wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทดสอบความรู้ เรื่อง การเลี้ยงปลานิล

Total questions: 15

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

การเลี้ยงปลานิลที่นิยมกันสามารถทำได้กี่วิธี

a)

2 วิธีคือ การเลี้ยงปลานิลในบ่อดินและการเลี้ยงปลานิลตามแม่น้ำ

b)

2 วิธีคือ การเลี้ยงปลานิลในบ่อดินและการเลี้ยงปลานิลในกระชัง

c)

3 วิธีคือ การเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน การเลี้ยงปลานิลในกระชังและการเลี้ยงปลานิลในบ่อซีเมนต์

d)

3 วิธีคือ การเลี้ยงปลานิลในเขื่อนต่างๆ การเลี้ยงปลานิลในกระชังและการเลี้ยงปลานิลในบ่อซีเมนต์

2.

หากนักเรียนต้องการที่จะเลี้ยงปลานิลในเขื่อนภูมิพล จะต้องมีขั้นตอนใดบ้าง

a)

ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรที่สำนักงานเกษตรอำเภอ / ขออนุญาตทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมง

b)

ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรที่สำนักงานเกษตรจังหวัด / ขออนุญาตทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมง

c)

ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรที่เทศบาลตำบล / ขออนุญาตทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมทรัพยากรน้ำ

d)

ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรที่กรมแรงงาน / ขออนุญาตทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมทรัพยากรน้ำ

3.

ข้อใดไม่ใช่อุปสรรคในการเลี้ยงปลานิลในกระชัง

a)

การเกิดโรคในปลานิล เนื่องจากสภาพของน้ำ

b)

ในกระชังมีปลาประเภทกินเนื้ออยู่ด้วย เช่น ปลาช่อน ปลาหมอ

c)

จำนวนกระชังมากเกินไป ทำให้ออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ

d)

งบประมาณสูงเนื่องจากใช้อาหารสำเร็จรูปอย่างเดียว

4.

เพราะเหตุใดจึงต้องวางกระชังในแหล่งน้ำ

ที่มีกระแสน้ำไหลเวียนและห่างไกลจากชุมชน

a)

ทำให้น้ำถ่ายเทได้สะดวก / ง่ายต่อการเลี้ยง

b)

กระแสน้ำทำให้ปลาสดชื่น / ไม่ทำให้ปลาเครียด

c)

ช่วยให้มีน้ำมีปริมาณออกซิเจนที่มาก / ป้องกันการขโมยปลาไปขาย

d)

ช่วยให้มีการหมุนเวียนน้ำที่ดี / ไม่ทำให้ปลาตกใจจนกระโดดชนกระชัง

5.

เพราะเหตุใดการเลี้ยงปลานิล

ในกระชังสี่เหลี่ยมจัตุรัสจึงเป็นที่

นิยมเลี้ยงมากกว่ากระชังรูปแบบอื่น

a)

กระแสน้ำไหลเวียนได้ดีกว่า

b)

ประหยัดต้นทุนในการสร้าง

c)

ทำให้ปลาได้รับอาหารอย่างทั่วถึง

d)

ไม่ทำให้ปลาเกิดโรคได้ง่าย

6.

จากรูปภาพที่ครูให้เพราะเหตุใดจึงต้องมีการกำหนดความสูงในการวางกระชังเป็นแต่ละระดับ

a)

กระแสน้ำไหลเวียนได้ดีทำให้ปลากินอาหารได้มากขึ้น

b)

อุณหภูมิในน้ำจะเป็นปกติ ไม่ทำให้ปลาเกิดโรค

c)

ทำให้เกษตรกรสามารถจับปลามาจำหน่ายได้ง่าย

d)

ระดับออกซิเจนที่ละลายในน้ำจะสูง ทำให้ปลาโตเร็ว

7.

หลังจากที่นำอวนไปฉีดน้ำทำความสะอาดแล้วจะต้องนำไปแช่.........เป็นเวลา 2 ชั่วโมง

เพื่อฆ่าเชื้อโรค

a)

น้ำส้มสายชู

b)

แอลกอฮอล์

c)

โซดาไฟ

d)

ผงซักฟอก

8.

การเตรียมบ่อเลี้ยงปลานิลที่เป็นบ่อเก่า เมื่อนำน้ำออกแล้วควรตากบ่ออย่างน้อย 7 วันเพื่ออะไร

a)

กำจัดวัชพืชและแพลงตอนต่างๆในบ่อ

b)

กำจัดก๊าซออกซิเจนและสิ่งมีชีวิตในบ่อ

c)

กำจัดก๊าซแอมโมเนียและก๊าซไข่เน่า

d)

กำจัดก๊าซไข่เน่าและวัชพืชที่อยู่ในบ่อ

9.

ข้อใดไม่ใช่ศัตรูของปลา

ประเภทปลากินเนื้อและสัตว์อื่น

a)

ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาชะโด

b)

ปลาทับทิม ปลาดุก ปลาไหล

c)

ปลาหมอ ปลาชะโด กบ

d)

กบ เขียด งู

10.

หลังจากพ่นน้ำยางจากหางไหลแล้ว

ควรฆ่าเชื้อโรคในบ่อด้วยข้อใด

ก่อนจะตากบ่อ 3-7 วัน

a)

โซดาไฟ

b)

ปุ๋ยคอก

c)

ปุ๋ยหมัก

d)

ปูนขาว

11.

ในช่วงแรกของนำปลานิลเข้าบ่อดิน

ทำไมต้องมีการหว่านปุ๋ยมูลสัตว์

หรือ ปุ๋ยหมักปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยเคมี

a)

ช่วยให้ปลานิลมีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น

b)

ช่วยปรับคุณภาพของน้ำให้ดีขึ้น

c)

ช่วยให้เกิดแพลงตอนพืชและสัตว์ที่เป็นอาหารของปลานิล

d)

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการให้อาหาร

12.

ก่อนที่จะปล่อยลูกปลาออกจากถุงลงบ่อดิน

ควรนำถึงแช่น้ำอย่างน้อย 15 นาทีก่อน

เพราะเหตุใด

a)

เพิ่มออกซิเจนในถุงก่อน เพื่อให้ปลาหายใจได้สะดวก

b)

เพื่อปรับอุณหภูมิของน้ำในถุงให้เท่ากับน้ำในบ่อ

c)

เพื่อให้ปลาไม่ตื่นตัวหรือตกใจ หากเจอบ่อที่กว้าง

d)

เพื่อเป็นการรักษาชีวิตปลาไม่ให้ตาย

13.

วิธีการให้อาหารแบบใดช่วยลดการสูญเสียอาหาร ลดการใช้แรงงานและสามารถสังเกตลักษณะของปลานิลได้ดี

a)
b)
c)
d)
14.

ข้อใดคือโรคของปลานิล

ก. โรคติดเชื้อเบคทีเรียสเตรรปโตคอคคัส

ข. โรคติดเชื้อเบคทีเรียแอร์โรโมนาส

ค. โรคมาเรกซ์ นิวคาสเซิล

ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข

a)

โรคติดเชื้อเบคทีเรียสเตรรปโตคอคคัส

b)

โรคติดเชื้อเบคทีเรียแอร์โรโมนาส

c)

โรคมาเรกซ์ นิวคาสเซิล

d)

ถูกทั้งข้อ ก และ ข

15.

ปลานิลมีเลือดในลูกตา

ใต้หางหรือช่องขับถ่ายมีอาการบวมแดง เลือดไหลในช่องท้อง

หมายถึงปลาเป็นโรคใด

a)

โรคติดเชื้อเบคทีเรียสเตรรปโตคอคคัส

b)

โรคที่เกิดจากเห็บปลา เห็บระฆัง

c)

โรงที่เกิดจากหนอนสมอ

d)

โรคติดเชื้อแอโรโมนาส