NEW
Font size
Worksheetsข้อสอบกลางภาครายวิชาวรรณศิลป์ในการประพันธ์
Total questions: 40
Worksheet time: 47mins
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวรรณกรรมไทย
วรรณกรรมในอดีตจะสนองความต้องการของคนในสังคม
วรรณกรรมปัจจุบันมีการนำเสนอแนวคิดแบบจินตนิยม
วรรณกรรมในอดีตเน้นความแปลกใหม่ในด้านกลวิธีในการดำเนินเรื่อง
วรรณกรรมปัจจุบันให้คุณค่าด้านอารมณ์น้อยกว่าคุณค่าทางปัญญา
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยโดยตรงที่ทำให้วรรณกรรมในอดีตเปลี่ยนแปลงมาสู่วรรณกรรมยุคปัจจุบัน
ความต้องการรูปแบบวรรณกรรมที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
ความก้าวหน้าทางด้านความคิด ที่ส่งผลต่อการดำเนินวิถีชีวิต
สภาพเหตุการณ์ทางการเมืองและสังคม อิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจ
ความต้องการของตลาด
วรรณกรรมปัจจุบันประเภทนวนิยายแนวก้าวหน้าเกิดขึ้นในช่วงใด
ช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2476-2488
ช่วงจอมพลป.พิบูลสงคราม ออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พ.ศ. 2489-2500
ช่วงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปฏิวัติรัฐประหารและปกครองแบบเผด็จการทหาร พ.ศ. 2501-2506
ช่วงรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร พ.ศ. 2507-2516 ยุคที่นักศึกษาเกิดความขัดแย้งทางความคิด
ช่วงสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม ออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดนวนิยายประเภทใด
นวนิยายน้ำเน่า
นวนิยายแนวก้าวหน้า
นวนิยายแนวเพื่อชีวิต
นวนิยายแนวเพ้อฝัน
ยุคมืดทางปัญญาปรากฏวรรณกรรมประเภทใด
นวนิยายน้ำเน่า
นวนิยายแนวก้าวหน้า
นวนิยายแนวเพื่อชีวิต
นวนิยายแนวเพ้อฝัน
ข้อใดกล่าวถึงโวหารในการประพันธ์ได้ถูกต้องที่สุด
แสดงให้เห็นสุนทรียศาสตร์และความงามที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม
เปรียบเสมือนเครื่องมือในการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของผู้ประพันธ์
เป็นการเรียบเรียงถ้อยคำที่มีการสัมผัสคล้องจองกันอย่างสละสลวยและเกิดความไพเราะ
มีลักษณะเป็นชั้นเชิงในการบอกเล่าหรืออภิปรายเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความรู้และเข้าใจ
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับองค์ประกอบของวรรณศิลป์
องค์ประกอบของวรรณศิลป์ประกอบไปด้วย องค์ประกอบด้านอารมณ์สะเทือนใจ ความนึกคิดและจินตนาการ ท่วงทำนอง กลวิธีในการประพันธ์ และองค์ประกอบในส่วนโครงสร้างวรรณกรรม
พลังอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ที่จะสรรค์สร้างงาน แสดงถึงความคิดอันเฉียบแหลม และโดดเด่นของผู้ประพันธ์ เป็นองค์ประกอบด้านความนึกคิดและจินตนาการ
กระบวนการที่จะนำความคิด จินตนาการ ความสะเทือนใจของผู้ประพันธ์ แสดงออกมาให้ผู้อื่นได้ประจักษ์ คือ องค์ประกอบด้านความนึกคิดและจินตนาการ
การเปิดเรื่อง การปิดเรื่อง การเล่าเรื่อง การพูดถึงตัวละคร ผู้แต่งอาจใช้อุบายที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึกและจินตนาภาพตามได้ เป็นองค์ประกอบด้านอารมณ์สะเทือนใจ
“แป้งร่ำเป็นสาวงามที่มีลำแขนขาวผ่องทั้งกลมเรียวและอ่อนหยัด ผิวขาวละเอียดเช่นเดียวกับแขน ประกอบด้วยหลังมืออวบนูน นิ้วเล็กเรียว หลังเล็บมีสีดังกลีบดอกบัวแรกแย้ม” จากบทประพันธ์ผู้เขียนใช้โวหารในการประพันธ์ชนิดใด
บรรยายโวหาร
พรรณนาโวหาร
สาธกโวหาร
เทศนาโวหาร
“ช้างยกขาหน้าให้ควาญเหยียบขึ้นนั่งบนคอ ตัวมันสูงใหญ่ ใบหูไหว พะเยิบ หญิงบนเรือนลงบันไดมาข้างล่าง เธอชูแขนยื่นผ้าขาวม้าและข้าวห่อใบตองขึ้นมา ให้เขา” จากบทประพันธ์ผู้เขียนใช้โวหารในการประพันธ์ชนิดใด
บรรยายโวหาร
พรรณนาโวหาร
สาธกโวหาร
อุปมาโวหาร
“ อันว่าแก้วกระจกรวมอยู่กับสุวรรณ ย่อมได้แสงจับเป็นเลื่อม
พรายคล้ายมรกต ผู้ที่โง่เขลาแม้ได้อยู่ใกล้นักปราชญ์ ก็อาจเป็นคนเฉลียวฉลาดได้ฉันเดียวกัน” จากบทประพันธ์ผู้เขียนใช้โวหารในการประพันธ์ชนิดใด
บรรยายโวหาร
พรรณนาโวหาร
สาธกโวหาร
อุปมาโวหาร
“ อำนาจความสัตย์เป็นอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแต่จับหัวใจคน แม้แต่สัตว์ก็ยังมีความรู้สึกในความสัตย์ซื่อ เมื่อกวนอูตายแล้ว ม้าของกวนอูก็ไม่ยอมกินหญ้ากินน้ำและตายตามเจ้าของไปในไม่ช้า ไม่ยอมให้หลังของมันสัมผัสกับผู้อื่นนอกจาก นายของมัน” จากบทประพันธ์ผู้เขียนใช้โวหารในการประพันธ์ชนิดใด
บรรยายโวหาร
เทศนาโวหาร
สาธกโวหาร
อุปมาโวหาร
“เกิดเป็นหญิงให้รู้จักรักนวลสงวนตัว อย่าประพฤติตนออกนอกลู่นอกทาง ควรประพฤติและปฏิบัติตนตามครรลองในสิ่งที่ควรจะเป็น” จากบทประพันธ์ผู้เขียนใช้โวหารในการประพันธ์ชนิดใด
บรรยายโวหาร
เทศนาโวหาร
สาธกโวหาร
อุปมาโวหาร
“... ลงบันไดไปขึ้นสีหมอกม้า เรียกโหงพรายมาทั้งน้อยใหญ่ ออกจากกาญจน์บุรีรี่เข้าไพร โหงพรายตามไปเป็นโกลา ตัดมาห้วยโรงหนองตะพาน ข้ามธารจระเข้แล้วเข้าป่า ถึงหนองน้ำบ้านพลับระยับตา รีบมาใกล้บ้านขุนช้างนั้น ...” จากบทประพันธ์ผู้เขียนใช้โวหารในการประพันธ์ชนิดใด
บรรยายโวหาร
เทศนาโวหาร
สาธกโวหาร
อุปมาโวหาร
ข้อใดคือการพรรณนาภาพ
พรรณนาในเชิงนามธรรม
พรรณนาความรักของตัวละคร
พรรณนาความงามของตัวละคร
พรรณนาความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร
“...เบื้องบนมีกลุ่มเมฆเป็นคลื่นซ้อนซับสลับกันเป็นทิวแถว ต้องแสงแดดจับเป็นสีระยับวะวับแวว ประหนึ่งเอาทรายทองไปโปรยปราย เลื่อนลอยลิ่ว ๆ เรี่ย ๆ รายลงจดขอบฟ้า ชาวนาและโคก็เมื่อยล้าด้วยตรากตรำทำงาน ต่างพากันดุ่ม ๆ เดินกลับเคหสถานเห็นไร ๆ” จากบทประพันธ์ปรากฏโวหารการประพันธ์ประเภทการพรรณนาโวหารชนิดใด
พรรณนาภาพ
พรรณนาอารมณ์
พรรณนาเชิงรูปธรรม
ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.
“สำนวนภาษารูปแบบหนึ่งที่มีการเรียบเรียงถ้อยคำด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ผิดแผกไปจากการเรียงลำดับคำ หรือความหมายของคำตามปกติ เพื่อให้มีความหมายพิเศษ” จากข้อความข้างต้นหมายถึงข้อใด
ภาพพจน์
ภาพพจน์เปรียบเทียบ
ศิลปะการใช้ภาษา
โวหารในการประพันธ์
“เขาแล่นใบไปรอบโลก” จากข้อความนี้ปรากฏภาพพจน์ชนิดใด
อวพจน์
สัมพจนัย
นามนัย
อุปมานิทัศน์
“... ญาติกาหาไหนมีใครเล่า จะส่งข้าวปลาหมดคงอดสิ้น จะเป็นความถามไถ่ในบุริน เงินแต่เท่าปีกริ้นก็ไม่มี เขาจะเรียกค่าฤชาตุลาการ จะผูกมัดรัดประจานไม่ควรที่ ถ้าแพ้ลงคงปรับทับทวี เลือดเนื้อเท่านี้เป็นเงินทอง ...” จากบทประพันธ์ปรากฏภาพพจน์ชนิดใด
อวพจน์
สัมพจนัย
นามนัย
อุปมานิทัศน์
“... ญาติกาหาไหนมีใครเล่า จะส่งข้าวปลาหมดคงอดสิ้น จะเป็นความถามไถ่ในบุริน เงินแต่เท่าปีกริ้นก็ไม่มี เขาจะเรียกค่าฤชาตุลาการ จะผูกมัดรัดประจานไม่ควรที่ ถ้าแพ้ลงคงปรับทับทวี เลือดเนื้อเท่านี้เป็นเงินทอง ...” จากบทประพันธ์ข้างต้น คำว่า “เลือดเนื้อ” หมายถึงสิ่งใด
ชีวิต
หนี้สิน
เงินทอง
ความพ่ายแพ้
“กลวิธีการเปรียบเทียบโดยใช้เรื่องเล่ามักเป็นเรื่องราวขนาดสั้น ปรากฏความหมาย 2 ระดับ ได้แก่ ความหมายตรง ๆ ตามเนื้อเรื่องและมีความเปรียบเทียบเป็นความหมายแฝงอีกอย่างหนึ่ง”
อวพจน์
สัมพจนัย
นามนัย
อุปมานิทัศน์
ข้อใดปรากฏภาพพจน์ “ปฏิพจน์”
ให้อายุยืนหมื่นเท่าเสาศิลา อยู่คู่ฟ้าดินได้ดังใจปอง
น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย
ความสุขที่แสนจะหอมหวาน
กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา
จากข้อความ “ครืนครืนใช่ฟ้าร้อง เรียมครวญ” ปรากฏภาพพจน์ใด
บุคคลวัต
สัทพจน์
อติพจน์
อุปลักษณ์
ครืนครืนใช่ฟ้าร้อง เรียมครวญ
หึ่งหึ่งใช้ลมหวน พี่ให้
ฝนตกใช่ฝนนวล ที่ทอด ใจนา
ร้อนใช่ร้อนไฟไหม้ พี่ร้อนกลกาม
จากบทประพันธ์เป็นการใช้คำชนิดใดเด่นชัดที่สุด
การเล่นคำ
การหลากคำ
อัพภาส
คำไวพจน์
“การใช้คำที่มีความหมายตรงขัดแย้งมาเข้าคู่กัน เพื่อเกิดความหมายใหม่” หมายถึงข้อใด
ปฏิพจน์
สัมพจนัย
อุปมานิทัศน์
ปฏิปุจฉา
เสนาสูสู่สู้ ศรแผลง
ยิ่งค่ายหลายเมืองแยง แย่งแย้ง
รุกร้นร่นรนแรง ฤทธิ์รีบ
ลวงล่วงล้วงวังแล้ว รวบเร้าเอามา
จากบทประพันธ์ข้างต้นไม่ปรากฏการใช้วรรณศิลป์ด้านใด
การเล่นเสียงอักษร
การเล่นเสียงสระ
การเล่นเสียงวรรณยุกต์
การเล่นคำพ้อง
ข้อใดปรากฏโวหารภาพพจน์เหมือนกับข้อความที่ว่า “เธอเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของฉัน"
เธอคือสายน้ำฉ่ำใจ
เมื่อลมพัดใบไม้สะบัดโบกมือเรียกเธอ
เรือชัยไวว่องวิ่งรวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
รอบข้างไม่มีที่นาที่ไหนว่าง แต่ชาวนายังอดตาย
“ กระนี้หรือพระบิดามิน่าหนี ทั้งท่วงทีไม่สุภาพทำหยาบหยาม” จากข้อความดังกล่าวปรากฏภาพพจน์ชนิดใด
อุปนิเสธ
สัมพจนัย
ปฏิปุจฉา
สัญลักษณ์
ข้อใดไม่ปรากฏโวหารภาพพจน์
ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ
เขามีเพชรอยู่ในมือแต่ปล่อยให้หลุดมือไปได้
ธรรมชาติรอบข้างต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง
บนเนินเขาเตี้ย ๆ มีน้ำพุที่ให้น้ำตลอดฤดู ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว
“พิราบบินกลับมาหลังคาโบสถ์
พายุโหดยังกระหึ่มกระเหี้ยนหือ
เมื่อแก้วตกลงแตกก็แหลกรื้อ
แต่แก้วคือแก้วพร่างอยู่กลางใจ”
คำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์ชนิดใดบ้าง
ก. สัญลักษณ์ บุคลาธิษฐาน อุปลักษณ์
ข. สัญลักษณ์ ปฏิพากย์ อุปลักษณ์
ค. อุปลักษณ์ บุคลาธิษฐาน อติพจน์
ง. อุปลักษณ์ อติพจน์ อุปมา
“ด้วยระเด่นบุษบาโฉมตรู ควรคู่ภิรมย์สมสองไม่ต่ำศักดิ์รูปชั่ว เหมือนตัวน้อง ทั้งพวกพ้องสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์”
คำประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารภาพพจน์ใด
อุปลักษณ์
อวพจน์
อติพจน์
อุปมา
เสนาสูสู่สู้ ศรแผลง
ยิ่งค่ายหลายเมืองแยง แย่งแย้ง
รุกร้นร่นรนแรง ฤทธิ์รีบ
ลวงล่วงล้วงวังแล้ว รวบเร้าเอามา
จากบทประพันธ์ข้างต้นปรากฏสุนทรียลักษณ์ทางภาษาด้านใดเด่นชัดที่สุด
สุนทรียแห่งเสียง
สุนทรียแห่งคำ
ศิลปะการใช้คำ
ภาพพจน์สัทพจน์
ข้อใดปรากฏภาพพจน์อุปลักษณ์
สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง
สติต่างโล่ป้อง อาจแกล้วกลางสนาม
สัตว์ในน้ำจำแพ้แก่ผีเสื้อ เปรียบเหมือนเนื้อเห็นพยัคฆ์ให้ชักหลัง
สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหนึ่งเจ็ดงา ดั่งเพชรรัตน์รูจี
“ถึงบางพรมพรหมมีอยู่สี่พักตร์ คนรู้จักแจ้งจิตทุกทิศา ทุกวันนี้มีมนุษย์อยุธยา เป็นร้อยหน้าพันหน้ายิ่งกว่าพรหม” จากบทประพันธ์ปรากฏวรรณศิลป์ด้านใดเด่นชัดที่สุด
การซ้ำคำ
คำพ้องรูป
คำพ้องเสียง
การสัมผัสอักษร
เสียดายสายสวาทโอ้ อาวรณ์
รักพี่มีโทษกรณ์ กับน้อง
จำจากพรากพลัดสมร เสมอชีพ เรียมเอย
เสียนุชดุจทรวงต้อง แตกฟ้าผ่าสลาย
จากบทประพันธ์ปรากฏวรรณศิลป์ด้านสุนทรียลักษณ์ทางภาษาในข้อใดเด่นชัดที่สุด
อัพภาส
การหลากคำ
การเล่นคำพ้อง
การเล่นความหมาย
ข้อใดมีสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะภายในวรรค
ไส้ตันความป่วยเจ็บ
ผ่าแล้วเย็บพอเยียวยา
เร็วเรียกปลาหมอมา
ให้ช่วยผ่าปลาไส้ตัน
ข้อใดไม่มีคำอัพภาส
กุหลาบงามหอมระรื่นชื่นนาสา
ลอยละลิ่วปลิวไปไพรระหง
เจ้าละเลยเร่ร่อนไปหนไหน
แสงเรื่อเรืองแดงระยับสลับคราม
“นี่จนใจไม่มีเท่าขี้เล็บ ขี้เกียจเก็บเลยทางมากลางหน” ปรากฏภาพพจน์ใด
บุคคลวัต
อติพจน์
อวพจน์
สัมพจนัย
หนึ่งคอยชะลอยเล่ห์ไท้ เรืองราม
สิงหนาทอาจไถ่ถาม ถี่ถ้อย
ทูลพิดกิจกลความ ตามสัตย์
อย่าขานการเบาน้อย เนื่องเนื้อคดีตรง
จากบทประพันธ์ข้างต้นปรากฏการใช้สุนทรียลักษณ์ทางภาษาชนิดใด
การสรรคำ
สัมผัสพยัญชนะ
สัมผัสสระ
สัมผัสวรรณยุกต์
"คนเห็นคนเป็นคนนั่นแหละคน คนเห็นคน ใช่คน ใช่คนไม่ กำเนิดคนต้องเป็นคนทุกคนไป จนหรือมีผู้ดีไพร่ไม่พ้นคน เกิดหนหนึ่งตายหนหนึ่งพึงนึกไว้ ไม่เกิดใหม่ตายใหม่ได้หลายหน อย่าโอหังอยากจะดีวิเศษล้น ก็แค่คนคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
บทประพันธ์ข้างต้นปรากฏวรรณศิลป์ด้านใดที่เด่นชัดที่สุด
การใช้สัมผัสสระ
การใช้สัมผัสอักษร
การเล่นคำซ้ำ
การเล่นคำพ้อง
จิบจับเจาเจ่าเจ้า รังมา
จอกจาบจั่นจรรจา จ่าจ้า
เค้าค้อยค่อยคอยหา เห็นโทษ
ซอนซ่อนซ้อนสริ้วหน้า นิ่งเร้าเอาขวัญ
จากบทประพันธ์ไม่ปรากฏสุนทรียลักษณ์ทางภาษาประเภทใด
สัมผัสสระ
สัมผัสพยัญชนะ
สัมผัสวรรณยุกต์
การเล่นคำพ้อง
