wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

MID

Total questions: 20

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร ความดัน และอุณหภูมิ เรียกว่า กฎอะไร

a)

กฎบอยส์

b)

กฎชาร์ล

c)

กฎเกย์ลูซแซค

d)

กฎรวมแก๊ส

2.

ลูกปิงปองบุบ สอดคล้องกับกฎของใคร

a)

กฎบอยส์

b)

กฎชาร์ล

c)

กฎเกย์ลูซแซค

d)

กฎอาโวกาโดร

3.

หากนำกระป๋องสเปรย์ซึ่งมีแก๊สบรรจุไปวางใกล้เปลวไฟหรือที่ๆอุณหูมิสูงขึ้น นร.คิดว่าจะเกิดสิ่งใด

a)

กระป๋องสเปรย์ขยายตัวตามกฎของชาร์ล

b)

ความดันภายในกระป๋องเพิ่มขึ้นจนอาจเกิดการระเบิดตามกฎของชาร์ล

c)

ความดันภายในกระป๋องเพิ่มขึ้นจนอาจเกิดการระเบิดตามกฎของเกย์ลูซแซค

d)

กระป๋องสเปรย์ไม่สามารถขยายตัว ความดันภายในกระป๋องลดลง

4.

ที่ความดัน 1.5 บรรยากาศ คิดเป็นกี่มิลลิเมตรปรอท

a)

760

b)

0.76

c)

1520

d)

1140

5.

กฎแก๊สในอุดมคติ ค่า R มีค่าเป็นเท่าใด

a)

R= 0.0821 L•atm/mol•K

b)

R= 8.33 J/mol•K

c)

R= 0.0831 L•atm/mol•K

d)

R= 0.0821 L•atm/mol

6.

เมื่อความดันและจำนวนโมลคงที่ ปริมาตรแปลผันตรงกับอุณหภูมิ

เป็นกฎของใคร

a)

กฎบอยส์

b)

กฎชาร์ล

c)

กฎเกย์ลูซแซค

d)

กฎแก๊สในอุดมคติ

e)

กฎอาโวกาโดร

7.

P1V1=P2V2 เป็นกฎของใคร

a)

บอย

b)

ชาร์ล

c)

เกย์ลูซแซค

d)

อาโวกาโดร

8.

ข้อใดกล่าวถึงกฏเกย์ลูซแซคได้ถูกต้อง

a)

เมื่อจำนวนโมลและปริมาตรคงที่ ความดันแปลผกผันกับอุณหภูมิ

b)

เมื่อจำนวนโมลและความดันคงที่ ปริมาตรแปลผันตรงกับอุณหภูมิ

c)

เมื่อจำนวนโมลและปริมาตรคงที่ ความดันแปลผันตรงกับอุณหภูมิ

d)

เมื่อจำนวนโมลและอุณหภูมิคงที่ ความดันแปลผกผันกับปริมาตร

9.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับกฎอาโวกาโดร

a)

เมื่อ Tและ P คงที่ , V แปลผันตรงกับ n

b)

P1/T1 = P2/T2

c)

เมื่อ Tและ P คงที่ , V แปลผกผันกับ n

d)

เมื่อ Tและ V คงที่ , P แปลผันตรงกับ n

10.

กฎแก๊สอุดมคติ มีสูตรตรงตามข้อใด

a)

P=gRT/V

b)

PV=gRT/d

c)

PV=nRT

d)

P=nRTV

11.

ปฏิกิริยาMg (s) + 2HCl(aq) --> MgCl2(aq) + H2 (g) พบว่า เมื่อปฏิกิริยาใกล้จะสิ้นสุดนั้นอัตราการเกิดก๊าซไฮโดรเจนจะลดลง ทั้งนี้เพราะเหตุใด

a)

ผลิตภัณฑ์รวมตัวกันกลับไปเป็นสารตั้งต้นมากขึ้น

b)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นลดลง

c)

อุณหภูมิของผสมจะลดลงเนื่องจากพลังงานถูกใช้ไป

d)

ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นตัวขัดขวางปฏิกิริยา

12.

ข้อใดเป็นเหตุผลที่ถูกต้องที่สุดเพื่อแสดงว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น

a)

โมเลกุลของสารนั้นจะมีการชนกันมากขึ้น

b)

ทำให้ความดันเพิ่มขึ้น

c)

ทำให้พลังงานกระตุ้นเพิ่มขึ้น

d)

โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานจลน์สูงขึ้น

13.
a)

คายความร้อน 25 kJ/mol

b)

คายความร้อน 175 kJ/mol

c)

ดูดความร้อน 25 kJ/mol

d)

ดูดความร้อน 175 kJ/mol

14.

การทดลองในข้อใดมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่สูงที่สุดที่อุณหภูมิเดียวกัน

a)

ใส่แผ่นสังกะสี 1 ชิ้น หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3

b)

ใส่แผ่นสังกะสี 2 ชิ้น หนัก 0.5 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3

c)

ใส่สังกะสีผงละเอียดหนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 1 mol/dm3

d)

ใส่สังกะสีผงละเอียดหนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 2 mol/dm3

15.

ตามทฤษฎีการชนกันของโมเลกุล และทฤษฎีจลน์ของก๊าซข้อใดเป็นขั้นตอนที่กำหนดอัตราเร็วของปฏิกิริยารวม

a)

ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปช้าที่สุด

b)

ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นแรก

c)

ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปเร็วที่สุด

d)

ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นสุดท้าย

16.

ข้อสรุปใดต่อไปนี้ผิด

a)

โมเลกุลชนกันทุกครั้งต้องเกิดปฏิกิริยา หากมีพลังงานกระตุ้นเพียงพอ

b)

ถ้าพลังงานของสารตั้งต้นมากกว่าสารผลิตภัณฑ์ เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยาลดลง

d)

เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น

17.

พิจารณาปฏิกิริยาต่อไปนี้

2NO (g) + 2H2(g) ---> N2 (g) + 2H2O (g)

การเปลี่ยนแปลงใดที่ ไม่ ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

a)

เพิ่มจำนวนโมเลกุลของก๊าซ NO เป็น 2 เท่า

b)

เพิ่มอุณหภูมิของระบบ

c)

เพิ่มปริมาตรของระบบ

d)

เติมตัวเร่งปฏิกิริยา

18.

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยา A เร็วกว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยา B เพราะพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา A น้อยกว่าของปฏิกิริยา B

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยา A ช้ากว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยา B เพราะพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา A น้อยกว่าของปฏิกิริยา B

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยา A เท่ากับอัตราการเเกิดปฏิกิริยา B เพราะพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาเท่ากัน

d)

อัตราการเกิดปฏิกิริยา A เร็วกว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยา B เพราะพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา A มากกว่าของปฏิกิริยา B

19.

a)

ปฏิกิริยา A เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน /ปฏิกิริยา B เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

b)

ปฏิกิริยา A เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน /ปฏิกิริยา B เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน

c)

ทั้งปฏิกิริยา A และ B เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

d)

ทั้งปฏิกิริยา A และ B เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน

20.

จากกฎอัตรา R = k[A]2[B]0 ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ปฏิกิริยานี้ เป็นปฏิกิริยาอันดับศูนย์

b)

ค่าอันดับ m=0 และ n =2

c)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น A เท่านั้นที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยานี้

d)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น A และ B มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเท่ากัน