู้ที่เกิดในยุคหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 คือคนในกลุ่มใด

a)

Baby Boomer

b)

Gen X

c)

Gen Y

d)

Gen Z

4.

ข้อใดเป็นพฤติกรรมในการซื้อสินค้าหรือบริการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน

a)

ค้นคว้าหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า

b)

มีการบอกต่อประสบการณ์ในการใช้สินค้าผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ

c)

ซื้อสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

d)

ถูกทุกข้อ

5.

ข้อใดคือประโยชน์ของการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค

a)

เพื่อหาความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

b)

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ตรงใจมากที่สุด

c)

เพื่อหาช่องทางการทำการตลาดที่เหมาะสมกับผู้บริโภคแต่ละบุคคล

d)

ถูกทุกข้อ

6.

คนกลุ่มที่ต้องการความชัดเจนในการทำงาน มักจะตั้งคำถามกับหัวหน้าหรือผู้บริหารอยู่เสมอว่าสิ่งที่ตนทำนั้นมีผลอย่างไร หรือทำไปเพื่ออะไร ชอบงานที่ท้าทาย มีความคาดหวังรายได้ที่ค่อนข้างสูง และต้องการคำชมจากผู้บังคับบัญชา เป็นพฤติกรรมของคนในกลุ่มใด

a)

Baby Boomer

b)

Gen X

c)

Gen Y

d)

Gen Z

7.

“ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่สร้างผลดีต่อสังคมและมีความสามารถในการตอบสนองกับความต้องการของพวกเขาโดยเฉพาะ (personalization) เท่านั้น” เป็นพฤติกรรมของคนในกลุ่มใด

a)

Baby Boomer

b)

Gen X

c)

Gen Y

d)

Gen Z

8.

ข้อใดเป็นอิทธิพลที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป

a)

เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

b)

การระบาดของโควิด-19

c)

ความเร็วของอินเตอร์เน็ต

d)

ถูกทุกข้อ

9.

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอน Customer Journey ได้ถูกต้อง

a)

Advocacy, Awareness, Consideration, Purchase, Retention

b)

Awareness, , Purchase, Consideration, Retention, Advocacy

c)

Awareness, Consideration, Purchase, Retention, Advocacy

d)

Consideration, Awareness, Purchase, Advocacy, Retention

10.

กลุ่มเป้าหมายจะทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการที่มีอยู่จากแหล่งต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบแล้วจึงตัดสินใจว่าจะทำการซื้อจากที่ใด เป็นขั้นตอนใดของ Customer Journey

a)

Advocacy

b)

Awareness

c)

Consideration

d)

Purchase

11.

เมื่อแบรนด์สามารถทำให้ลูกค้าประทับใจ จนเป็นความจงรักภักดีในตราสินค้าจนเปลี่ยนจากลูกค้าทั่วไปกลายมาเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์ เป็นขั้นตอนใดของ Customer Journey

a)

Advocacy

b)

Awareness

c)

Consideration

d)

Retention

12.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

Customer Journey เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราวางแผนการตลาดได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

b)

Customer Journey ช่วยในการทำความเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ ของลูกค้าตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า จนถึงหลังจากตัดสินใจซื้อสินค้าไปแล้ว

c)

Customer Journey มีอยู่ทั้งหมด 5 ขั้นตอน

d)

ในแต่และประเภทธุรกิจ Customer Journey ต้องเหมือนกัน

13.

ในการเปรียบเทียบเพื่อตัดสินใจ (Consideration) ผู้บริโภคมีวิธีการเปรียบเทียบได้อย่างไรบ้างในปัจจุบัน

a)

ดู Review จากผู้ใช้จริง

b)

Search หาข้อมูลผ่าน Google

c)

ถามเพื่อนที่เคยใช้

d)

ถูกทุกข้อ

14.

ข้อใดเป็นการอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการซื้อให้กับลูกค้า

a)

เพิ่มการชำระเงินให้ใหลายช่องทาง

b)

สามารถซื้อสินค้าได้ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

c)

มีการรับประกันความพอใจ

d)

ถูกทุกข้อ

15.

ข้อใดคือเทคนิคทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลต่างๆของลูกค้ามาวิเคราะห์แล้วจึงกำหนดว่ากลยุทธ์ทางการตลาดหรือกิจกรรมแบบใด ซึ่งเปรียบได้กับการทำนายพฤติกรรมล่วงหน้าของลูกค้าจากข้อมูลที่บริษัทมีอยู่เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุด

a)

Predictive Marketing

b)

Contextual Marketing

c)

Agile Marketing

d)

ไม่มีข้อถูก

16.

ข้อใดจัดเป็นรูปแบบของ Content Marketing

a)

บล็อกโพสต์

b)

อีบุ๊ค

c)

พ็อดแคสท์

d)

ถูกทุกข้อ

17.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบของแบรนด์

a)

โลโก้

b)

ชื่อ

c)

การออกแบบ

d)

ถูกทุกข้อ

18.

ข้อใดคือความสำคัญของการสร้างแบรนด์

a)

สร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัทได้

b)

ทำให้ลูกค้าจดจำได้

c)

สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรได้

d)

ถูกทุกข้อ

19.

การมีแบรนด์ที่ดีจะทำให้พนักงานเกิดความภักดีกับองค์กร และมีอัตราการลาออกที่ลดลงจัดเป็นความสำคัญของการสร้างแบรนด์ในด้านใด

a)

สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร

b)

ช่วยลดต้นทุนให้กับองค์กร

c)

ช่วยให้ทำการตลาดได้ง่ายขึ้น

d)

ทำให้ลูกค้าจดจำได้

20.

ข้อใดไม่ใช่บุคลิกภาพของแบรนด์

a)

Luxury

b)

Excitement

c)

Sophistication

d)

Sincerity

21.

บุคลิกภาพของแบรนด์เครื่องสำอางค์หรือสินค้าแบรนด์เนมควรเป็นแบบใด

a)

Sophisticated

b)

Ruggedness

c)

Competence

d)

Sincerity

22.

ข้อใดไม่ใช่การสื่อสารทางการตลาดที่เหมาะสม

a)

มี Content ที่ดีในการสื่อสาร

b)

เลือก Influencer ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

c)

ไม่จำเป็นต้องทำการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์

d)

ต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์

23.

ข้อใดไม่ใช่การที่แบรนด์แสดงถึงความเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

a)

การสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภค

b)

รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภค

c)

สร้างความผูกพันธ์กับผู้บริโภค

d)

สร้างคุณประโยชน์ให้ผู้บริโภค

24.

เหตุใดจึงมีการนำคุณลักษณะของผู้นำที่ดึงดูดใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชา มาปรับใช้กับคุณลักษณะของแบรนด์

a)

เพื่อการโน้มน้าวใจผู้บริโภคให้ง่ายขึ้น

b)

สร้างความเป็นกันเองระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

c)

ถูกทั้ง ก และ ข

d)

ไม่มีข้อถูก

25.

ภาวะผู้นำแบบใดที่เหมาะสมกับองค์กรที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง

a)

Transactional

b)

Transformational

c)

Empathy

d)

Positive

26.

ข้อใดเกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำ

a)

การนำผู้คน

b)

กำหนดเป้าหมาย

c)

สร้างแรงจูงใจ

d)

ถูกทุกข้อ

27.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการตีความหมายภาวะผู้นำในเชิงทุนนิยม

a)

ที่ดิน

b)

ความสัมพันธ์

c)

เงิน

d)

ของรางวัล

28.

สิ่งใดเป็นข้อความที่ระบุอนาคตที่ต้องการไปถึงขององค์กร

a)

วิสัยทัศน์

b)

ภารกิจ

c)

กลยุทธ์

d)

ยุทธศาสตร์

29.

ธุรกิจขนาดใดที่ความสัมพันธ์ของผู้นำและผู้ตามห่างเหินกัน

a)

ธุรกิจขนาดเล็ก

b)

ธุรกิจขนาดกลาง

c)

ธุรกิจขนาดใหญ่

d)

ธุรกิจครอบครัว

30.

ธุรกิจขนาดใดที่ผู้นำต้องทำงานหลากหลายและลงมือทำร่วมกับผู้ตามในงานเกือบทั้งหมด

a)

ธุรกิจขนาดเล็ก

b)

ธุรกิจขนาดกลาง

c)

ธุรกิจขนาดใหญ่

d)

ธุรกิจทุกขนาด