wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ภาษาพาที บทที่ 8

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ดอกไม้ในสวนแก้วมีลักษณะอย่างไร

a)

ดอกไม้เหมือนมีชีวิต

b)

ดอกไม่มีสีสันแปลกตา

c)

ดอกไม้ใสและบางเหมือนแก้ว

d)

ดอกไม้บานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง

2.

ใครพาขวัญข้าวมาที่สวนแก้ว

a)

เทวดา

b)

นางฟ้า

c)

เทพารักษ์

d)

กินรี

3.

การที่ขวัญข้าวได้มาเที่ยวในสวนแก้ว ส่งผลให้ขวัญแก้วคิดหัวข้อรายงานเรื่องอะไรได้

a)

ไม้งามในสวนแก้ว

b)

ดอกไม้ไทยและเทศ

c)

ลักษณะของสวนแก้ว

d)

ดอกไม้ที่ท ามาจากแก้ว

4.

ดอกไม้ในสวนแก้วมีลักษณะพิเศษอย่างไร

a)

มีกลิ่นหอมเหมือนธรรมชาติ

b)

ดอกบางและนุ่มนิ่มเหมือนของจริง

c)

ดอกไม้ทุกดอกสีสดใส

d)

ดอกไม้ทุกดอกทำด้วยแก้ว

5.

ขวัญข้าวตกลงจะทำรายงานเรื่องอะไร

a)

ไม้หอมในดงแก้ว

b)

ไม้สวยในเรือนแก้ว

c)

ไม้อร่ามสวนแก้ว

d)

ไม้งามในสวนแก้ว

6.

ข้อใดมิใช่ประโยคสามัญ

a)

ฉันอยากเป็นนักกีฬา

b)

วันนี้แม่ให้ฉันเลี้ยงน้อง

c)

ขวัญข้าวชอบอ่านหนังสือทุกวัน

d)

ดวงดาวชอบฟังเพลง แต่ดารณีชอบดูหนัง

7.

ข้อใดไม่เป็นประโยคซ้อน

a)

ฉันชอบบ้านที่อยู่บนภูเขา

b)

ศักดิ์ชัยเขียนรายงานที่คิดหัวข้อขึ้นเอง

c)

วิไลซึ่งเป็นคนขยันกังวลใจเกี่ยวกับการบ้าน

d)

เธออยากจะเป็นนักดนตรีหรืออยากจะเป็นนักร้อง

8.

อนุประโยคหรือประโยครอง เป็นองค์ประกอบอยู่ในประโยคอะไร

a)

ประโยคความเดียว

b)

ประโยคความรวม

c)

ประโยคความซ้อน

d)

ถูกต้องเฉพาะข้อ ก. และข้อ ข.

9.

วรรณคดีในข้อใดมิได้แต่งด้วยร้อยกรอง

a)

ขุนช้างขุนแผน

b)

สามก๊ก

c)

อิเหนา

d)

พระอภัยมณ

10.

ภูเขาลูกใหญ่ของขวัญข้าว หมายถึงอะไร

a)

งานบ้านที่คุณแม่ให้ทำ

b)

การสอบปลายภาคเรียน

c)

งานที่ได้รับมอบหมายจากกลุ่ม

d)

ภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

11.

คำประพันธ์วรรคใดแสดงให้เห็นว่าขวัญข้าวกำลังบินอยู่

a)

นภาเปิดทางกว้างใส

b)

ชื่นใจลมผ่านผิวกาย

c)

มองไปเห็นทุ่งนากว้าง

d)

ผ่านเมฆปุยขาวเป็นใย

12.

นางฟ้าสอนมารยาทเรื่องใดให้ขวัญข้าว

a)

การไหว้ผู้ใหญ่

b)

การพูดจากับผู้ใหญ่

c)

การกล่าวคำขอบคุณ

d)

การรู้จักนอบน้อมและมีสัมมาคารวะ

13.

“กุหลาบอังกาบกรรณิการ์ สร้อยทองเฟื่องฟ้าบานบุรี

พลับพลึงพุทธชาดพิกุล มณฑายี่สุ่น สารภี"

มีดอกไม้กี่ชนิด

a)

9 ชนิด

b)

10 ชนิด

c)

11 ชนิด

d)

12 ชนิด

14.

“พิศพวงชมพูกระดังงาเลื้อยเคียงคู่ดูสดสวยแฉล้ม

รสสุคนธ์บุนนาคนางแย้มสารภีที่ถูกใจ”

มีดอกไม้กี่ชนิด

a)

4 ชนิด

b)

5 ชนิด

c)

6 ชนิด

d)

7 ชนิด

15.

ข้อใดคือลักษณะของประโยคความเดียว

a)

ประโยคที่มีประธานเพียงตัวเดียว

b)

ประโยคที่มุ่งกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว

c)

ประโยคที่มีแต่กริยาสำคัญเป็นตัวแสดงเท่านั้น ไม่มีส่วนขยาย

d)

ประโยคที่มีทั้งกริยาและตัวขยาย กรรม และตัวขยายโดยละประธานไว้ได้

16.

ข้อใดเป็นประโยคความเดียว

a)

ฉันรักทั้งเธอและเขา

b)

พอฝนตกหนักน้ำก็ท่วม

c)

แมวตัวอ้วนนอนหลับบนเบาะ

d)

สุดาชอบกินขนมหวานแต่ยุพาชอบกินผลไม้

17.

ข้อใดมิใช่ประโยคความเดียว

a)

วันนี้ฝนตกหนักน้ำจึงท่วม

b)

นกกระยางบินหนึไปหมดแล้ว

c)

เขาเป็นหลานชายคนโตของฉัน

d)

สุธิดาเขียนกระดานดำเล่่นทุกวัน

18.

ข้อใดเป็นประโยคความรวม

a)

แผ่นดินไหวในตุรกี

b)

ชาวสวนต้องทำงานหนัก

c)

น้ำท่วมหมู่บ้านไวท์เฮาส์

d)

อุทกภัยและวาตภัยทำให้ประชาชนเดือดร้อน

19.

ข้อใดเป็นประโยคความรวมที่มีใจความคล้อยตามกัน

a)

คนที่ไม่มีความรักก็แสดงความรักให้

b)

พวกขี้เมายังคงเดินเข้าออกประตูครัว

c)

ชีวิตสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนบ้าง โคลนบ้างผสมกัน

d)

นักแสดงละครและนักแสดงกลต่างก็มีศิลปะแห่งการหลอกลวงเหมือนกัน

20.

ประโยคความรวมในข้อใดมีใจความคล้อยตามกัน

a)

สมบัติหรือไม่ค็ครรชิตไปพบครูที่ห้องพักครู

b)

ทั้งพี่สาวและน้องสาวชอบดูรายการ “ผู้หญิงอยากรู้”

c)

พ่อชอบดูรายการ “ขอคิดด้วยคน” แต่ทว่าแม่ชอบดูละครน้ำเน่าหลังข่าว

d)

เพราะน้องชอบดูหนังจีนวิทยายุทธ์มากจึงมีพฤติกรรมเหมือนนักแสดง

21.

“น้องทำการบ้าน/น้องดูโทรทัศน์” ประโยคคู่นี้ควรเชื่อมด้วยคำสันธานในข้อใด

a)

หรือ

b)

พอ............ก็

c)

เมื่อ........ก็

d)

เพราะ.......จึง

22.

ข้อใดเป็นประโยคที่เมื่อแยกออกแล้วได้ประโยคย่อยกับประโยคหลัก

a)

ขนของขึ้นบ้านเสร็จสุธีราก็เดินตกบันได

b)

พระเครื่องในเมืองไทยแบ่งออกได้ 5 ยุค

c)

ศาสนาพราหมณ์มีก าเนิดขึ้นในประเทศอินเดีย

d)

คนไทยเป็นพุทธศาสนิกชนน้อยคนนักที่จะไม่มีพระเครื่อง

23.

สำนวนในข้อใดเป็นประโยคความซ้อน

a)

น้ำลดตอผุด

b)

น้ำขึ้นให้รีบตัก

c)

ลางเนื้อชอบลางยา

d)

ขี่ช้างจับตั๊กแตน

24.

ข้อใดมิใช่รูปแบบของคำประพันธ์ประเภทบทร้อยกรองของไทย

a)

โคลง กลอน

b)

กำพย์ ฉันท์

c)

ร่ำย ลิลิต

d)

ลำนำ เปิงมำง

25.

ข้อใดกล่ำวไม่ถูกต้อง

a)

กลอนเสภา เป้นกลอนลำนำสำหรับขับร้องเป็นเรื่องรำว

b)

กลอน มีลักษณะบังคับ 4 ประกำร คือ คณะ จำนวนคำ สัมผัส และจำนวนบท

c)

กลอนบทละคร นิยมใช้คำวรรคละ 6 คำ 7 คำเพรำะจะได้เข้ำกับจังหวะ และทำนองร้อง

d)

กำพย์ยำนี 11 1 บท มี 2 บำท เรียกว่ำ “บาทเอก”และ บทโท”และแต่ละบาทมี 11 คำเท่ำนั ้น

26.

บทร้อยกรอง หมำยถึงข้อใด

a)

งำนประพันธ์ที่แต่งตำมฉันทลักษณ์

b)

งำนประพันธ์ที่แต่งโดยจำกัดจำนวนคำ

c)

งำนประพันธ์ที่แต่งเป็นควำมเรียงธรรมดำ

d)

งำนประพันธ์ที่แต่งเพื่อควำมสนุกสนำนเพลิดเพลิน

27.

“กุหลาบกรรณิการ์ สร้อยทองเฟื่องฟ้าบานบุรี” จากคำประพันธ์กล่าวถึงดอกไม้กี่ชนิด

a)

5 ชนิด

b)

6 ชนิด

c)

7 ชนิด

d)

8 ชนิด

28.

“พลับพลึงพุทธชาดพิกุล มณฑายี่สุ่นสารภี” จากคำประพันธ์กล่าวถึงดอกไม้กี่ชนิด

a)

5 ชนิด

b)

6 ชนิด

c)

7 ชนิด

d)

8 ชนิด

29.

คำประพันธ์ในวรรคใดมีชื่อดอกไม้มากที่สุด

a)

ทานตะวันดาวเรืองประยงค์

b)

อัญชันจันทร์กระพ้อพุดซ้อน

c)

ดอกเข็มซ่อนกลิ่นกล้วยไม้

d)

กระดังงาหงอนไก่แก้วราตรี

30.

คำประพันธ์ในวรรคใดมีชื่อดอกไม้มากที่สุด

a)

สร้อยทองเฟื่องฟ้าบานบุร

b)

มณฑายี่สุ่นสารภี

c)

สายหยุดดอกขจรมะลุลี

d)

เบญจมาศกาหลงปีบจำปี