NEW
Font size
Worksheetsสอบกลางภาควิทยาศาสตร์ชีวภาพ ม.4
Total questions: 40
Worksheet time: 40mins
1.ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การแพร่ของสาร
การพ่นยาฆ่าแมลง
การแช่ผักในถังน้ำของแม่ค้า
การละลายของน้ำตาลในน้ำ
การฉีดน้ำหอมปรับอากาศ
2.การทำลายเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาว ใช้วิธีการที่เรียกว่าอะไร
Receptor-mediated endocytosis
Pinocytosis
Phagocytosis
Ion Pump
3.ปัจจัยข้อใดไม่มีผลต่อการแพร่ของอนุภาคของสารผ่านเยื่อเลือกผ่าน
อุณหภูมิของสาร
ขนาดของอนุภาคของสาร
ชนิดของเยื่อเลือกผ่านที่กั้นอยู่ระหว่างสารทั้งสองสาร
ความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นของอนุภาคของสารสองบริเวณ
4.ข้อใดเป็นการลำเลียง Active Transportation
การนำสารเข้าสู่เซลหน่วยไต
การดูดซึมอาหารเซลเยื่อบุลำไส้
Ion Pump
ถูกทุกข้อ
5.การกินอาหารของอมีบา เรียกว่าอะไร
ออสโมซิส
พิโนไซโตซิส
การแพร่
ฟาโกไซโตซิส
6.สารที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ดี ควรต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ละลายคาร์โบไฮเดรตได้ดี
ละลายไขมันได้ดี
ละลายโปรตีนได้ดี
ละลายในแอลกอฮอล์ได้ดี
7.น้ำเข้าสู่รากโดยวิธีการใดมากที่สุด *
การแพร่
คาปิลลารี
ออสโมซิส
แรงดันของราก
8.การลำเลียงสารแบบใดไม่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์
การแพร่
แอกทีฟทรานสปอร์ต
การลำเลียงสารขนาดใหญ่
การลำเลียงแบบใช้พลังงาน
9.ข้อความใดต่อไปนี้เป็นความจริง
การแพร่เกิดขึ้นในตัวกลางที่เป็นของเหลวไม่ได้
การออสโมซิสเป็นการแพร่อย่างหนึ่งของน้ำ
สารต่าง ๆ จะผ่านเข้าออกเซลล์โดยวิธีการแพร่ไม่ได้
การแพร่เกิดขึ้นในตัวกลางที่เป็นก๊าซเท่านั้น
10.ความเข้มข้นของสารละลายภายในเซลล์สูงกว่าภายนอกเซลล์ น้ำจึงออสโมซิสเข้ามาในเซลล์ ทำให้เซลล์แตกหรือเซลล์เต่ง ข้อความนี้สัมพันธ์กับข้อใด
Hypotonic solution
Hypertonic solution
Plasmolysis
Phagocytosis
11.การนำสารเข้าสู่เซลล์แบบ pinocytosis มีกลไกอย่างไร
เซลล์กินสารนั้นเอาไปโดยการปล่อยเอนไซม์ย่อย
เว้าเยื่อหุ้มเซลล์เข้าแล้วสารนั้นเข้าหลุดเข้าไปในถุงแล้วเข้าสู่เซลล์
โมเลกุลของสารมาเกาะติดกับเยื่อหุ้มเซลล์ แล้วหลุดเข้าไปในเซลล์
ยื่นเยื่อหุ้มเซลล์โอบล้อมอาหารให้กลายเป็นถุงแล้วหลุดเข้าไปในเซลล์
12.จากภาพเป็นการลำเลียงแบบใด
การแพร่แบบฟาซิลิเทต
การออสโมซีส
ฟาโกไซโทซีส
พิโนไซโทซีส
13.การลำเลียงสารแบบฟาซิลิเทต(facilitate diffusion)กับแบบแอคทีฟทรานสปอร์ต(active transport) มีสิ่งใดที่เหมือนกัน
ใช้พลังงานในการลำเลียง
ไม่ใช้พลังงานในการลำเลียง
มีโปรตีนเป็นผู้ช่วยในการลำเลียง
ทิศทางการเคลื่อนที่ของสารจากความเข้มข้นฯสูงไปต่ำ
14.การแพร่แบบฟาซิลิเทตมีอัตราเร็วหรือช้ากว่าการแพร่ธรรมดา เพราะเหตุใด
เร็วกว่า เพราะโปรตีนตัวพา ทำให้สารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์
ได้เร็ว
เร็วกว่า เพราะสารมีโมเลกุลใหญ่ แต่มีปริมาณมาก
ช้ากว่า เพราะโปรตีนตัวพามีจำนวนน้อย
ช้ากว่า เพราะสารมีโมเลกุลใหญ่
15.ภาพใดต่อไปนี้ที่แสดงถึงการลำเลียงสารแบบ Pinocytosis
16.ข้อความใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ Receptor – mediated endocytosis
นำสารออกสู่ภายนอกเซลล์
สร้างซูโดโปเดียม (Pseudopodium) โอบล้อมสาร
นำสารที่เป็นของเหลวหรือสารละลายเข้าสู่เซลล์
มีตัวรับทำหน้าที่จับสารซึ่งสารที่ลำเลียงที่มีความจำเพาะกับตัวรับ
17.ข้อใดไม่ใช่ของเสียที่ร่างกายกำจัดออก
ปัสสาวะ
อุจจาระ
เหงื่อ
ถูกทุกข้อ
18.ฮอร์โมนชนิดใดเกี่ยวข้องกับการดูดกลับน้ำที่ท่อหน่วยไต
ADR
ADH
ADT
ADK
19.หากร่างกายขาดน้ำสมองส่วนท้ายจะหลั่งADHมากขึ้นหรือน้อยลง
มากขึ้น
น้อยลง
เท่าเดิม
ไม่รู้ค้าาาา
20.ถ้าน้ำในเลือดน้อยหรือเลือดเข้มข้นสูงจะไปกระตุ้นสมองส่วนใด
ซีรีเบลรัม
ซีรีบรัม
ไฮโพทาลามัส
พอนส์
21.เมื่ออุณหภูมิสูงร่างกายจะปรับตัวเพื่อรักษาดุลยภาพอย่างไร
เพิ่มเมแทบอลิซึม
ลดเมแทบอลิซึม
ลดการระเหยของเหงื่อ
ขนลุกชัน
22.เมื่ออุณหภูมิต่ำร่างกายมีการรักษาดุลยภาพอย่างไร
เพิ่มเมแทบอลิซึม
ลดเมแทบอลิซึม
ขับเหงื่อเพิ่ม
หลอดเลือดขยายตัว
23.จากรูปโครงสร้างหมายเลข 1 คือ
โบว์แมนแคปซูล
โกลโมรูลัส
ท่อรวม
ห่วงเฮเล
24.ข้อใดเรียงขั้นตอนการกำจัดของเสียของไตได้ถูกต้อง
ดูดกลับ > กรอง > หลั่งสาร
หลังสาร > ดูดกลับ > กรอง
กรอง > ดูดกลับ > หลั่งสาร
ไม่มีข้อถูก
25.การกรองเกิดขึ้นที่ส่วนใด
A
B
C
D
26.ส่วนใดที่ทำหน้าที่รวมน้ำปัสสาวะไปสู่กรวยไต
A
B
C
D
27.ในกรณีที่เราดื่มน้ำมาก แต่ปัสสาวะน้อยเพราะเหตุใด
มีการดูดน้ำ กลับมาก เพราะมีฮอร์โมนที่ควบคุมน้อย
มีการดูดน้ำ กลับมาก เพราะมีฮอร์โมนที่ควบคุมมาก
มีการดูดน้ำ กลับน้อย เพราะมีฮอร์โมนที่ควบคุมน้อย
มีการดูดน้ำ กลับน้อย เพราะมีฮอร์โมนที่ควบคุมมาก
28.ข้อใดไม่ถูกต้อง
1) ไตมีรูปร่างคล้ายเม็ดถั่ว ประกอบด้วยหน่วยไตนับล้านหน่วย
2) ของเหลวทั้งหมดที่ผ่านการกรองจากไตแล้วคือ น้ำปัสสาวะ
3) น้ำ กลูโคส และกรดอะมิโนบางชนิด จะถูกดูดกลับเข้าหลอดเลือดได้อีก
1
2
3
2 และ 3
29.ลักษณะของภูมิคุ้มกันที่ก่อเองเป็นดังข้อใด
ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง เกิดอย่างรวดเร็ว และปรากฏผลในระยะสั้น
ร่างกายไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง แต่เห็นผลทันที อายุการทำงานนาน
ร่างกายไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง เกิดผลช้า แต่อายุสั้น
ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง เกิดช้า แต่ผลของการทำงานยาวนาน
30.การให้ทารกดื่มนมของมารดา ทารกได้รับภูมิคุ้มกันชนิดใด
ภูมิคุ้มกันก่อเอง
ภูมิคุ้มกันที่รับมา
ภูมิคุ้มกันที่ก่อเองและรับมา
ไม่ได้รับภูมิคุ้มกัน
31.ภูมิคุ้มกันก่อเอง (Active Immunity) จะถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร
มนุษย์ด้วยกัน
สัตว์ทดลองบางชนิด
เซลล์ของคนใดคนหนึ่ง
การเคยเป็นโรคชนิดนั้นมาก่อน
32.แอนติเจน (antigen) คืออะไร
โปรตีนที่อยู่บนผิวเซลล์ของเชื้อโรค
สารที่เม็ดเลือดขาวสร้างขึ้นเพื่อกำจัดเชื้อโรค
สารที่เชื้อโรคปล่อยออกมาเพื่อกำจัดเซลล์เม็ดเลือดขาว
ง. สารที่เกิดขึ้นหลังจากเซลล์เม็ดเลือดขาวกำจัดเชื้อโรคแล้ว
33.เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยการสร้างสารใด
ซีรัม ,เซรัม
ทอกซอยด์
วัคซีน
แอนติบอดี
แอนติเจน
34.ข้อใด ไม่ใช่ ภูมิคุ้มกันแบบไม่จําเพาะ (Nonspecific Immunity)
เม็ดเลือดขาว 3 ชนิด ได้แก่ 1. นิวโทรฟิล (Neutrophil)
2. แมโครฟาจ (Macrophage) 3. NK Cell
การอักเสบเกิดโดยการหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine)
การเป็นไข้ (Fever) จะไปกระตุ้นการทํางานของเม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์ (Phagocyte)
อินเทอร์เฟอรอน (Interferon) ทําลาย RNAของไวรัสชนิดนั้นๆ
เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) สร้างแอนติบอดี
35.ข้อใด คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิล
36.อวัยวะใดที่ทำหน้าที่สร้างและพัฒนาเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์
ไขกระดูกและม้าม
ไขกระดูกและไทมัส
ไทมัสและม้าม
ทอนซิลและม้าม
37.เซลล์บีและเซลล์ทีทำงานสัมพันธ์กันลักษณะใด
เซลล์บีกระตุ้นเซลล์ทีให้ผลิตแอนติบอดี
เซลล์ทีผู้ช่วยกระตุ้นให้เซลล์บีสร้างแอนติบอดี
เซลล์บีสร้างแอนติบอดีเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที
เซลล์ทีผู้ช่วยสร้างแอนติเจนกระตุ้นการทำงานของเซลล์บี
38.ถ้าตรวจเลือดแล้วพบว่าเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นผิดปกติแสดงว่าน่าจะเป็นโรคอะไร
เอดส์
การติดเชื้อ
โลหิตจาง
ธาลัสซีเมีย
39.วัคซีน คืออะไร
แอนติบอดีที่อยู่ในเซรุ่ม
แอนติบอดี และ แอนติเจนที่อยู่ในเซรุ่ม
เชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์หรือตายแล้ว
สารพิษและแบคทีเรียสร้างขึ้นและถุกทำให้หมดฤทธิ์ลงแล้ว
40.ภูมิคุ้มกันก่อเองแบบจำเพาะ เกิดจากการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดใด
ก. ลิมโฟไซต์
ข. ฟาโกไซต์
ค. ฟิวโทรฟิล
ง. เบโซฟิล
