wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

หน่วยที่ 1 การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ม.4

Total questions: 20

Worksheet time: 19mins

Name
Class
Date
1.

1.การลำเลียงสารแบบใดไม่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

a)

การแพร่

b)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่

2.

2.ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การแพร่ของสาร

a)

การพ่นยาฆ่าแมลง

b)

การฉีดน้ำหอมปรับอากาศ

c)

การแช่ผักในถังน้ำของแม่ค้า

d)

การละลายของน้ำตาลในน้ำ

3.

3.การแพร่แตกต่างกับการออสโมซิสอย่างไร

a)

การแพร่เป็นกระบวนการเคลื่อนที่ของน้ำ

b)

การแพร่เป็นกระบวนการเคลื่อนที่ของสาร

c)

การออสโมซิสเป็นการเคลื่อนที่น้ำและสาร

d)

การออสโมซิสเป็นการเคลื่อนที่ของสาร

4.

4.การลำเลียงสารแบบใดไม่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

a)

การแพร่

b)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

c)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน

5.

5.ข้อใดอธิบายความหมายของการแพร่พร้อมทั้งยกตัวอย่างได้ถูกต้องที่สุด

a)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากด้านบนลงด้านล่าง เช่น การเทน้ำ

b)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากบริเวรโมเลกุลน้อยไปยังโมเลกุลหนาแน่น

c)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากที่มีโมเลกุลหนาแน่นไปยังที่มีโมเลกุลน้อย เช่น การแพร่ของน้ำหอม

d)

การเคลื่อนที่ของสารจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง เช่น การสาดน้ำ

6.

6.จากภาพคือโครงสร้างใด

a)

นิวเคลียส

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

ไรโบโซม

d)

ไซโทพลาสซึม

7.

7.เพราะเหตุใด เมื่อนำเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นเซลล์สัตว์ แช่ในน้ำกลั่น จึงเกิดการออสโมซิสน้ำเข้าสู่เซลล์มากจนทำให้เซลล์แตกได้

a)

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีนิวเคลียส

b)

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีคลอโรพลาส

c)

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดง ไม่มีผนังเซลล์

d)

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์

8.

8.ภาพใดแสดงถึงการลำเลียงสารโดยการแพร่แบบธรรมดา

a)
b)
c)
d)
9.

9.ความเข้มข้นของสารละลายภายในเซลล์สูงกว่าภายนอกเซลล์ น้ำจึงออสโมซิสเข้ามาในเซลล์ ทำให้เซลล์แตกหรือเซลล์เต่ง ข้อความนี้สัมพันธ์กับข้อใด

a)

Hypotonic solution

b)

Hypertonic solution

c)

Isotonic solution

d)

Plasmolysis

10.

10.จากภาพเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

การแพร่แบบธรรมดา

b)

การออสโมซีส

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

แอกทีฟทรานสปอต

11.

11.จากภาพเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

แอกทีฟทรานสปอต

b)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

c)

เอกโซไซโทซีส

d)

ฟาโกไซโทซีส

12.

การนำสารเข้าสู่เซลล์แบบ pinocytosis มีกลไกอย่างไร

a)

เซลล์กินสารนั้นเอาไปโดยการปล่อยเอนไซม์ย่อย

b)

เว้าเยื่อหุ้มเซลล์เข้าแล้วสารนั้นเข้าหลุดเข้าไปในถุงแล้วเข้าสู่เซลล์

c)

โมเลกุลของสารมาเกาะติดกับเยื่อหุ้มเซลล์ แล้วหลุดเข้าไปในเซลล์

d)

มีตัวพาบริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ เพื่อนำสารโมเลกุลใหญ่เข้าไปในเซลล์

13.

13.ภาวะสมดุลของการแพร่ ( diffusion equilibrium ) หมายถึง

a)

ภาวะที่ไม่เกิดการแพร่อีกแล้ว

b)

ภาวะที่การแพร่มีทิศทางเดียวเท่านั้น

c)

ภาวะที่สารทุกชนิดมีโมเลกุลเท่านั้น

d)

ภาวะที่มีการเคลื่อนที่ของสารเข้าหรือออกจำนวนเท่าๆกัน

14.

14การทำลายเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาว ใช้วิธีการที่เรียกว่าอะ.ไร

a)

Receptor-mediated endocytosis

b)

Pinocytosis

c)

Phagocytosis

d)

Ion Pump

15.

15.ข้อใดกล่าวถึงขบวนการส่งผ่านโมเลกุลของน้ำผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

a)

ออสโมซิส

b)

active transport

c)

การแพร่แบบมีตัวนำ

d)

การกรอง

16.

16.การลำเลียงสารแบบใดที่ไม่ต้องอาศัยโปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์

a)

ออสโมซิส

b)

ฟาซิลิเทต

c)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

d)

เอนโดไซโทซิส

17.

17.จากภาพคือการลำเลียงสารแบบใด

a)

exocytosis

b)

osmosis

c)

pinocytosis

d)

simple diffusion

18.

18.สารภายในเซลล์ที่อยู่ในถุง (vesicle) จะเคลื่อนที่มายังบริเวณเยื่อหุ้มของเซลล์ แล้วหลอมรวมเยื่อหุ้มของถุงกับเยื่อหุ้มเซลล์เข้าด้วยกัน จากนั้นเกิดช่องเปิดออกสู่ภายนอกเซลล์

a)

Exocytosis

b)

Endocytosis

c)

Phagocytosis

d)

pinocytosis

19.

19.สารเป็นของเหลว บริเวณเยื่อหุ้มเซลล์

อดเว้าเกิดเป็นถุง (vesicle) นำเข้า

สู่เซลล์

a)

Endocytosis

b)

Endocytosis

c)

Phagocytosis

d)

pinocytosis

20.

20.สารเป็นของแข็ง เซลล์จะดันเยื่อหุ้มเซลล์ออกมาโอบสารแล้วก็เชื่อมต่อกันเกิดเป็นถุง (vesicle) นำเข้าสู่เซลล์

a)

Exocytosis

b)

Phagocytosis

c)

Endocytosis

d)

pinocytosis