wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กฏหมายทั่วไปเกี่ยวกับงานอาชีพ

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 19mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นความหมายของกำลังการผลิตในโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535

a)

ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 5 แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้

คนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป

b)

ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 7 แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ 7 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้

คนงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

c)

ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 15 แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ 15 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้

คนงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

d)

ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 10 แรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ 10 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้

คนงานตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป

2.

โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 เป็นการดำเนินการในลักษณะใด

a)

เพื่อผลิตสิ่งใด ๆ

b)

เพื่อประกอบสิ่งใด ๆ

c)

เพื่อทำลายสิ่งใด ๆ

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา

3.

โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ต้องอยู่ในสภาพใด

a)

โรงเรือน

b)

สถานที่

c)

ยานพาหนะ

d)

เป็นไปได้ทุกข้อ

4.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 1

a)

เป็นโรงงานที่ใช้เครื่องจักรกำลังรวมกว่า 5 แรงม้า

b)

เป็นโรงงานที่ไม่มีมลภาวะ

c)

เป็นโรงงานที่ผู้ประกอบการอาจเปิดดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

d)

เป็นโรงงานที่มีคนงานต่ำกว่า 5 คน

5.

นายแดงต้องการเปิดโรงงานจำพวกที่ 2 ที่ไม่ก่อมลภาวะ นายแดงต้องทำในข้อใด

a)

ไม่ต้องทำอะไร สามารถเปิดดำเนินการได้ทันที

b)

นายแดงต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ

c)

นายแดงต้องขอรับใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

d)

นายแดงต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่มาประจำการที่โรงงาน

6.

นายสมชายเปิดโรงงานที่มีแรงม้ารวมของเครื่องจักรมากกว่า 50 แรงม้า และ/หรือ มีจำนวน คนงานมากกว่า 50 คน แต่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ นายสมชายต้องดำเนินการในข้อใด

a)

ไม่ต้องทำอะไร สามารถเปิดดำเนินการได้ทันที

b)

นายสมชายต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ

c)

นายสมชายต้องขอรับใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

d)

นายสมชายต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่มาประจำการที่โรงงาน

7.

บริเวณใกล้เคียงสถานที่ต่อไปนี้ห้ามเป็นที่ตั้งโรงงาน ยกเว้นข้อใด

a)

อาคารชุดพักอาศัย

b)

วัด

c)

โรงเรียน

d)

แปลงนา

8.

ข้อใดไม่จัดเป็นมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม ตาม พรบ.โรงงาน พ.ศ. 2535

a)

การควบคุมพื้นที่ตั้งโรงงาน

b)

การกำหนดลักษณะ ประเภทหรือชนิดของเครื่องจักร

c)

การกำหนดให้มีผู้ควบคุมที่มีความรู้เฉพาะตามประเภทเครื่องจักร

d)

การกำหนดมาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำของคนงานในโรงงาน

9.

เกิดไฟไหม้โรงงานพ่นสีตัวถังรถยนต์ จากกระป๋องสีระเบิดจากอากาศที่ร้อน และมีคนงาน

เสียชีวิต ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ผู้ประกอบการต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่คนงาน

เสียชีวิต

b)

พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในโรงงานเพื่อตรวจสภาพโรงงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

c)

พนักงานมีอำนาจยึดหรืออายัดวัตถุที่สงสัยเป็นต้นเหตุของการระเบิด

d)

ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องไปให้ให้ถ้อยคำเพราะจัดเป็นอุบัติเหตุหรือเหตุสุดวิสัย

10.

กรณีโรงงานมีสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงานหรือที่อยู่

ใกล้เคียง พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

สั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน

b)

สั่งให้หยุดประกอบกิจการหรือสั่งปรับปรุงแก้ไขเป็นการชั่วคราว

c)

เพิกถอนใบอนุญาต

d)

ให้เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เข้าช่วยแก้ไข และเรียกเก็บค่าใช้จ่าย

11.

กฎหมายคุ้มครองแรงงานก่อให้เกิดประโยชน์ตามข้อโต

a)

ถูกทุกข้อ

b)

ประเทศชาติได้แรงงานที่มีคุณภาพ

c)

ป้องกันไม่ให้ลูกจ้างถูกเอารัดเอาเปรียบ มีความปลอดภัยในการทำงาน ได้รับค่าตอบแทน

ตามสมควร

d)

นายจ้างจะได้แรงงานที่มีความชำนาญในการผลิตสินค้าหรือบริการในระยะยาว

12.

ข้อใดอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

a)

พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต

b)

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ

c)

ข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานคร

d)

ลูกจ้างโรงงานญี่ปุ่นในเขตนิคมอุตสาหกรรม

13.

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต้องมีรายละเอียดดังนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก

b)

วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด

c)

วินัยและโทษทางวินัย

d)

รายชื่อผู้ถือหุ้นในสถานประกอบการ

14.

นายวิชัยรับนางสาววันดีเข้าเป็นลูกจ้างในโรงงานภาชนะเซรามิก นายวิชัยจึงเรียกหลักประกัน

การทำงานจากนางสาววันดี 10,000 บาทในวันเข้าทำงานวันแรก เพื่อไว้หักกรณีลูกจ้างทำ

ภาชนะเซรามิกแตก นายวิชัยสามารถทำได้หรือไม่

a)

ทำได้ เนื่องจากลักษณะงานของนายจ้างเกิดความเสียหายได้ง่าย

b)

ทำได้ เนื่องจากนางสาววันดีเป็นลูกจ้างรายใหม่

c)

ทำไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้นายจ้างทยอยหักเงินเป็นค่าหลักประกันการทำงาน


d)

ทำไม่ได้ เนื่องจ้างกฎหมายห้ามนายจ้างเรียกหลักประกัน

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเลิกจ้าง

a)

การเลิกจ้างใช้ได้เฉพาะกรณีสัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลา

b)

การเลิกจ้างนายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเสมอ

c)

การเลิกจ้างบางกรณีนายจ้างอาจไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

d)

การเลิกจ้างทดลองงาน นายจ้างสามารถเลิกจ้างเมื่อไรก็ได้

16.

ข้อใดเป็นกรณีที่นายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้ทันที

a)

ลูกจ้างทุจริตเงินของบริษัท

b)

ลูกจ้างจงใจใส่สิ่งสกปรกในอาหารกระป๋องของโรงงานของนายจ้าง

c)

ลูกจ้างดื่มสุราขณะขับรถไปส่งสินค้า

d)

ลูกจ้างมีความเห็นแย้งกับนายจ้างในห้องประชุม

17.

ข้อใดไม่เป็นการคุ้มครองหญิงมีครรภ์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

a)

ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงานในบางลักษณะ

b)

ห้ามเลิกจ้างหญิงมีครรภ์

c)

ให้หญิงมีครรภ์ลาคลอดบุตรได้

d)

หญิงมีครรภ์มีสิทธิขอเปลี่ยนตัวนายจ้าง

18.

ตามกฎหมายห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าเท่าใดเข้าทำงาน

a)

ต่ำกว่า 7 ปี

b)

ต่ำกว่า 10 ปี

c)

ต่ำกว่า 15 ปี

d)

ต่ำกว่า 18 ปี

19.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลา

a)

การทำงานนอกชั่วโมงทำงานปกติที่นายจ้างกำหนดไว้

b)

การทำงานเป็นชั่วโมงทำงานที่นายจ้างกำหนดไว้

c)

นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานเว้นได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกจ้างก่อน

d)

นายจ้างต้องจ่ายค่าตอบแทนจากการทำงานล่วงเวลาให้สูงกว่าการจ้างงานปกติ

20.

“การลาพักร้อน” เป็นมาตรการที่สถานประกอบการจัดให้แทนวันหยุดประเภทใด

a)

วันหยุดประจำสัปดาห์

b)

วันหยุดตามประเพณี

c)

วันหยุดพักผ่อนประจำปี

d)

วันแรงงานแห่งชาติ

21.

การลาประเภทใดที่ลูกจ้างสามารถลาได้ตามจริง ไม่กำหนดจำนวนวัน

a)

ลาอุปสมบท

b)

ลาพักผ่อนประจำปี

c)

ลากิจ

d)

ลาป่วย

22.

ปัจจุบันลูกจ้างหญิงสามารถลาเพื่อคลอดบุตรได้ตามข้อใด

a)

98 วัน โดยได้รับค่าตอบแทน 45 วัน

b)

98 วัน โดยได้รับค่าตอบแทนเต็มวันที่ลา

c)

45 วัน โดยได้รับค่าตอบแทนเต็มวันที่ลา

d)

45 วัน โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

23.

ข้อใดคือความหมายค่าชดเชย

a)

เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้าง

b)

เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน

c)

เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างกรณีเจ็บป่วยอันไม่เกิดจากการทำงาน

d)

เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างกรณีการทำงานนอกเหนือจากเวลาที่ตกลงกัน

24.

นายสมชายทำงานในวันเวลาทำงานปกติได้ค่าตอบแทนชั่วโมงละ 100 บาท หากนายสมชาย ทำงานล่วงเวลาในวันหยุดเป็นเวลา 2 ชั่วโมง นายสมชายได้ค่าตอบแทนเท่าไร

a)

100 บาท

b)

200 บาท

c)

300 บาท

d)

600 บาท

25.

กรณีต่อไปนี้กฎหมายกำหนดให้นายจ้างหักค่าตอบแทนได้ ยกเว้นข้อใด

a)

ข้าระภาษีเงินได้ตามจํานวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย


b)

ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์

c)

หักเป็นเงินเข้ากองทุนประกันสังคม

d)

สินค้าที่ผลิตเสียหายจากการขัดข้องของเครื่องจักร

26.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

a)

สร้างกลไกการระงับข้อพิพาทแรงงานระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

b)

ให้สิทธิแก่นายจ้างและลูกจ้างในการจัดตั้งองค์กรของตนเพื่อแสวงหาและคุ้มครองประโยชน์ เกี่ยวกับการจ้างและการทำงาน

c)

เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันและกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง

d)

ลงโทษนายจ้างที่กดขี่และใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม

27.

“เงื่อนไขในการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการและการ เลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน” หมายถึงข้อใด

a)

สภาพการจ้าง

b)

ข้อพิพาทแรงงาน

c)

การประนอมข้อพิพาท

d)

แรงงานสัมพันธ์

28.

เมื่อนายจ้างได้รับข้อเรียกร้อง ต้องเริ่มมีการเจรจาภายในเวลาเท่าใด

a)

3 วัน

b)

5 วัน

c)

7 วัน

d)

15 วัน

29.

กรณีที่ลูกจ้างจะจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง สถานประกอบการต้องมีลูกจ้างตั้งแต่กี่คนขึ้นไป

a)

30 คน

b)

50 คน

c)

70 คน

d)

100 คน

30.

ข้อใดเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์การดำเนินการต่างจากข้ออื่น

a)

คณะกรรมการลูกจ้าง

b)

สหพันธ์แรงงาน

c)

สหภาพแรงงาน

d)

สมาคมนายจ้าง

31.

“กองทุนประกันสังคม” มีที่มาของเงินในกองทุนจากฝ่ายต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

ฝ่ายรัฐบาล

b)

ฝ่ายองค์กรรัฐวิสาหกิจ

c)

ฝ่ายลูกจ้าง

d)

ฝ่ายนายจ้าง

32.

เงินในกองทุนประกันสังคมจะถูกนำไปจ่ายประโยชน์ทดแทนประเภทต่าง ๆ ในกรณีต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

กรณีคลอดบุตร

b)

กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันเนื่องจากการทำงาน

c)

กรณีทุพพลภาพ

d)

กรณีชราภาพ

33.

นายสมชายเคยทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนมา 3 ปี หลังจากลาออกจากงาน นายสมชาย ประสงค์จะประกันตนในระบบประกันสังคมต่อ สถานะของนายสมชายเรียกว่าอะไร

a)

ผู้ประกันตนแบบสมัครใจ

b)

ผู้ประกันตนแบบบังคับ

c)

ผู้ประกันตนอิสระ

d)

ผู้ประกันตนนอกระบบ

34.

นายสมปองเป็นลูกจ้างบริษัท หลังจากกลับจากการไปท่องเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์ นายสมปอง เกิดไข้สูงขึ้นเฉียบพลัน หมดสติและชักเกร็ง นายสมปองจะได้ประโยชน์ทดแทนจากกองทุน ประกันสังคมอะไรบ้าง

a)

ถูกทุกข้อ

b)

ค่ารถพยาบาล

c)

ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์

d)

ค่าตรวจวินิจฉัยโรค

35.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร

a)

ค่าทำหมัน

b)

ค่าบริบาลทารกแรกเกิด

c)

ค่ายาและค่าเวชภัณฑ์

d)

ค่าตรวจและรับฝากครรภ์

36.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของนายจ้างตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

a)

ถูกทุกข้อ

b)

ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้เกิดความปลอดภัย

c)

ส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของลูกจ้างมิให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจและสุขภาพอนามัย


d)

จัดและดูแลสถานประกอบกิจการและลูกจ้างให้มีสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ

37.

หากนายสมชายประสงค์จะให้บริการจัดฝึกอบรมหรือให้คำปรึกษาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตามมาตรฐานที่กำหนด จะต้องไปขึ้นทะเบียนที่ใด

a)

สำนักความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

b)

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

c)

ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

d)

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

38.

ในกรณีที่สถานที่ทำงานนั้นๆ มีอันตราย นายจ้างควรจะต้องปฏิบัติเช่นไร

a)

แจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงานและแจกคู่มือปฏิบัติงานให้ลูกจ้างทุกคน


b)

จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

c)

ติดประกาศสัญลักษณ์เตือนอันตรายและเครื่องหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย

d)

ถูกทุกข้อ

39.

กรณีที่ลูกจ้างหญิงในโรงงานเย็บผ้าพบว่าสายไฟที่เชื่อมต่อกับจักรเย็บผ้าไฟฟ้า มีประกายไฟออกมา ควรปฏิบัติตามข้อต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด

a)

พยายามศึกษาคู่มือและดำเนินการซ่อมด้วยตนเอง

b)

แจ้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทราบ

c)

แจ้งหัวหน้างานให้ทราบ

d)

แจ้งผู้บริหารเพื่อทราบ

40.

ในพื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งที่กำหนดให้ทุกคนที่เข้าพื้นที่ต้องสวมใส่หมวกนิรภัย ข้อโตกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ลูกจ้างต้องเป็นผู้เตรียมหมวกนิรภัยมาเองเป็นการส่วนตัว

b)

นายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งให้ลูกจ้างสวมใส่หมวกนิรภัย

c)

ลูกจ้างต้องดูแลรักษาหมวกนิรภัยให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน

d)

นายจ้างมีอำนาจสั่งให้ลูกจ้างหยุดการทำงานนั้นจนกว่าลูกจ้างจะสวมใส่อุปกรณ์