wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

จุลชีววิทยาทั่วไป

Total questions: 80

Worksheet time: 2hrs 32mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด จัดว่าเป็นจุลินทรีย์ชนิดแบบเป็นอนุภาค

a)

เชื้อ vibrio cholera

b)

เชื้อ Sacccharomyces

c)

เชื้อ ไข้หวัดใหญ่

d)

เชื้อ Lactobaillus

2.

จุลินทรีย์ข้อใดมีขนาดเซลล์ใหญ่ที่สุด

a)

แบคทีเรีย

b)

ยีสต์

c)

ไวรัส

d)

ไวรอยด์

3.

จุลินทรีย์ใดสังเคราะห์แสงได้

a)

สาหร่าย

b)

ราเขียว

c)

ผำ หรือ ไข่น้ำ

d)

ยีสต์ไวน์

4.

จุลินทรีย์ที่จัดว่าเป็นโปรคาริโอต คือ

a)

อาเคียร์

b)

ไวรัส

c)

ไพรออน / พริออน

d)

ไลเคนส์

5.

เป็นจุลินทรีย์กลุ่มใด รูปร่างเรียกว่า

a)

แบคทีเรีย bacilli

b)

แบคทีเรีย cocci

c)

ยีสต์ spiral

d)

ไวรัส vibrio

6.

รูปร่างแบบนี้เรียกว่า

a)

rod

b)

coccus

c)

spiral

d)

vibrio

7.

โครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่ คือ

a)

Flagella

b)

Capsule

c)

ribosome

d)

cell wall

8.

โครงสร้างที่สามารถยึดจับกับพื้นผิวได้ คือ

a)

Flagella

b)

Capsule

c)

ribosome

d)

cell wall

9.

โครงสร้างที่ทำให้เซลล์คงรูปร่าง คือ

a)

Flagella

b)

Capsule

c)

ribosome

d)

cell wall

10.

โครงสร้างใช้แบ่งแบคทีเรียเป็นแกรมลบ-แกรมบวก คือ

a)

Flagella

b)

Capsule

c)

ribosome

d)

cell wall

11.

แบคทีเรียมีการเพิ่มจำนวนโดยวิธี

a)

binary fission / แบ่งเซลล์ 1 เป็น 2 เซลล์

b)

สร้างสปอร์

c)

budding / แตกหน่อ

d)

ให้เซลล์เจ้าบ้านสร้างเซลล์ใหม่ให้

12.

แบคทีเรียที่ใหญ่ที่สุด คือ

a)

Thiomargarita namibiensis

b)

Nanoarchaeum equitans

c)

Aspergillus niger

d)

Coronavirus

13.

ยีสต์มีการเพิ่มจำนวนโดยวิธี

a)

binary fission / แบ่งเซลล์ 1 เป็น 2 เซลล์

b)

สร้างสปอร์

c)

budding / แตกหน่อ

d)

ให้เซลล์เจ้าบ้านสร้างเซลล์ใหม่ให้

14.

เชื้อรามีการเพิ่มจำนวนโดยวิธี

a)

binary fission / แบ่งเซลล์ 1 เป็น 2 เซลล์

b)

สร้างสปอร์

c)

budding / แตกหน่อ

d)

ให้เซลล์เจ้าบ้านสร้างเซลล์ใหม่ให้

15.

วิธีใดใช้ในการตรวจสอบชนิดจุลินทรีย์ที่ไม่รู้จัก

a)

DNA-DNA hybridization

b)

Dichotomus key

c)

cladogram

d)

การย้อมสีแกรม

16.

วิธีใดใช้ในการตรวจสอบความใกล้ชิดทางสายพันธุ์ของชนิดจุลินทรีย์

a)

DNA-DNA hybridization

b)

Dichotomus key

c)

cladogram

d)

การย้อมสีแกรม

17.

วิธีใดใช้เป็นแผนผังในการบ่งชี้ชนิดจุลินทรีย์ โดยผ่านการตอบคุณลักษณะเชื้อ "ใช่" - "ไม่ใช่"

a)

DNA-DNA hybridization

b)

Dichotomus key

c)

cladogram

d)

การย้อมสีแกรม

18.

วิธีนี้ คือ

a)

DNA-DNA hybridization

b)

Dichotomus key

c)

cladogram

d)

การย้อมสีแกรม

19.

จากภาพ ข้อใดผิด

a)

Staphylococcus aureus เป็นแบคทีเรียแกรมบวก กลม

b)

Staphylococcus aureus ให้ผล coagulane บวก

c)

E. coli เป็นแบคทีเรียแกรมบวก ท่อน

d)

E. coli ให้ผลการใช้น้ำตาลแลคโตสเป็น บวก

20.

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์ คือ

a)

น้ำ

b)

ออกซิเจน

c)

อุณหภูมิ

d)

ความเป็นกรด-เบส

21.

ข้อใดไม่ใช่ ผลของปัจจัยทางอุณหภูมิ ที่มีต่อการมีชีวิตของจุลินทรีย์

a)

มีผลต่อผนังเซลล์จึงมีผลต่อการคงตัวรูปร่างเซลล์

b)

มีผลต่อโปรตีนภายในเซลล์

c)

มีผลต่อกลไกการทำงานเอนไซม์ในเซลล์

d)

มีผลต่อไขมันในเยื่อหุ้มเซลล์

22.

สารอาหารใด มีผลการสร้างพลังงาน

a)

ฟอสฟอรัส

b)

ไนโตรเจน

c)

คาร์บอน

d)

วิตามิน

23.

แหล่งพลังงานที่นำไปใช้ได้ทันที คือ

a)

แป้ง

b)

ข้าว

c)

กลูโคส

d)

ไรโบส

24.

สารใด จำเป็นต่อการสร้างกรดอะมิโน

a)

ธาตุเหล็ก

b)

ซิงค์ (ธาตุสังกะสี)

c)

คาร์บอน

d)

ไนโตรเจน

25.

อาหารพื้นฐานที่ใช้เลี้ยงแบคทีเรีย คือ

a)

Potato dextrose agar

b)

Eosin methlylene blue agar

c)

McConkey agar

d)

Nutrient agar

26.

จุลินทรีย์ข้อใด ตายยากที่สุด

a)

แบคทีเรียแกรมบวก

b)

แบคทีเรียแกรมลบ

c)

แบคทีเรีย เอนโดสปอร์

d)

ไวรัส

27.

การอุ่นอาหาร ควรอุ่นให้เดือดที่อุณหภูมิเท่าไร นานกี่นาที จุลินทรีย์จึงจะตายหมด

a)

25-35 C นาน 20-25 นาที

b)

35-45 C นาน 15-20 นาที

c)

45-60 C นาน 2-5 นาที

d)

80-100 C นาน 5-10 นาที

28.

ความร้อนแบบใด สามารถฆ่าจุลินทรีย์ได้ทั้งหมด

a)

ความร้อนชื้น ที่ 121 C 15 นาที

b)

ความร้อนแห้ง ที่ 60 C นาน 30 นาที

c)

ความเย็นเยือกแข็ง ที่ -80 C

d)

ความเย็น ในตู้เย็น ที่ 5 C

29.

Cold sterilization คือ

a)

การแช่เยือกแข็ง

b)

การทำแห้งเยือกแข็ง

c)

การตากแห็ง

d)

การฉายรังสี

30.

แสงจากหลอด UV เหมาะฆ่าเชื้อในสถานการณ์ใด

a)

เชื้อบนพื้นโต๊ะ

b)

เชื้อที่ล่องลอยในห้องปฏิบัติการ

c)

เชื้อในอาหารเลี้ยงเชื้อ

d)

เชื้อที่จานอาหารเลี้ยงเชื้อ

31.

คลื่นเสียงทำให้เกิดปรากฏการณ์ใด ที่มีผลทำให้เซลล์จุลินทรีย์แตก

a)

เกรวิเทชั่น (Gravitation)

b)

คาวิเทชั่น (Cavitation)

c)

โฟโตรีแอคชั่น (Photoreaction)

d)

ดาร์ค โฟโตรีเอติเวชั่น (Dark Photoreactivation)

32.

คือ การทดสอบใด

a)

ID 50

b)

Maximum Inhibition concentration

c)

Minimum Inhibition concentration

d)

disc diffusion method

33.

ID 50 คือ

a)

ความเข้มรังสี UV ที่มีผลทำให้เซลล์เกิดการกลายพันธ์ 50 %

b)

ปริมาณจุลินทรีย์ 50 เซลล์ที่ตายภายในเวลาที่สั้นที่สุด

c)

ความเข้มข้นต่ำสุดที่ทำให้จุลินทรีย์ตาย 50 %

d)

ปริมาณอาหาร 50 % ที่มีผลทำให้จุลินทรีย์เจริญได้ 2 เท่า

34.

กลไกนี้ คือ

a)

กลไกการดื้อยา

b)

กลไกการนำสารอาหารเข้าเซลล์

c)

กลไกการกลายพันธุ์

d)

กลไกการกำจัดของเสียในเซลล์

35.

จุดทำปฏิกิริยากับ substrate คือ

a)

co-factor

b)

co-enzyme

c)

allosteric site

d)

active site

36.

ในกลไก feed back inhibition สาร end product ทำปฏิกิริยาที่จุดใด

a)

co-factor

b)

co-enzyme

c)

allosteric site

d)

active site

37.

ปัจจัยใด มีผลทำให้จุลินทรีย์เกิดกระบวนการหมัก

a)

ไม่มีออกซิเจน

b)

ไม่มีกลูโคส

c)

ไม่มีความชื้น

d)

อุณหภูมิเย็น

38.

ในกระบวนการเมทาบอลิซึมสร้างพลังงาน ในทุกกระบวนการจะมีขั้นตอนใด

a)

ไกลโคไลซิส

b)

เปลี่ยนไพรูวิค เป็น อะซิติลโคเอ

c)

เครป ไซเคิล

d)

อิเลคตรอนทรานสปอร์ต

39.

ในกระบวนการเมทาบอลิซึมขั้นตอนใด สร้างพลังงานเอทีพี ได้มากที่สุด

a)

ไกลโคไลซิส

b)

เปลี่ยนไพรูวิค เป็น อะซิติลโคเอ

c)

เครป ไซเคิล

d)

อิเลคตรอนทรานสปอร์ต

40.

NADH 5 โมเลกุล และ FADH2 จำนวน 10 โมเลกุล เมื่อเข้าสู่ electron transport จะได้กี่เอทีพี

a)

35 ATP

b)

45 ATP

c)

55 ATP

d)

0 ATP

41.

สารโมเลกุลใหญ่ (Macro molecule) ใด ที่นำไปสร้าง เยื่อหุ้มเซลล์

a)

ไลปิด

b)

กลูโคส

c)

แป้ง

d)

กรดนิวคลีอิค

42.

หน่วยย่อยของไขมัน คือ

a)

กรดไขมัน และ กลีเซอรอล

b)

นิวคลีโอไทด์

c)

กรดอะมิโน

d)

แวซ์ (wax) และ Fxi9uo

43.

อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญของแบคทีเรีย คือ

a)

25

b)

37

c)

45

d)

60

44.

อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญของรา คือ

a)

25

b)

37

c)

45

d)

60

45.

ระยะการเจริญใดที่มีการสร้างสาร 2 nd เมทาบอไลต์ (สารปฏิชีวนะ)

a)

Lag

b)

Log

c)

Stationary

d)

Death

46.

ระยะการเจริญใดที่เชื้อ active ที่สุด

a)

Lag

b)

Log

c)

Stationary

d)

Death

47.

หากต้องการวัดการเจริญของรา ควรใช้วิธีใด

a)

วัดความขุ่น

b)

นับจำนวนเซลล์

c)

วัดความกว้างของโคโลนี

d)

MPN

48.

เครื่องสเปคโต โฟโตมิเตอร์ เหมาะกับการวัดการเจริญของจุลินทรีย์กลุ่มใด

a)

แบคทีเรีย

b)

รา

c)

ไวรัส

d)

เห็ด

49.

กลุ่มฟังไจ ได้แก่

a)

nostoc แหน

b)

รา สาหร่าย

c)

ยีสต์ เห็ด รา

d)

อาเคีย แบคทีเรีย

50.

สภาวะใด ไม่ใช่ สภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญของเชื้อรา

a)

อุณหภูมิ 25-35 C

b)

เป็นกรดเล็กน้อย pH ประมาณ 4-6

c)

ต้องการออกซิเจน

d)

หากไม่มีออกซิเจน จะสร้างเกิดกระบวนการหมัก

51.

ข้อใด ไม่ใช่คุณสมบัติของยีสต์

a)

เจริญได้ทั้งที่มีออกซิเจน และ ไม่มีออกซิเจน

b)

ขยายพันธุ์โดยการแตกหน่อ

c)

Candida สามารถสร้างเส้นใยเทียมได้ (Pseudomycelium)

d)

ยีสต์ทุกชนิดจะสร้างเอทานอลได้

52.

dimorphic fungi (ไดมอร์ฟิก ฟังไจ) หมายถึง

a)

ฟังไจที่มีรูปร่างเป็นเส้นใย และ เป็นเซลล์เดี่ยว

b)

ฟังไจที่ เจริญได้ทั้งในน้ำและบนบก

c)

ฟังไจที่ขยายพันธุ์ได้ทั้งการสร้างสปอร์ และ เส้นใย

d)

ฟังไจที่เจริญได้ทั้งที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน

53.

ข้อใดคือความเท็จ ของไลเคน

a)

เป็๋นดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศดี

b)

เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างรากับสาหร่าย

c)

ราสังเคราะห์แสงให้น้ำตาลแก่สาหร่าย

d)

สาหร่ายบางชนิดตรึงไนโตรเจนให้รา

54.

ไลเคนแบบใด แสดงว่าคุณภาพอากาศบริสุทธิ์มาก

a)
b)
c)
d)
55.

ข้อใดช่วยในเรื่องความแข็งแรงของรากพืช

a)

ไมคอร์ไรซา

b)

ไลเคน

c)

ราขนมปัง

d)

ยีสต์ไวน์

56.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของริกเก็ตเซีย

a)

เป็นแบคทีเรียที่เป็นปรสิตแท้จริง

b)

มี 2 ช่วงระยะการเจริญ คือ อิลิเมนตาบอดี และ เซลล์เรติคิวเลตบอดี

c)

ก่อโรคไข้รากสาดใหญ่

d)

ตอนแรกจัดเป็นไวรัส

57.

จุลินทรีย์ใดเป็น energy parasite

a)

คลามายเดีย

b)

ริกเก็ตเซีย

c)

orienta

d)

Ehrlichia

58.

การฆ่าคลามายเดีย และ การลดความสามารถในการก่อโรค ไม่สามารถใช้วิธีใด

a)

ยาเพนนิซิลิน

b)

ความร้อน 60 C นาน 10 นาที

c)

อีเทอร์ นาน 30 นาที

d)

5 % ฟีนอล นาน 4 ชม.

59.

พาหะนำเชื้อริกเก็ตเซีย คือ

a)

เห็บ หมัด ไร เหา

b)

หมา แมว

c)

นก เต่า

d)

กุ้ง หอย ปู ปลา

60.

ไวรัส แปลว่า

a)

ยาพิษ

b)

เร็วมาก

c)

นักโทษ

d)

ปรสิต

61.

ไวรัสที่มีขนาดเล็กที่สุด คือ

a)

Orthopoxvirus

b)

Enterovirus

c)

Minivirus

d)

influenza virus

62.

ข้อใดไม่ใช่ โครงสร้างหลักของไวรัส

a)

สารพันธุกรรม

b)

แคปซิด

c)

สไปค์

d)

เอนวิลอป (เปลือกหุ้ม)

63.

ส่วนประกอบใดของไวรัสที่ใช้ในการจับกับเซลล์เจ้าบ้าน

a)

สารพันธุกรรม

b)

แคปซิด

c)

สไปค์

d)

เอนวิลอป (เปลือกหุ้ม)

64.

ข้อใดผิด

a)

ไวรอยด์ เป็น ชิ้นส่วนดีเอนเอ

b)

ไวรัสก่อโรคจะมีลักษณะผิวเป็นรอยเส้นขีด

c)

ไวรอยด์ มักมีผลทำให้ต้นแคระแกรน

d)

ไพรออนเป็นโปรตีนที่ไม่ม้วนตัว

65.

โรควัวบ้า ข้อใดเท็จ

a)

เกิดจากไพรออน

b)

เป็นโรคสมองในวัว

c)

ติดต่อมายังคนไม่ได้ ก่อโรคเฉพาะในวัว

d)

ไม่ตายด้วยความร้อน

66.

โรคโควิด -19 เป็นโรคประเภทใด

a)

โรคติดเชื้อ และ โรคติดต่อ

b)

โรคติดเชื้อ ที่ไม่ติดต่อ

c)

โรคไม่ติดเชื้อ และ ไม่ติดต่อ

d)

โรคพันธุกรรม

67.

โครงสร้างใดของ ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ที่ทำให้เกิดแพร่กระจายเชื้อได้ดี

a)

แคบซิดที่ติดเซลล์เจ้าบ้านได้ดี

b)

เปลือกหุ้มที่เบา ล่องลอยในอากาศได้ไกล

c)

สไปค์ที่ปรับใหม่ให้จับกับเซลล์เจ้าบ้านได้แน่น

d)

สารพันธุกรรมที่เหมือนสารพันธุกรรมคนมาก

68.

ข้อใด ไม่จริง เกี่ยวกับ วัคซีน

a)

เป็นเชื้อตาย

b)

เป้นเชื้ออ่อนกำลัง

c)

เป็นเปลือกหุ้มไวรัส

d)

เป็นส่วนของสไปค์ของไวรัส

69.

ข้อใดผิด

a)

ทอกซิน คือสารพิษที่จุลินทรีย์สร้างขึ้นมา

b)

ทอกซอยด์ ทำมาจาก เอกโซทอกซิน

c)

วัคซีน ทำมาจากเอ็นโดทอกซิน

d)

เอนโดทอกซิน ทำให้เป็นไข้ ปวด ช็อค

70.

ข้อใด มีกลไกป้องกันร่างกายโดยขบวนการฟาโกไซโตซิส

a)

คอมพลีเมนต์

b)

น้ำตา

c)

แมคโครฟาจ

d)

อินเตอร์ฟีรอน

71.

ข้อใด ผิด

a)

ทอกซอยด์ ทำจากสารพิษ

b)

วัคซีน ทำจากเชื้ออ่อนแรง

c)

ทอกซอยด์ และ วัคซีน ต่างเป็นแอนติเจน

d)

วัคซีนโควิค ทำจากสารพิษที่ไวรัสสร้าง

72.

หลังแอนติเจนเข้าร่างกาย แอนติบอดีชนิดใดจะถูกสร้างขึ้นเป็นชนิดแรก

a)

Ig A

b)

Ig D

c)

Ig E

d)

Ig G

e)

Ig M

73.

หลังแอนติเจนเข้าร่างกาย แอนติบอดีชนิดใดจะถูกสร้างขึ้นเป็นชนิดที่ 2 เพื่อทำการกำจัดเชื้อโรคนั้นๆ

a)

Ig A

b)

Ig D

c)

Ig E

d)

Ig G

e)

Ig M

74.

ในน้ำนมแม่ มีแอนติบอดีชนิดใด

a)

Ig A

b)

Ig D

c)

Ig E

d)

Ig G

e)

Ig M

75.

แอนติเจนที่เป็นไวรัส แอนติบอดีจะเข้าทำปฏิกิริยากับไวรัสด้วยวิธีใด

a)

นิวทรัลไลเซชัน

b)

ออปโซนิเซชั่น

c)

เกาะกลุ่มตกตะกอน

d)

ตรึงคอมพลีเมนต์

76.

อาหารหมักรสเปรี้ยม มักทำจากจุลินทรีย์กลุ่มใด

a)

acetic acid bacteria

b)

Top fermentation yeast

c)

Lactic acid bacteria

d)

microbial leaching operation

77.

จุลินทรีย์ใดช่วยเพิ่มไนโตรเจนในนาข้าว

a)

Frankia

b)

Anabeana

c)

Rhizobium

d)

Bradyrhizobium

78.

จุลินทรีย์กลุ่มโพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์ชนิดใด

a)

Bacillus

b)

Aspergilus

c)

Pennicillium

d)

Lactobacillus

79.

แบคทีเรียที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสารปฏิชีวนะ คือ

a)

Pseudomonas

b)

Actinomyces

c)

Pennicillium

d)

Bacillus

80.

ข้อใด ไม่ใช่ คุณสมบัติของจุลินทรีย์ที่นำมาใช้ในเชิงอุตสาหกรรม

a)

เลี้ยงด้วยอาหารราคาถูกได้

b)

สามารถเปลี่ยนแปรสายพันธุ์ได้ง่าย

c)

สร้างสารที่ต้องการเพียงชนิดเดียวในปริมาณมาก

d)

เจริญเติบโต และให้ผลผลิตเร็ว