wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบสอบปลายภาคประวัติศาสตร์ ม.2

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

หลักฐานที่เด่นมากในเรื่องของรายละเอียดและความถูกต้องของเวลา คือหลักฐานใด

a)

พงศาวดาร

b)

จดหมายเหตุ

c)

ตำนาน

d)

จารึก

2.

บิดาแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย คือใคร

a)

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์

b)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

d)

ศาสตราจารย์ขจร สุขพานิช

3.

ลักษณะนิสัยใด ที่มีความจำเป็นน้อยสำหรับนักประวัติศาสตร์

a)

ชอบวาดภาพ

b)

ชอบจดบันทึก

c)

ชอบค้นหา

d)

ชอบสังเกต

4.

เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาแล้วจะมีความน่าเชื่อถือหากเป็นกรณีใด

a)

ผู้เขียนเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ

b)

มีการเรียบเรียงอย่างสละสลวย

c)

มีหลักฐานอ้างอิงสนับสนุน

d)

ผู้เขียนเป็นราชนิกูล

5.

ถ้ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย แล้วเขียนหนังสือบรรยายว่าประเทศไทยล้าหลัง ด้อยพัฒนา เพราะยังมีการกินอาหารด้วยมือหรือไม่สวมเสื้อผ้า นักเรียนคิดว่า ข้อความนี้จะใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในอนาคตได้หรือไม่

a)

ได้ แต่ต้องมีการตีความหลักฐาน

b)

ได้ เพราะเป็นหลักฐานชั้นต้น

c)

ไม่ได้ เพราะผู้เขียนไม่ใช่คนไทย

d)

ไม่ได้ เพราะเป็นหลักฐานเท็จ

6.

ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ

b)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

c)

การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา

d)

การรวบรวมหลักฐาน

7.

บันทึกเหตุการณ์ของ วัน วลิต ชาวต่างชาติที่เดินทาง เข้ามาในสมัยอยุธยา เป็นหลักฐานประเภทใด

a)

หลักฐานชั้นรอง-ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

b)

หลักฐานชั้นต้น-ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

c)

หลักฐานชั้นรอง-เป็นลายลักษณ์อักษร

d)

หลักฐานชั้นต้น-เป็นลายลักษณ์อักษร

8.

เรื่องราวที่ปรากฏในพงศาวดารจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรเป็นส่วนใหญ่

a)

พระราชกรณียกิจของกษัตริย์

b)

การเผยแผ่พระพุทธศาสนา

c)

ความเป็นอยู่ของไพร่ฟ้า

d)

สงครามกับเพื่อนบ้าน

9.

เรื่องราวของมะกะโทที่เข้ามารับราชการในสมัยพระร่วง จัดเป็นหลักฐานประเภทใด

a)

ตำนานหรือนิทานพื้นบ้าน

b)

หลักฐานโบราณคดี

c)

บันทึกชาวต่างชาติ

d)

พงศาวดาร

10.

เพราะเหตุใด จึงต้องมีการประเมินคุณค่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์

a)

หลักฐานอาจมากหรือน้อย

b)

หลักฐานอาจมีหรือไม่มี

c)

หลักฐานอาจจริงหรือเท็จ

d)

หลักฐานอาจเก่าหรือใหม่

11.

ข้อใดเป็นวิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์แบบการประเมินภายนอก

a)

การวิเคราะห์เนื้อหาที่บันทึก

b)

ข้อมูลที่บันทึกว่าเป็นกลางหรือไม่

c)

การนำเสนอข้อมูลมีการบิดเบือนหรือไม่

d)

ความน่าเชื่อถือของบุคคลผู้บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

12.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในข้อใดเป็นหลักฐานขั้นปฐมภูมิทั้งหมด

a)

พงศาวดาร ศิลาจารึก

b)

จดหมายเหตุ อัตชีวประวัติ

c)

โบราณวัตถุ ตำราประวัติศาสตร์

d)

โบราณคดี วรรณคดี

13.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในข้อใดไม่ใช่หลักฐานขั้นทุติยภูมิ

a)

วารสาร

b)

กฎหมายตราสามดวง

c)

หนังสือพิมพ์

d)

ภาษาศาสตร์

14.

ลักษณะของนักประวัติศาสตร์ที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร

a)

มีการทดลองศึกษาเพียงครั้งเดียว

b)

มีความละเอียดถี่ถ้วน ช่างสังเกต

c)

ใช้สำนวนการบันทึกแบบโวหาร

d)

ผลสรุปที่ได้จากการค้นคว้าถือว่าเป็นความจริงที่ใครโต้แย้งไม่ได้

15.

ข้อใดเป็นวิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์แบบการประเมินภายใน

a)

ประสบการณ์ของผู้เขียน

b)

ประวัติและผลงานของผู้บันทึก

c)

ความถูกต้องของข้อมูลที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน

d)

ความเป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีขั้นตอนการบันทึกข้อมูลที่เป็นกลาง

16.

ผลสรุปของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในอดีตสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

a)

ไม่ได้ เพราะทำให้เกิดความสับสน

b)

ได้ แล้วแต่ความเห็นของนักประวัติศาสตร์

c)

ไม่ได้ เพราะเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

d)

ได้ ขึ้นอยู่กับหลักฐานข้อมูลที่อาจมีการค้นพบเพิ่มเติมในภายหลัง

17.

บันทึกประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยามในสมัยแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นผลงานทางประวัติศาสตร์ของบุคคลใด

a)

นิโกลาส์ แชรเวส

b)

ซีมง เดอ ลา ลูแบร์

c)

สันต์ ท.โกมลบุตร

d)

ศ.ขจร สุขพาณิช

18.

ข้อใดให้คำจำกัดความความจริงทางประวัติศาสตร์ได้ถูกต้องมากที่สุด

a)

ข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านการตรวจสอบ/วิเคราะห์แล้ว

b)

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับจากบุคคลทั่วไป

c)

ข้อเท็จจริงเหตุการณ์ในอดีตที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นความจริงโดยมีหลักฐานขั้นปฐมภูมิกล่าวถึงและยืนยันเหตุการณ์นั้น ๆ

d)

ข้อมูลเหตุการณ์ในอดีตที่มีการบันทึกและเล่าสืบเนื่องต่อกันมาตามยุคสมัย มีหลักฐานยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

19.

ข้อใดเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์

a)

ศึกษาประวัติศาสตร์ต้องอาศัยข้อมูลทางสถิติ

b)

นักประวัติศาสตร์ต้องเป็นคนหัวโบราณ

c)

มีวิธีการศึกษาคล้ายกับวิธีการแบบคณิตศาสตร์

d)

ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องราวการสืบสวน ค้นคว้า ตีความ

20.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการวิเคราะห์ข้อมูลและตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์

a)

ทำให้ทราบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างถ่องแท้

b)

เป็นการสร้างนักประวัติศาสตร์ให้เป็นที่ยอมรับของวงการวิชาการ

c)

ช่วยขยายขอบเขตของความรู้ที่มีอยู่ให้กว้างขวางออกไป

d)

เป็นการนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ให้แก่ผู้สนใจได้ศึกษา

21.

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศโดยเฉพาะชาติตะวันตกมีความเจริญสูงสุดในสมัยใด

a)

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

b)

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

c)

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

d)

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

22.

หน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ในการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ คือหน่วยงานใด

a)

พระคลังมหาสมบัติ

b)

กองสำเภาหลวง

c)

พระคลังสินค้า

d)

กรมพาณิชย์

23.

กรุงศรีอยุธยาใช้การค้ารูปแบบใดในการติดต่อค้าขายกับประเทศจีน

a)

การค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน

b)

การค้าแบบใช้ทองคำเป็นสื่อกลาง

c)

การค้าแบบต่างตอบแทน

d)

การค้าแบบบรรณาการ

24.

ข้อใดไม่ถือเป็นปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา

a)

พระมหากษัตริย์ทรงส่งเสริมให้ราษฎรประกอบอาชีพ ได้อย่างเสรี

b)

เป็นเมืองที่สำคัญทางการค้ากับต่างประเทศ

c)

มีทำเลที่ตั้งเหมาะสมแก่การเพาะปลูก

d)

ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดี

25.

ความสัมพันธ์ของอยุธยากับประเทศใดมีลักษณะของการผูกมิตร และเชื่อมสัมพันธไมตรี

a)

พม่า

b)

ญวน

c)

ล้านนา

d)

ล้านช้าง

26.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับวัฒนธรรมในสมัยอยุธยา

a)

ชาวอยุธยานิยมความสนุกสนานจึงมักสร้างสรรค์ ประเพณีที่รื่นเริง

b)

วัฒนธรรมจากต่างชาติไม่ได้รับการยอมรับจากคนในกรุงศรีอยุธยา

c)

วัฒนธรรมส่วนใหญ่ในสมัยอยุธยามักเกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงเป็นหลัก

d)

อาชีพหลักในสมัยอยุธยาคือเกษตรกรรม ประเพณี ส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับการเกษตร

27.

ศิลปกรรมของไทยสมัยอยุธยาที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันได้แก่อะไร

a)

เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์

b)

เครื่องถ้วยชามสังคโลก

c)

ภาพวาดสีน้ำมัน

d)

การทอผ้าไหม

28.

ข้อใดคือชนชั้นพิเศษที่ได้รับความเคารพจากทุกชนชั้นในสมัยอยุธยา

a)

พระบรมวงศานุวงศ์

b)

พระมหากษัตริย์

c)

พระสงฆ์

d)

ขุนนาง

29.

สาเหตุสำคัญที่ทำให้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างฝ่ายทหารกับฝ่ายพลเรือน ออกจากกัน คือข้อใด

a)

เพื่อให้ราษฎรจดจำหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายได้ง่ายและถูกต้อง

b)

เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมาก จนเกินไป

c)

เพื่อป้องกันเหตุกระทบกระทั่งกันระหว่างสองฝ่าย

d)

เพื่อให้หน้าที่ของทั้งสองฝ่ายชัดเจนขึ้น

30.

กรุงศรีอยุธยาทำสงครามครั้งแรกกับพม่าในกรณี ที่สืบเนื่องมาจากเมืองใด

a)

ล้านช้าง

b)

มลายู

c)

มอญ

d)

ญวน

31.

“โกษาธิบดี” ถือเป็นสิ่งใดที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดศักดินา

a)

ราชทินนาม

b)

บรรดาศักดิ์

c)

ตำแหน่ง

d)

ยศ

32.

อาณาจักรอยุธยาเกิดจากการรวมตัวกันระหว่างแคว้นสำคัญ 2 แคว้น ได้แก่แคว้นใด

a)

แคว้นสุพรรณภูมิ กับแคว้นสุโขทัย

b)

แคว้นสุพรรณภูมิ กับแคว้นไทรบุรี

c)

แคว้นละโว้ กับแคว้นสุพรรณภูมิ

d)

แคว้นละโว้ กับแคว้นไทรบุรี

33.

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยามีหลายประการ ยกเว้นข้อใด

a)

การมีรายได้จากการเก็บภาษีบางประเภท

b)

ลักษณะทางภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

c)

ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม

d)

การติดต่อกับชาวต่างชาติ

34.

หัวเมืองระดับใดในการปกครองส่วนภูมิภาคที่เจ้าเมืองมีอำนาจปกครองตนเอง แต่จะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายพระมหากษัตริย์ตามเวลาที่กำหนด

a)

หัวเมืองประเทศราช

b)

หัวเมืองชั้นนอก

c)

หัวเมืองชั้นใน

d)

เมืองลูกหลวง

35.

ข้อใดเป็นความสัมพันธ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดระหว่าง กรุงศรีอยุธยากับเขมร

a)

ความสัมพันธ์ทางการปกครอง

b)

ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม

c)

ความสัมพันธ์ทางการเมือง

d)

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

36.

ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีการปกครองแบบใด

a)

เผด็จการ

b)

คณาธิปไตย

c)

ประชาธิปไตย

d)

สมบูรณาญาสิทธิราชย์

37.

การปกครองสมัยอยุธยาได้รับการถ่ายทอดแนวคิดจากที่ใด

a)

พม่า-อินเดีย

b)

ขอม-มอญ

c)

สุโขทัย-เขมร

d)

อินเดีย-เขมร

38.

พระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งอาณาจักรอยุธยาคือใคร

a)

พระมหาธรรมราชาที่ 1

b)

พระมหาธรรมราชาที่ 2

c)

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1

d)

พระมหาธรรมราชาที่ 4

39.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะวิถีชีวิตในสมัยอยุธยา

a)

มีวิถีชีวิตตามแบบตะวันตก

b)

มีวิถีชีวิตแบบเท่าเทียมกันทุกชนชั้นในสังคม

c)

มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย และสันโดษ

d)

มีวิถีชีวิตผูกพันกับวัดและพระพุทธศาสนา

40.

การที่คนไทยรักอิสระ เสรีภาพ มีความสามารถ กล้าหาญ ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของชนชาติใด แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ประจำชาติในข้อใด

a)

ความยึดมั่นในหลักธรรม

b)

ความมีชาติกำเนิดอันยาวนาน

c)

ความเป็นชาติที่มีเอกราช

d)

ความมั่นคงของสถาบันชาติ