WorksheetsScience TB Q1-50
Total questions: 50
Worksheet time: 4hrs 10mins
Name
Class
Date
1.
1. ข้อใดไม่ถูกต้อง
a)
สารอาหารที่ให้พลังงาน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรตโปรตีน และไขมัน
b)
สารอาหารที่ไมให้พลังงาน ได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำ
c)
อาหารหลักมีทั้งหมด 6 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำ
d)
สารอาหารมี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ สารอาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน
2.
2. อาหารในข้อใดที่มีประโยชน์มากที่สุด
a)
ขนมหวาน
b)
กากหมู
c)
ไข่
d)
ขนมปัง
3.
3. ข้อใดไม่เข้าพวก
a)
ขนมปัง ข้าวเหนียว
b)
ข้าวโพด เผือก
c)
ถั่ว นม
d)
มัน นํ้าตาล
4.
4. ถ้านักเรียนเข้าป่าและไม่มีนํ้าดื่ม จะหาผลไม้ชนิดใดดื่มแทนน้ำ
a)
มะละกอ
b)
แตงโม
c)
มะม่วงสุก
d)
ส้ม
5.
5. อาหารในข้อใดมีสารอาหารครบ 5 หมู่
a)
ข้าวผัดหมู ต้มจืดผักกาดขาว ลิ้นจี่
b)
ข้าวเหนียวหมูปัง มันทอด ขนมหวาน
c)
สเต๊กหมู ข้าวเหนียวไก่ปัง ข้าวเนื้อทอด
d)
ไข่ตุ๋น ข้าวเปล่า มะละกอ
6.
6. เอนไซม์ที่อยู่ในกระเพาะอาหารจะทำงานได้ดีในสภาพแบบไหน
a)
กลาง
b)
เบส
c)
กรด
d)
ได้ทุกสภาพ
7.
7. อาหารเมื่อผ่านกระบวนการย่อยอาหารแล้วสุดท้ายจะเหลืออะไร
a)
นํ้าตาลโมเลกุลเดี่ยว
b)
ไขมันเสีย
c)
กรดอะมิโน
d)
กากอาหาร
8.
8. อวัยวะใดที่ไม่มีการย่อยแล้ว
a)
ปาก
b)
กระเพาะอาหาร
c)
ลำไสเล็ก
d)
ลำไส้ใหญ่
9.
9. การหายใจเข้า-ออก จะมีความสัมพันธ์ของอวัยวะใดบ้าง
a)
กะบังลม กระดูกซี่โครง ถุงลมปอด
b)
จมูก หลอดลม กะบังลม กระดูกซี่โครง ถุงลมปอด ปอด
c)
จมูก กะบังลม กระดูกซี่โครง ถุงลมปอด ปอด
d)
จมูก หลอดลม กะบังลม ถุงลมปอด ปอด
10.
10. เวลาเราสะอึกเป็นเพราะเกิดจากอะไร
a)
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าร่างกายมากไป
b)
มีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปในหลอดลม
c)
กะบังลมทำงานผิดปกติ ทำให้อากาศดันลงสู่ปอด
d)
หายใจเอาสิ่งสกปรกเข้าไป
11.
11. หัวใจ ห้องใดที่มีผนังหนาที่สุด
a)
ห้องบนขวา
b)
ห้องล่างขวา
c)
ห้องบนซ้าย
d)
ห้องล่างซ้าย
12.
12. เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่อะไร
a)
ทำลายเชื้อโรคที่เข้าลู่ร่างกายเรา
b)
แลกเปลี่ยนก๊าซ
c)
ช่วยให้เลือดไม่ไหลตลอดเวลา
d)
ลำเลียงแร่ธาตุและนํ้า
13.
13. ข้อใดเป็นอวัยวะเกี่ยวกับการขับถ่ายของเสียทั้งหมด
a)
ไต ปอด ตับ ลำไส้ใหญ่
b)
ไต ต่อมเหงื่อ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก
c)
ไต ต่อมเหงื่อ ลำไสใหญ่ ตับ
d)
ไต ตับ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก
14.
14. คนเราสามารถอดอาหารและนํ้าได้มากที่สุดเป็นเวลากี่วัน
a)
อาหารได้ 2 สัปดาห์ นํ้า 3-4 วัน
b)
อาหารได้2 สัปดาห์นํ้า 1-2 วัน
c)
อาหารได้ 3 สัปดาห์ นํ้า 3-4 วัน
d)
อาหารได้3 สัปดาห์ นํ้า 1-2 วัน
15.
15. ข้อใดผิด
a)
ต่อมรับรสหวาน อยู่บริเวณปลายลิ้น
b)
ต่อมรับรสเค็ม อยู่บริเวณด้านข้างของลิ้นและปลายลิ้น
c)
ต่อมรับรสเปรี้ยว อยู่ปลายลิ้น
d)
ต่อมรับรสขม อยู่โคนลิ้น
16.
16. ต่อมน้ำลายอยู่ที่ใดบ้าง
a)
อยู่ใต้ลิ้นทั้งสองขาง และใต้ขากรรไกรทั้งสองข้าง
b)
อยู่ใต้ลิ้นทั้งสองข้างและกกหูทั้งลองข้าง
c)
อยู่ใต้ขากรรไกรทั้งสองข้าง
d)
อยู่ใต้ลิ้นทั้งลองข้าง ใต้ขากรรไกรทั้งสองข้าง และใต้กกหูทั้งสองข้าง
17.
17. ต่อมเหงื่อทำหน้าที่อะไร
a)
ขับถ่ายของเสียออกจากเลือด
b)
ขับถ่ายก๊าซ
c)
ขับถ่ายกากอาหาร
d)
ผลิตน้ำออกมา
18.
18. ข้อใดเป็นห่วงโซ่อาหารที่ถูกต้อง
a)
ไส้เดือน --> นก --> ผีเสื้อ
b)
หนอน <-- ไก่ <-- ตั๊กแตน
c)
ไส้เดือน --> นก --> งู
d)
ใบไม้ <-- ไก่ <-- หนอน
19.
19. ข้อใดไม่เข้าพวก
a)
สาหร่ายสีเขียว
b)
หนอน
c)
แพลงตอน
d)
ขอนไม้
20.
20. บทบาทหน้าที่ในห่วงโซ่อาหารมีกี่ชนิด อะไรบ้าง
a)
2 ชนิดคือ ผู้ผลิตและผู้บริโภค
b)
มี 3 ชนิดคือ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย
c)
มี 3 ชนิดคือ ผู้ผลิต ผู้บริโภคอันดับ 1 และผู้ย่อยสลาย
d)
มี 4 ชนิดคือ ผู้ผลิต ผู้บริโภคอันดับ 1 ผู้บริโภคอันดับ 2 และผู้ย่อยสลาย
21.
21. ผู้ย่อยสลายมีความสำคัญอย่างไร
a)
ย่อยสลายซากพืชซากสัตว็ให้เน่าเปื่อย
b)
เป็นผู้บริโภคลำดับสุดท้าย
c)
สามารถผลิตอาหารขึ้นมาใหม่ได้
d)
ไม่มีก็ได้ไม่ได้มีความสำคัญ
22.
22. ข้อใดคือความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในภาวะการล่าเหยื่อ
a)
สุนัขกับเห็บสุนัข
b)
กาฝากกับด้นมะม่วง
c)
นกกับหนู
d)
มดดำกับเพลี้ย
23.
23. ความสัมพันธ์ในข้อใดไม่ถูกต้อง
a)
สิงโตกับกวางเป็นความสัมพันธ์แบบล่าเหยื่อ
b)
ปลวกกับโปรโทซัวเป็นความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน
c)
แมลงกับดอกไม้เป็นความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน
d)
ไลเคนเป็นภาวะพึ่งพาอาศัยกัน
24.
24. ไลเคนคือข้อใด
a)
รากับเห็ด
b)
รากับสาหร่ายสิเขียว
c)
เห็ดกับสาหร่ายสีเขียว
d)
เห็ดกับถั่ว
25.
25. ข้อใดไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบปรสิต
a)
เหาบนหัวมนุษย์
b)
เห็บบนตัวสุนัข
c)
กล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่
d)
กาฝากบนด้นไม้
26.
26. ในช่อง A นี้น่าจะเป็นข้อใด
a)
ใบไม้
b)
กระต่าย
c)
หนอน
d)
ไก่
27.
27.ในช่อง A นี้น่าจะเป็นห่วงโซ่ลำดับที่เท่าไหร่
a)
ผู้ผลิต
b)
ผู้บริโภคอันดับหนึ่ง
c)
ผู้บริโภคอันดับสอง
d)
ผู้บริโภคอันดับสาม
28.
28. สายใยอาหารนี้มีกี่ห่วงโซ่อาหาร
a)
2 ห่วงโซ่อาหาร
b)
3 ห่วงโซ่อาหาร
c)
4 ห่วงโซ่อาหาร
d)
5 ห่วงโซ่อาหาร
29.
29. ผู้บริโภคอันดับสุดท้ายในแผนภาพนี้คือข้อใด
a)
นก
b)
หนอน
c)
กระต่าย
d)
เหยี่ยว
30.
30. ข้อใดเป็นผู้บริโภคอันดับที่ 2 ทั้งหมด
a)
นก แมลง
b)
ตั๊กแตน นก
c)
กระต่าย นก
d)
แมลง กระต่าย
31.
31. สัตว์ไนข้อใดไม่สามารถอยู่ในผู้บริโภคอันดับอื่นได้นอกจากอันดับที่ 1 เท่านั้น
a)
หนอน
b)
ตั๊กแตน
c)
กระต่าย
d)
นก
32.
32. ป่าไม้ในประเทศไทยมีกี่ชนิด อะไรบ้าง
a)
2 ชนิดคือ ป่าผลัดใบและป่าไม่ผลัดใบ
b)
2 ชนิดคือ ป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ
c)
3 ชนิดคือ ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบ
d)
3 ชนิดคือ ป่าชายเลน ป่าดิบชื้น และป่าผลัดใบ
33.
33. สิ่งมีชีวิตใดที่ไม่อยู่ในป่าชายเลน
a)
ไม่โกงกาง
b)
ปูแสม
c)
ปลาตีน
d)
ปลาสวาย
34.
34. สัตว์ป่าสงวนคือข้อใด
a)
สัตว์ป่าหายาก ที่ห้ามล่าโดยเด็ดขาด
b)
สัตว์ป่าหายาก แต่ขออนุญาตล่าได้
c)
สัตว์ป่าที่มีประโยชน์ ที่ควรสงวนไว้ ลามารถล่าได้แต่ต้องขออนุญาตก่อน
d)
สัตว์ป่าที่มีประโยชน์ที่ห้ามล่าโดยเด็ดขาด
35.
35. สัตว์ป่าคุ้มครองคือข้อใด
a)
สัตว์ป่าหายาก ที่ห้ามล่าโดยเด็ดขาด
b)
สัตว์ป่าหายาก แต่ขออนุญาตล่าได้
c)
สัตว์ป่าที่มีประโยชน์ ที่ควรสงวนไว้ สามารถล่าได้แต่ต้องขออนุญาตก่อน
d)
สัตว์ป่าที่มีประโยชน์ที่ห้ามล่าโดยเด็ดขาด
36.
36. เสือดำ จัดเป็นสัตว์ป่าประเภทใด
a)
สัตว์ป่าหายาก
b)
สัตว์ป่าคุ้มครอง
c)
สัตว์ป่าสงวน
d)
สัตว์ป่าสูญพันธุ
37.
37. สัตว์ป่าชนิดใดที่เคยมีในประเทศไทยแต่ตอนนี้สูญพันธุไปแล้ว
a)
เสือโคร่ง
b)
กระทิง
c)
ช้าง
d)
สมัน
38.
38. ข้อใดเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป กว่าจะเกิดมาใหม่ใช้เวลานานมาก
a)
ป่าไม้
b)
สัตว์ป่า
c)
นํ้ามันดิบ
d)
น้ำ
39.
39. สาเหตุการกระทำใดของมนุษย์ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
a)
ตัดไม้ทำลายป่า
b)
ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามีสารที่ก่อกำเนิดมลภาวะ
c)
การเผาขยะที่เป็นถุงพลาสติก
d)
ทุกข้อที่กล่าวมา
40.
40. จากข่าววาฬครีบสั้นตายเนื่องจากกินพลาสติกเข้าไป เราจะมีส่วนช่วยในการไม่เพิ่มปัญหา ขยะพลาสติกได้อย่างไรบ้าง
a)
ใช้แก้วกระดาษแทนแก้วพลาสติก
b)
ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก
c)
ใช้หลอดโลหะแทนหลอดพลาสติก
d)
ทุกข้อที่กล่าวมา
41.
41. ข้อใดผิด
a)
สารที่อยู่ในสถานะของแข็งอนุภาคเรียงตัวอย่างเป็นระเปียบและอยู่ชิดกัน
b)
สารที่อยู่ในสถานะของเหลวอนุภาคเรียงตัวไม่เป็นระเบียบและอยู่ไม่ชิดกัน
c)
สารที่อยู่ในสถานะก๊าซอนุภาคเรียงตัวไม่เป็นระเบียบและอยู่ชิดกัน
d)
สารที่อยู่ในสถานะก๊าซอนุภาคอยู่แบบกระจัดกระจายและอยู่ห่างกันมาก
42.
42. A คือคุณสมบัติของสารในสถานะอะไร
a)
ของแข็ง
b)
ของเหลว
c)
ก๊าซ
d)
ทุกสถานะ
43.
43. B คือคุณสมบัติของสารในสถานะอะไร
a)
ของเหลว
b)
ของแข็ง
c)
ก๊าซ
d)
ทุกสถานะ
44.
44. C คือคุณสมบัติของสารในสถานะอะไร
a)
ของแข็ง
b)
ก๊าซ
c)
ของเหลว
d)
ทุกสถานะ
45.
45. ในสถานะ B คือข้อใด
a)
ไม่คงที่
b)
กระจัดกระจาย
c)
คงที่
d)
คงที่บ้าง ไม่คงที่บ้าง
46.
46. การจำแนกสารหากใช้ลักษณะเนื้อสารเป็นเกณฑ์จะจำแนกได้กี่ประเภท
a)
2 ประเภทคือ สารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม
b)
3 ประเภทคือ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ
c)
2 ประเภทคือ สารละลายนํ้าได้ดีและสารละลายนํ้าไม่ดี
d)
2 ประเภทคือ สารเดิมและสารเกิดใหม่
47.
47. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานะ
a)
ของแข็งเปลี่ยนเป็นของเหลวเรียกว่าการหลอมเหลว
b)
ของเหลวเปลี่ยนเป็นของแข็งเรียกว่าการแข็งตัว
c)
ก๊าซเปลี่ยนเป็นของเหลวเรียกว่าการควบแน่น
d)
ของเหลวเปลี่ยนเป็นก๊าซเรียกว่าการระเหิด
48.
48. สารในข้อใดแยกออกจากกันโดยการกรองไม่ไต้
a)
กาแฟกับกากกาแฟ
b)
ทรายกับน้ำ
c)
นํ้าตาลกับนํ้า
d)
กะทิกับมะพร้าว
49.
49. "A = เกลือ + น้ำ" สาร A คืออะไร
a)
นํ้าเค็ม
b)
เกลือ
c)
นํ้าตาล
d)
นํ้าเกลือ
50.
50. "A = เกลือ + น้ำ" ตัวทำละลายคือข้อใด
a)
นํ้า
b)
เกลือ
c)
นํ้าเกลือ
d)
นํ้าตาลทราย
100 %
