wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

reat of reaction

Total questions: 20

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

ปฏิกริยาใดเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน

a)
b)
c)
d)
2.

ปฏิกิริยาใดเกิดเร็วกว่ากัน

a)

A

b)

B

3.
a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

e)

5

4.

จากกราฟ เกิดปฏิกิริยากี่ขั้นตอน

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

5.

ค่าพลังงานก่อกันมันต์ของปฏิกิริยาย้อนกลับ B---->A มีค่าเท่าไร

a)

70 kJ/mol

b)

80 kJ/mol

c)

100 kJ/mol

d)

120 kJ/mol

6.

ข้อใดถูกต้อง

a)

พลังงานที่สภาวะแทรนซิชัน = 60 kJ

b)

พลังงานของสารตั้งต้นมีค่าเท่ากับ = 30 kJ

c)

พลังงานของสารผลิตภัณฑ์มีค่าเท่ากับ = 20 kJ

d)

พลังงานของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ = 10 kJ

e)

พลังงานก่อกัมมันต์มีค่าเท่ากับ = 40 kJ

7.

ปฏิกิริยาของสารใดเกิดไวที่สุด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

8.

Mg(s) + 2HCl(aq) -----> MgCl2(aq) + H2(g)

เมื่อเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ดังกราฟ B

จากข้อมูล ถ้าต้องการให้การเกิดแก๊สไฮโดรเจนในระบบเปลี่ยนจากกราฟ B เป็นกราฟ A ควรปรับการทดลองอย่างไร

a)

ใช้ผงโลหะแมกนีเซียมแทนชิ้นขนาดใหญ่

b)

เปลี่ยนภาชนะใส่สารละลายกรด จากหลอดทดลองเป็นบีกเกอร์

c)

ลดอุณหภูมิสารละลายกรดไฮโดรคลอริก จากอุณหภูมิห้องเป็นอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส

d)

เติมน้ำลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริกจนมีปริมาตรเป็น 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร

e)

เพิ่มปริมาตรสารละลายกรดไฮโดรคลอริกจาก 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร เป็น 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร

9.

การเปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากการทดลองข้างต้น ข้อใดถูกต้อง

a)

A > B

b)

B > C

c)

C > A

d)

A = B

10.

การเพิ่มขึ้นของปัจจัยใด ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีช้าลง

a)

เก็บเหล็กไว้ในที่ชื้น

b)

ทำปฏิกิริยาในน้ำร้อน

c)

การบั้งเนื้อปลาก่อนการทอด

d)

เอนไซม์เพปซินช่วยย่อยโปรตีน

e)

การใส่สารกันบูดในอาหารบางชนิด

11.

เรียงลำดับความเข้มข้นจากมากไปน้อย

a)

1>2=3

b)

1=3>2

c)

321

d)

31=2

e)

213

12.

ปฏิกิริยาใดเกิดปฏิกิริยาได้เร็วกว่ากัน

a)

A---->B

b)

A---->C

13.

การกระทำในข้อใดส่งผลให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น

a)

เก็บอาหารไว้ในตู้เย็น

b)

ตัดโลหะให้เป็นชิ้นเล็กๆ

c)

การแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์

d)

การทาสะพานเหล็กด้วยน้ำมัน

e)

การกลืนยาลดกรดโดยไม่เคี้ยว

14.

ในอาหารหลายชนิด เพื่อต้องการให้เก็บรักษาไว้ได้นาน จึงนิยมใส่สารกันบูดลงไปในอาหาร สารกันบูดมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร

a)

สารตั้งต้นมีพื้นผิวที่เพิ่มขึ้น

b)

พลังงานก่อกัมมันต์ลดลง

c)

พลังงานของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น

d)

เพิ่มค่าพลังงานค่า Ea

e)

โลหะนิกเกิลดูดซับ HCl(g) เพิ่มขึ้น

15.

การกระทำในข้อใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี (มีผลในที่นี้ เป็นไปได้ทั้งยับยั้งและเร่งปฏิกิริยา)

a)

การนำเนื้อหมูแช่ในช่องแช่แข็ง

b)

ใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ช่วยในการบ่มมะม่วง

c)

การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดให้ละเอียดก่อนกลืน

d)

การใส่สารกันบูดลงในอาหาร เพื่อรักษาอาหาร

e)

การเตรียมแอลกอฮอล์ 70 % สำหรับฆ่าเชื้อโรค

16.

ขั้นตอนใดที่สามารถเกิดปฏิกิรยาย้อนกลับได้

a)

ขั้นตอนที่ 1 ปฏิกิริยา C--->A สามารถย้อนกลับได้

b)

ขั้นตอนที่ 2 ปฏิกิริยา E--->C สามารถย้อนกลับได้

c)

ขั้นตอนที่ 3 ปฏิกิริยา G--->E สามารถย้อนกลับได้

d)

ไม่มีขั้นตอนใดเกิดการย้อนกลับได้

17.

ค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของสารในสภาวะมีตัวเร่ง ของปฏิกิริยา C+D---> A+B และเป็นปฏิกิริยาชนิดใด

a)

b เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

b)

c เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน

c)

b เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

d)

c เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

18.

4. การเปลี่ยนแปลงพลังงานของปฏิกิริยา ก ----> จ แสดงดังแผนภาพ

การอธิบายเกี่ยวกับกลไกของปฏิกิริยาเคมี ข้อใด ถูกต้อง

a)

ปฏิกิริยาขั้นตอน ค ---> จ เป็นปฏิกิริยาคายความร้อนเท่ากับ B

b)

ปฏิกิริยาขั้นตอน ก ----> ค เกิดขึ้นเร็วกว่าปฏิกิริยาขั้นตอน ค ----> จ

c)

เป็นปฏิกิริยา 2 ขั้นตอนและปฏิกิริยาคายความร้อนเท่ากับ B + D

d)

เกิดสารเชิงซ้อนกัมมันต์ขึ้น 2 ชนิด และมีความแตกต่างของพลังงานเท่ากับ A – C

19.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ปฏิกิริยาที่ 1 เกิดปฏิกิริยาช้าที่สุด

b)

ปฏิกิริยาที่ 2 มีพลังงานสารผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าสารตั้งต้น

c)

ปฏิกิริยาที่ 3 มีพลังงานสารผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าสารตั้งต้น

d)

ปฏิกิริยาที่ 2 เป็นปฏิกิริยาคายพลังงาน

20.

ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นเป็นขั้นๆ ขั้นควบคุมปฏิกิริยาคือขั้นใด

a)

A ----> C เพราะเป็นขั้นที่เกิดช้าที่สุด

b)

B ----> D เพราะเป็นขั้นที่เกิดช้าที่สุด

c)

C ----> D เพราะเป็นขั้นที่เกิดเร็วที่สุด

d)

C ----> E เพราะเป็นขั้นที่เกิดเร็วที่สุด