wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ตลาดกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดบอกความหมายของตลาดในทางเศรษฐศาสตร์ได้ถูกต้อง

a)

ต้องมีที่ตั้ง+ความต้องการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ+ผู้ซื้อ+ผู้ขาย

b)

ไม่ต้องมีที่ตั้ง+ความต้องการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ+ผู้ซื้อ+ผู้ขาย

c)

ต้องมีที่ตั้ง+ผู้ซื้อ+ผู้ขาย+มีสินค้า

d)

ไม่ต้องมีที่ตั้ง+มีสินค้า+ผู้ซื้อ+ผู้ขาย

2.

ข้อใดกล่าวผิด

a)

ตลาดขายส่ง= ทำการซื้อขายจำนวนมากระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

b)

ตลาดขายปลีก= ทำการซื้อขายจำนวนไม่มากระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

c)

ตลาดสด=ขายเฉพาะของสด

d)

ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าจัดเป็นตลาดขายปลีกสมัยใหม่

3.

3.“ตลาดที่มีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากและสินค้ามีลักษณะเหมือนกันมาก” ข้อความนี้หมายถึงข้อใด

a)

ตลาดผูกขาด

b)

ตลาดผู้ขายน้อยราย

c)

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

d)

ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด

4.

ข้อใดเป็นสินค้าในตลาดแข่งขันสมบูรณ์

a)

ไฟฟ้า

b)

ข้าวโพด

c)

ผงซักฟอก

d)

เครื่องซักผ้า

5.

“ประเทศไทยมีบริษัทผลิตยาสีฟันอยู่หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อจะมีราคาแตกต่างกัน และมีการโฆษณาแข่งขันสูง” จากข้อความนี้เกี่ยวข้องกับข้อใด

a)

ตลาดผูกขาด

b)

ตลาดผู้ขายน้อยราย

c)

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

d)

ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด

6.

ข้อใดคือลักษณะของตลาดผูกขาด

a)

สินค้ามีลักษณะเหมือนกันมาก

b)

ผู้ผลิตสามารถเลิกล้มกิจการได้โดยง่ายและผู้ผลิตรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ง่าย

c)

สินค้าสามารถโยกย้ายไปยังภูมิภาคได้อย่างเต็มที่ ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเป็นที่เปิดเผยทั่วไป

d)

มีผู้ผลิตหรือผู้ขายรายเดียว

7.

สินค้าในข้อใดไม่จัดเป็นสินค้าในตลาดผู้ขายน้อยราย

a)
b)
c)
d)
8.

ปัจจุบันตลาดใดสร้างมูลค่าการซื้อขายมากที่สุด

a)

ตลาดสด

b)

ห้างสรรพสินค้า

c)

ตลาดกลาง

d)

การขายของออนไลน์(ขายผ่านโซเชียล)

9.

ข้อใดคือพฤติกรรมของตลาดผู้ขายน้อยราย

a)

ผู้ขายจะไม่ใช้ราคาเป็นเครื่องมือในการแข่งขัน

b)

ผู้ขายจะกำหนดราคาสินค้าให้แตกต่างจากรายอื่น

c)

ผู้ขายจะสร้างความแตกต่างในด้านรูปลักษณ์ของสินค้า

d)

ผู้ขายจะผลิตสินค้าให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับรายอื่น

10.

ข้อใดกล่าวผิด

a)

ราคาของสินค้าไม่มีผลต่อการเสนอขายสินค้าของผู้ผลิต

b)

เมื่อต้นทุนการผลิตลดลง ผู้ผลิตจะนำสินค้าออกมาขายมากขึ้น

c)

การคาดคะเนของราคาสินค้าอาจก่อให้เกิดปัญหาการกักตุนสินค้า

d)

จำนวนสินค้าที่เสนอขายมีความสัมพันธ์ทิศทางเดียวกันกับราคาสินค้า

11.

บุคคลในข้อใดเข้าลักษณะการเกิดอุปสงค์

a)

เพทายต้องการซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่มีเงินไม่พอ

b)

วีรวัฒฯ์ทำแจกันที่โชว์อยู่ที่ร้านตกแตก จึงต้องจ่ายค่าเสียหาย

c)

ชาติสิริมีเงินพอที่จะซื้อนาฬิกาแต่ยังไม่อยากซื้อ

d)

นพฤทธิ์นำเงินเก็บไปซื้อคอมพิวเตอร์ที่อยากได้มานานแล้ว

12.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุปสงค์

a)

รสนิยม/ฤดูกาล

b)

ราคา/รายได้

c)

ราคาสินค้าอื่นๆ/สินค้าประกอบ

d)

กรรมวิธีการผลิต

13.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

การเกิดอุปสงค์ส่วนเกิน ทำให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด

b)

การเกิดอุปสงค์ส่วนเกิน ทำให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด

c)

การเกิดอุปทานส่วนเกิน ทำให้สินค้าล้นตลาด

d)

ภาวะดุลยภาพ คือ อุปสงค์เท่ากับอุปทาน

14.

เมื่อสินค้ามีราคาสูงขึ้น จะเกิดภาวะการณ์ตามข้อใด

a)

อุปสงค์ต่อสินค้าเพิ่มมากขึ้น

b)

อุปทานต่อสินค้ามากขึ้น

c)

อุปสงค์เท่ากับอุปทาน

d)

สินค้าขาดตลาด

15.

ตามกฎของอุปสงค์ ถ้าราคาของมะม่วงชั้นดีในปีนี้ลดลงจากเดิมกิโลกรัมละ 50 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 30 บาท จะเกิดผลอย่างไร

a)

อุปสงค์สูงขึ้น

b)

อุปสงค์ลดลง

c)

อุปทานสูงขึ้น

d)

อุปทานลดลง

16.

ราคาและปริมาณซื้อที่เท่ากับปริมาณเสนอขายพอดีเรียกว่าอะไร

a)

ราคาสมดุล

b)

ราคาประมูล

c)

ราคาคุณภาพ

d)

ราคาดุลยภาพ

17.

ภาษีหรือเงินช่วยเหลือมีความสำคัญต่อผู้ผลิตหรือไม่ อย่างไร

a)

มี เพราะช่วยทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง

b)

มี เพราะช่วยให้ผู้ขายตั้งราคาสินค้าได้แพงขึ้น

c)

ไม่มี เพราะภาษีเป็นเงินที่ผู้ผลิตต้องจ่ายให้รัฐบาล

d)

ไม่มี เพราะเงินช่วยเหลือไม่ได้ทำให้ผู้ผลิตขยายการผลิตได้

18.

ตามกฎของอุปสงค์จำนวนสินค้าและราคามีความสัมพันธ์กันอย่างไร

a)

เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

b)

เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม

c)

ราคาไม่มีผลต่อปริมาณสินค้า

d)

ไม่มีข้อถูก

19.

“มนัสซื้อรองเท้ากีฬายี่ห้อดังและมีราคาแพง แม้ว่าจะต้องเก็บเงินนานเป็นเดือน” จากข้อความนี้ปัจจัยใดมีผลต่อความต้องการซื้อของมนัส

a)

ฤดูกาล

b)

รายได้ของผู้บริโภค

c)

รสนิยมของผู้บริโภค

d)

ราคาของสินค้าและบริการ

20.

จากรูปกราฟ สินค้าขายหมดและเพียงพอต่อความต้องการที่ราคาเท่าไรและขายได้จำนวนเท่าไร

a)

ขายสินค้าหมดที่ ราคา 50 บาทและขายได้ 1 จำนวน

b)

ขายสินค้าหมดที่ ราคา 40 บาทและขายได้ 2 จำนวน

c)

ขายสินค้าหมดที่ ราคา 30 บาทและขายได้ 3 จำนวน

d)

ขายสินค้าหมดที่ ราคา 20 บาทและขายได้ 4 จำนวน

21.

ข้อใดคือลักษณะของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

a)

รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตทั้งหมด

b)

เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต

c)

รัฐควบคุมการกำหนดราคาสินค้า

d)

ประชาชนไม่มีเสรีภาพทางเศรษฐกิจ

22.

ข้อใดคือข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

a)

ผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด

b)

มีเสรีภาพในการเลือกซื้อสินค้า

c)

ประชาชนไม่มีสิทธิในทรัพย์สิน

d)

การใช้ทรัพยากรไม่มีประสิทธิภาพ

23.

ข้อใดเป็นข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

a)

รัฐควบคุมราคาสินค้า

b)

ขาดแรงจูงใจในการผลิต

c)

การกระจายรายได้ไม่เป็นธรรม

d)

ไม่มีการแข่งขันทางการค้า

24.

ระบบเศรษฐกิจแบบใดที่รัฐกำหนดทุกอย่าง รวมถึงการผลิตและการบริโภค

a)

ทุนนิยม

b)

สังคมนิยม

c)

ผสม

d)

ตลาดเสรี

25.

ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมคือข้อใด

a)

ไม่มีแรงจูงใจในการแข่งขัน

b)

มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม

c)

ประชาชนได้รับสวัสดิการจากรัฐ

d)

มีเสรีภาพในการเลือกประกอบอาชีพ

26.

ระบบเศรษฐกิจใด ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกลไกราคา

a)

ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

b)

ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม

c)

ระบบเศรษฐกิจแบบผสม

d)

ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์

27.

ประเทศไทยใช้ระบบเศรษฐกิจแบบใด

a)

ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

b)

ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม

c)

ระบบเศรษฐกิจแบบผสม

d)

ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์

28.

ระบบเศรษฐกิจใดที่รัฐมักดำเนินการเองในกิจการโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค

a)

ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

b)

ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม

c)

ระบบเศรษฐกิจแบบผสม

d)

ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์

29.

ข้อใดไม่ใช่ผลเสียของระบบเศรษฐกิจผสม

a)

กระจายรายได้ไม่เป็นธรรม

b)

ทรัพยากรสิ้นเปลือง

c)

เกิดการคอรัปชันได้ง่าย

d)

ขาดเสรีภาพและแรงจูงใจ

30.

ข้อใดจับคู่ประเทศกับระบบเศรษฐกิจไม่ถูกต้อง

a)

สหรัฐอเมริกา-ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

b)

จีน-ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม

c)

ญี่ปุ่น-ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

d)

คิวบา-ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม