Font size
Worksheetsสมบัติของแก๊สและทฤษฎีจลน์
Total questions: 20
Worksheet time: 30mins
ข้อใด ไม่ใช่ สมบัติของแก๊สในอุดมคติ
แก๊สประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็ก
แต่ละโมเลกุลของแก๊สมีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล
การชนกันระหว่างโมเลกุลเป็นการชนแบบยืดหยุ่น
แต่ละโมเลกุลของแก๊สมีการเคลื่อนที่แบบไร้ระเบียบ
ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับสมบัติแก๊สตามทฤษฎีจลน์
หากลดอุณหภูมิของแก๊สจาก 100 องศาเซลเซียส เป็น 50 องศาเซลเซียส โดยที่ปริมาตคงที่ ความดันของแก๊สจะเพิ่มขึ้นเป็น
แก๊สทั่วไปจะมีสมบัติใกล้เคียงกับแก๊สสมบูรณ์มากที่สุด ถ้าอยู่ในสภาวะความดันสูงและอุณหภูมิต่ า
ที่อุณหภูมิเดียวกัน แก๊ส A และแก๊ส B จะมีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากันเสมอ
โมเลกุลของแก๊สสมบูรณ์มีขนาดเล็กมากจนถือได้ว่ามีมวลเป็นศูนย์
จากข้อ 2 นำกฎแก๊สที่เลือกมาคำนวณ หากที่ 70 องศาเซลเซียส แก๊สนี้มีปริมาตร 686 cm3 ถ้าที่ 20 องศาเซลเซียส แก๊สนี้จะมีปริมาตรเท่าใด
586 cm3
540 cm3
526 cm3
487 cm3
เมื่อนำกระบอกฉีดยาบรรจุแก๊สไปแช่น้ำร้อนโดยควบคุมให้มีปริมาตรคงที่เท่าเดิม โมเลกุลของแก๊สภายในกระบอกเก็บแก๊สจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ความเข้มข้นของแก๊สเพิ่มขึ้น
เคลื่อนที่เร็วกว่าเดิม
มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
เคลื่อนที่ช้ากว่าเดิม
แก๊สที่มีปริมาตร 16.5 dm3 ที่อุณหภูมิ 352 °C และความดัน 0.275 atm จะมีปริมาตรเท่าใด ที่ STP
3.96 dm3
2.97 dm3
1.98 dm3
0.99 dm3
ภาชนะ 2 L บรรจุแก๊ส CO2 มีความดัน 20.5 atm ที่อุณหภูมิ -23 °C แก๊สนี้มีจำนวนโมลกี่โมล กำหนดให้ค่า R = 0.082 L*atm/K*mol
(a)
แก๊สชนิดหนึ่งมีปริมาตร 100 cm3 ที่ 20 °C ถ้าต้องการให้แก๊สนั้นมีปริมาตร 200 cm3 โดยให้ ความดันคงที่อุณภูมิต้องเปลี่ยนเป็นอุณหภูมิกี่องศาเซลเซียส
(a)
จากข้อความต่อไปนี ข้อความใดถูกต้อง
ถ้าต้มไข่ในหม้อที่ลดความดันไข่อาจจะไม่สุกก็ได้
ถ้าต้มเนื้อในเมืองบาดาลใต้ท้องทะเลลึกจะเปื่อยเร็วกว่าเนื้อที่ต้มในเมืองที่อยู่ชายทะเล
ความดันไอน้ำในบรรยากาศของห้องจะมีค่าไม่คงที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของห้องขณะนั้นๆ
ถ้าต้มน้ำในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศไว้ให้มีอุณหภูมิอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส น้ำจะเดือดที่ อุณหภูมิเดียวกันกับเมื่อต้มน้ำในห้องธรรมดาที่มีอุณหภูมิห้องเท่ากับ 35 องศาเซลเซียส
ให้พลังงานความร้อนแก่ตะกั่ว 252 จูล ถ้าตะกั่วมีมวล 1 กิโลกรัม จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเท่าใด
(ความจุความร้อนจำเพาะของตะกั่ว = 126 จูล/กิโลกรัม.เคลวิน)
(a)
ให้พลังงานความร้อนขนาด 3000 จูล กับเหล็กท่อนหนึ่ง ปรากฏว่าเหล็กมีอุณหภูมิสูงขึ้นจาก 30 องศาเซลเซียส เป็น 80 องศาเซลเซียส จงหามวลของเหล็กก้อนนี้
(กำหนด เหล็กมีค่าความจุความร้อนจำเพาะ 0.500 กิโลจูล/กิโลกรัม.เคลวิน)
0.02 kg
0.12 kg
0.22 kg
0.32 kg
วัตถุชิ้นหนึ่งมีมวล 1 กิโลกรัม เมื่อให้ความร้อนกับวัตถุนี้ด้วยอัตราคงที่ 1 กิโลจูลต่อวินาทีเป็นเวลา 5 นาที พบว่าอุณหภูมิของวัตถุเปลี่ยนจากตอนเริ่มต้น 100 องศาเซลเซียสไปเป็น 200 องศาเซลเซียส จงหาความจุความร้อนจำเพาะ ของวัตถุมีค่าเท่าใดในหน่วย kJ / kg.k
0.01
0.02
1.5
3
นำเหล็กมวล 1 kg อุณหภูมิ 60oC ใส่ในน้ำ 1 kg อุณหภูมิ 0oC ในเวลาต่อมาอุณหภูมิของน้ำและเหล็กเท่ากัน อยากทราบว่าอุณหภูมินี้มีค่าเท่าใด ถ้าความจุความร้อนจำเพาะของน้ำและเหล็กมีค่า 4180 และ 500 J/kg.k ตามลำดับ
(a)
น้ำแข็งมวล 5 kg อุณหภูมิ 0oC เปลี่ยนเป็นน้ำที่ 0oC ต้องใช้พลังงานความร้อนกี่กิโลจูล
กำหนด ค่าความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำ 333 kJ / kg
1150
1665
1717
1911
ถ้าจะทำให้น้ำ 100oC มวล 5 kg เปลี่ยนเป็นไอน้ำหมดที่ 100oC ต้องใช้ความร้อนเท่าใด
กำหนด ค่าความร้อนแฝงจำเพาะการกลายเป็นไอของน้ำ 2256 kJ / kg
11,000
10,820
11,280
18,200
ให้พลังงานความร้อนแก่น้ำแข็ง (0oC) มวล 2 กิโลกรัม เป็นปริมาณเท่าไรเพื่อให้น้ำแข็งกลายเป็นน้ำและเหลือน้ำแข็ง 0.5 กิโลกรัม กำหนดให้ความร้อนแฝงจำเพาะของน้ำแข็ง
336 kJ/ kg
504 kJ
336 kJ
168 kJ
94 kJ
จงหาปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำแข็งมวล 100 กรัม อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสกลายเป็นน้ำมวล 100 กรัม อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส กำหนดให้ความจุความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 4,200 จูลต่อกิโลกรัม เคลวิน และความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำแข็งเท่ากับ 333 กิโลจูลต่อกิโลกรัม
33.7 kJ
37.5 kJ
75.3 kJ
4233
ต้องการทำให้น้ำแข็ง 1 kg อุณหภูมิ –10oC เปลี่ยนเป็นน้ำ 10oC ต้องใช้พลังงานความร้อนกี่กิโลจูล
กำหนด ค่าความจุความร้อนจำเพาะของน้ำแข็ง 2.1 kJ/kg.k
ค่าความร้อนแฝงจำเพาะการหลอมเหลวของน้ำ 333 kJ/kg
ค่าความจุความร้อนจำเพาะของน้ำ 4.2 kJ/kg.k
(a)
ก้อนน้ำแข็งมวล 1 กิโลกรัม มีอุณหภูมิศูนย์องศาเซลเซียส ตกลงไปในทะเลสาปที่น้ำมีอุณหภูมิศูนย์องศาเซลเซียส เช่นเดียวกัน ปรากฏว่าน้ำแข็งละลายไป 0.01 กิโลกรัม น้ำแข็งตกลงมาจากระดับความสูงเท่าใด
(ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำ = 300 x 103 J/kg)
10
30
300
1000
A กับ B เป็นวัตถุชนิดเดียวกัน แต่ A มีมวลมากกว่า B ถ้า A และ B อยู่ในที่เดียวกัน
ข้อความใดถูกต้อง
A มีความร้อนมากกว่า B
A และ B มีความร้อนเท่ากัน
A และ B มีอุณหภูมิเท่ากัน
ข้อ ก. และ ค. ถูก
การสูบลมเข้าไปในยางรถจักรยาน ณ อุณหภูมิคงที่ จะพบว่าความดันภายในยางจะเพิ่มขึ้นเพราะ
โมเลกุลของอากาศมีขนาดใหญ่ขึ้น
โมเลกุลของอากาศแต่ละตัวเคลื่อนที่เร็วขึ้น
โมเลกุลของอากาศแต่ละตัวมีพลังงานจลน์เพิ่มขึ้น
โมเลกุลของอากาศที่ชนผนังยางต่อหนึ่งหน่วยวินาทีมีจำนวนเพิ่มขึ้น
