wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบภูมิคุ้มกัน

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

สารพิษซึ่งเชื้อโรคปล่อยออกสู่กระแสโลหิต เรียกว่า

a)

Toxin

b)

Toxoid

c)

Antibody

d)

Lethal

2.

เมื่อมีอหิวาตกโรคระบาด นักเรียนจะถูกแนะนำให้ไปรับการฉีดวัคซีน (Vaccine)

a)

แอนติบอดีที่อยู่ในเซรุ่ม

b)

แอนติเจน และแอนติบอดีที่อยู่ในเซรุ่ม

c)

เชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์หรือตายลงแล้ว

d)

สารพิษที่แบคทีเรียสร้างขึ้นและถูกทำให้หมดฤทธิ์แล้ว

3.

สารแอนติบอดี (Antibody) ซึ่งสร้างโดยเม็ดเลือดขาว จะมีการลำเลียงไปยัง

ส่วนต่างของร่างกายโดย

a)

ระบบหมุนเวียนเลือด

b)

ระบบหมุนเวียนน้ำเหลือง

c)

ซึมผ่านเนื้อเยื่อต่าง ๆ

d)

ซึมผ่านไปกับของเหลวระหว่างเซลล์

4.

ข้อความใดแสดงถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

a)

นิวรับประทานยาที่แพทย์สั่งจนครบ

b)

ปิ๋มหายหวัดได้เองโดยไม่ต้องไปหาหมอ

c)

โบใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอบปากแผลที่โดนมีดบาด

d)

ถูกทุกข้อ

5.

แอนติเจน (antigen) คืออะไร

a)

โปรตีนที่อยู่บนผิวเซลล์ของเชื้อโรค

b)

สารที่เม็ดเลือดขาวสร้างขึ้นเพื่อกำจัดเชื้อโรค

c)

สารที่เชื้อโรคปล่อยออกมาเพื่อกำจัดเซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

สารที่เกิดขึ้นหลังจากเซลล์เม็ดเลือดขาวกำจัดเชื้อโรคแล้ว

6.

เซลล์บีและเซลล์ทีทำงานสัมพันธ์กันลักษณะใด

a)

เซลล์บีกระตุ้นเซลล์ทีให้ผลิตแอนติบอดี

b)

เซลล์ทีผู้ช่วยกระตุ้นให้เซลล์บีสร้างแอนติบอดี

c)

เซลล์บีสร้างแอนติบอดีเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที

d)

เซลล์ทีผู้ช่วยสร้างแอนติเจนกระตุ้นการทำงานของเซลล์บี

7.

เซรุ่มคืออะไร

a)

แอนติเจนที่ได้จากม้า

b)

ทอกซอยด์ที่ได้จากม้า

c)

แอนติบอดีที่ได้จากกระต่าย

d)

เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ได้จากกระต่าย

8.

ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสารพิษที่นำมาทำเป็นวัคซีนได้เพราะอะไร

a)

เชื้อโรคในวัคซีนตายแล้ว

b)

เชื้อโรคในวัคซีนมีฤทธิ์อ่อนลงมาก

c)

สารพิษในวัคซีนหมดความเป็นพิษแล้ว

d)

ถูกทุกข้อ

9.

หลักการทำงานของวัคซีนคืออะไร

a)

ใช้ทอกซินกระตุ้นการสร้างเซลล์ทีผู้ช่วย

b)

ใช้ทอกซินกระตุ้นการสร้างเซลล์พลาสมา

c)

ใช้เชื้อโรคที่แข็งแรงกระตุ้นการสร้างเซลล์เมมเมอรี

d)

ใช้เชื้อโรคที่ตายแล้วกระตุ้นการสร้างเซลล์เมมเมอรี

10.

พิษซึ่งทาให้อ่อนลงแล้วฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้น ให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี คือ…….

a)

ซีรัม

b)

วัคซีน

c)

ทอกซอยด์

d)

ถูกทุกข้อ

11.

จากรูป คือเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใด

a)

Monocyte

b)

Lymphocyte

c)

Neutrophil

d)

Eosinophil

12.

ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสารพิษที่นำมาทำเป็นวัคซีนได้เพราะอะไร

a)

เชื้อโรคในวัคซีนตายแล้ว

b)

เชื้อโรคในวัคซีนมีฤทธิ์อ่อนลงมาก

c)

สารพิษในวัคซีนหมดความเป็นพิษแล้ว

d)

ถูกทุกข้อ

13.

วัคซีนกับเซรุ่มต่างกันอย่างไร

a)

วัคซีนเป็นภูมิคุ้มกันก่อเอง เซรุ่มเป็นภูมิคุ้มกันที่รับมา

b)

เซรุ่มเป็นภูมิคุ้มกันที่ก่อเอง วัคซีนเป็นภูมิคุ้มกันที่รับมา

c)

วัคซีนและเซรุ่มเป็นภูมิคุ้มกันที่ก่อเอง

d)

วัคซีนและเซรุ่มเป็นภูมิคุ้มกันที่รับมา

14.

วัคซีน คืออะไร

a)

แอนติบอดีที่อยู่ในเซรุ่ม

b)

แอนติบอดี และ แอนติเจนที่อยู่ในเซรุ่ม

c)

เชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์หรือตายแล้ว

d)

สารพิษและแบคทีเรียสร้างขึ้นและถูกทำให้หมดฤทธิ์ลงแล้ว

15.

วัคซีนที่ต้องให้เด็กซึ่งอายุไม่เกิน 10 ปี โดยวิธีหยดให้รับประทานนั้นเป็นวัคซีนป้องกันโรคใด

a)

วัณโรค

b)

ไอกรน

c)

บาดทะยัก

d)

โปลิโอ

16.

ภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ไม่ขึ้นอยู่กับข้อใด

a)

พันธุกรรม

b)

ยาบางชนิด

c)

ภาวะโภชนาการ

d)

ไม่มีข้อถูก

17.

วัคซีนที่ป้องกันโรคหัดเยอรมัน คางทูม ฉีดตั้งแต่เด็กมีอายุเท่าใด

a)

2-6 เดือน

b)

10 เดือนขึ้นไป

c)

15 เดือนขึ้นไป

d)

1-6 ปี เหมาะสมที่สุด

18.

ถ้าตรวจเลือดแล้วพบว่าเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นผิดปกติแสดงว่าเป็นโรคอะไร

a)

เอดส์

b)

ติดเชื้อ

c)

เลือดจาง

d)

ธาลัสซีเมีย

19.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

เชื้อเอดส์เกิดจากไวรัส จึงไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันได้

b)

วัคซีน และ เซรุ่ม ที่ผลิตจากเชื้อโรคเดียวกันต้องใช้คู่กัน

c)

วัคซีนให้ผลต่อร่างกายน้อยกว่าเซรุ่ม แต่ภูมิคุ้มกันของโรคได้นานกว่าเซรุ่ม

d)

วัคซีนและเซรุ่มมีกรรมวิธีผลิตเหมือนกันแต่มีปฏิกิริยาในร่างกายที่ต่างกัน

20.

ข้อใดกล่าวถึงเซรุ่มไม่ถูกต้อง

a)

ไม่ใช่วัคซีน

b)

อาจทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรงได้

c)

สามารถผลิตจากวัคซีน และสามารถผลิตจากเชื้อโรค

d)

เป็นการนำแอนติบอดีเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคได้ทันที