wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ B-NET ม./-//-///

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “อุปสัมปทา”

a)

การเข้าถึง

b)

การยอมรับ

c)

ความถึงพร้อม

d)

การสวดญัตติ

2.

การกล่าวว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ...ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ” จัดเป็นการอุปสมบทประเภทใด

a)

ติสรณคมนูปสัมปทา

b)

เอหิภิกขุอุปสัมปทา

c)

ญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทา

d)

โอวาทปฏิคคหณูอุปสัมปทา

3.

“ภิกษุ ก. ได้รับการอุปสมบทเมื่ออายุ ๑๘ ปี ในเขตมัธยมประเทศ ซึ่งมีภิกษุร่วมสังฆกรรม ๕ รูป” จากความข้างต้น ตรงกับข้อใด

a)

วัตถุวิบัติ

b)

ปริสวิบัติ

c)

กรรมวาจาวิบัติ

d)

ปริสวิบัติและวัตถุวิบัติ

4.

นายสมชายเคยเป็นผู้ต้องหาคดี “ฆ่าบิดา” เมื้อพ้นโทษออกมา มีความต้องการอุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา แต่สงฆ์ไม่อนุญาตเพราะเหตุใด

a)

ความไม่ถึงพร้อมแห่งปริสสมบัติ

b)

ความไม่ถึงพร้อมแห่งวัตถุสมบัติ

c)

ความไม่ถึงพร้อมแห่งมนุษย์สมบัติ

d)

ความไม่ถึงพร้อมกรรมวาจาสมบัติ

5.

คำว่า “สิกขาบท” และ “อภิสมาจาร”ตรงกับข้อใด

a)

มูลบัญญัติ

b)

ต้นบัญญัติ

c)

วินัยบัญญัติ

d)

อนุบัญญัติ

6.

คำว่า ข้อใดต่อไปนี้ไม่สัมพันธ์กัน

a)

อาบัติอย่างหนัก – ปาราชิก

b)

อาบัติอย่างกลาง – ทุกกฏ

c)

อาบัติอย่างกลาง – สังฆาทิเสส

d)

อาบัติอย่างเบา – นิสสัคคียปาจิตตีย์

7.

คำว่า ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประโยชน์ของการบัญญัติพระวินัย

a)

เพื่อความดีงามแห่งสงฆ์ –ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่หมู่คณะ

b)

เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งสงฆ์–ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน

c)

เพื่อยังผู้ไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส -ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน

d)

เพื่อยังผู้เลื่อมใสแล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้น –ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน

8.

คำว่า “กุกกุจจปกตา” หมายถึงข้อใด

a)

ต้องด้วยไม่ละอาย

b)

ต้องด้วยความไม่รู้

c)

ต้องด้วยสงสัยแล้วขืนทำลง

d)

ต้องด้วยเข้าใจว่าควรทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

9.

ข้อใดมิใช่สิกขาบทที่มาในพระปาฏิโมกข์ตามพระบาลี พระสูตรอังคุตตรนิกาย ๑๕๐ ข้อ

a)

เสขิยวัตร

b)

สังฆาทิเสส

c)

ปาฏิเทสนียะ

d)

นิสสัคคียปาจิตตีย์

10.

ภิกษุฉันเนื้อราชสีห์ที่โยมถวายด้วยความตั้งใจ ต้องอาบัติอะไรหรือไม่

a)

ไม่ต้องอาบัติ เพราะ ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่สงสัย

b)

ไม่ต้องอาบัติ เพราะเนื้อนั้นเขามีความตั้งใจถวาย

c)

ต้องอาบัติถุลลัจจัย เพราะเนื้อนั้นเป็นวัตถุแห่งอาบัติ

d)

ต้องอาบัติถุลลัจจัย เพราะเป็นเนื้อที่พระพุทธบัญญัติห้าม

11.

คำว่า ในกรณีเช่นไร ภิกษุไม่ต้องอาบัติปาราชิก

a)

ภิกษุมีความพยายามเสพเมถุนกับอมนุษย์จนสำเร็จ

b)

ภิกษุถูกลักหลับ เมื่อรู้สึกตัวกลับมีจิตยินดีในสัมผัสนั้น

c)

ภิกษุอวดอุตตริมนุสสธรรม คุณวิเศษที่ไม่มีในตนแก่ผู้อื่น

d)

ภิกษุพยายามฆ่าช้างป่าให้ตาย และช้างป่าได้ตายในที่สุด

12.

ข้อใดมีลักษณะแห่งภิกษุผู้ประทุษร้ายต่อตระกูล

a)

พระภิกษุ ก ชอบประจบญาติโยมด้วยการพูดเอาใจ

b)

พระภิกษุ ข ชอบเล่นการพนันชนิดต่าง ๆ เช่น พนันบอล

c)

พระภิกษุ ค ชอบร้องรำทำเพลง อย่างเพลิดเพลินสนุกสนาน

d)

พระภิกษุ ง ชอบทำตัวสุงสิง ไปมาหาสู่กันกับหญิงสาวในตระกูล

13.

ภิกษุรูปใดไม่ต้องอาบัติเพราะการขอ ตามสิกขาบทที่ ๗ จีวรวรรค นิสสัคคียปาจิตตีย์

a)

พระภิกษุ ก ขอไตรจีวร (จีวร สบง สังฆาฏิ) จากคนที่ไม่ใช่ญาติ หลังจากผ้าไตรจีวรของตนไฟไหมหมด

b)

พระภิกษุ ข ขอไตรจีวร (จีวร สบง สังฆาฏิ) จากคนที่ไม่ใช่ญาติ หลังจากผ้าไตรจีวรของตนถูกลักขโมยไป

c)

พระภิกษุ ค จีวร และ สบง ถูกน้ำพัดไป จึงขอผ้าผืนหนึ่งจากคนที่ไม่ใช่ญาติ เพื่อใช้ประโยชน์ในการนุ่งห่ม

d)

พระภิกษุ ง สังฆาฏิถูกไฟไหมจนใช้งานไม่ได้ จึงได้ไปขอผ้าไตรจีวรกับคนที่ไม่ใช่ญาติมาเพื่อใช้ประโยชน์ในการนุ่งห่ม

14.

ภิกษุเมื่อต้องทวงของ “ทวง ๑ ครั้ง เท่ากับยืน ๒ ครั้ง ยืน ๒ ครั้ง เท่ากับทวง ๑ ครั้ง” หากยืนและทวงเกินกำหนดนี้ หากได้ของมา ต้องอาบัติอะไรและต้องแก้ไขอาบัติอย่างไร

a)

ต้องอาบัติปาราชิก ให้ลาสิกขาบท

b)

ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ให้อยู่กรรม

c)

ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ให้แสดงอาบัติต่อหน้าภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง

d)

ต้องอาบัตินิสสัคคียปาจิตตีย์ ต้องสละสิ่งของ จึงจะแสดงอาบัติตก

15.

หลังจากออกพรรษา ภิกษุผู้จำพรรษาในเสนาสนะป่า เมื่อมีเหตุ มีพระบรมพุทธานุญาตให้เก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้อย่างไร

a)

เก็บไว้ได้เพียง ๓ คืน

b)

เก็บไว้ได้เพียง ๔ คืน

c)

เก็บไว้ได้เพียง ๕ คืน

d)

เก็บไว้ได้เพียง ๖ คืน

16.

สิกขาบทแห่งปาฎิเทสนียะ ว่า ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ ถ้ามีนางภิกษุณีมาสั่งทายกให้เอาสิ่งนั้นสิ่งนี้มาถวาย เธอพึงไล่นางภิกษุณีนั้นให้ถอยออกไปเสีย ข้อนี้ ท่านบัญญัติ เพื่อสิ่งใด

a)

เพื่อไม่ให้ภิกษุเบียดเบียนนางภิกษุณี

b)

เพื่อป้องกันมิให้ภิกษุถูกตำหนิเรื่องชู้สาว

c)

เพื่อไม่ให้เบียดเบียนเขาให้ลำบากซ้ำลงไปอีก

d)

เพื่อความปลอดภัยแห่งภิกษุผู้อยู่ในเสนาสนะป่า

17.

วัตรหรือข้อปฏิบัติที่ภิกษุจะต้องศึกษามีชื่อเรียกว่าอะไร หากไม่ปฏิบัติตามปรับอาบัติอย่างไร

a)

เสขิยวัตร หากไม่ปฏิบัติตามปรับอาบัติปาจิตตีย์

b)

เสขิยวัตร หากไม่ปฏิบัติตามปรับอาบัติทุกกฏ

c)

เสขิยวัตร หากไม่ปฏิบัติตามปรับอาบัติสังฆาทิเสส

d)

เสขิยวัตร หากไม่ปฏิบัติตามปรับอาบัติปาฏิเทสนียะ

18.

วัตรหรือข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการนุ่งห่มให้เรียบร้อย คือข้อใด

a)

หมวดที่ ๑ สารูป

b)

หมวดที่ ๒ โภชนปฏิสังยุต

c)

หมวดที่ ๓ ธัมมเทสนาปฏิสังยุต

d)

หมวดที่ ๔ ปกิณณกะ

19.

การปลงอาบัติของพระภิกษุ จัดเป็นอธิกรณสมถะประเภทใด

a)

สัมมุขาวินัย

b)

อมูฬหวินัย

c)

ปฏิญญาตกรณะ

d)

ตัสสปาปิยสิกา

20.

ในทางโลกเมื่อมีความเห็นไม่ตรงกัน จึงมีการเลือกตั้งเป็นการตัดสินเพื่อใช้เสียงข้างมากในการตัดสินเรียกว่า ประชาธิปไตย เพื่อระงับปัญหาความเห็นที่ไม่ตรงกัน ลักษณะเช่นนี้ ในทางธรรม สงเคราะห์เข้าอธิกรณสมถะประเภทใด

a)

สัมมุขาวินัย

b)

อมูฬหวินัย

c)

เยภุยยสิกา

d)

ตัสสปาปิยสิกา

21.

ภิกษุ ก และ ภิกษุ ข นั่งสนทนาธรรมกันอยู่ แต่เกิดการถกเถียงกันเรื่อง สิกขาบทบางประการ ด้วยความไม่รู้และไม่เข้าใจ จัดเป็นอธิกรณ์ประเภทใด

a)

วิวาทาธิกรณ์

b)

อนุวาทาธิกรณ์

c)

อาปัตตาธิกรณ์

d)

กิจจาธิกรณ์

22.

การประนีประนอมกันทั้งสองฝ่าย ลักษณะเช่นนี้ จัดเป็น อธิกรณสมถะประเภทใด

a)

สัมมุขาวินัย

b)

อมูฬหวินัย

c)

เยภุยยสิกา

d)

ติณวัตถารกวินัย

23.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

สิกขาบทมานอกพระปาฏิโมกข์ เป็นข้อห้าม เรียกว่า พระพุทธาณัติ

b)

สิกขาบทมานอกพระปาฏิโมกข์ เป็นข้ออนุญาต เรียกว่า พระพุทธานุญาต

c)

อภิสมาจาริกาสิกขา คือ ข้อสำหรับปฏิบัติอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์

d)

สิกขาบทในพระปาฏิโมกข์ หมายถึง สิกขาบทของพระภิกษุ เพียง ๑๕๐ สิกขาบท

24.

ข้อใดมีความหมายตรงกับคำว่า “อนุบัญญัติ”

a)

ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ จับต้องกายหญิง ต้องสังฆาทิเสส

b)

ภิกษุเสพเมถุนธรรม โดยที่สุดแม้กับสัตว์เดรัจฉานเพศเมีย เป็นปาราชิก

c)

ภิกษุหล่อสันถัตด้วยขนเจียมเจือด้วยไหม ต้องนิสสัคคียปาจิตตีย์

d)

ภิกษุทำการซื้อขายรูปิยะ คือ ของที่เขาใช้เป็นทองและเงิน ต้องนิสสัคคียปาจิตตีย์

25.

ภิกษุเก็บอติเรกจีวรไว้เกิน ๑๐ วัน พึงปฏิบัติเช่นไร

a)

สละ

b)

พินทุ

c)

วิกัป

d)

อธิษฐาน

26.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ถุลลัจจัย – ความล่วงละเมิดที่ชั่วหยาบ

b)

ทุกกฎ – ไม่ดี ทำให้เกิดความเสียหาย

c)

ปาราชิก – ต้องอาศัยสงฆ์จึงพ้นอาบัติ

d)

สุทธิกปาจิตตีย์ – ทำให้กุศลจิตตกล่วงไป

27.

ข้อใดต่อไปไม่ถูกต้อง

a)

๑ เดือน เป็น ๑ ปักษ์

b)

๒ ปักษ์ เป็น ๑ เดือน

c)

๔ เดือน เป็น ๑ ฤดู

d)

๓ ฤดู เป็น ๑ ปี

28.

ข้อใดแตกต่างจากพวก

a)

มาฆมาส

b)

เชฏฐมาส

c)

คริสต์มาส

d)

ภัททปทมาส

29.

ข้อใดแตกต่างจากพวก

a)

๒๐ ตุลา เป็น ๑ ภาระ

b)

๔ กำมือ (มุฏฐิ) เป็น ๑ ฟายมือ

c)

๒ กอบ เป็น ๑ ทะนาน (นาฬี)

d)

๔ นาฬี เป็น ๑ อาฬหก

30.

ภิกษุเปลือยกายได้ในที่เช่นไร ไม่เป็นอาบัติ

a)

ในที่ชุมชน

b)

ในที่โล่งแจ้ง

c)

ในเวลาทำสามีจิกรรม

d)

ในการเข้าอบสมุนไพร

31.

“กระทงใหญ่เหมือนกับผืนนาแปลงใหญ่” ข้อความดังกล่าว ตรงกับข้อใด

a)

ขัณฑ์

b)

มณฑล

c)

อัฑฒกุสิ

d)

อัฑฒมณฑล

32.

ข้อใดเป็นลักษณะของคำว่า “เถระ”

a)

ผู้ถึงนิสสัยมุตตกะ

b)

พรรษา ๕ แต่หย่อน ๑๐

c)

ผู้หลักผู้ใหญ่ ให้บรรพชาอุปสมบทได้

d)

สามารถอยู่ตามลำพังได้ แต่ห้ามปกครองบริษัท

33.

อาจารย์ผู้สอนธรรม ตรงกับข้อใด

a)

อุเทศาจารย์

b)

นิสสยาจารย์

c)

ปัพพัชชาจารย์

d)

อุปสัมปทาจารย์

34.

“ไม่เที่ยวเตร่ตามอำเภอใจ ไปไหนบอกลาท่านก่อน”จัดเข้าในวัตรประเภทใด

a)

ภัตตัควัตร

b)

อาวาสิกวัตร

c)

อุปัชฌายวัตร

d)

สัทธิวิหาริกวัตร

35.

บุคคลที่ภิกษุไม่ควรไหว้ ข้อใดผิด

a)

นานาสังวาส

b)

พระเถระผู้ใหญ่

c)

ภิกษุผู้อ่อนพรรษากว่าตน

d)

ภิกษุณี อุบาสก สามเณร

36.

หากภิกษุจำต้องเดินทางไปกับกองเกวียนเดินทางหรือโดยสารไปในเรือ เมื่อถึงวันเข้าพรรษาในขณะเดินทางนั้น จะพึงอธิษฐานจำพรรษาว่าอย่างไร

a)

อิมํ วสฺสํ อุเปมิ.

b)

อิมํ วิหารํ อุเปมิ.

c)

อิธ วสฺสํ อุเปมิ.

d)

อิทํ วสฺสํ อุเปมิ.

37.

กิจที่พึงทำก่อนสงฆ์ลงอุโบสถ ในข้อใดกล่าวผิด

a)

สวดพระปาฏิโมกข์

b)

การกวาดโรงอุโบสถ

c)

ถ้ามืดค่ำให้ตามไฟให้แสงสว่าง

d)

ตั้งน้ำฉันน้ำใช้และปูลาดอาสนะ

38.

ปวารณา เป็นสังฆกรรมที่ทรงอนุญาตให้ทำได้ในวันใด

a)

ทุกวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ

b)

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒

c)

วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘

d)

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖

39.

ภิกษุสวดมนต์ แสดงธรรมด้วยเสียงขับยืดยาว หรือเทศน์ตลกคะนอง ตรงกับข้อใดที่สุด

a)

การเล่นพนัน

b)

การเล่นคะนอง

c)

การเล่นอึงคะนึง

d)

การเล่นปู้ยี่ปู้ยำ

40.

น้ำมะม่วง น้ำมะซาง น้ำองุ่น น้ำชมพู่ น้ำกล้วยมีเม็ด สงเคราะห์ลงในข้อใด

a)

ยาวกาลิก

b)

ยามกาลิก

c)

สัตตาหกาลิก

d)

ยาวชีวิก

41.

บาตรอธิษฐาน ตรงกับข้อใด

a)

ของสงฆ์

b)

ของเจดีย์

c)

ของบุคคล

d)

ของที่ได้จากการปลงบริขาร

42.

หากจะอธิษฐานใช้ “ผ้าปูนอน” พึงว่าเช่นไร

a)

อิมํ อุตฺตราสงฺคํ อธิษฐามิ

b)

อิมํ กณฺทุปฏิจฺฉาทึ อธิษฐามิ

c)

อิมํ ปจฺจตฺถรณํ อธิษฐามิ

d)

อิมํ มุขปุญฉนโจลํ อธิษฐามิ

43.

การทำให้เป็นสองเจ้าของ ตรงกับข้อใด

a)

วิกัป

b)

อธิษฐาน

c)

ปัจจุทธรณ์

d)

การแสดงอาบัติ

44.

ข้อใดไม่ใช่ยามหาวิกัฏ ตามที่มีพระบรมพุทธานุญาตเมื่อภิกษุถูกงูกัด แม้ไม่ได้รับประเคนก็ฉันได้ ไม่เป็นอาบัติ

a)

มูตร

b)

คูถ

c)

ดิน

d)

อัฏฐปานะ

45.

สิ่งใดไม่ได้ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควร แต่เข้ากับอกัปปิยะ ขัดต่อสิ่งเป็นกัปปิยะสิ่งนั้นไม่ควร หมายถึงข้อใด

a)

ฝิ่น

b)

เนยใส

c)

น้ำอ้อย

d)

น้ำตาล

46.

หญิงที่หากินในทางกามคุณทุกประเภท หมายถึงข้อใด

a)

หญิงหม้าย

b)

สาวเทื้อ

c)

บัณเฑาะก์

d)

หญิงแพศยา

47.

การสวดประกาศให้ผ้ากฐินแก่ภิกษุผู้ครองกฐิน ตรงกับข้อใด

a)

กรรมที่ทำด้วยการตั้งญัตติ แต่ไม่ต้องสวดอนุสาวนา

b)

กรรมที่ทำด้วยการตั้งญัตติและสวดอนุสาวนาหนเดียว

c)

กรรมที่ทำด้วยการบอกกันในที่ประชุมสงฆ์ให้รับทราบ

d)

กรรมที่ทำด้วยการตั้งญัตติและสวดอนุสาวนา ๓ หน

48.

ลักษณะของคนพิการซึ่งไม่ควรรับการบรรพชา ตรงกับข้อใด

a)

คนคอพอก

b)

คนมีจมูกขาด

c)

คนทั้งใบ้ทั้งหนวก

d)

คนมีทั้งมือทั้งเท้าขาด

49.

คฤหัสถ์ชอบยุยงให้พระสงฆ์เกิดความแตกแยกกัน สงฆ์ควรปฏิบัติเช่นไร

a)

การขับไล่

b)

การคว่ำบาตร

c)

การลงพรหมฑัณฑ์

d)

การทำอุกเขปนียกรรม

50.

บุคคลในข้อใดสามารถทำสังฆเภทให้เกิดขึ้นได้

a)

ภิกษุ

b)

ภิกษุณี

c)

อุบาสก

d)

อุบาสิกา