wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาค วิชาชีววิทยา 3 ชั้นม.5

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

“อยู่รอบนอกสุดทำหน้าที่ป้องกันเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านใน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเซลล์ผิวเรียงแถวเดียว ผนังเซลล์บาง แต่ละเซลล์เรียงชิดกัน บางเซลล์เจริญเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ขนราก” หมายถึงเซลล์ในข้อใด

a)

cortex

b)

epidermis

c)

pith

d)

pericycle

2.

เนื้อเยื่อถาวรต่อไปนี้ไม่จัดอยู่ใน ระบบเนื้อเยื่อพื้น (ground tissue system )

a)

epidermis

b)

parenchyma

c)

collenchyma

d)

Sclerenchyma

3.

เนื้อเยื่อเจริญที่ทำให้รากยาวขึ้นและทำให้ลำต้นส่วนปลายยอดยืดยาวออกไป คือ ข้อใด

a)

apical meristem

b)

lateral meristem

c)

vascular cambium

d)

intercalary meristem

4.

เนื้อเยื่อเจริญที่มีการแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวนออกด้านข้าง ทำให้รากและลำต้นขยายขนาดใหญ่ขึ้น คือ เนื้อเยื่อในข้อใด

a)

cork

b)

cambium

c)

epidermis

d)

vascular tissue

5.

ข้อใด กล่าวถึงโครงสร้างภายในของรากพืชไม่ถูกต้อง

a)

region of cell division เป็นบริเวณที่มีการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส

b)

root cap เป็นบริเวณปลายสุดของราก สามารถแบ่งเซลล์เพื่อให้รากยืดยาวมากขึ้น

c)

region of cell elongation เป็นบริเวณที่เซลล์มีการยืดยาวและขยายทางด้านข้าง

d)

region of cell differentiation and maturation เป็นบริเวณที่เซลล์เจริญเต็มที่ และสามารพบเซลล์ขนรากได้ที่บริเวณนี้

6.

วงปี (annual ring )ในลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่มีลักษณะเป็นสีเข้มและสีจางเป็นวงๆสลับกันเราสามารถพบได้ในส่วนใดของลำต้น

a)

เนื้อไม้(wood)

b)

กระพี้(sapwood)

c)

แก่นไม้(heartwood)

d)

เปลือกไม้(bark)

7.

ข้อใดจับคู่ประเภทของรากกับชนิดของพืชได้ถูกต้อง

a)

รากยึดเกาะ – ต้นไทร

b)

รากหายใจ – โกงกาง

c)

รากสะสมอาหาร – มันฝรั่ง

d)

รากสังเคราะห์แสง – กล้วยไม้

8.

จากภาพที่กำหนดให้ แสดงโครงสร้างใดของพืช

a)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

b)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

c)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

9.

เพราะเหตุใดมะม่วงและต้นหมากที่มีอายุเท่ากัน ปลูกในบริเวณใกล้กัน ต้นมะม่วงจึงมีขนาดใหญ่กว่า ต้นหมาก

a)

ต้นมะม่วงมีแคมเบียม ต้นหมากไม่มีแคมเบียม

b)

จำนวนกลุ่มท่อลำเลียงของต้นมะม่วงมีมากกว่าต้นหมาก

c)

เซลล์ของต้นมะม่วงแบ่งตัวได้รวดเร็วกว่าเซลล์ของต้นหมาก

d)

ต้นมะม่วงมีการเรียงตัวของกลุ่มท่อลำเลียงเป็นระเบียบมากกว่าต้นหมาก

10.

จากภาพที่กำหนดให้ ภาพ A และ ภาพ B คือลำต้นของพืชในข้อใด เรียงตามลำดับ

a)

ต้นไผ่ ต้นมะม่วง

b)

ต้นหญ้า ต้นข้าวโพด

c)

ต้นข้าวโพด ต้นหญ้า

d)

ต้นมะม่วง ต้นไผ่

11.

การจำแนกเนื้อเยื่อรากหรือลำต้นที่ตัดตามขวางแล้ว ส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ สามารถสังเกตได้จากข้อใด

a)

ชั้นของมัดท่อลำเลียงกระจัดกระจายทั่วทั้งรากและลำต้น

b)

ชั้นของคอร์เทกซ์ในรากจะกว้าง คอร์เทกซ์ในลำต้นจะแคบ

c)

ชั้นของมัดท่อลำเลียงกระจัดกระจายในลำต้น แต่เป็นระเบียบในราก

d)

ชั้นของมัดท่อลำเลียงกระจัดกระจายในราก แต่เป็นระเบียบในลำต้น

12.

ข้อใดจับคู่ประเภทของลำต้นกับชนิดของพืชได้ถูกต้อง

a)

ลำต้นสะสมอาหาร – แครอท .

b)

ลำต้นใต้ดิน – เผือก

c)

ลำต้นมือเกาะ – หม้อข้าวหม้อแกงลิง

d)

ลำต้นสังเคราะห์แสง – ข่า

13.

ข้อใดกล่าวถึงโครงสร้างภายในใบของพืชถูกต้องที่สุด

a)

epidermis , phloem , xylem

b)

epidermis , mesophyll , vascular bundle

c)

epidermis , upper epidermis , lower epidermis

d)

epidermis , palisade mesophyll , spongy mesophyll

14.

ข้อใด คือความแตกต่างระหว่าง palisade mesophyll และ spongy mesophyll

a)

palisade mesophyll มีคลอโรฟิลด์น้อยกว่า spongy mesophyll

b)

palisade mesophyll มีช่องว่างระหว่างเซลล์มากว่า spongy mesophyll

c)

palisade mesophyllเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ spongy mesophyll เรียงตัวตั้งฉากกับผิวใบ

d)

palisade mesophyllเป็นเซลล์ทรงสูงแคบๆ spongy mesophyll เป็นเซลล์ค่อนข้างกลม

15.

ใบพืชในข้อใดจัดเป็นใบเดี่ยว( simple leaf) ทั้งหมด

a)

มะละกอ กุหลาบ มะม่วง

b)

ตำลึง เฟิร์น ปรง

c)

มันสำปะหลัง อ้อย กล้วย

d)

กระถิน มะขาม เฟิร์น

16.

ใบของพืชเป็นโครงสร้างสำคัญทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ใบของพืชในข้อใดมีความแตกต่างจากพวก

a)

ตำลึง

b)

มะขาม

c)

กุหลาบ

d)

กระถิน

17.

ถ้านักเรียนจะขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการตอนกิ่ง นักเรียนจะเลือกใช้พืชในภาพใด เพราะเหตุใด

a)

ภาพ A เพราะ เปลือกบางตอนได้ง่าย

b)

ภาพ B เพราะท่อลำเลียงอยู่เป็นระเบียบ

c)

ภาพ A เพราะ ท่อลำเลียงกระจัดกระจาย

d)

ภาพ B เพราะ ขูดท่อลำเลียงน้ำได้ง่าย

18.

โครงสร้างของลำต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย ยกเว้นข้อใด

a)

ขิง ข่า มาใช้ทำอาหาร

b)

บอระเพ็ด ใช้ทำยารักษาโรค

c)

เปลือกต้นประดู่ สามารถสกัดทำสีย้อม

d)

หัวมันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้เกษตรกร

19.

ข้อใดไม่ใช่ หน้าที่พิเศษของลำต้น

a)

ทุ่นลอยน้ำ

b)

ฟอกอากาศ

c)

สะสมอาหาร

d)

สังเคราะห์ด้วยแสง

20.

จากรูปภาพของระบบราก ข้อใดถูกต้อง

a)

หมายเลข 1 พบในพืชใบเลี้ยงคู่

b)

หมายเลข 2 พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

หมายเลข 1 พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

หมายเลข 2 พบในพืชใบเลี้ยงคู่และเดี่ยว

21.

น้ำยางจากต้นยางพาราที่ชาวสวนกรีดได้ ส่วนใหญ่มาจากเซลล์ที่พบในเนื้อเยื่อชั้นใด

a)

cork

b)

cortex

c)

epidermis

d)

endodermis

22.

เนื้อเยื่อเจริญ หมายถึงข้อใด

a)

ผนังเซลล์บาง มีนิวเคลียสขนาดใหญ่

b)

เซลล์มีชีวิต และแบ่งตัวเองตลอดเวลา

c)

มีนิวเคลียสขนาดใหญ่

d)

มีช่องว่างระหว่างเซลล์ เซลล์มีขนาดใหญ่

e)

ช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์

23.

เนื้อเยื่อถาวรช่วยให้เซลล์พืชเป็นอย่างไร

a)

ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์พืช

b)

เป็นฐานสําหรับการแบ่งเซลล์อันต่อไป

c)

ลําเลียงน้ำได้มากขึ้น

d)

ช่วยให้พืชเก็บสารอาหารได้มากขึ้น

e)

เติบโตและสามารถขยายออกด้านข้างได้

24.

สตีล( stele) คือส่วนของข้อใด

a)

pericycle, cortex, epidermis

b)

cortex, vascular bundle, pith

c)

pericycle ,vascular bundle, pith

d)

vascular bundle

25.

บริเวณใดของปลายรากพืชที่มีกิจกรรมภายในเซลล์สูงที่สุด

a)

บริเวณหมวกราก

b)

บริเวณเซลล์กำลังแบ่งตัว

c)

บริเวณเซลล์ขยายตัวตามยาว

d)

บริเวณเซลล์เจริญเติบโตเต็มที่

e)

บริเวณขนราก

26.

จากแผนภาพข้างล่างนี้ ภาพ A และ B เป็นภาพของ

a)

A รากพืชใบเลี้ยงคู่ B รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

A รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว B รากพืชใบเลี้ยงคู่

c)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ B ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว B ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

27.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก. รากแก้วในพืชใบเลี้ยงคู่เป็นรากแรกเกิดของพืช

ข. รากฝอยที่พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจัดเป็นรากพิเศษ (adventitious root) ไม่ได้เจริญมาจากรากแรกเกิด

ค. ระบบรากแก้วของพืชใบเลี้ยงคู่จะดูดน้ำในดินได้ลึกกว่าระบบรากฝอยของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ก และ ข

b)

ก และ ค

c)

ข และ ค

d)

ก ข และ ค

e)

ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง

28.

ขนราก (Root hair) หมายถึง

a)

เซลล์

b)

เนื้อเยื่อ

c)

อวัยวะ

d)

ระบบ

e)

ไม่มีข้อถูก

29.

ถ้าพบวงปีของลำต้นพืชมีเซลล์ไซเลมใหญ่แถบกว้างและสีจางแสดงว่า

a)

วาสคิวลาร์แคมเบียมมีผนังเซลล์หนา

b)

วาสคิวลาร์แคมเบียมขนาดใหญ่

c)

วาสคิวลาร์แคมเบียมเจริญในฤดูน้ำมาก

d)

เนื้อเยื่อเจริญในฤดูน้ำน้อย

e)

ถูกทุกข้อ

30.

วงปี (annual ring) ของพืชเกิดขึ้นที่ใด

a)

ทั้งในลำต้นและในรากพืชใบเลี้ยงคู่

b)

เฉพาะในลำต้นของใบพืชใบเลี้ยงคู่เท่านั้น

c)

ในลำต้น รากพืชใบเลี้ยงคู่ทุกชนิด และในลำต้นพืช

ใบเลี้ยงเดี่ยวบางชนิด

d)

ในลำต้นของพืชจำพวกสน

e)

ในลำต้นของพืชจำพวกไผ่

31.

ลักษณะใดของใบที่เหมาะสำหรับการทำหน้าที่

สร้างอาหารมากที่สุด

a)

ใบมีลักษณะเป็นเส้นบางๆ กระจายไปทั่วกิ่ง

b)

ใบแบนบาง มีความหนาและมีพาลิเสดเซลล์กั้นหลายชั้น

c)

ใบแบนบาง พื้นที่ผิวมากใบแผ่ออกแต่ละใบไม่ซ้อนกัน

d)

ใบหนามีขนาดใหญ่ แต่ละใบเรียงซ้อนๆ กันหลายๆชั้น

e)

ใบบางมีขนาดใหญ่ปากใบน้อย

32.

การปลูกพืชในพื้นที่แล้งที่ได้รับแสงแดดจัดและมีอุณหภูมิสูง

ควรเลือกปลูกพืชที่มีลักษณะใด

a)

มีอัตราการคายน้ำสูง

b)

มีจำนวนปากใบมากเฉพาะที่ผิวด้านบน

c)

มีจำนวนใบมากและมีรูปากใบเปิดกว้าง

d)

มีจำนวนปากใบน้อยและรูปากใบเปิดไม่เต็มที่

e)

มีจำนวนปากใบมากที่ผิวทั้งด้านบนและด้านล่าง

33.

บริเวณใดของเซลล์พืชที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสง

เกิดขึ้นมากที่สุด

a)

เซลล์คุม (guard cell)

b)

เซลล์ในชั้นแพลิเสดมีโซฟิลล์(palisade mesophyll)

c)

เซลล์ในชั้นสปันจีมีโซฟิลล์ (spongy mesophyll)

d)

เซลล์เอพิเดอร์มิส (epidermal cell)

e)

เซลล์บันเดิลชีท (bundlesheath cell)

34.

สภาวะใดต่อไปนี้ที่จะทำให้พืชเกิดการคายน้ำ ได้ดีที่สุด

a)

อุณหภูมิสูง ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำ

b)

อุณหภูมิสูง ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง

c)

อุณหภูมิต่ำ ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง

d)

อุณหภูมิต่ำความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำ

e)

อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศไม่มีผลต่ออัตราการคายน้ำ

35.

หมายเลข 1 เรียกว่า

a)

Epidermis cell

b)

Spongy Mesophyll

c)

Palisade Mesophyll

d)

Mesophyll

e)

Upper epidermis

36.

ใบไม้ทั่ว ๆ ไปด้านหลังใบสีเขียวเข้มกว่า

ด้านท้องใบเนื่องจาก

a)

ชั้นเอพิเดอร์มิสด้านหลังใบมีสีเขียวเข้มกว่าด้านท้องใบ

b)

ชั้นคิวทิเคิลของด้านท้องใบจะมีมากกว่าด้านหลังใบ

c)

คลอโรพลาสต์ด้านหลังใบจะมีมากกว่าด้านท้องใบ

d)

คลอโรพลาสต์ด้านหลังใบมีสีเข้มมากกว่าด้านท้องใบ

e)

ชั้นคิวทิเคิลของด้านหลังใบจะมีมากกว่าด้านท้องใบ

37.

ผลจากการเกิดการเจริญขั้นที่ 2 (Secondary growth)ของพืชใบเลี้ยงคู่ทำให้อวัยวะพืช เช่น ราก และลำต้น................

a)

มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพิ่มขึ้น

b)

มีความยาวและส่วนสูงเพิ่มขึ้นตามลำดับ

c)

เพิ่มทั้งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและความยาว

d)

ทำให้รากและลำต้นมีอายุยืนยาว

e)

ทำให้หาอาหารได้เยอะขึ้น

38.

การที่ต้นมะพร้าวแม้จะมีอายุหลายปีแต่ไม่มีวงปีเกิดขึ้นนั้นเนื่องมาจาก

a)

กลุ่มท่อน้ำ ท่ออาหารที่อยู่อย่างไม่เป็นระเบียบ

b)

มีปริมาณของเนื้อเยื่อไซเลมมากเกินไป

c)

มีปริมาณของเนื้อเยื่อพาเรงคิมามากเกินไป

d)

ไม่มีแคมเบียม

e)

มีปริมาณของเนื้อเยื่อโฟลเอมมากเกินไป

39.

หมายเลขใดเป็นพืชใบเลี้ยงคู่

a)

1,2,4,6,8

b)

3,5,7

c)

1,2,3,4

d)

5,6,7,8

e)

3,4,5

40.

การดูดน้ำของพืชเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงเวลาใดของแต่ละวัน

a)

ในตอนกลางคืน เพราะว่าอากาศเย็น ในดินมีน้ำมาก

b)

ในตอนบ่าย เพราะว่าแดดจัด อากาศร้อนพืชคายน้ำมาก

c)

ในตอนเช้า เพราะว่าพืชเริ่มได้รับแสงแดด เริ่มกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งต้องการใช้น้ำมาก

d)

พืชจะดูดน้ำด้วยอัตราที่เท่ากันตลอดเวลา

e)

ไม่มีข้อถูก

41.

พืชยืนต้นขนาดใหญ่จะมีการคายน้ำเป็นรูปไอน้ำ (transpiration ) ทางใด ถ้ากำหนดให้

1. เส้นกลางใบ(Midrib) 2. ปากใบ(Stomata) 3. เลนทิเซล(Lenticel) 4. มีโซฟิลล์(Mesophyll)

a)

เฉพาะ 1 และ 2

b)

เฉพาะ 1 และ 3

c)

เฉพาะ 2 และ 3

d)

เฉพาะ 3 และ 4

42.

ส่วนใดที่ ไม่พบ ในโฟลเอม( Phloem )

a)

เซลล์คอมพาเนียน( Companion cell )

b)

เทรคีด( Tracheid )

c)

ซีฟทิวป์(sieve tube)

d)

ไฟเบอร์ (Fiber )

43.

. ในการลำเลียงน้ำของรากไม้ที่มีความสูงเกิน 15 เมตร ขึ้นสู่ปลายยอด สามารถทำด้วยกลไกของแรงชนิดใด

a)

แรงดันรากและแรงแคพิลลารี

b)

แรงดึงจากการคายน้ำและโคฮีชัน

c)

แรงแคพิลลารีและแรงดึงจากการคายน้ำ

d)

แรงดันออสโมซีสและแรงดึงจากการคายน้ำ

e)

แรงดึงจากการคายน้ำ แรงดันรากและแรงแคพิลลารี

44.

ข้อใด คือลำต้นใต้ดินแบบ ไรโซม(rhizome)

a)

b)

c)

d)

45.

เมื่อขูดเปลือกไม้ให้เป็นวงโดยลอกชั้นโฟลเอ็มออกจากลำต้นพืชที่ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง โดยเหลือชั้นไซเลมเอาไว้ ดังภาพ หลังจากนั้นทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์ จะมีลักษณะของลำต้นเป็นแบบใด

a)

แบบ ก

b)

แบบ ข

c)

แบบ ค

d)

แบบ ง

46.

ข้อใดกล่าวถูกต้องกับทิศทางการลำเลียงอาหารในโฟลเอม

a)

ทิศทางใดก็ได้

b)

จากรากไปยอดเสมอ

c)

จากรากไปทั่วทั้งลำต้น

d)

จากใบไปยังส่วนต่างๆ

e)

จากใบอ่อนไปใบแก่เสมอ

47.

พืชพวกใดมีการเจริญเติบโตขั้นที่สอง (secondary growth)

a)

มะขาม

b)

พุทธรักษา

c)

อ้อย

d)

ข้าวโพด

48.

. เซลล์ที่ทำหน้าที่ในการดูดน้ำของพืชเราเรียกว่าขนราก(Root hair) และเป็นเซลล์ในส่วนของข้อใด

a)

epidermis

b)

cortex

c)

endodermis

d)

pericycle

49.

ใบพืชชนิดหนึ่งมีคิวทิเคิล(cuticle)เคลือบเซลล์เอพิเดอร์มิสหนามาก แสดงว่าพืชนั้นสามารถเจริญได้ดี ในข้อใด

a)

แม่น้ำลำคลอง

b)

ทะเล

c)

ทะเลทราย

d)

ป่าดิบชื้น

50.

เซลล์คุม แตกต่างจากเซลล์อื่นๆในชั้นเอพิเดอร์มีสอย่างไร

a)

มีคลอโรพลาสต์

b)

เซลล์จะมีลักษณะเป็นเหลี่ยม

c)

ผนังเซลล์ประกอบด้วยเซลล์ลูโลส

d)

เมื่อมีน้ำแพร่เข้าจะเกิดแรงดันเต่ง

51.

เซลล์ที่ขูดออกหลังการควั่นและลอกเปลือกไม้เพื่อตอนกิ่งไม้ คือข้อใด

a)

parenchyma

b)

phloem

c)

cambium

d)

xylem

52.

ข้อใดเป็นจริงเกี่ยวกับปากใบของพืช(ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)

a)

พืชส่วนใหญ่จะพบที่ด้านท้องใบ

b)

ปากใบจะเปิดตอนกลางวันเท่านั้น

c)

พืชที่อาศัยใต้น้ำจะไม่มีปากใบ

53.

พืชชนิดใดต่อไปนี้ มีตำแหน่งของปากใบแตกต่างจากพืชชนิดอื่น

a)

มะละกอ

b)

บัว

c)

ข้าวโพด

d)

อ้อย

54.

จากรูป ข้อใดคือโครงสร้างภายในของลำต้นถั่วเขียว

a)

รูป ก

b)

รูป ข

c)

รูป ค

d)

รูป ง

55.

ถ้าจะตัดสินว่าตัวอย่างที่ดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เป็นลำต้นหรือราก โครงสร้างใดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน(ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)

a)

เนื้อเยื่อชั้นคอร์เทกซ์ในรากกว้างกว่าลำต้น

b)

การเรียงตัวของระบบท่อน้ำท่ออาหาร

c)

การเรียงตัวของเซลล์ชั้นเอพิเดอร์มิส

56.

เซลล์ในข้อใดที่ใช้ในการลำเลียงน้ำตาล

a)

vessel

b)

sieve tube member

c)

parenchyma

d)

collenchyma

57.

กะลามะพร้าว สาลี่ ฝรั่ง มีเซลล์ชนิดใดที่ทำให้มีความแข็งและสาก

a)

fiber

b)

parenchyma

c)

collenchyma

d)

sclerenchyma

58.

ตำแหน่งที่ลูกศรชี้หมายถึงโครงสร้างใด

a)

xylem

b)

pith

c)

cortex

d)

endodermis

59.

ข้าวยืดตัวหนีน้ำท่วมเกิดจากการแบ่งเซลล์ในข้อใด

a)

เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด

b)

เนื้อเยื่อเจริญปลายราก

c)

เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง

d)

เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

60.

จากภาพรากพืชที่ทำหน้าที่พิเศษแบบใด

a)

รากค้ำจุน

b)

รากหายใจ

c)

รากสะสมอาหาร

d)

รากสังเคราะห์แสง